大 retweetledi
大
3.9K posts

大 retweetledi
大 retweetledi

มันไม่ยอมออกจากห้อง ให้มาหลบฝนเพราะตกหนักมาก แค่คืนเดียวเท่านั้น 😅😅😅 ซาโตชิ ชั้นเลือกนาย 555555555




โบนัสเป็นแม่แมว@Bonusiie
อะไรเป็นเหตุผลให้รับแมวตัวนี้มาเลี้ยง
ไทย
大 retweetledi
大 retweetledi
大 retweetledi
大 retweetledi

“คนเราลืมแฟนเก่าได้จริงไหม?”
คำถามนี้อาจดูเหมือนประโยคธรรมดาในบทสนทนาเรื่องความรัก แต่ในทางจิตวิทยา มันคือคำถามใหญ่เกี่ยวกับ “ระบบความผูกพันของมนุษย์” ว่าความสัมพันธ์หนึ่ง เมื่อสิ้นสุดลงแล้ว มันจบลงจริงหรือเพียงแค่เปลี่ยนรูปแบบการดำรงอยู่ในใจเราเท่านั้น
งานวิจัยเรื่อง The Long-Term Stability of Affective Bonds After Romantic Separation: Do Attachments Simply Fade Away? ของ Jia Y. Chong และ R. Chris Fraley
ผลการศึกษาพบว่า สำหรับคนส่วนใหญ่ ความผูกพันหลังการเลิกราจะค่อยๆ ลดลงตามเวลา แต่ไม่ได้หายไปทันที โดยจุดกึ่งกลางของการเปลี่ยนผ่านนี้อยู่ที่ประมาณ 4 ปี หลังความสัมพันธ์สิ้นสุดลง
กล่าวอีกแบบคือ สมองและอารมณ์ของมนุษย์ใช้เวลานานมากในการเปลี่ยนใครสักคนจาก “ศูนย์กลางทางอารมณ์” ให้กลายเป็นเพียง “บุคคลในความทรงจำ”
สิ่งนี้อธิบายได้ว่าทำไมหลายคน แม้จะเลิกกันไปนานแล้ว แต่ยังมีบางช่วงเวลาที่อีกฝ่ายย้อนกลับมาในความคิด บางคนฝันถึงแฟนเก่าโดยไม่ได้ตั้งใจ บางคนเผลอเปรียบเทียบคนใหม่กับคนเดิม หรือบางคนยังรู้สึกใจสั่นเมื่อได้ยินชื่อหรือกลิ่นที่เชื่อมโยงกับอดีต ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าพวกเขา “อ่อนแอ” หรือ “ยังไม่ move on” เสมอไป แต่อาจเป็นเพราะระบบความผูกพันของมนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ลบใครออกไปได้เหมือนการลบไฟล์ในคอมพิวเตอร์
งานวิจัยยังพบอีกว่า ความผูกพันนี้จะคงอยู่ยาวนานขึ้นในคนที่มีลักษณะ anxious attachment หรือคนที่กลัวการถูกทอดทิ้ง ต้องการความมั่นคงทางอารมณ์สูง รวมถึงในกรณีที่ยังติดต่อกับแฟนเก่า ยังติดตามกันผ่านโซเชียลมีเดีย หรือเคยมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งมากเป็นพิเศษ
น่าสนใจว่า งานวิจัยชิ้นนี้แยกความแตกต่างระหว่าง “การยังมีความผูกพันทางอารมณ์” กับ “การอยากกลับไปคบ” ออกจากกันอย่างชัดเจน เพราะหลายคนไม่ได้ต้องการรีเทิร์นความสัมพันธ์อีกแล้ว แต่ในระดับลึกของจิตใจ อีกฝ่ายยังคงเป็นบุคคลสำคัญในระบบอารมณ์ของพวกเขาอยู่
ท้ายที่สุด งานวิจัยนี้อาจกำลังบอกเราว่า การเติบโตหลังความสัมพันธ์จบลง ไม่ได้หมายถึงการไม่มีความรู้สึกเหลืออยู่เลย แต่อาจหมายถึงการที่อีกฝ่ายไม่ได้เป็น “ศูนย์กลางของระบบอารมณ์” ของเราอีกต่อไป แม้ร่องรอยบางอย่างจะยังคงอยู่ก็ตาม
งานวิจัยต้นฉบับ: journals.sagepub.com/doi/10.1177/19…

ไทย
大 retweetledi
大 retweetledi

ไม่รู้ดิ เคยคบผู้ชายไม่รวยแล้วพบว่าปัญหาเยอะมสก สูงกว่าปัญหาที่มันมีคืออีโก้ คือสภาพมึงก็ไม่ได้ดี รายได้ก็ไม่ได้สูง การศึกษาก็พื้นๆ มาจากครอบครัวธรรมดาแต่อีโก้มึงจะสูงไปไหน???
พอมาคบคนรวย ธรรมดาติดดิน เข้าอกเข้าใจคนอื่นมากกว่าพวกข้างบนอีก ทำให้เข้าใจว่า บางทีพวกอีโก้สูงมีไว้ชดเชยปมด้วยในชีวิตใันอ่ะ
แล้วอีกอย่างผู้ชายไม่รวยคาดหวังกับกูสูงมากจ้า ต้องสวย ต้องเก่ง ต้องช่วยมันทำมาหากิน ต้องไม่เบียดเงินมัน ต้องดีกับแม่มัน แม่กูต้องรักมันด้วย งานบ้านต้องเนี้ยบ ขณะที่มันเลิกงานมาเล่นเกมส์อย่างเดียว
ผู้ชายรวยไม่คาดหวังกับนี่เรื่องอะไรเลย คาดหวังว่านี่จะมีความสุข ได้ทำสิ่งที่รักทุกวัน เรื่องเงินเรื่องทองไม่ต้องกังวลเดี๋ยวฮีจัดการเอง กับคาดหวังเรื่องสุขภาพ จะได้อยู่ด้วยกันนานๆ
พอรวย นิสัยดี ไม่มีปมด้อย เลยไม่มีอีโก้ ไม่มากดดันแปลกๆ ต้องถามไหมว่าดิฉันจะเลือกใคร?
น้องหมาอยากกินปลาทอด@xiaoxumeimei
นี่ไม่ได้แอนตี้การมีผัวรวยนะ อยากมีเหมือนกัน เพราะอยากต่อยอดชีวิต แต่เราไม่ได้มาจากเวลเดียวกัน power มันต่างกัน โอกาสโดนกดมันสูงอ่ะ คือถ้าเค้าอยากให้เราทำไร ละเราไม่ทำ เค้าไปมีคนอื่นได้เลยทันที และมีคนพร้อมเสียบเราตลอด ละผู้ชายอ่ะ ขนาดมันจนอีโก้ยังขนาดนั้น ถ้ารวยก็บวกๆไป
ไทย
大 retweetledi
大 retweetledi
大 retweetledi

เคยรู้สึกแบบนี้ตอนลาออกจากที่แรกเราไม่เคยรู้เลยว่าสังคมที่เราอยู่มันดีมาก จนไปเจอสังคมบริษัทใหม่ที่จ้องจะแทงกันข้างหลัง เราคิดถึงที่เดิมจนคิดว่าทำไมถึงต้องออกมาล่ะ แต่ย้อนกลับมาคิดว่าถ้าไม่ออกจากเซฟโซนจะเติบโตได้ยังไง มองให้เป็นประสบการณ์แล้วก็ก้าวต่อไป 🥹
Allin🫧💤@lovenenipat
มีใครรู้สึกว่าการลาออกจากที่เดิมเป็นการตัดสินใจที่ผิดบ้างไหมคับ
ไทย
大 retweetledi
大 retweetledi

ถ้าใครมาจีบ เจอกันครั้งแรก สำหรับนี่ ลองชวนไปกินข้าว ไปดื่มกาแฟ ชิม matcha ไปเดินเล่นที่สวนก็ได้ มัน interesting มากกว่า ถ้าคุยๆกันอยู่ละบอกไปหาได้ไหม อันนี้ดูมุ่งหวังมากกว่ามาสร้าง relationship
jellybear🐻@jellybeartea
ผู้ชายเดี๋ยวนี้พูดเป็นแต่ไปหาได้ไหม ทำไมไม่พูดว่าไปรับได้ไหมบ้างว่ะ
ไทย
大 retweetledi
大 retweetledi
大 retweetledi
大 retweetledi
大 retweetledi
















