Bongsiri
2.2K posts


Strategy เติมของล็อตใหญ่
รอบนี้เก็บ Bitcoin เพิ่มอีก 24,869 BTC
มูลค่ากว่า $2.01 พันล้าน (ประมาณ 65,000 ล้านบาท)
.
ราคาเฉลี่ยรอบนี้อยู่ที่ประมาณ 80,985 ดอลลาร์ต่อ BTC
.
ทำให้ตอนนี้ Strategy ถือ Bitcoin รวมแล้ว 843,738 BTC

Michael Saylor@saylor
Strategy has acquired 24,869 BTC for ~$2.01 billion at ~$80,985 per bitcoin and has achieved BTC Yield of 12.6% YTD 2026. As of 5/17/2026, we hodl 843,738 $BTC acquired for ~$63.87 billion at ~$75,700 per bitcoin. $MSTR $STRC strategy.com/press/strategy…
ไทย

เมื่อวาน @Figure_robot จัดไลฟ์
ระหว่าง “คน” กับ “หุ่นยนต์”
.
โจทย์คือให้คัดแยกพัสดุบนสายพานต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง
.
- ฝั่งมนุษย์คือ Aime เด็ก intern
- ส่วนฝั่งหุ่นยนต์คือ Figure 03 หรือ F.03 ชื่อ Bob
ที่ทำงานด้วย AI Helix-02 แบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ
.
งานที่ต้องทำดูเหมือนง่ายมาก
คือดู barcode → หยิบพัสดุ → วางลงสายพานให้ barcode คว่ำลง
.
แต่ต้องทำซ้ำ ๆ เป็นหมื่นครั้ง ดังนั้นมันไม่ง่ายเลย
.
แต่สุดท้ายมนุษย์ก็ยังชนะ
- Aime ทำได้ 12,924 ชิ้น (เฉลี่ย 2.79 วินาที/ชิ้น)
- ส่วน Bob ทำได้ 12,732 ชิ้น (เฉลี่ย 2.83 วินาที/ชิ้น)
.
ต่างกันแค่ 192 ชิ้น หลังแข่งกัน 10 ชั่วโมง
.
และ Aime ชนะก็จริง แต่หลังแข่งเจ้าตัวบอกว่าแขนซ้ายแทบพัง นิ้วพอง และเหนื่อยมาก
.
ขณะที่หุ่นยนต์ทำงานต่อได้เรื่อย ๆ
- ไม่ต้องพักกินข้าว
- ไม่ต้องเข้าห้องน้ำ
- ไม่เหนื่อย
- และไม่บาดเจ็บ
(เอาจริงมันก็ไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้นนะ มันยังมีอ๊องๆ บ่อยๆหรือโยนของออกไปข้างนอกบ้างอะไรบ้าง)
.
Brett Adcock ซีอีโอ Figure AI ถึงกับโพสต์ออกแนวโม้ๆหน่อยว่า “This is the last time a human will ever win.”
.
ประมาณว่า นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่มนุษย์ชนะ
เพราะหุ่นยนต์รุ่นต่อไปจะเร็วขึ้น ทนขึ้น และทำงานต่อเนื่องได้ดีกว่านี้
.
สรุปคือ วันนี้คนยังชนะอยู่
แต่เป็นชัยชนะที่ชนะกันแบบเฉียดๆ ( ไม่รู้ว่าเค้าพยายามให้เฉียดหรือเปล่า เพราะมนุษย์มี พักกินข้าว เข้าห้องน้ำบลาๆ )

ไทย

Jamie Dimon ซีอีโอ JPMorgan มองว่า AI จะทำให้ชีวิตคนดีขึ้นมาก
.
เขาไม่ได้บอกแค่ว่า AI จะมาแย่งงานคน
แต่บอกว่า AI อาจทำให้ชีวิตมนุษย์ดีขึ้นแบบคนละระดับ
.
ในมุมของเขา
อีก 30 ปีข้างหน้า ลูกหลานเราอาจทำงานแค่ 3 วันครึ่งต่อสัปดาห์
อายุยืนถึง 100 ปี
โรคหลายอย่างที่วันนี้ยังรักษายาก อาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป
.
เขายกตัวอย่างว่า AI อาจช่วยรักษามะเร็ง
คิดค้นวัสดุใหม่
ลดอุบัติเหตุบนถนน
และทำให้หลายอุตสาหกรรมมีประสิทธิภาพสูงขึ้นมาก
.
ประโยคที่เขาพูดคือ
“Life will be better.”
.
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ Dimon ไม่ได้มอง AI แบบโลกสวยอย่างเดียว
.
เขาบอกว่าความเสี่ยงจริง ๆ ไม่ใช่แค่ AI เก่งขึ้น
แต่คือ AI เปลี่ยนโลกเร็วเกินไป
.
ถ้า productivity พุ่งเร็วมาก
งานบางประเภทอาจหายไปก่อนที่คนจะปรับตัวทัน
.
และนี่คือจุดที่เขาคิดว่าภาครัฐกับเอกชนต้องช่วยกันจริงจัง
ไม่ใช่ปล่อยให้คนตกงานแล้วค่อยบอกให้ “ไปเรียนรู้เอง”
.
สิ่งที่ควรเกิดขึ้นคือ
คนที่โดนกระทบต้องถูกพาไปสู่งานใหม่
ต้องมีการ reskill
ต้องมีการย้ายแรงงานไปยังอุตสาหกรรมที่ยังขาดคน
เช่น advanced manufacturing หรืออุตสาหกรรมสำคัญอื่น ๆ
.
มุมนี้น่าสนใจมาก
เพราะมันทำให้เห็นว่า AI ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี
.
แต่มันคือเรื่องของการจัดการช่วงเปลี่ยนผ่านของสังคม
.
ระยะยาว AI อาจทำให้ชีวิตดีขึ้นจริง
คนอาจทำงานน้อยลง
สุขภาพดีขึ้น
และเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพกว่าเดิม
.
แต่ระยะสั้น คนจำนวนมากอาจต้องเจอความเจ็บปวดจากการเปลี่ยนงาน
เรียนทักษะใหม่
หรือยอมรับว่างานเดิมที่เคยมั่นคง อาจไม่มั่นคงเหมือนเดิมแล้ว
.
สรุปง่าย ๆ คือ
AI อาจทำให้โลกดีขึ้น
.
แต่โลกจะดีขึ้นสำหรับทุกคนหรือไม่
ขึ้นอยู่กับว่าเราช่วยคนปรับตัวทันแค่ไหน

ไทย

RT @Mintttch2: ภาพนี้แทบคงไม่ต้องอธิบายเยอะ
Corruption Perceptions Index: CPI
.
ไทยได้คะแนน CPI ปี 2025 แค่ 33/100
อยู่อันดับ 116/182 ของโล…
ไทย

เห็นโพสต์ของคุณ @Fatcatinvestors เรื่อง
“อยากได้เงินปันผลเดือนละ 1,000 บาท ต้องใช้เงินเท่าไหร่”
.
เลยลองเอา KBANK กับ SCB มาเทียบต่อ
โดยดูภาพรวม Dividend Yield ย้อนหลัง 10 ปี และคำนวณเงินลงทุนจาก DPS เฉลี่ย 3 ปีล่าสุด เทียบกับราคาหุ้นล่าสุด
.
สรุปคือ ถ้าโจทย์คือ
“อยากได้ปันผลประมาณเดือนละ 1,000 บาท”
SCB ใช้เงินลงทุนน้อยกว่า
.
จากภาพนี้
KBANK ต้องใช้เงินประมาณ 216,000 บาท
ส่วน SCB ใช้เงินประมาณ 148,000 บาท
.
ต่างกันประมาณ 68,000 บาท
.
เหตุผลหลักไม่ใช่แค่เงินปันผลต่อหุ้น
แต่เป็นเรื่อง dividend yield และราคาหุ้นประกอบกัน
.
พูดง่าย ๆ คือ
สำหรับโจทย์นี้ SCB ใช้เงินลงทุนน้อยกว่าเพื่อให้ได้ปันผลเฉลี่ยเดือนละ 1,000 บาท ตามสมมติฐานนี้
.
แต่ไม่ได้แปลว่า KBANK ไม่ดี
เพราะหุ้นธนาคารแต่ละตัวมีจุดแข็งต่างกัน ทั้งคุณภาพสินเชื่อ การเติบโต กำไร และความเสี่ยง
.
สรุปคือ
ถ้ามองเฉพาะโจทย์ “ใช้เงินเท่าไหร่เพื่อให้ได้ปันผลเดือนละ 1,000 บาท” SCB ชนะ
.
หมายเหตุ: คำนวณจาก DPS เฉลี่ย 3 ปีล่าสุด / ยังไม่รวมภาษีเงินปันผล 10% / KBANK มี special dividend บางปี / ปันผลในอดีตไม่ได้การันตีอนาคต

FatcatInvestors(📦,💙)@Fatcatinvestors
อยากได้เงินปันผลเดือนละ 1,000 บาท ถ้าซื้อหุ้น KBANK ต้องใช้เงินประมาณเท่าไร? 💚 📌 ใช้ค่าเฉลี่ยปันผลปี 2024–2026 เฉลี่ยประมาณ 10.67 บาท/หุ้น/ปี ดังนั้นต้องถือหุ้นประมาณ 1,125 หุ้น ถ้าราคาหุ้นประมาณ 196.50 บาท จะใช้เงินลงทุนประมาณ 220,000 บาท 💰 📌 ปี 2026 ตอนนี้จ่ายรอบแรกแล้ว 12 บาท รอบต่อไปยังไม่ประกาศ เลยใช้ 12+xx ไว้ก่อน #KBANK #หุ้นปันผล
ไทย

CertiK ออกรายงาน Skynet DPRK Crypto Threats Report
ว่าด้วยภัยคุกคามคริปโตจากกลุ่มที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือ
.
ตัวเลขที่น่าตกใจคือ
ตั้งแต่ปี 2016 ถึงต้นปี 2026
กลุ่ม DPRK-linked actors ถูกประเมินว่าขโมยคริปโตไปแล้วประมาณ 6.75 พันล้านดอลลาร์ จาก 263 เหตุการณ์
.
แต่ประเด็นที่น่ากลัวกว่าคือ
พวกเขาไม่ได้โจมตีบ่อยที่สุด
แต่โจมตีทีเดียวแล้วเสียหายหนักมาก
.
ปี 2025 กลุ่มเหล่านี้คิดเป็นแค่ 12% ของจำนวนเหตุการณ์ทั้งหมด
แต่คิดเป็นประมาณ **60% ของมูลค่าที่ถูกขโมยทั้งหมด**
.
และปี 2026 แนวโน้มยังไม่หยุด
แค่ช่วงต้นปี DPRK-linked activity คิดเป็นราว 55% ของความเสียหายคริปโตทั่วโลก
.
สิ่งที่รายงานนี้ชี้ชัดคือ
การโจมตีส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มจาก smart contract
.
แต่มักเริ่มจาก “คน”
.
fake job offer
หลอกเป็น VC
phishing
repo ปลอม
สัมภาษณ์งานปลอม
หรือแม้แต่แทรกซึมเข้ามาเป็น IT worker ในทีมโปรเจกต์
.
เคส Ronin เริ่มจาก fake LinkedIn job offer
Bybit ไม่ได้ถูกเจาะ smart contract แต่ถูกโจมตีผ่าน supply chain และ UI ที่คนเซ็นธุรกรรมเชื่อว่าเป็นของจริง
ส่วน Drift ถูกอธิบายว่าเป็นปฏิบัติการที่ใช้เวลานานหลายเดือน มีทั้ง physical social engineering และการแทรกซึมเชิงความสัมพันธ์
.
นี่ทำให้เห็นว่าเกมของแฮกเกอร์ระดับรัฐไม่ได้เหมือนการโจมตีทั่วไป
.
พวกเขาไม่ได้แค่หา bug
แต่ศึกษาคน
ศึกษาทีม
ศึกษากระบวนการ
และรอจังหวะที่ระบบป้องกันหลวมที่สุด
.
รายงานยังบอกว่า หลังเหตุ Bybit
ภายใน 1 เดือน มี ETH ที่ถูกขโมยกว่า **86%** ถูกแปลงเป็น Bitcoin
ผ่าน mixer, bridge, DEX และ OTC broker
.
แปลว่าไม่ได้มีแค่ “ทีมขโมย”
แต่มีทั้งระบบฟอกเงินที่ทำงานเป็นอุตสาหกรรม
.
สรุปง่าย ๆ คือ
ความปลอดภัยในคริปโตวันนี้ไม่ได้จบที่ audit smart contract แล้ว
.
แต่ต้องป้องกันทั้งคน
ทีมงาน
ซัพพลายเชน
สิทธิ์เข้าถึงระบบ
การจ้างงาน
และพฤติกรรมการทำงานของทั้งองค์กร
.
เพราะบางครั้งจุดอ่อนที่แพงที่สุด
อาจไม่ใช่โค้ด
.
แต่อาจเป็นคนที่เผลอกดลิงก์ผิด
รับงานปลอม
เปิด repo ผิด
หรือเชื่อคนผิดคน
.
และในปี 2026 เรื่องนี้อาจยากขึ้นอีก
เพราะรายงานเตือนว่า AI-generated persona, deepfake, IT worker infiltration และการโจมตีผ่าน developer tools อย่าง VSCode / IDE workflow
อาจกลายเป็นสนามใหม่ของการโจมตี
.
โลกคริปโตเลยอาจต้องคิดใหม่ว่า
security ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค
.
แต่มันคือเรื่องวัฒนธรรมองค์กรด้วย

ไทย



















