น้องจิ๋ม
12.1K posts


เสียงบ่นจากชาวบ้าน รวยไม่ไหว...รวยจนล้นแล้ว “นายกฯหนู”
.
#น้ำมัน #ปั๊มน้ำมัน #เติมน้ำมัน #รวยไม่ไหว #คลิปโซเชียล #TRC #ป๊อปปุ #ไทยรัฐทีวี32
ไทย

@MatichonOnline ทำไหร่ไม่ได้หรอก ประเทศนี้สีน้ำเงินเป็นใหญ่ไปแล้ว คุมทุกอย่าง ไม่ต่างกับเกาหลีเหนือ
ไทย

ลอรี่ จี้ พรรคส้ม รับผิดชอบด่วน ปมทำข้อมูลสมาชิกรั่ว แนะ 8 หมื่นราย รวมตัวฟ้องคดีแบบกลุ่ม
คลิกอ่านข่าว : naewna.com/politic/952402
#ข้อมูลสมาชิกรั่ว #พรรคประชาชน #พรรคส้ม #ลอรี่

ไทย

ดีเอสไอยันมติตีตกคดีฮั้ว สว. 229 ราย ยังไม่ใช่ข้อยุติ ชี้อำนาจเด็ดขาดอยู่ที่ กกต. ชุดใหญ่
จากกรณีที่มีกระแสข่าวรายงานว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 229 ราย ไม่มีมูลความผิด ซึ่งมติดังกล่าวสวนทางกับความเห็นเดิมของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 ที่เห็นควรให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวนั้น
วันนี้ (12 มีนาคม) แหล่งข่าวภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินคดีว่า มติของคณะอนุกรรมการฯ คณะที่ 36 เป็นเพียงขั้นตอนการให้ความเห็นเท่านั้น ยังไม่ใช่ข้อยุติทางคดี โดยตามขั้นตอนจะต้องส่งความเห็นนี้ ควบคู่ไปกับความเห็นแย้งของคณะอนุกรรมการฯ คณะที่ 26 (ซึ่งเป็นคณะทำงานร่วมระหว่าง กกต. และดีเอสไอ) เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดใหญ่ (บอร์ด กกต.) เพื่อเป็นผู้ชี้ขาดวินิจฉัยในท้ายที่สุด เนื่องจากอนุกรรมการทั้งสองคณะมีบทบาทในฐานะผู้กลั่นกรองสำนวนคดีและให้คำปรึกษาแก่ กกต. เท่านั้น ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ คณะที่ 26 ไม่มีสิทธิยื่นอุทธรณ์มติดังกล่าว และต้องรอคำวินิจฉัยเด็ดขาดจากบอร์ด กกต. ชุดใหญ่เพียงทางเดียว
สำหรับภูมิหลังของคดีนี้ คณะอนุกรรมการฯ คณะที่ 26 เคยสรุปสำนวนเห็นควรดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหารวม 229 ราย ประกอบด้วย สว. ชุดปัจจุบัน 138 ราย และกรรมการบริหารพรรคการเมือง สส. สมาชิกพรรค รวมถึงเครือข่ายอีก 91 ราย ต่อมาในเดือนกันยายน 2568 ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการฯ คณะที่ 36 ขึ้นมาพิจารณาสำนวนอีกครั้ง โดยมี ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อดีตรองอธิบดีดีเอสไอ เป็นประธาน
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ คณะที่ 36 ได้เกิดข้อกังขาจากกลุ่ม สว.สำรอง และทนายความ ถึงความล่าช้าและข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใส โดยเฉพาะกรณีที่ประธานคณะอนุกรรมการฯ ปรากฏภาพไปรอต้อนรับ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ จนกระทั่งล่าสุดนำมาสู่การลงมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 รายไม่มีมูลความผิด (โดยเสียงข้างน้อย 2 เสียง เห็นควรให้ชี้มูลความผิด สว. ปัจจุบันจำนวน 134 ราย)
แหล่งข่าวจากดีเอสไอ ระบุย้ำในตอนท้ายว่า แม้คณะอนุกรรมการฯ คณะที่ 36 จะมีมติเห็นควรให้ตีตกข้อกล่าวหาในสำนวนคดีฮั้วเลือกตั้งของ กกต. แต่จะไม่มีผลผูกพันหรือส่งผลกระทบต่อการดำเนินคดีอาญาในความผิดฐานอั้งยี่และฟอกเงิน ที่ทางดีเอสไอรับผิดชอบอยู่ เนื่องจากเป็นการดำเนินคดีภายใต้กฎหมายคนละฉบับ
ปัจจุบันดีเอสไอยังคงเดินหน้าสอบสวนคดีอาญาดังกล่าวเพิ่มเติมอย่างรัดกุม ตามคำสั่งของอัยการคดีพิเศษที่ให้รวบรวมพยานหลักฐานและเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคล 7 กลุ่มตามที่ กกต. เคยดำเนินการไว้ พร้อมทั้งรอดูผลการชี้ขาดอย่างเป็นทางการจากบอร์ด กกต. ชุดใหญ่ เพื่อนำมาประกอบการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
ภาพ: ฐานิส สุดโต
#TheStandardNews
#TheStandardPhoto #ฐานิสสุดโต

ไทย

ปิดดีลรัฐบาลอนุทิน 2 ไม่มีกล้าธรรม - ประชาธิปัตย์ เผยไม่ชอบความรู้สึกนี้ คนเคยรักไปเป็นฝ่ายค้าน ไม่อยากตั้งรัฐบาลเกิน 300 เสียง
วันนี้ (12 มีนาคม) เวลา 14.45 น. ที่พรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมแกนนำพรรค ให้การต้อนรับ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย ชูศักดิ์ ศิรินิล และสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ภายหลังพรรคเพื่อไทยนำรายชื่อบุคคลที่จะเสนอเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 มามอบให้พรรคภูมิใจไทย ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงก่อนรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา วันที่ 14 มีนาคม และก่อนการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 1 ในวันที่ 15 มีนาคม ซึ่งวาระแรกของสภาจะต้องเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาฯ ทั้งสองตำแหน่ง ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญทางการเมือง คือ การเสนอชื่อบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
อนุทิน ระบุว่า การที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยนำรายชื่อรองประธานสภาฯ คนที่ 2 มายื่นให้พรรคภูมิใจไทย เป็นไปตามกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากหลังรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา คาดว่าจะมีการเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก ซึ่งในวาระดังกล่าวจะมีการเสนอชื่อประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาฯ ทั้งสองตำแหน่ง เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงมติรับรอง
"พรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อทั้งสามตำแหน่งให้ที่ประชุมสภารับรอง จากนั้นค่อยหารือไทม์ไลน์ขั้นตอนต่อไป แต่วันนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะพูดรายละเอียด เพราะต้องรอขั้นตอนการโปรดเกล้าฯ ประธานสภาผู้แทนราษฎรก่อน เมื่อมีประธานสภาฯ แล้ว จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี" อนุทิน กล่าว
อนุทิน ยังระบุว่า ขณะนี้โครงสร้างพรรคร่วมรัฐบาลมีความชัดเจนแล้ว โดยพรรคภูมิใจไทยจับมือกับพรรคเพื่อไทย และพรรคการเมืองอื่นรวม 13 พรรค ซึ่งมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสัดส่วนที่เหมาะสมต่อการบริหารราชการแผ่นดิน การขับเคลื่อนงานนิติบัญญัติ และการดูแลประชาชน
เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวว่ารายชื่อรองประธานสภาฯ คนที่ 2 ในโควตาพรรคเพื่อไทยคือ เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย อนุทิน ระบุว่า ขอให้รอการเสนอชื่ออย่างเป็นทางการในสภา เนื่องจากเป็นมารยาททางการเมือง แต่ย้ำว่าคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งต้องมีประสบการณ์ มีความรู้ด้านกฎหมายและข้อบังคับการประชุมสภา มีความอาวุโส และได้รับการยอมรับจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ด้าน จุลพันธ์ ปฏิเสธตอบคำถามว่ารายชื่อดังกล่าวคือ เลิศศักดิ์ หรือไม่ โดยระบุว่า ขอให้รอการเสนอชื่อในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 15 มีนาคม เนื่องจากพรรคเพื่อไทยได้ส่งรายชื่อให้แกนนำจัดตั้งรัฐบาลแล้ว และต้องดำเนินการตามขั้นตอนรัฐสภา
ในประเด็นโครงสร้างเสียงรัฐบาล อนุทินยอมรับว่า ตัวเลขเสียงสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลอยู่แถวๆ 291 เสียง
เมื่อถามต่อว่าหากพรรคกล้าธรรมโหวตสนับสนุนนายกรัฐมนตรีจะมีโอกาสเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ อนุทินตอบว่า ขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลมีเท่าที่มีอยู่ และถือว่ามีจำนวนเสียงที่เหมาะสมต่อการบริหารประเทศและการทำงานในสภา
อนุทินยังอธิบายเพิ่มเติมว่า รัฐบาลไม่ได้ต้องการมีเสียงเกิน 300 เสียง เพราะจำนวนที่มากเกินไปอาจทำให้การบริหารจัดการทางการเมืองซับซ้อนขึ้น และตัวเลขปัจจุบันถือว่าเพียงพอสำหรับการขับเคลื่อนนโยบายและกฎหมาย
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่ต้องผลักคนเคยรักไปเป็นฝ่ายค้าน อนุทิน หยุดคิดก่อนจะตอบว่า ก็ไม่ชอบความรู้สึกนี้ แต่มีเหตุผลที่บางอย่างก็ฝืนไม่ได้ แต่ความเป็นเพื่อน ความผูกพันธ์ ความรัก เราก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ในบทบาทที่ต่างกัน การเมืองมันก็แบบนี้ วันนี้หนูกับหนิมมาอยู่ด้วย
ส่วนกระบวนการจัดทำรายชื่อคณะรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จุลพันธ์ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จ และยังไม่ได้ส่งรายชื่ออย่างเป็นทางการ โดยต้องรอให้กระบวนการเลือกประธานสภาฯ รองประธานสภาฯ และการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้นก่อน จากนั้นจึงจะเข้าสู่ขั้นตอนหารือเรื่องคณะรัฐมนตรี
จุลพันธ์ อธิบายว่า พรรคเพื่อไทยได้ตั้งคณะกรรมการคัดสรรบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งประกอบด้วยหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และ ชูศักดิ์ ศิรินิล เพื่อรับฟังความคิดเห็นและพิจารณาบุคคลที่เหมาะสม โดยย้ำว่าการส่งรายชื่อรัฐมนตรีจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 18 หน่วยงาน ผ่านสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก่อนเสนอเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
อนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรีมีหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญและแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นแนวทางสำคัญในการพิจารณาความเหมาะสมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่เข้าไปแทรกแซงโควตาของพรรคร่วมรัฐบาล
ภายหลังการแถลงข่าว เวลา 15.02 น. อนุทิน พร้อมแกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้เดินมาส่ง จุลพันธ์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมถ่ายภาพร่วมกันอย่างเป็นกันเอง โดยอนุทินกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า บรรยากาศการทำงานร่วมกันเป็นไปอย่าง "ชื่นมื่น"
เมื่อผู้สื่อข่าวขอให้ "หนิมกับหนูจับมือกัน" อนุทินตอบติดตลกว่า "ไม่จับมือ แต่กอดกันเลย เขาเป็นน้อง" ขณะที่จุลพันธ์กล่าวเสริมว่า "น้องครับ รู้จักกันมานาน เป็นพี่น้องกัน" ก่อนที่อนุทินจะกระซิบกับผู้สื่อข่าวว่า "รู้จักกันตั้งแต่รุ่นพ่อ" สะท้อนความสัมพันธ์ทางการเมืองและส่วนตัวของแกนนำทั้งสองพรรคที่มีมายาวนาน
ภาพ: ณาฌารัฐ ภักดีอาสา
#TheStandardNews #พรรคภูมิใจไทย




ไทย

หึหึ
‘ราชกิจจานุเบกษา’แพร่ประกาศฯ กำหนดให้‘มูลนิธิกัลฟ์’ได้รับยกเว้น‘ภาษีมูลค่าเพิ่ม’
#สำนักข่าวอิศรา
อ่านเพิ่มเติม : isranews.org/article/israne…

ไทย














