วาฬสีน้ำเงิน 🐳🐳🐳

3.6K posts

วาฬสีน้ำเงิน 🐳🐳🐳 banner
วาฬสีน้ำเงิน 🐳🐳🐳

วาฬสีน้ำเงิน 🐳🐳🐳

@LoneXyon

เข้าร่วม Aralık 2021
510 กำลังติดตาม27 ผู้ติดตาม
วาฬสีน้ำเงิน 🐳🐳🐳 รีทวีตแล้ว
The Active
The Active@theactive_net·
พ.ร.บ.ตายดี - สิทธิขอจบชีวิตตนเอง เพื่อคนไทยเข้าถึงสิทธิในการดูแลระยะท้ายถ้วนหน้า . สส.พรรคประชาชน เสนอกฎหมายตายดีให้คนไทยมีสิทธิเข้าถึงการรักษาแบบประคับประคองถ้วนหน้า และการเลือกจบชีวิตตนเอง หวังยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตระยะสุดท้ายรองรับสังคมสูงวัย หากกฎหมายผ่าน คาดใช้เวลาศึกษาและเตรียมความพร้อมทั้งระบบ 3-6ปี ก่อนมีผลบังคับใช้จริง . . 📌อ่านเพิ่มเติม theactive.thaipbs.or.th/news/public-po… #ร่างพรบตายดี #ตายดี #TheActive #ThaiPBS
The Active tweet media
ไทย
129
11.5K
5.4K
568.8K
วาฬสีน้ำเงิน 🐳🐳🐳 รีทวีตแล้ว
วาฬสีน้ำเงิน 🐳🐳🐳 รีทวีตแล้ว
Rukchanok Srinork
Rukchanok Srinork@nanaicez·
คดี ‘ศักดิ์สยาม ชิดชอบ’ เส้นเงินโยงใยกันชัดเจน ให้ใครในประเทศนี้ดูก็รู้ว่า จงใจใช้มอมีนี แต่ ป.ป.ช. ใช้ดุลพินิจตัดสิน ผลเลยออกมา ‘เชื่อว่า‘ ไม่มีเจตนา ไม่ผิด เป็นผู้บริสุทธิ์ ไร้มลทินมัวหมอง คดี ‘44 สส พรรคก้าวไกล‘ ยื่นแก้กฏหมาย 112 ก.ก.ต. รับรองเป็นนโยบายใช้หาเสียง แค่ลงชื่อเฉยๆ แต่กฏหมายยังไม่เข้าสภาด้วยซ้ำ ใครๆก็รู้แน่เหมือน 5นิ้วบนฝ่ามือ ว่าเข้าไปยังไงก็โดนปัดตก ป.ป.ช. ฟันโช๊ะ! ว่าผิดจริยธรรมร้ายแรง คนกลุ่มนี้ กำลังจะถูกตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต เรียกว่า ประหารชีวิตทางการเมือง ชาตินี้พวกมึงอย่าได้สะเอะ ตลอดภพภูมินี้อย่าได้มีโอกาส ได้กลับมาเป็นนักการเมืองอีกเลย เอาเลยพี่ ไล่ยุบพรรค ไล่ตัดสิทธิ์ ไล่ตัดหัวพวกเราให้หมด ทำแบบเวรๆ เหตุผลเลวๆ ใช้อำนาจดิบๆ ซึ่งๆหน้างี้เนี่ยแหละดี ให้มันรู้ว่าๆกันไปเลย ว่าประเทศนี้ของใคร องคาพยพสีส้ม ตายตกไปตามกันให้หมด ในสภาจะได้เหลือแต่ สำน้ำเงิน บ้านนี้ เมืองนี้ แผ่นดินนี้ ให้พี่ทาด้วยสีน้ำเงินไปเลย ประเทศนี้ยกให้พี่หนู พี่เน ไปปกครอง ให้คนดี คนรักชาติ รักสถาบัน ได้ปกครองบ้านเมือง
ไทย
54
2.7K
2.7K
55.9K
วาฬสีน้ำเงิน 🐳🐳🐳 รีทวีตแล้ว
カピバラボーイ, น้องคาปิบาร่า 🌿♎
ฟังคลิปหมอแทนเรื่องโปรตีนแล้วค่อนข้าง myth bust และเคลียร์มากเลยขอบคุณหมอมากครับ - โปรตีนกินเท่าไหร่ก็ได้ไม่เป็นอันตราย แต่ถ้ากินเยอะในช่วงไดเอททำให้โปรตีนเหลือเพราะไม่ถูกใช้แล้วมันจะกลายสภาพเป็นไขมันไปพอกตับในระยะยาว - โปรตีนที่ปลอดภัยคือโปรตีนสีขาว เช่น ไข่ขาว โปรตีนจากพืช ปลาเนื้อขาว - โปรตีนเนื้อแดงถ้ากินนานๆ อันตราย ทำให้เกิดการดื้ออินซูลิน ก่อมะเร็ง โดยเฉพาะเนือแปรรูป - เวย์กินได้ ปลอดภัย แต่เวลาเจาะเลือดแล้วค่าเครทีเอนีนสูง มันไม่ได้ก่อให้เกิดโรคไต กินได้เลยไม่ต้องกลัว ถ้าไม่มั่นใจให้ตรวจค่า Cystatin C เพิ่ม - สิ่งที่มากับโปรตีนเราต้องเลือกให้ถูกกับร่างกาย เช่น คนที่แพ้นมก็ไม่ต้องกินโปรตีนจากนม ไปกินเนื้อกับปลา, คนที่กินโปรตีนเนื้อแดงเยอะก็สลับมากินเนื้อขาวบ้าง, คนที่กินเนื้อเยอะก็ระวังไขมันแทรกที่มากับเนื้อ แต่ก็แก้ได้ด้วยการกินไฟเบอร์หรือผักเพิ่มไปด้วย - สรุปคือเฉพาะตัวโปรตีนมันไม่มีปัญหากับร่างกาย แค่ต้องเลือกให้ถูกกับร่างกายและกินให้สมดุลและพอดีก็พอ youtu.be/RS3X4mS44fY?si…
ไทย
1
15
33
2.8K
วาฬสีน้ำเงิน 🐳🐳🐳 รีทวีตแล้ว
วาฬสีน้ำเงิน 🐳🐳🐳 รีทวีตแล้ว
Hyper Shark!
Hyper Shark!@HyperSharkk·
กฎ 72 หนึ่งใน "สูตรการลงทุน" ที่โคตรทรงพลัง แต่คนส่วนใหญ่ ไม่เคยใช้มันได้จริง... หลักการมันมีแค่นี้เลย คือ เอา 72 ÷ % ผลตอบแทนต่อปี = จำนวนปีที่เงินคุณ "จะเพิ่มเป็น 2 เท่า" เช่น ได้ 10% ต่อปี 72 ÷ 10 = 7.2 ปี เงินจะเพิ่มเป็น 2 เท่า และของจริงมันอยู่ตรงนี้ คือ ความต่างของ % นิดเดียว เปลี่ยน "เวลา" ที่ต้องลงทุนไปโคตรเยอะ สมมติ - ได้ 6% → ใช้เวลา ~12 ปี - ได้ 12% → ใช้เวลา ~6 ปี ต่างกัน 6% แต่เวลาลดไป "ครึ่งนึง" นี่แหละคือพลังของ "ดอกเบี้ยทบต้น" หรือที่ Albert Einstein เคยเรียกมันว่าเป็น "สิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก" แต่ยังมีอีกเรื่องที่ผมย้ำมาเสมอคือ คุณไม่จำเป็นต้องได้ % สูงมากก็ได้ ขอแค่แค่ต้อง "อยู่ในตลาดให้นานพอ" เพราะสุดท้ายแล้ว... เงิน 1 ก้อน จะค่อยๆ กลายเป็น 2 และจาก 2 จะเป็น 4 และจาก 4 จะกลายเป็น 8 เอง ถ้าคุณอยู่ในตลาดนานพอให้ "ดอกเบี้ยทบต้น" ได้ทำงานอย่างเต็มที่ และความจริงที่น่าเจ็บปวดคือ คนส่วนใหญ่ "ไม่เคยไปถึงจุดนั้น" เลย เพราะออกจากตลาดเร็วเกินไป ไม่ว่าจะเอาเงินออกก่อน เพราะอยากเอาไปใช้ ซื้อนู้นนี่ หรือลงทุนผิดทางแล้วถอดใจไม่ลงทุนต่อแล้ว เลิก สำหรับผม "กฎ 72" มันมีไว้เตือนเราว่า "เวลา + วินัย" สำคัญกว่า ความหวือหวาในระยะสั้น ถ้าคุณยังวิ่งหา 20% ทุกปี แต่ทำได้แค่ปีสองปีแล้วพอร์ตพัง คุณจะแพ้คนที่ได้ 8-10% จากความสม่ำเสมอ+อยู่ในตลาดได้ 10-20 ปี ถึงแม้เขาจะลงทุนแค่กับ Index Fund ธรรมดาๆ ก็ตาม ไม่อยากให้ดูแค่ "กำไรปีนี้" ครับ อยากให้เริ่มถามว่า "เงินก้อนนี้…จะใช้เวลากี่ปีในการโต x2" เกมนี้ไม่ได้วัดว่าใครเร็วเสมอไปหรอก มันวัดว่า "ใครอยู่ได้นานพอจะชนะ" ได้ ไม่ถอดใจไปก่อน ผมเห็นหลายคนนะ ลงทุนมาได้เงิน ล้าน 2 ล้าน ก็เอาเงินออกมาใช้แล้ว มันพอแล้วจริงๆ หรอครับ? สรุป จุดประสงค์ของโพสนี้คือผมเอา "กฏ 72" มาพูดเพื่อให้ทุกคนเห็นว่าการอยู่ในตลาดให้ได้นานมันไม่ได้แค่จะเพิ่มเงินเราเป็น 2 เท่าได้เท่านั้น แต่เวลา+วินัย มันจะทำให้เงินคุณโตเป็น 10 เท่าก็ยังได้ Day 5 / 30 🔥
Hyper Shark! tweet media
Hyper Shark!@HyperSharkk

คนส่วนใหญ่คิดว่า การลงทุนคือต้อง “หาของดีให้เจอ” แต่ของจริงคือแค่ “อย่าทำเรื่องโง่ซ้ำๆ” ก็พอ หมายความว่าไง??? นี่เป็นคำของ Charlie Munger เขาบอกว่า “It’s not supposed to be easy. Anyone who finds it easy is stupid.” ตลาดไม่ได้อยากให้ใครเก่ง มันแค่ไม่อยากให้นักลงทุนพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก สิ่งที่ทำให้คนเจ๊งคือ - ใช้เงินที่ไม่ควรใช้ ใช้เงินร้อนในการลงทุน - all-in เพราะมั่นใจเกิน - ซื้อตามคนอื่น - ขายเพราะกลัว panic sell ไม่ใช่อะไรซับซ้อนเลยครับ แต่มันเกิดขึ้น…ทุกวันในตลาด มีอีก wisdom หนึ่งที่ผมก็ชอบมากๆ คือ จากปู่ Warren Buffett ของเรานี่แหละ “กฎข้อที่ 1: อย่าขาดทุน กฎข้อที่ 2: อย่าลืมกฎข้อที่ 1” “อย่าเสียหายหนักจนกลับมาไม่ได้ บริหารพอร์ตให้ดี อย่าขาดทุนเด็ดขาด” ในตลาดนี้ ไม่จำเป็นต้องชนะทุกครั้ง แต่แค่ต้อง “อยู่รอดให้นานพอ” เพราะพลังของเวลา จะทำงานแทนเราเอง Day 5 / 30 🔥

ไทย
1
296
451
30K
วาฬสีน้ำเงิน 🐳🐳🐳 รีทวีตแล้ว
OAT PHONGSAKORN
OAT PHONGSAKORN@diaryidekchai·
🛢️ $OIH คือ ETF สาย “คนขุดน้ำมัน” – มันคือกองที่ไม่ได้ถือหุ้นน้ำมันตรงๆ แต่ไปถือบริษัทที่ “ช่วยให้ขุดน้ำมันได้” เช่น เจาะ หลุม ซ่อมแท่น อุปกรณ์ต่างๆ – พูดง่ายๆ ถ้าน้ำมันบูม คนที่รวยคือคนขุดและคนให้บริการพวกนี้ – กองนี้เลยตั้งแต่ต้นปีถึงวันนี้บวกมากว่า 41% ไม่ใช่คำแนะนำ ต่อ...
OAT PHONGSAKORN tweet media
ไทย
1
15
21
2.2K
วาฬสีน้ำเงิน 🐳🐳🐳 รีทวีตแล้ว
ched
ched@worachet·
ฟอนต์ไทย เอกมัย ไวบ์ 5 น้ำหนัก มาช้าแต่ดีกว่าไม่มา *ลิงค์ดาวน์โหลดในรีพลาย สารภาพว่าทำแบบขี้เกียจมาก เอา specimen ที่ทำค้างๆไว้มายำ ยังไม่ได้เทส เพราะไม่ได้ขาย เอามาแจกฟรี ใครบ่นก็ไม่ต้องใช้ ไปใช้ตัวอื่น ของพี่แอนเยอะแยะ แกปั่นออกมาทุกอาทิตย์ 😤 เคยสัญญาไว้ว่าครบ 10k follower แล้วจะปล่อยฟอนต์ใหม่ ทำตามสัญญาแล้ว เพราะว่าง ตกงาน ไม่มีงานทำ รอบหน้าเจอกัน ตอน 100k เลยแล้วกัน บาย 👋
ched tweet mediached tweet mediached tweet mediached tweet media
ไทย
28
3.5K
4.7K
398.2K
วาฬสีน้ำเงิน 🐳🐳🐳 รีทวีตแล้ว
Fun Manager
Fun Manager@funxmanager·
สรุปข้อคิดการเงิน (เกือบ) 10 ชั่วโมง | Fintroduce Medley เอ่อตอนแรกนึกว่า รายการ "ก็มาดิคร้าบบบบบ" แอดหยิบ 5 ประเด็นหลักๆมาพอนะ ใครสนใจฟังได้เลย 8 ชั่วโมงกว่าๆ เกือบ 9 ชั่วโมง เอง Source: youtu.be/CWZdQntTHgU?si… ===== 1. คุณดิว วีรวัฒน์ - เน้นหุ้นปันผลเป็นรายได้หลัก: ปัจจุบันมีรายได้มากกว่า 80% มาจากเงินลงทุน โดยเฉพาะหุ้นปันผลที่ให้กระแสเงินสดสม่ำเสมอ แต่ย้ำว่าต้องใช้เงินต้นสูงและเหมาะกับคนที่มีรายได้คงที่อยู่แล้ว - วินัยและการใช้ชีวิตที่พอดี: ยึดหลักการใช้ชีวิตประหยัด ไม่ติดหรู ไม่ใช้แบรนด์เนมเพื่ออวดรวย เพราะมองว่าการเคารพเงินของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และทุกการตัดสินใจในวันนี้มีผลต่ออนาคต - การเลือกสินทรัพย์ตามสภาพคล่อง: เปลี่ยนจากเน้นอสังหาริมทรัพย์มาเป็นหุ้น เพราะหุ้นสามารถบริหารจัดการได้ด้วยตัวคนเดียวผ่านมือถือ และสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทันทีเมื่อต้องการ - วางแผนเกษียณตั้งแต่ยังน้อย: เริ่มคิดเรื่องการหารายได้โดยไม่ต้องทำงาน (Passive Income) ตั้งแต่อายุ 20 กว่าๆ เพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในชีวิต - ความรู้สำคัญกว่าเงินต้น: แม้จะมีฐานะทางบ้านดี แต่ถูกสอนให้สร้างตัวด้วยตัวเองและใช้ความรู้ที่ได้รับเป็นต้นทุนหลัก เพราะมรดกเป็นสิทธิของเจ้าของเงินที่อาจหมดไปได้ ===== 2. คุณ CK Cheong - S&P 500 คือมาตรฐานพื้นฐาน: แนะนำให้มือใหม่เริ่มที่ดัชนี S&P 500 เพื่อสู้กับเงินเฟ้อ แต่หากต้องการรวยจริงต้องมีความรู้เพื่อเอาชนะตลาดให้ได้ - AI คือโอกาสแห่งอนาคต: เชื่อมั่นว่า AI ไม่ใช่ฟองสบู่ แต่เป็น S-Curve ใหม่ที่จะดิสรัปต์โลกอย่างสิ้นเชิง และลงทุนในบริษัทที่มีวัฒนธรรมนวัตกรรม (Culture of Innovation) - ทัศนคติ "Input กำหนด Output": ความสำเร็จระดับโลกต้องการการทำงานที่หนักและทุ่มเทมากกว่าคนอื่น (Extreme Life) โดยไม่มีทางลัดหรือการรวยเร็ว - ทำในสิ่งที่ยาก: สนับสนุนให้คนรุ่นใหม่เลือกทำสิ่งที่ยาก เพราะจุดที่ยากที่สุดจะเป็นตัวคัดกรองคู่แข่งและทำให้เราเก่งขึ้น - สร้างผลกระทบต่อสังคม: มุ่งเน้นการทำธุรกิจเพื่อสร้างแรงกระเพื่อมและพัฒนาประเทศ (เช่น Fastwork) มากกว่าการหวังเพียงผลกำไรส่วนตัว ===== 3. คุณศรี Srisiam - ตลาดคือครูที่แท้จริง: เรียนรู้จากความล้มเหลวครั้งใหญ่ (เช่น เสีย 40 Bitcoin ในคืนเดียว) ซึ่งเป็นบทเรียนที่หนังสือหรือโค้ชก็สอนไม่ได้เท่าประสบการณ์จริง - บริหารจิตใจด้วยธรรมะ: นำหลักธรรม (เช่น ขันธ์ 5 และปฏิจจสมุปบาท) มาใช้เพื่อรู้เท่าทันอารมณ์ความกลัวและความโลภระหว่างเทรด - ความสำคัญของ Money Management: หัวใจของการอยู่รอดคือการจำกัดความเสี่ยง การวาง Stop Loss และการเข้าใจ Risk/Reward Ratio - ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ: อาชีพเทรดเดอร์คือสมรภูมิที่มีคนรอดน้อยมาก ต้องอาศัยความอดทนและการฝึกฝนที่พิเศษกว่าคนธรรมดา - การกระจายสินทรัพย์ตามช่วงวัย: เมื่อพอร์ตใหญ่ขึ้นและอายุมากขึ้น ต้องทำ Asset Allocation เพื่อย้ายเงินไปในจุดที่เสี่ยงต่ำลงและดูแลเรื่องเวลาของชีวิต ===== 4. คุณมี่ ทิวา ชินธาดาพงศ์ - เต็มที่กับเหตุ ปลงใจกับผล: แนะนำให้โฟกัสที่กระบวนการศึกษาข้อมูลอย่างหนัก (วันละ 10 ชั่วโมง) มากกว่าการกดดันตัวเองด้วยผลลัพธ์ของความรวย - ประหยัดเพื่อสร้างตัว: ยึดถือความประหยัดขั้นสุดตามแบบบรรพบุรุษ โดยเลือกออมเงินเพื่อลงทุนก่อนจะใช้จ่ายเพื่อความสุขเสริม - มองการลงทุนเป็นธุรกิจ: เลือกหุ้นในอุตสาหกรรมที่เป็นขาขึ้นและจะเปลี่ยนแปลงโลก (เช่น Physical AI) โดยต้องทำการบ้านอย่างลึกซึ้ง - พลังของดอกเบี้ยทบต้น: เริ่มต้นลงทุนด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนจากการศึกษาแนวทาง VI และเชื่อมั่นในพลังของการถือหุ้นระยะยาว - เงินคือเครื่องมือสู่ความสุข: เงินเป็นเพียงพาหนะที่นำไปสู่ความสบายใจและการดูแลครอบครัว อย่าหลงประเด็นจนลืมความสัมพันธ์และความสุขทางใจ ===== 5. คุณแอนนาเบล - แนวคิด Wealth Architect: การจัดการเงินต้องเริ่มจากรากฐาน (Foundation) คือเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 12 เดือน ก่อนจะไปถึงขั้นการลงทุน - ความซับซ้อนตามระดับความมั่งคั่ง: มนุษย์ในแต่ละระดับการเงินมีปัญหาต่างกัน ตั้งแต่ข้อจำกัดของกองทุนรวมไปจนถึงกฎหมายมรดกระหว่างประเทศ - ลงทุนในตัวเองก่อน: โดยเฉพาะช่วงอายุ 20-30 ปี ควรเน้นหาความรู้และสร้างเครือข่าย (Networking) มากกว่าการรีบหาทางรวยทางลัด - ใส่ใจในตัวเลข: การรู้สถานะการเงินของตัวเองอย่างละเอียดในทุกพอร์ตเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เงินไหลเข้าหา - วินัยและการรักษาเงินต้น: เน้นความสม่ำเสมอของผลตอบแทนและการรักษาเงินต้นให้ปลอดภัย โดยเฉพาะในสไตล์ Conservative แบบยุโรป ===== 6. คุณพอล ภัทรพล - เงินคือเครื่องมือสู่เสรีภาพ: มองเงินเป็น "พาหนะ" ที่ทำให้เรามีทางเลือกในการใช้ชีวิตและการช่วยเหลือสังคม - วินัยผ่านระบบอัตโนมัติ: สนับสนุนการ DCA ในสินทรัพย์ที่เชื่อมั่นระยะยาว (เช่น Nasdaq 100 และ Bitcoin) เพื่อลดการใช้税อารมณ์ - ใช้เหตุผลควบคุมอารมณ์: เมื่อเจอวิกฤตต้องหยุดใช้อารมณ์ (Amygdala) และใช้สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ถามถึงพื้นฐานสินทรัพย์ - ความรู้คือเครื่องมือลดความเสี่ยง: ความเสี่ยงลดลงได้ด้วยความรู้ ยิ่งมีความรู้มากโอกาสและผลตอบแทนก็จะยิ่งสูงตาม - เป้าหมาย 0.1% ทุกวัน: เน้นการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอวันละนิด เพื่อให้เก่งขึ้นอย่างมหาศาลในระยะยาว ===== 7. คุณกอล์ฟ ลองลงทุน - ศัตรูคือตัวเอง: ความล้มเหลวในการลงทุนส่วนใหญ่มาจากความโลภและการควบคุมอารมณ์ไม่ได้ การเทรดตามแผนโดยปราศจาก Bias คือหัวใจสำคัญ - การคิดเป็นเปอร์เซ็นต์: ฝึกมองผลกำไร-ขาดทุนเป็นเปอร์เซ็นต์แทนตัวเลขสิ่งของ เพื่อลดแรงกดดันทางจิตใจเมื่อพอร์ตมีขนาดใหญ่ขึ้น - จัดส่วนผสมตามช่วงอายุ: แบ่งเงินลงทุนตามความเสี่ยง โดยมีส่วนที่ปลอดภัยเพื่อการอยู่รอด และส่วนที่เสี่ยงสูงเพื่อการเติบโต - วิ่งมาราธอนทางการเงิน: มองการลงทุนเป็นการเดินทางระยะยาว ต้องประคองตัวให้อยู่รอดนานพอที่จะเห็นผลสำเร็จ - ไม่จำเป็นต้องเป็น Full-time: ทุกอาชีพสามารถเป็นนักลงทุนได้ ขอเพียงมีเงื่อนไขและวินัยในการบริหารจัดการเงินที่ชัดเจน ===== 8. คุณโอมศิริ วีระกุล - คุณค่าของงานประจำ: งานประจำให้ความมั่นคงและบรรยากาศสังคม ซึ่งเป็นรากฐานที่ดีในการวางแผนการเงิน - นักสะสมและนักเจียระไน: เน้นการซื้อสะสมสินทรัพย์ที่ผ่านการคัดกรองอย่างดี และถือยาวจนกว่าพื้นฐานจะเปลี่ยน - ความเหมาะสมสำคัญกว่าความดีที่สุด: เลือกวิธีลงทุนที่เหมาะกับจริตและเป้าหมายชีวิตของตัวเอง เพื่อให้สามารถหลับสบายในตอนกลางคืน - การออมคือนิสัย: เริ่มต้นออมจากเงินน้อยเพื่อฝึกวินัย แม้จะไม่ทำให้รวยทันทีแต่จะสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง - เริ่มวันนี้ดีที่สุด: การลงทุนไม่มีคำว่าสายเกินไป แต่วินาทีนี้คือโอกาสที่ดีที่สุดในการเริ่มต้น ===== 9. คุณเอิร์ธ Earth Evan - ศูนย์กลางนวัตกรรมโลก: เน้นลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ เพราะเป็นแหล่งรวมเทคโนโลยีระดับโลกที่ไร้คู่แข่งและพร้อมปรับตัวตามเทรนด์ - Framework "DEEP": วิเคราะห์หุ้นผ่าน Demand, Execution, Economic และ Price เพื่อหาหุ้นที่เติบโตได้หลายเด้ง - ความสำคัญของบัญชีรายรับ-รายจ่าย: ต้องจัดการเงินส่วนบุคคลให้ดีก่อนเริ่มลงทุน เพื่อให้รู้สภาพคล่องและเงินที่เหลือสำหรับลงทุนจริง - เน้นรายได้ Active ในช่วงต้น: สำหรับคนรุ่นใหม่ควรพัฒนาทักษะเพื่อเพิ่มรายได้ Active ให้มากที่สุดก่อนสร้างพอร์ตลงทุน - การใช้เครื่องมือทันสมัย: ใช้ AI (เช่น Chat GPT) ช่วยในการย่อยข้อมูลที่ซับซ้อนเพื่อให้เท่าทันการลงทุนระดับสากล ===== 10. คุณน้ำ NamFinance - การวางแผนการเงินสำหรับทุกคน: ไม่ว่ารายได้น้อยหรือมากก็ต้องวางแผน โดยเริ่มจากการหาเส้นทางของเงินผ่านการบันทึกรายรับ-รายจ่าย - มองเงินเป็น Fact : ลดการใช้อารมณ์หรือดราม่ากับเรื่องเงิน และใช้ตัวเลขจริงมาวางแผนจัดการชีวิต - 3 เสาหลักสู่ความมั่งคั่ง: ความรวยยั่งยืนประกอบด้วย เงินต้น (รายได้ที่เหลือออม), ผลตอบแทน (ที่มาพร้อมความเสี่ยง) และระยะเวลา - จ่ายให้ตัวเองก่อน (Pay Yourself First): เมื่อเงินเดือนออก ให้หักเก็บเพื่อการลงทุนก่อนที่จะไปใช้จ่ายด้านอื่น - เป้าหมายการเงินที่ชัดเจน: เงินออมต้องมีจุดประสงค์ที่ชัดเจน (เช่น เกษียณ หรือ ทุนการศึกษา) เพื่อป้องกันการนำเงินไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ขอบคุณ Finnomena ที่รวบรวมคลิปมาให้นะครับ #FunManager
YouTube video
YouTube
Fun Manager tweet media
ไทย
0
686
874
77.9K
วาฬสีน้ำเงิน 🐳🐳🐳 รีทวีตแล้ว
Galadriel
Galadriel@Galadriel_TX·
ห้ามพลาดโพสต์นี้ค่ะ
JRT@JRTDesk

ถ้าให้เตือน.. จากประสบการณ์ของผมที่ผ่านมากับตัว และจากที่เห็นตัวอย่างของคนอื่นๆ ในชีวิต.. สิ่งที่จะเตือนคงไม่ใช่พวกเรื่องจิตวิทยา ไม่ใช่เรื่อง FOMO ไม่ใช่เรื่อง cut loss ที่หลายๆ คนคงได้เรียนรู้กันมาตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว.. แต่อยากเตือนเรื่องที่นักลงทุนบางทีไม่รู้ตัวเองว่าไม่รู้... . . 📖 กำไรจากโชค vs กำไรจากฝีมือ บางทีคนเราแยกมันกันไม่ออก.. ปี 2003, 2009, 2013, 2019, 2020, 2021, 2023, 2024 เป็นปีที่ทุกคนได้กำไรมาง่ายๆ แล้วทุกคนก็คิดว่าตัวเองเก่ง ซึ่งความจริงคือในตลาด bull แบบนั้นให้ลิงมาหลับตาเลือกหุ้นมั่วๆ ก็ยังกำไรได้ วิธี check ตัวเองแบบที่ sophisticated investors ใช้คือดู risk-adjusted return ไม่ใช่ absolute return ทำได้ 30% แต่ตลาดขึ้น 40% และ drawdown 50% ระหว่างทาง… ถือว่าแพ้ลิง กำไรที่ทำซ้ำไม่ได้ในสภาพตลาดต่างกัน คือโชค.. ไม่ใช่ทักษะ.. ทักษะคือสิ่งที่ยังทำงานได้ในตอนที่ตลาดที่ไม่เป็นใจ เช่น... คนที่ short ตลาดได้กำไรตอน 2008 ทั้งๆ ที่ทุกคนรอบข้างบอกว่าบ้า นั่นคือทักษะ.. คนที่ hedge ตอน COVID แล้วยัง positive return ช่วงนั้น นั่นคือทักษะ.. คนที่ทำ 15% ต่อปีสม่ำเสมอ 10 ปีติด ทั้งปีที่ตลาดขึ้นและปีที่ตลาดลง.. นั่นคือทักษะ เทียบกับคนที่ทำ 80% ในปี 2020 แล้วติดลบ 60% ในปี 2022... average ออกมาอาจยังบวกอยู่ แต่นั่นไม่ใช่ทักษะ นั่นคือ beta ที่ leverage สูงกลายมาเป็น alpha ปลอมๆ . . 📖 Transaction Cost กิน portfolio แบบที่ไม่รู้ตัว... ทุกคนรู้ค่า commission แต่ commission คือส่วนที่เล็กที่สุดของต้นทุนจริงๆ บางคนอาจจะคิดว่ 「เฮ้ย! ผมไม่ใช่ trader นะ..ไม่ได้ trade บ่อย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับผม..」 ลองนึกดูว่าปีที่ผ่านมา rebalance กี่ครั้ง ขายตัวที่ไม่ชอบแล้วซื้อตัวใหม่กี่ครั้ง เห็นข่าว แล้วขยับ position กี่ครั้ง? คนที่คิดว่าตัวเองเป็น investor ไม่ใช่ trader บางที trade บ่อยกว่าที่คิด.. แค่ไม่ได้นับเพราะแต่ละครั้งมี「เหตุผล」ที่ดูดี ซึ่ง transaction cost ไม่ได้เกี่ยวกับความถี่ในการ trade... มันเกี่ยวกับทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหวเงินใน portfolio สิ่งที่ใหญ่กว่า commission และบางทีคนมองไม่เห็นคือ implementation shortfall.. ราคาบนจอคือราคาก่อนที่เราจะกด execute... พอกด order จริงๆ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ... ถ้า order เล็ก ได้ราคาใกล้เคียงจอ แต่ถ้า order ใหญ่... ตลาดขยับหนีระหว่างที่ order กำลัง fill ราคาที่ได้จริงคือค่าเฉลี่ยของทุก partial fill ที่แย่ลงเรื่อยๆ ตามขนาด order และยังมีต้นทุนที่ไม่มีใครนับคือ bid-ask spread หุ้นที่ spread 0.5% ดูเหมือนไม่มาก แต่ถ้า trade เข้าออก 20 ครั้งต่อปี ลองคูณดูครับ กี่ % ก่อนที่จะนับ commission.. นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่เคยนั่งคำนวณ all-in cost per trade จริงๆ commission + spread + slippage + opportunity cost ของเงินที่จมระหว่าง settle บางคนพอนับครบแล้วพบว่าจ่ายค่า cost of activity ปีละ 3-5% โดยไม่รู้ตัวมาหลายปี.. แนะนำว่าก่อนจะ trade ถามตัวเองว่า edge ของ trade นี้มากกว่า all-in (ไม่ใช่ all-in แบบนั้นนะ) cost ไหม ถ้าตอบไม่ได้... นั่นคือคำตอบแล้ว และถ้าคิดว่า limit order แก้ปัญหานี้ได้... มันแก้ได้แค่ครึ่งเดียว.. limit order แก้เรื่อง slippage ตอนเข้า แต่ยังมีเรื่อง adverse selection ที่ผมเคยพูดถึงอยู่ limit order ที่ fill มี performance แย่กว่า limit order ที่ไม่ fill โดยเฉลี่ย.. และ limit order ไม่ได้แก้เรื่อง spread ตอนออก ไม่ได้แก้เรื่อง bid-ask ตอน rebalance ไม่ได้แก้เรื่องต้นทุนรวมทั้งปี การได้ราคาเข้าที่ต้องการเป๊ะๆ ไม่ได้แปลว่า trade นั้นถูก มันแค่แปลว่าจ่ายน้อยลงในขั้นตอนเดียวของกระบวนการที่มีต้นทุนหลายชั้น . . 📖 กำไรที่หายไปมากที่สุดในชีวิตนักลงทุนไม่ได้หายเพราะตลาด... แต่มักจะหายเพราะสมองสั่งให้ทำอะไรบางอย่าง DALBAR ศึกษาพฤติกรรมนักลงทุนในอเมริกาย้อนหลัง 20 ปี (ตัวเลขในบางช่วงเวลา จาก report ตอนราวๆ 2015~2016) พบว่า S&P 500 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10.35% ต่อปี แต่นักลงทุนในกองทุนหุ้นกลุ่มเดียวกันได้เฉลี่ยแค่ 4.25% ต่อปี ไม่ใช่เพราะเลือก fund ผิด... แต่เพราะซื้อหลังจากตลาดขึ้นแล้ว และขายหลังจากตลาดลงแล้ว ซ้ำแล้วซ้ำเล่า.. ทุกรอบ . . ช่องว่าง 6% ต่อปีเรียกว่า behavior gap และมันเกิดจาก mechanism เดียวกันหมดทุกคน... เหมือนที่มีคนเคยวิจัยพบว่าการเตะประตูลูกโทษ..พบว่าผู้รักษาประตูที่เก่งๆ ระดับโลกมักจะพุ่งไปซ้ายหรือขวา 94% ทั้งที่ข้อมูลชัดเจนว่าการยืนอยู่กลางประตูให้ผลดีกว่าทางสถิติ เหตุผลคือ..การยืนเฉยๆ แล้วโดนยิง รู้สึกแย่กว่า.. การที่พุ่งไปผิดทิศทางแล้วโดนยิง ทั้งที่ผลเหมือนกัน... แต่ action ทำให้รู้สึกว่า「กูทำหน้าที่แล้ว」 สมองนักลงทุนมักทำแบบเดียวกันทุกครั้งที่ตลาดผันผวน ความรู้สึกไม่สบายใจทำให้ครั่นเนื้อครั่นตัวสั่งสมองว่า「ต้องทำอะไรสักอย่าง」เพื่อลดความรู้สึกนั้น ผลคือขายตอนพัง ซื้อตอนฟื้นแล้ว และเสีย 6% ต่อปี ทุกปี ไม่รู้ตัว การไม่ทำอะไรคือการตัดสินใจที่ยาก.. เพราะมันสู้กับธรรมชาติของมนุษย์โดยตรง ⚠️แต่นั่นไม่ได้แปลว่าห้ามทำอะไรทั้งนั้น… นักลงทุนที่ดีทำน้อยกว่า แต่ทำตาม rule ตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้า.. ไม่ใช่ตาม feeling ที่เกิดขึ้นตอนนั้น hedging ที่ดีถูก setup ก่อนที่ตลาดจะพัง rebalancing ที่ดีถูก trigger โดย threshold ไม่ใช่โดยความกลัว.. ถ้าตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเพราะ「ตอนนี้รู้สึกว่าควรทำ」... นั่นแหละคือ 6% ที่หายไปทุกปี . . . และที่อยากจะเตือนอีกอย่าง.. คือเตือนสำหรับ AUM ในแต่ละ bracket.. 📖 ต่ำกว่า 500,000 บาท ศัตรูไม่ใช่ตลาด... ศัตรูคือ opportunity cost ของเวลา portfolio 300,000 บาท research ทำการบ้าน due diligence อย่างหนัก 15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (จริงๆ น้อยมากสำหรับผม แต่กับคนส่วนใหญ่ ผมว่าเยอะ..) ทำได้ดีมากคือ 25% ต่อปี กำไร 75,000 บาท ค่าแรงชั่วโมงละ 96 บาท ต่ำกว่า minimum wage บางประเทศ 15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เดียวกัน ถ้าเอาไปพัฒนาทักษะอาชีพ เรียนภาษา สร้าง side income... โอกาสที่ income จะขึ้น 100,000-300,000 ต่อปีมีสูงกว่ามาก.. ใครที่อยู่ bracket นี้.. portfolio management ไม่ใช่เรื่องสำคัญสุดที่ต้องทำในชีวิต แต่คนชอบทำผิดพลาดเดียวกันแทบทุกคน... เพราะการดู portfolio ทำให้รู้สึก productive กว่าการพัฒนาตัวเอง ทั้งที่ผลตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง แนะนำว่า.. ลงทุนใน index แล้วไปเพิ่ม income ก่อน แล้วค่อยกลับมาเรียนรู้เรื่องการลงทุนอย่างจริงจัง ตอนที่มันจะ matter จริงๆ . . 📖 500,000 ถึง 5,000,000 บาท ผมคิดว่าปัญหาคือเรายังไม่รู้หรอกว่าตัวเองมี edge จริงหรือเปล่า.. และเราจะไม่มีทางรู้... จนกว่าจะผ่านไปอย่างน้อย 5~7 ปีในสภาพตลาดหลายรูปแบบ ใน statistics ถ้าเรามี edge จริง 55% ต่อ trade ซึ่งถือว่าดีมากแล้ว.. เราต้องการ trade อย่างน้อย 200~300 ครั้งในสภาพตลาดที่หลากหลาย เพื่อให้ค่าสถิติมีนัยสำคัญพอที่จะแยก skill ออกจาก luck ได้ คนที่ทำได้ดีใน 1~2 ปี แล้วคิดว่าตัวเองมี edge... กำลังสับสน noise กับ signal สถาบันส่วนใหญ่ต้องการ track record 3~5 ปีก่อนที่จะเชื่อ manager คนไหน แต่นักลงทุนรายย่อยมักใช้เวลาแค่ 6 เดือน ก่อนจะ size up และยังมีปัญหาอีกชั้นหนึ่งที่ซ่อนอยู่... research มากขึ้น ทำให้ความมั่นใจเพิ่ม แต่ accuracy ไม่ได้เพิ่มตาม Philip Tetlock ศึกษา expert predictions มากกกว่า 20 ปี พบว่า ยิ่ง expert มีข้อมูลมากขึ้น.. ยิ่งมั่นใจมากขึ้น.. แต่ความแม่นยำแทบไม่เปลี่ยนเลย นักลงทุนรายย่อยก็เหมือนกัน... ยิ่ง research หนัก ยิ่ง overconfident ยิ่ง size ใหญ่ขึ้น และยิ่งเจ็บหนักขึ้นตอนที่ผิด ลองดู portfolio ตัวเองตอนนี้... trade ที่ size ใหญ่ที่สุดคือ trade ที่ research มากที่สุดใช่ไหม? แล้วมันเป็น trade ที่ดีที่สุดด้วยไหม? ถ้าคำตอบคือไม่เสมอ นั่นคือตัวพิสูจน์ว่า confidence กำลัง override judgment ทางออกที่ใช้ได้จริงคือ rule-based position sizing ที่ไม่ขึ้นกับว่าวันนั้น「มั่นใจ」แค่ไหน เพราะวันที่มั่นใจที่สุดสามารถเป็นวันที่การตัดสินใจแย่ที่สุด . . 📖 5,000,000 ถึง 30,000,000 บาท Sequence of Returns (เคยพูดถึงเรื่องนี้ไปแล้ว..) คือระเบิดเวลาที่เราอาจจะไม่รู้ตัว.. portfolio 20 ล้าน ถอนปีละ 1 ล้านเพื่อใช้ชีวิต average return 7% ต่อปี คนที่โชคร้าย ปีแรกตลาดพัง 40%... เหลือ 12 ล้าน ถอน 1 ล้าน เหลือ 11 ล้าน ปี 2 ฟื้น 67%... กลายเป็น 18.4 ล้าน ถอน 1 ล้าน เหลือ 17.4 ล้าน คนที่โชคดี.. ปีแรกได้ 67%... portfolio โตไปเป็น 33.4 ล้าน ถอน 1 ล้าน เหลือ 32.4 ล้าน ปีสองพัง 40%... เหลือ 19.4 ล้าน ถอน 1 ล้าน เหลือ 18.4 ล้าน return เดียวกันทุกปี แค่ลำดับต่างกัน แต่ผลลัพธ์ต่างกันเกือบ 1 ล้านในแค่ 2 ปี... ในระยะ 20 ปี ความต่างนี้กำหนดว่า portfolio จะอยู่รอดหรือหมดก่อนตาย.. แนะนำ ให้มี cash buffer 2~3 ปีแยกออกมาต่างหาก.. ไม่ใช่เพราะกลัวตลาด แต่เพราะกลัว timing ที่ดวงซวย.. . . 📖 30,000,000 ถึง 100,000,000 บาท พอถึงจุดนี้ คนรอบข้างเริ่มได้ประโยชน์จากเงินของเรามากกว่าที่เราคิด.. fee ที่จ่ายอยู่ไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียว...และไม่ได้มาในรูปแบบที่เห็นได้ชัดเจนเสมอไป... กองทุนที่ผู้จัดการเลือกหุ้นให้.. management fee 1-2% ต่อปี ก่อนที่จะได้กำไรบาทแรก กองทุนที่ไปลงทุนใน fund อื่นอีกที.. fee ซ้อน fee โดยที่เอกสารไม่ได้บอกตรงๆ ว่ารวมกันแล้วเท่าไหร่ structured product ที่ธนาคารหรือสถาบันเสนอ.. margin ซ่อนอยู่ใน pricing ตั้งแต่วันแรก ตอนที่ธนาคาร structure มันขึ้นมา insurance-linked investment.. fee ซ่อนในรูป mortality charge, admin charge และ surrender period ที่ทำให้ออกไม่ได้หลายปี ที่ปรึกษาการลงทุนทั่วไป.. retainer รายปีบวก commission จากสิ่งที่แนะนำให้ซื้อ ซึ่ง incentive มันไม่ได้อยู่ฝั่งเดียวกับเราเสมอไป และที่ซับซ้อนที่สุดคือ private bank... นอกจาก advisory fee รายปีแล้ว ยังมี retrocession fee.. เวลา private banker แนะนำ fund A แทน fund B... บางครั้งไม่ใช่เพราะ fund A ดีกว่า แต่เพราะ fund A จ่าย retrocession ให้ bank สูงกว่า retrocession คือเงินที่ fund house จ่ายกลับให้ bank ทุกครั้งที่ลูกค้าซื้อ fund นั้น หักจาก management fee ของ fund โดยอัตโนมัติ ลูกค้าไม่เห็นตัวเลขนี้ในเอกสารไหนเลย.. บวกกับ spread จาก FX ที่ทำผ่าน bank บวกกับ margin จาก structured note ที่ bank ออกเอง ⚠️ Switzerland บังคับให้ disclose retrocession ต่อลูกค้าตั้งแต่ปี 2012?? (ถ้าผมจำปีไม่ผิด แต่ประมาณแถวๆ นั้นแหละ) แต่หลายประเทศใน Asia ยังไม่บังคับ... พอรวมทุกทางแล้วคำนวณจริงๆ... AUM 50 ล้าน จ่าย fee รวมทุกรูปแบบ 2% ต่อปี คือ 1,000,000 บาทต่อปี ใน 20 ปีคือ 20 ล้านบาทที่ออกจาก portfolio บวก compounding ของเงิน 20 ล้านนั้นที่หายไปด้วย.. Morningstar ศึกษาพบว่า expense ratio คือ single best predictor ของ future performance ในทุก category ทุก time horizon ไม่ใช่ manager เก่งแค่ไหน ไม่ใช่ strategy ดีแค่ไหน เพราะ fee คือ return ที่แน่นอน... alpha คือ return ที่ไม่แน่นอน คำถามที่ต้องถามก่อนลงทุนใน product ไหนก็ตาม.. 「ใครได้เงินจาก product นี้บ้าง และได้เท่าไหร่ ก่อนที่เราจะได้อะไร」 ถ้าตอบไม่ได้ชัดๆ... อย่าเพิ่งลงนาม และสำหรับ private banker โดยเฉพาะ.. ถามตรงๆ เลยว่า.. 「ธนาคารได้ retrocession หรือ referral fee จาก product ที่แนะนำให้ฉันซื้อไหม? และเท่าไหร่?」 ถ้าตอบไม่ได้ หรือตอบแบบ deflect เลี่ยงๆ... นั่นคือคำตอบแล้ว และ deal ที่คนเสนอมาให้ที่ bracket นี้... กฎที่ใช้เสมอโดยไม่มีข้อยกเว้น ถ้า deal ต้องการคำตอบเร็ว ตอบว่า「ไม่」เสมอ.. deal ที่ดีจริงๆ ไม่มีวันหมด deadline มันรอเราได้ครับ... จุดนี้ถูกต้องเลย... ต้องเปลี่ยน angle ทั้งหมด ถ้ามี access อยู่แล้ว ปัญหาจริงๆ ไม่ใช่เรื่อง tool แต่คือเรื่องที่ลึกกว่า เขียนใหม่แบบนี้... . . 📖 100,000,000 ถึง 1,000,000,000 บาท ถือหุ้น mid-cap ไทย market cap 3,000 ล้าน และถือ position 300 ล้าน คือ 10% ของ market cap ตอนที่อยากขาย เราไม่ได้ขายกับตลาด.. เราขายให้ตลาด.. นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ แม้จะใช้ Big Lot หรือ algorithm execution แล้วก็ตาม... ปัญหา 1.. Information Leakage ทุกครั้งที่โทรหา broker เพื่อจัด Big Lot trade... มีคนบน desk นั้นรู้ว่าเรากำลังจะขาย และ desk นั้นอาจมี position เองด้วย หรือมีลูกค้าอื่นที่อยากรู้ข้อมูลนี้.. ทางฝั่งผมที่อยู่อเมริกาเรียกว่า「getting shopped」ข้อมูลว่ามีคนต้องการขาย block ใหญ่รั่วออกไปตลาดก่อนที่ deal จะเสร็จ.. ราคาขยับลงก่อน เราขายได้ในราคาที่แย่กว่าที่ควร ซึ่งไม่แน่ใจว่าที่ไทยมีคำเรียกมั๊ย? solution คือ เลือก broker ที่มีกำแพงจริงๆ ระหว่าง execution desk กับ proprietary trading และไม่บอกรายละเอียดทั้งหมดให้ broker รู้ล่วงหน้ามากเกินจำเป็น.. ปัญหาที่ 2.. Adverse Selection ใน Big Lot Big Lot แก้เรื่อง market impact ได้... แต่สร้างปัญหาใหม่ counterparty ที่ยอมรับซื้อ block ใหญ่จากเรา... เค้าต้องการอะไรจาก trade นี้? ถ้า position นี้ดีจริง เค้ายินดีซื้อในราคาตลาด.. แต่ถ้าเค้าเป็น sophisticated buyer เค้ารู้ว่าเรากระตือรือร้นอยากขาย.. และจะ negotiate ต่อรองราคาให้ต่ำกว่าตลาดเสมอ.. พูดง่ายๆ คือ.. คนที่เต็มใจเป็น counterparty ใน Big Lot มักรู้บางอย่างที่เราไม่รู้ หรือเห็น value ต่างจากเรา ใน options pricing มีคำสำหรับเรื่องนี้เรียกว่า adverse selection premium และมันแพงกว่า slippage ปกติมาก ปัญหาที่ 3.. Liquidity Illusion หุ้นที่ trade วันละ 50 ล้านบาทดูมีสภาพคล่องดี แต่ถ้าถือ position 300 ล้าน... true liquidity ของเราคือกี่วันกว่าจะออกได้โดยไม่กระทบราคา? คำตอบคือนานกว่าที่คิดมาก.. โดยเฉพาะถ้าตลาดกำลังพัง.. เพราะในวันที่อยากขายที่สุด volume มักหดลงพร้อมกัน.. position ที่ดูเหมือน liquid บน spreadsheet กลายเป็น illiquid ตอนที่ต้องการ exit จริงๆ ยิ่งถือมาก ทางออกยิ่งยาก แต่ตอนเข้าซื้อ ตลาดยินดีขายให้ทุกบาท ความสะดวกในการเข้า... ซ่อน pain (in the ass) ของการออกไว้เสมอ และ tool ที่มีอยู่แก้ได้แค่บางส่วน... ส่วนที่แก้ไม่ได้คือการที่ position ใหญ่เกินไปตั้งแต่แรก . . 📖 1,000,000,000 ถึง 10,000,000,000 บาท 94% ของ family wealth จะหายไปในรุ่นลูกรุ่นหลาน.. ไม่ได้หายเพราะ investment Family wealth ข้ามรุ่น 70% จะหายไปใน generation 2 และ 90% หายไปใน generation 3 (จากที่เคยมีการ research โดย Williams Group ที่อ้างถึงกันบ่อย.. แต่ก็ไม่ได้ publish peer-reviewed research) ซึ่งพอดูว่าหายเพราะอะไร... มีแค่ 3% ที่เป็น financial planning ผิดพลาด และ 3% เป็น investment ผิดพลาด ที่เหลืออีก 94% มาจากการสื่อสารที่ล้มเหลวในครอบครัว ทายาทที่ไม่ได้รับการเตรียมความพร้อม และ lack of trust และ shared mission.. ภาษาไทยมีคำว่า「ไม่เกินสามชั่วคน」 ภาษาอังกฤษมีคำว่า「shirtsleeves to shirtsleeves in three generations」 ภาษาจีนมีคำว่า「富不过三代」 ทุกวัฒนธรรมมีสุภาษิตเรื่องนี้... เพราะมันเกิดขึ้นซ้ำๆ มาตลอดประวัติศาสตร์ กับทุกๆ วัฒนธรรมสังคม.. แล้ว solution จริงๆ คืออะไร? คนส่วนใหญ่ได้ยินคำตอบสามอย่างคือ ธรรมนูญครอบครัว.. trust.. family office.. ทั้งสามอย่างมีประโยชน์... แต่ทั้งสามอย่างเป็น structural solution สำหรับปัญหาที่แท้จริงซึ่งเป็น human problem คือ… structure ช่วยได้ แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด สิ่งที่ได้ผลจริงมีห้าอย่าง.. (ที่ผมนึกออกคร่าวๆ ตอนนี้นะ). - หนึ่ง.. ให้ทายาทจัดการเงินจริงๆ ตั้งแต่ผู้ก่อตั้ง (ผู้นำตระกูล) ยังอยู่.. วิธีที่ล้มเหลวที่สุดคือการให้ลูกหลานรับเงินก้อนใหญ่โดยไม่เคยจัดการอะไรจริงๆ จังๆ มาก่อน วิธีที่ได้ผลคือแบ่งเงินส่วนหนึ่งออกมาตั้งแต่เนิ่นๆ ให้ทายาทบริหารจริงๆ เจ็บจริงๆ ผิดพลาดจริงๆ ในขณะที่ผู้ก่อตั้งยังอยู่และยังแก้ไขได้ เพราะ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นตอน portfolio 10 ล้านสอนได้มากกว่าคำแนะนำทุกอย่างรวมกัน และดีกว่าปล่อยให้ทายาทเรียนรู้ด้วย portfolio 1,000 ล้านหลังจากที่ไม่มีใครแก้ไขได้แล้ว - สอง.. พูดเรื่องเงินในครอบครัวให้เร็ว.. ดีกว่ารอพูดตอนที่รู้สึกสบายใจ ครอบครัวใน Asia ส่วนใหญ่เก็บเรื่องความมั่งคั่งเป็นความลับจากลูกหลาน.. เจตนาดี.. กลัวลูกเสีย.. กลัวลูกไม่ตั้งใจเรียน.. กลัวลูกรู้สึกว่าไม่ต้องพยายาม.. แต่ผลที่เกิดขึ้นจริงคือลูกหลานได้รับเงินโดยไม่มี context ไม่รู้ว่าเงินมาจากไหน.. ไม่รู้ว่ามันใช้เวลากี่ปี ไม่รู้ว่ามีภาระอะไรติดมาด้วย และไม่มีเวลาเตรียมตัวรับมัน.. การพูดถึงความมั่งคั่งของครอบครัวอย่างตรงไปตรงมา รวมถึงที่มา มูลค่าโดยประมาณ structure และ expectation คือสิ่งที่ทำให้ทายาทกลายเป็น steward ไม่ใช่แค่ผู้รับมรดก.. - สาม.. แยกให้ออกระหว่าง ownership, management และ benefit ปัญหาใหญ่ที่สุดของ family business คือการที่สามอย่างนี้ปนกันผสมกันมั่วไปหมด.. ทุกคนที่เป็นเจ้าของรู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิ์จัดการ.. ทุกคนที่จัดการรู้สึกว่าตัวเองควรได้รับผลประโยชน์มากกว่า.. ทุกคนที่ได้รับผลประโยชน์รู้สึกว่าตัวเองควรมีสิทธิ์ออกเสียงในการจัดการ.. สามอย่างนี้ต้องแยกออกจากกันอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้น และต้องทำตั้งแต่ผู้ก่อตั้งยังอยู่ เพราะหลังจากไม่อยู่แล้ว ไม่มีใครที่ทุกคนเคารพพอที่จะ enforce ได้ - สี่.. Trust ที่ดีไม่ใช่แค่ภาษีและมรดก... มันคือ governance tool คนส่วนใหญ่ set up trust เพื่อประหยัดภาษีหรือเพื่อส่งต่อมรดก แต่ trust ที่ทำหน้าที่ได้จริงในระยะยาวคือ trust ที่มี clear mandate ว่าจะบริหาร wealth เพื่ออะไร เพื่อรักษา lifestyle ของทายาท? เพื่อสนับสนุน education เท่านั้น? เพื่อการกุศล philanthropic purpose? เพื่อรักษา business ให้อยู่ในครอบครัว? trust โดยไม่มี mandate ที่ชัดเจนคือแค่ภาชนะที่ใส่ความขัดแย้งไว้ข้างใน.. และปล่อยให้ลูกหลานแม่งถกเถียงทะเลาะกันในรุ่นต่อไป - ห้า.. Family Office และความเชื่อที่ว่า「เราทำเองได้」 family office ที่ run ได้ดีต้องการงบดำเนินการปีละ 30~50 ล้านบาทขึ้นไป (ผมประเมินคร่าวๆ สำหรับขั้นต่ำ สุดๆ นะครับ..) เพราะต้องการ CIO, legal, tax, accounting, reporting และ compliance จริงๆ ไม่ใช่แค่คนช่วย admin ถ้า AUM ต่ำกว่า 500-700 ล้าน cost อาจกิน return ไปมากกว่าที่ประหยัดได้ ทางเลือกที่ดีกว่าคือ multi-family office ที่ share ต้นทุนกับครอบครัวอื่น.. แต่ปัญหาที่พบบ่อยกว่าคือ... คนที่ลงทุนเก่ง มักคิดว่าตัวเองไม่ต้องการ structure อะไรเลย logic ฟังดูสมเหตุสมผล ..「กูสร้างความมั่งคั่งนี้ขึ้นมาเองได้ แสดงว่ากูรู้เรื่องการลงทุนดีกว่าคนที่จะมา manage ให้」(ผมเองก็มี logic นี้) และ logic นั้น... ถูกบางส่วน แต่มีสิ่งที่ logic นั้นมองข้ามไปสามเรื่อง เรื่องแรก… ทักษะในการสร้างความมั่งคั่ง ≠ ทักษะในการรักษามัน การสร้างความมั่งคั่งต้องการ concentrated bet, high conviction, risk tolerance สูง… การรักษาความมั่งคั่งต้องการ diversification, governance, downside protection… สองอย่างนี้ไม่ใช่แค่ต่างกัน... มันขัดแย้งกันโดยธรรมชาติ คนที่รวยจากการ concentrate ใน position เดียวหรือไม่ก่ตัว.. มักเจ็บสุดตอนที่ต้อง diversify ออก.. เพราะสมองมันบอกว่านี่คือสิ่งที่ทำให้รวย ทำไมต้องขาย.. แต่ position ที่สร้างความมั่งคั่งได้ ไม่จำเป็นต้องเป็น position ที่รักษาความมั่งคั่งได้.. เรื่องสอง… ไม่มีใคร check bias ของเราเลย.. ทุก fund manager ระดับโลกมีคนที่บอกว่า「คิดผิดแล้ว」ได้ investment committee, board, LP ที่ถามคำถามยากๆ.. คนที่ run เองมักไม่มีสิ่งนี้.. และยิ่งประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ คนรอบข้างยิ่ง push back น้อยลงเท่านั้น.. นั่นไม่ใช่สัญญาณว่าเราถูกเสมอ มันคือสัญญาณว่าคนรอบข้างเลิกพยายามบอกเราแล้ว (ผมเองก็เจอปัญหานี้) solution จริงๆ คือสร้าง investment committee ที่มีคนนอกครอบครัวอย่างน้อยหนึ่งคน ที่ได้รับอนุญาตให้ไม่เห็นด้วยกับเรา และไม่กลัวที่จะทำ.. เรื่องสาม… Key Person Risk.. ถ้าเราคือคนที่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับ portfolio... รู้ว่าเงินอยู่ที่ไหน structure เป็นยังไง relationship กับใครบ้าง.. แล้ววันนึงเราไม่อยู่หรือไม่สามารถสื่อสารได้กะทันหัน.. ครอบครัวจะรู้ได้ยังไงว่าต้องทำอะไร? นี่คือ single point of failure ที่โหดกว่าการลงทุนผิดพลาด.. solution คือมี documented investment policy statement ที่ละเอียดพอที่คนอื่นจะ run ต่อได้ และ update ทุกปี ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วลืม.. แต่ไม่ว่าเนาจะเลือก structure ไหน... สิ่งที่สำคัญกว่า structure เสมอคือ คนที่นั่งอยู่ในนั้น มี incentive ตรงกับคุณไหม รวมถึงตัวเราเองด้วย... เพราะบางทีคนที่ incentive ไม่ตรงกับ long-term wealth preservation มากที่สุด คือคนที่สร้างมันขึ้นมา และยังอยากเล่นเกม offensive ต่อไป . . 📖 10,000,000,000 บาทขึ้นไป ที่ bracket นี้มีปัญหาที่ไม่เหมือน bracket ไหน... คือไม่มีใคร push back เรา.. ไม่ใช่เพราะทุกคนเห็นด้วยจริงๆ แต่เพราะทุกคนที่เข้าถึงเราได้มักกลัวว่าจะมีบางอย่างที่จะเสียถ้าเราไม่พอใจ ที่ปรึกษาเห็นด้วยเพราะ retainer.. ลูกน้องเห็นด้วยเพราะ bonus.. ครอบครัวเห็นด้วยเพราะมรดกที่รอรับ.. ผลคือข่าวร้ายมาถึงเราช้าลงเรื่อยๆ good news วิ่งมาหาเราเร็วขึ้นเรื่อยๆ และเราตัดสินใจจากข้อมูลที่ถูก filter มาหลายชั้นแล้ว โดยที่รู้สึกว่ากำลัง well-informed อยู่ นี่คือ echo chamber ที่สร้างขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ และมันอันตรายกว่า market crash และยังมีอีกเรื่อง... ความแตกต่างระหว่าง 10,000 ล้านกับ 13,000 ล้าน เปลี่ยนชีวิตได้จริงๆ อีกเท่าไหร่? แต่ความแตกต่างระหว่าง 10,000 ล้านกับ 3,000 ล้าน เปลี่ยนได้มาก ไม่ใช่แค่ตัวเลข asymmetry นี้หมายความว่าเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่ maximize return อีกต่อไป มันคือ minimize catastrophic downside แต่คนส่วนใหญ่ยัง play offensive เพราะนั่นคือสิ่งที่พาพวกเขามาถึงตรงนี้ สมองมันจำไม่ได้ว่าเกมเปลี่ยนแล้ว.. นั่นคือ sunk cost fallacy version ที่รวยที่สุด . . 📚คำเตือนพวกนี้.. ส่วนหนึ่งมาจากหนังสือ.. งานวิจัย.. data.. จากการทำพลาดเองด้วยตัวเองในบาง bracket ที่พูดถึง.. และจากประสบการณ์ของคนบางคนที่รู้จัก.. ไม่มีใครเรียนรู้เรื่องพวกนี้จากการอ่านอย่างเดียว บางทีมันต้องเจ็บก่อน.. เจอก่อนถึงจะรู้.. แต่ให้ดีสุด พยายามเรียนรู้ให้ได้จากประสบการณ์ของคนอื่น ดีกว่าเจอเองเจ็บเอง.. เงิน 500,000 พังเพราะ stock picking ผิด เงิน 5,000,000 พังเพราะ sizing ผิด เงิน 50,000,000 พังเพราะ sequence ผิด เงิน 500,000,000 พังเพราะ structure ผิด เงิน 5,000,000,000 พังเพราะ governance ผิด เงิน 50,000,000,000 พังเพราะ... ลืมว่าตัวเองกำลังเล่นคนละเกมแล้ว แต่สิ่งที่เหมือนกันทุก bracket.. ความผิดพลาดที่แพงในชีวิตนักลงทุนทุกคน คือไม่เคยรู้สึกว่ากำลังทำความผิดพลาดตอนที่กำลังทำมัน.. มันรู้สึกว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดด้วยข้อมูลที่มีอยู่ตอนนั้น.. ด้วยความมั่นใจที่สุด นั่นแหละคือ「สิ่งที่ไม่รู้ว่าไม่รู้」😅 P.S. คำเตือนสุดท้ายคือ..『อย่าติดหี…』 facebook.com/funxmanager/po…

ไทย
1
1.6K
2.5K
194.2K
วาฬสีน้ำเงิน 🐳🐳🐳 รีทวีตแล้ว
Rony
Rony@Ronycoder·
Claude FULL COURSE 1 HOUR (Build & Automate Anything)
English
21
664
3.8K
309.9K
วาฬสีน้ำเงิน 🐳🐳🐳 รีทวีตแล้ว
カピバラボーイ, น้องคาปิบาร่า 🌿♎
เผื่อใครสนใจอยากไปเพิ่มสกิลตัวเองครับ 😊
ก้อน 🎃@planpeaceplease

ไม่ค่อยเห็นใครพูดถึงเว็บเรียนออนไลน์ เว็บนี้เท่าไร เลยอยากมาแชร์เผื่อคนที่กำลัง หาแหล่งเรียนรู้อัพสกิล พัฒนาตัวเอง theforage.com - เว็บนี้ดีตรงเราได้เรียน(สั้นๆ) + มี simulation ฟีลฝึกงาน online ตามหัวข้อกับบริษัทที่เราเลือก ซึ่งเป็นคอร์สของบริษัทใหญ่ ๆ แบบระดับโลกทั้งนั้น - เรียนฟรี ได้ใบ Cert. และเขาเคลมว่า มีโอกาสที่จะเข้าตา Recruiter ด้วย (เอาสิ้) - มีหลายสายงานอยู่นะคะ ที่แคปมาคือตัวอย่าง ทางนี้ก็เคยเทคคอรส์ Agile PM ของ JPMorgan ซึ่งถ้าไม่ได้เรียนผ่านเว็บนี้ เราจะมีโอกาสได้เรียน และได้ฝึกงานกับ JPMorgan ได้อย่างไร 5555 มองเป็นโอกาส explore ตัวเอง ก็คุ้มแล้ว กับระยะเวลาที่ใช้ไปในการเทคคอร์ส 🤓

ไทย
3
6.9K
10.4K
758.4K
nanobro - ชอบลองของ 🎈
Google เค้าทำ guide สำหรับสร้าง Ai agent มา 64 หน้า ✅ เพื่อให้อ่านง่ายขึ้น กระชับขึ้น นาโนโบร๋เลยทำคู่มือย่อยไว้ให้เหลือ 20 หน้า เป็นภาษาไทยอ่านง่าย 💡 และมีการแทรกศัพท์ พร้อมคำอธิบายแบบเนียนๆเข้าไปด้วย สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจการสร้าง Ai Organization อันนี้จะช่วยได้ดีมากๆๆ ไม่ว่าทำเองหรือจ้าง พิมพ์ "สนใจ" หรือว่าอยากรู้เรื่องไหนพิมพ์ไว้ได้เลยครับ เดี๋ยวจะมีผู้ช่วยผมส่งลิงค์ให้
nanobro - ชอบลองของ 🎈 tweet mediananobro - ชอบลองของ 🎈 tweet media
ไทย
510
979
1.4K
53.6K
วาฬสีน้ำเงิน 🐳🐳🐳 รีทวีตแล้ว
Alizza Chu ⚡💜
Alizza Chu ⚡💜@avarinjung·
ไม่ใช่แฟนแต่ Claude Code ทำแทนให้ได้ ช้าไป 1 วันคือพลาดมาก! ใครจะเชื่อว่าตอนนี้ AI แม่มไม่ได้แค่ เขียนโค้ด ให้เราอ่านเล่น แต่มันใช้โปรแกรม แทนเราได้แบบ 100% แล้ว! นี่คือสิ่งที่มันทำให้เราแบบ แค่ Prompt เดียวพี่จัดการให้ครบวงจรแบบไม่ง้อใคร ​➡️ เขียนโค้ด: ร่าง Logic ให้เป๊ะ ​➡️ Compile: ตรวจสอบความถูกต้องของไฟล์ ​➡️ Launch App: สั่งรันแอปขึ้นมาบนหน้าจอ Mac จริงๆ! ​➡️ Auto-Clicker: มันจะเข้าไปคลิก UI ลองเล่นเองเหมือนมีมือทิพย์ ​➡️ Debug & Fix: เจอบั๊กปุ๊บ แก้โค้ดหน้างานปั๊บ ​➡️ Verify: ตรวจสอบจนมั่นใจว่าใช้ได้จริงค่อยส่งงาน! 🚨ความโหดอีกอย่างคือมัน "มองเห็นหน้าจอเดียวกับเรา" แย้วจั้พ! มันเข้าถึงแอปทุกอย่างบน Mac ไม่ว่าจะเป็นแอป SwiftUI, Electron หรือ Tool GUI บ้าบอที่ไม่มีหน้าจอดำ (CLI) มันก็ลุยได้หมด! 💁‍♀️​สรุปสั้นๆอะไรที่คุณเปิดได้บน Mac = Claude เข้าไปเล่นได้หมด ใครยังนั่ง Dev แบบ Manual ทีละคลิกอยู่... บอกเลยว่าพักก่อน! ✋ รีบไปอัป Pro/Max แล้วเปิดคำสั่ง /mcp ใน Claude Code ลองด้วยตาตัวเองเลยจั้พ แล้วจะรู้ว่า "Automation ของจริง" มันมาแย้ววว😱
Claude@claudeai

Computer use is now in Claude Code. Claude can open your apps, click through your UI, and test what it built, right from the CLI. Now in research preview on Pro and Max plans.

ไทย
6
630
826
58.3K
วาฬสีน้ำเงิน 🐳🐳🐳 รีทวีตแล้ว
Zeekneww
Zeekneww@Zeeknew1·
EP.3 โดนพี่ค.58 ใหญ่ยาว เน้ดสดแตกใน น้ำเยอะมากล้นรูออกมาเลย แฟนไม่อยู่อีกแล้วจะรอไรล่ะ ต้องหาคนมาเน้ดสิ555 แอบนัดมาที่ห้อง พี่เขาทักส่วนตัวมา เห็นว่าหน้าตาดีค.ใหญ่ยาวเลยส่งโลให้มาหาเลย ลีลาดีแถมเลียเก่งอีก ดูคลิปเต็มยาวๆเห็นหมดทักลิงก์หน้าไบโอ หรือ 👉🏻 lin.ee/rsxGTcb
ไทย
0
670
4.6K
307.2K
วาฬสีน้ำเงิน 🐳🐳🐳 รีทวีตแล้ว
PITTy 🎀💘
PITTy 🎀💘@PITTy1140·
ปีที่แล้วพิตยังเป็นผู้หญิงเรียบร้อยทั่วไป ทั้งชีวิตผ่านควยผู้ชายมาแค่ 2-3 ควย จนแฟนได้พามาสวิง มาโดนชายเดี่ยวหลายๆคนรุมเย็ดจนติดใจ วันนี้ผู้หญิงเรียบร้อยคนนั้นหายไปกลายเป็นเมียสุดร่านของแฟนไปแล้ว ผ่านมาแค่ปีเดียวตอนนี้ผ่านควยมาเกือบ 50 ควยได้
ไทย
170
7.7K
27.9K
4.6M
วาฬสีน้ำเงิน 🐳🐳🐳 รีทวีตแล้ว
duy phúc
duy phúc@Duyphuc30743359·
ZXX
0
340
2.5K
56.7K
วาฬสีน้ำเงิน 🐳🐳🐳 รีทวีตแล้ว
วัยรุ่นซอยตัน
VEGAS ONE🔥 สมัครคลิ้กลิ้งค์ : shorturl.at/HXyP8 ⏰ : ฝาก-ถอนโคตรไว 5วินาที ✅ : แตกดี เล่นง่าย โบนัสฉ่ำ ♣️ : SLOT BARCARA แตกกี่บาท เราก็จ่าย 👨‍🎓 : น้องแอดมินบริการ 24ชม. 💸 : เสียมา มีคืน ทุกวันจันทร์ ✅ : มีครบจบทุกค่ายเกม จะบอล บาร์ หวย
ไทย
4
212
865
65.8K