Sabitlenmiş Tweet

another masterpiece ของเจ้าไข่ต้ม ; ZIYU TO BIANJI ...
“บางทีความรักนี้อาจดูไร้สาระสิ้นดีในสายตาคนอื่น แต่แล้วไงล่ะ? รักก็คือรัก”
• ช่วงเวลาที่ได้เป็น "เปี้ยนจี" เป็นความทรงจำที่แปลกและพิเศษมากสำหรับผม พอนึกขึ้นมาก็อยากเล่าอะไรเรื่อยเปื่อยสักหน่อย
• สิ่งแรกที่นึกถึงคือฉากช่วงปลายฤดูหนาวกำลังเข้าฤดูใบไม้ผลิที่เหิงเตี้ยน อากาศเย็นชื้น มีฝนปรอยๆ ต่างจากปักกิ่งมาก ตอนนั้นเพิ่งโกนหัวเสร็จและกำลังถ่ายฉากเดินไปลานประหาร
• หลังฝนหยุดแดดก็ออก แสงแดดส่องลงบนหัวโล้นของตัวเอง ความรู้สึกนั้นแปลกมหัศจรรย์มาก พูดจริงๆ ก่อนโกนหัวไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งหนังศีรษะของผมจะได้โดนแดดโดยตรงด้วย!
• สำหรับผม เปี้ยนจีเป็นคนที่ทั้งมีสติและดื้อรั้น บางทีความรักนี้อาจดูไร้สาระในสายตาคนอื่น แต่แล้วไงล่ะ? รักก็คือรัก
• วันนั้นเลือดปลอมที่ผสมไว้ค่อนข้างเหลว พอสาดใส่แขนกับพื้นกลับมีฟองอากาศด้วย แถมล้างไม่ออกอีก! ผมใช้เวลาล้างตั้งหลายวันกว่าจะออกหมด!!!
• ถ้าเป็นเปี้ยนจีเห็นองค์หญิงเกาหยางมาหาตัวเอง เขาคงดีใจมากจริงๆ แต่พอได้ยินว่าเธอกำลังจะแต่งงาน หัวใจก็กระตุกวูบขึ้นมาทันที
สุขต้องแสดงแบบเก็บไว้ เศร้าก็ต้องแสดงแบบเก็บไว้เช่นกัน
สิ่งเดียวที่เผยความรู้สึกได้คือมือที่สั่นอยู่ใต้จีวร
• บางทีในวินาทีนั้นเอง เปี้ยนจีถึงได้เข้าใจความรู้สึกของตัวเองอย่างแท้จริงในยุคที่วุ่นวายแบบนั้น ความรักของคนที่ฐานะไม่คู่ควรกัน ย่อมไม่มีวันได้รับการยอมรับหรือคำอวยพรจากผู้คน
• ตอนกลางคืนถ่ายฉากช่วยคนจากไฟไหม้ ควันเยอะมาก แสบคอมาก
ตอนกลับไปอาบน้ำ น้ำที่ไหลออกมาครั้งแรกเป็นสีดำเลย
• หัวโล้นน้อยๆ ของผมตอนวิ่ง ลมพัดเข้ามาทีเย็นสุดๆ อันนั้นไม่ใช่การแสดงจริงๆนะ 5555 เป็นปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณล้วนๆ พวกเขาไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกันเหรอ? ตัวร้ายคนนี้ออกจากเรื่องเร็วเกินไปแล้วมั้ง!
-สุดท้ายนี้ ขอพูดอีกสักประโยค-
“ขอบคุณนะ เปี้ยนจี ที่ทำให้ผมได้สัมผัสชีวิตของคุณ แม้มันจะขมขื่นอยู่บ้าง ผมหวังว่าในโลกคู่ขนาน คุณจะได้เป็นคนที่มีความสุขนะ” 💙




ไทย




















