FlyUnderTheRadars retweetledi

เผื่อใครยังงงว่า "Photonics" มันมีอะไรอยู่ข้างในบ้าง?
แล้วทำไมช่วงนี้คนถึงเริ่มมองว่า มันอาจจะเป็นอีกหนึ่ง backbone สำคัญของ AI infra รอบใหม่นี้
ผมเลยลองสรุป supply chain ของ "เลเซอร์ + ชิ้นส่วน Optics" ที่ใช้ใน AI Data Center มาเล่าให้ฟัง แบบเข้าใจง่ายๆ ครับ
ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า... เวลาพวก GPU cluster ใหญ่ๆ ของ $NVDA หรือ $AVGO มันต้องคุยกัน (ส่งข้อมูล) เร็วขึ้นเรื่อยๆ
copper ตอนนี้ที่ใช้ๆ กันอยู่ มันเริ่มตันแล้ว เพราะ กินไฟ ร้อน ส่งข้อมูลช้า สุดท้ายโลกเลยเริ่มขยับไป "ส่งข้อมูลด้วยแสง" หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Photonics นี่แหละครับ
แล้วตรงนี้แหละ… photonics เริ่มกลายเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ขึ้นมาทันที
ผมเลยอยากจะมาปูพื้นฐานให้ทุกคนเข้าใจว่าตั้งแต่ต้นน้ำ → ปลายน้ำ มันจะมีประมาณ 6 phase หลักๆ
1. Raw Materials (วัตถุดิบ)
-> ใช้พวก "Indium" + wafer พิเศษ ปัญหาคือ… จีนถือ Indium ไปแล้วประมาณ 70% ของโลก
-> แปลว่าแค่ต้นน้ำก็เริ่มมี geopolitical risk เข้ามาเกี่ยวแล้ว และนี่แหละคือคอขวดแรกของ photonics เลย (เลยเป็นเหตุผลว่าทำไม $AXTI ถึงขึ้นมา 8260% ภายใน 1 ปี)
2. Laser Die / Chip (เลเซอร์) อันนี้คือหัวใจเลย เพราะต้องทำเลเซอร์ที่
- แรง
- เสถียร
- noise ต่ำมาก
- ยิงข้อมูลเร็ว
บริษัทที่เล่นได้จริงมีไม่เยอะ ก็จะมี
-> $LITE
-> $COHR
-> SiTime
-> $AAOI
อันนี้ผมมองว่าเป็น chokepoint ใหญ่เลย เพราะทำยากจัดๆ
3. ELS Module (Module laser) เอาเลเซอร์หลายๆ ตัวมายัดรวมกัน
พูดง่ายๆ คือทำให้ "แสงหลายๆ สี" วิ่งพร้อมกันได้ในเส้นเดียว เพื่ออะไร? ก็เพื่อเพิ่ม bandwidth แบบโหดๆ
และบริษัทที่ทำคือ
-> $LITE
-> $COHR
-> $AAOI
-> $POET
-> SiTime
ใครคุม module ได้ดี มีสิทธิ์คุม flow ทั้งระบบได้เลย
4. Integration / Packaging
เฟสนี้โคตร underrated ไม่ค่อยมีใครสนใจเท่าไหร่ ง่ายๆ มันคือการเอา
- laser
- silicon photonics
- fiber
มาต่อกันให้เป๊ะระดับ "ต่ำกว่า 1 ไมครอน" คือผิดนิดเดียว signal พังเลย
บริษัทที่ทำก็จะมี
-> $TSM
-> ASE Technology
-> Sumitomo Electric
-> $GLW
-> SENKO
คอขวดคืออยู่ที่ precision manufacturing ล้วนๆ
5. CPO Assembly
Phase นี้เริ่มเข้าสู่ยุค “Co-Packaged Optics” เต็มตัวแล้ว ยุคที่เรียกกันว่าเป็น supercycle (ใครยังไม่ได้อ่านไปอ่านบทความผมได้ครับ) มันคือเอา optical engine ไปวางติดกับ ASIC เลย
แทนที่จะลากสายยาวๆ แบบเดิม แบบนี้จะช่วยให้
- Latency ลด
- กินไฟน้อยลง
- Bandwidth พุ่ง
บริษัทที่ทำหลักๆ ก็จะมี
-> $NVDA
-> $AVGO
-> Ayar Labs
-> Celestial AI
คอขวด phase นี้คือ packaging capacity + foundry
6. สุดท้ายคือ ecosystem (software)
-> ต่อให้ hardware ดีแค่ไหน ถ้า software + network stack ไม่พร้อม ทุกอย่างก็จบ
-> และจุดนี้แหละที่ทำให้ ecosystem ของ $NVDA แข็งมาก เพราะถ้าลูกค้าติดแล้ว…ก็เปลี่ยนยากสุดๆ switching cost สูง
สรุปๆ
Photonics ไม่ได้มีแค่ laser นะครับ แต่มันมี supply chain ที่ยาวมากๆ ตั้งแต่
-> วัตถุดิบ
-> ชิป
-> module
-> packaging
-> system
-> และนี่ยังไม่รวม testing อีกนะครับ
แล้วทุก phase มี "คอขวด" เป็นของตัวเองหมด หาหให้เจอ คุณอาจจะได้เจอ $AXTI ตัวต่อไป (หาเจอแล้วบอกผมด้วย 555+)
ตอนนี้คือใครคุม chokepoint ได้ มีสิทธิ์กินเค้กของ sector เยอะมากๆ
ซึ่งนี่แหละเหตุผลที่ช่วงหลังๆ ตลาดเริ่มไลหาพวก optical / photonics / CPO กันหนักขึ้นเรื่อยๆ เพราะ AI มันไม่ได้ต้องการแค่ GPU ให้ลงทุนแล้ว มันมีอะไรอีกเยอะที่เงินจะไหลไปหา...

ไทย
























