CaptCharlie รีทวีตแล้ว
CaptCharlie
292 posts

CaptCharlie รีทวีตแล้ว
CaptCharlie รีทวีตแล้ว

วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ 2008 ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องอัดฉีดสภาพคล่องแบบสุดชีวิต BOJ ก็ทำเหมือนกัน ซื้อพันธบัตรเยอะจนระบบธนาคารมีเงินส่วนเกินมากกว่าที่ต้องใช้จริง
ปัญหาคือ การที่ธนาคารมีเงินส่วนเกินจำนวนมาก แล้วแบงก์ไม่ได้ค่าตอบแทนอะไร พวกเขาจะส่งเงินเข้าไปในตลาด overnight ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายร่วงลงไปใกล้ศูนย์
BOJ ไม่ชอบค่ะ แล้วก็ไม่ปล่อยให้เหตุเกิดแบบนี้ขึ้นเพราะBOJต้องการควบคุมดอกเบี้ย ทางเลือกของ BOJ จึงเหลือแค่ สองทาง
1. ดูดเงินส่วนเกินออก แต่ความเป็นจริงแล้วก็ทำไม่ได้ เพราะ BOJ เองเป็นคนซื้อพันธบัตรจนล้นระบบ
2. จ่ายดอกเบี้ยให้ธนาคารบนเงินส่วนเกินนั้นแทน และ BOJ เลือกทำข้อนี้และนี่คือกำเนิดของ Complementary Deposit Facility (CDF) คือบัญชีที่ BOJ จ่ายดอกเบี้ยให้ธนาคาร ทั้งที่ธนาคารไม่ได้ทำอะไรเลย
ดอกเบี้ยที่ BOJ จ่ายให้เริ่มจาก 0.1% เป็น 0.25% และล่าสุด 0.5%
ยอดจ่ายดอกเบี้ยมากมายมหาศาลจนคุณจะอึ้ง
ณ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2025 ยอดเงินฝากส่วนเกินที่ BOJ ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้คือ 488.78 ล้านล้านเยน
BOJ ต้องจ่ายดอกเบี้ยปีนี้ประมาณ 2.44 ล้านล้านเยน!
นี่เป็นเงินที่ธนาคารพาณิชย์ได้รางวัลโดยไม่ต้องทำอะไรเลย
ดังนั้นกำไรจึงวิ่งตรงเข้าสินทรัพย์ผู้ถือหุ้นธนาคาร
ถ้าคุณลงทุนหุ้นธนาคารญี่ปุ่นในปีนี้ อย่าแปลกใจจะได้ปันผลและกำไรจากราคาหุ้นเพิ่มขึ้น เพราะกำไรรวมกลุ่มธนาคารใหญ่ญี่ปุ่น ปี 2024 อยู่ที่ 4.5 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 33% เฉพาะธนาคารขนาดใหญ่ (non-consolidated) 3.3 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 47.5%
สามแบงก์ใหญ่ ได้แก่
MUFG: +12.7%
Mizuho: +27.6%
SMFG: +27.3%
เกือบทุกแบงก์ใหญ่กำไรพุ่งแบบตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่ BOJ ช่วยดัน
เงินที่ BOJ จ่ายเป็นดอกเบี้ยให้ธนาคาร เกือบครึ่งหนึ่งเป็นของกำไรทั้งระบบแบงก์
และครึ่งหนึ่งของกำไรปีนี้ คือเงินจากภาครัฐ ไม่ใช่ความสามารถของธนาคารอะไรทั้งนั้น
ไทย
CaptCharlie รีทวีตแล้ว
CaptCharlie รีทวีตแล้ว
CaptCharlie รีทวีตแล้ว
CaptCharlie รีทวีตแล้ว

บ้านหลังแรกของ Warren Buffett ขนาดสามารถซื้อสดได้หลายหลัง แต่ Warren Buffett ก็ยังเลือกซื้อแบบกู้ผ่อนจ่าย 30 ปี..
บ้านหลังที่ 2 ของ Warren Buffett (beach house ใน Laguna Beach, California ที่ตอนหลังขายไปแล้ว) ราคา $150,000 ตอนนั้น Warren Buffett มีความมั่งคั่งประมาณ $30M .. แต่ปู่ก็ซื้อแบบกู้ 30 ปีเช่นกัน

ไทย
CaptCharlie รีทวีตแล้ว
CaptCharlie รีทวีตแล้ว
CaptCharlie รีทวีตแล้ว
CaptCharlie รีทวีตแล้ว
CaptCharlie รีทวีตแล้ว

ตั้งแต่ปี 1981 จนถึงวันนี้ โลกการเงินถูกปกครองโดยหลักคิดเก่า นั่นคือ อัตราดอกเบี้ยเป็นต้นทุนของเงิน และ การควบคุมปริมาณเงิน เป็นอาวุธสำคัญของนโยบายการเงิน ระบบ Centralized Finance ทำงานบนสมมติฐานเหล่านี้โดยถือว่า "เงิน" เป็นทรัพยากรที่มีจำกัด และดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือควบคุมความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานในระบบเศรษฐกิจ
แต่ความจริงที่มองข้ามไม่ได้คือ อำนาจแห่งการออกแบบระบบการเงินโดยรัฐ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่มีบทบาทเป็นผู้ออกแบบหลัก ด้วย ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงสกุลเงิน แต่คือมาตรฐานของหนี้ในระดับโลก ตราบใดที่ดอลลาร์ยังเป็นสิ่งที่ใช้ชำระหนี้ได้ ระบบเศรษฐกิจโลกก็ยังผูกพันอยู่กับการพิมพ์เงินของธนาคารกลางสหรัฐ และดอลลาร์จะยังคงเป็นทรัพยากรที่ทุกคนต้องแสวงหา
ในโลกเช่นนี้ เรามองเห็นทุกสินทรัพย์กลายเป็นฟองสบู่
S&P 500 ไม่ได้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของเศรษฐกิจ แต่สะท้อนปริมาณดอลลาร์ที่มากขึ้นในการซื้อสินทรัพย์
Bitcoin ที่ดูเหมือนเป็นตัวแทนของอิสรภาพ กลับต้องอาศัยดอลลาร์จำนวนมากขึ้นเพื่อซื้อหน่วยหนึ่งของมัน
นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ แต่มันคือ “การออกแบบที่ตั้งใจ” เพื่อสร้างกลไกการโอนย้ายความมั่งคั่ง (Wealth Transfer) จากคนส่วนใหญ่ไปยังคนส่วนน้อยที่อยู่บนยอดพีระมิดของระบบเศรษฐกิจ
สิ่งที่น่าจับตามองคือทางเลือกใหม่ที่เกิดขึ้นในระบบ Decentralized ที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอำนาจการสร้างเงินของรัฐโดยตรง ในขณะที่ Yield Farming และสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองต่อความต้องการหาที่หลบภัยจากการพิมพ์เงินจำนวนมหาศาล สิ่งนี้เป็นผลมาจากผู้คนมองหาความยุติธรรมในระบบที่พวกเขาไม่สามารถควบคุมได้
แต่คำถามใหญ่ยังคงอยู่
เราจะสร้างระบบการเงินที่เป็นธรรมและยั่งยืนได้หรือไม่ ในเมื่อโครงสร้างปัจจุบันเอื้อให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันมากขึ้นเรื่อยๆ?
คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่การหนีจากรัฐหรือระบบเดิม แต่คือการเข้าใจว่า “เงินเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่ทรัพยากรที่ขาดแคลน” และใช้มันเพื่อสร้างเศรษฐกิจที่เป็นธรรมมากขึ้น
Bubble ที่เราเห็นไม่ใช่ผลลัพธ์สุดท้าย แต่มันสะท้อนถึงโอกาสที่เราจะออกแบบระบบใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของคนส่วนใหญ่ แทนที่จะปล่อยให้การเติบโตอยู่ในมือของคนกลุ่มน้อยบนยอดพีระมิด...

ไทย
CaptCharlie รีทวีตแล้ว
CaptCharlie รีทวีตแล้ว
CaptCharlie รีทวีตแล้ว

ทำไมช่วงนี่ผมถึงยังไม่ค่อยเข้า altcoins/memecoins?
อย่างที่ผมเคยบอกทุกคนมาตลอด 2 ปี ว่าตลาดเป็นขาขึ้น สิ่งที่ผมทำคือ
📌 ซื้อ btc, eth และ ใช้เป็น margin ในการ leverage long อ่อนๆ เพื่อเพิ่ม exposure
หลายๆ คนเริ่มเข้าเหรียญเล็ก เพราะคิดว่ามันน่าจะขึ้นได้แรงกว่า ซึ่งต่อให้เหรียญเล็กมันขึ้นแรงก็จริง แต่มันก็ลงแรง และที่สำคัญคือมันมีโอกาส “ลงแรงมาก” ทั้งๆ ที่ btc/eth ไม่ลง และเมื่อเรารู้ว่า narrative มันคือขาขึ้น ผมว่าซื้อเหรียญใหญ่ แล้ว leverage long 2x 3x ปลอดภัยกว่า และ gain ที่ได้ก็ไม่ต่างกับเล่นเหรียญเล็กเท่าไหร่
แน่นอนว่าสิ่งที่ต้องระวังก็คือการ control margin ให้ปลอดภัย และไม่ถูก liquidate ซึ่งผมมองว่าควร control ให้ leverage ไม่เกิน 3x
เมื่อ btc ขึ้นถึงจุดพีค (ซึ่งผมเชื่อว่ายังไม่ถึง) เราเริ่มเห็น btc dominance ลดลง เข้าสู่ altcoin party ผมถึงจะเริ่มแบ่งซัก 20-30% ซึ่งเป็นกำไรจากก่อนหน้า กระจายเข้า altcoins ต่างๆ และรอ take profits
ผมว่าการไล่หา altcoins ที่จะ outperform btc ทั้งในด้าน upside และ downside (btc ลง มันลงน้อยกว่า) ทำได้ค่อนข้างยาก (แต่ถ้าทำได้ก็อาจจะได้กำไรเพิ่มมากขึ้น) ผมจึงเลือก leverage long เหรียญใหญ่ในช่วงนี้ แล้วค่อยไปเข้า altcoins เมื่อตลาดมันบูมมากๆ อาจจะได้ gains จาก altcoins น้อยหน่อย แต่เล่นง่ายกว่า
และที่สำคัญที่สุด คือต้อง take profit
ไทย
CaptCharlie รีทวีตแล้ว
CaptCharlie รีทวีตแล้ว

✨ Hal Finney praising Satoshi Nakamoto when #Bitcoin was $0, exactly 16 years ago
2 legends. A $1.4 trillion legacy 💫

English














