
เห็นว่าตั้งค่าให้ปิดการใช้งาน text to speech ของนิยายแต่ละเรื่องได้ แต่เราขอดูท่าทีและคำชี้แจงจาก Read A Write ก่อนค่ะ
LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก
30.5K posts

@QuantumK5
INTUITIVE WRITER | นักเขียนตามสะดวกที่มีโลกส่วนตัวหลายใบ #ปีศาจบ้านท้ายซอย #ZenTourabu | Fluff & Fantasy | วาดฝันถึง Functional Democracy

เห็นว่าตั้งค่าให้ปิดการใช้งาน text to speech ของนิยายแต่ละเรื่องได้ แต่เราขอดูท่าทีและคำชี้แจงจาก Read A Write ก่อนค่ะ

นี่ในฐานะครีเอเตอร์คนนึงคือ… 😧 แต่อยากรู้ว่าสายวรรณกรรมเด็กคิดว่าไงกะเรื่องนี้คะ






โดนเข้าให้แล้วครับ Google จู่ๆสั่งเครื่อง Load Gemini Nano ขนาด 4GB ลงเครื่องหน้าตาเฉย และถ้าไปลบมันจะ download มาลงอีกโดยไม่ขอ เปลืองพื้นที่ เปลือง RAM และลุกล้ำเครื่องเรา วิธีลบทิ้งให้ไปที่ chrome://flags/ แล้วไปที่ Enables optimization guide on device ตามภาพ แล้วกด Disable จากนั้นไปที่ ~/Library/Application Support/Google/Chrome/OptGuideOnDeviceModel/2025.8.8.1141/ ลบ weights.bin



ตอนมิชชันนารีจะออกจากวังมาตั้งโรงเรียน คนในวังก็คัดค้าน อยากให้สอนแต่ในรั้ววัง แต่มิชชันนารีดื้อ เลยออกมาเปิดโรงเรียนที่ชุมชนกุฎีจีน และที่สำเหร่(ชื่อสำเหร่บอยสคูล) ซึ่งต่อมา สองแห่งนี้รวมกัน กลายเป็นโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน หาอ่านได้นะ มีบันทึกไว้


อ่านเคส AI เพิ่ม productivity มาเยอะแล้ว วันก่อนได้ฟังเรื่องคนใช้ AI ช่วยเลี้ยงลูก คือเพื่อนคนนึงมีลูก แล้วอ่านนิทานให้ลูกฟังทุกวัน แล้วสังเกตว่าลูกชอบนิทานอยู่ 2 เรื่อง ซึ่งทั้ง 2 เรื่องไม่มีออกเล่มใหม่มานานมาแล้ว พ่อก็อ่านวนซ้ำไปจนหนังสือช้ำแล้ว พ่อเลยเอานิทานทั้ง 2 เรื่องมาเทรนใน Claude+NotebookLM แล้วสร้างนิทานเรื่องใหม่ให้ตัวละครจาก 2 เรื่องนี้มาเจอกัน (เพื่อนบอกว่าลูกกรี๊ดมาก) แล้วสร้างออกมาเป็นสิบตอน แต่ละตอนทำ format เป็นสตอรี่บอร์ด เอามาใส่ PowerPoint แล้วขึ้นจอ ให้พ่อเล่าเป็นฉากๆไป แล้วพรอมท์ให้จบตอนแล้วมี quiz เล็กๆ ฟีลแบบจับคู่คำศัพท์ให้เล่นด้วย ได้ทั้งเรียน ได้ทั้งเลี้ยงลูก แล้วลูกชอบมาก นี่ฟังแล้วแบบ โหวววว



เดี๋ยวนี้ หลายๆ โรงแรมเขาใช้สมาร์ตทีวีให้บริการแล้ว มีแอป YouTube ด้วย หลายคนมี YouTube Premium ก็เลือกที่จะ Sign in เอาไว้ เพื่อจะได้สามารถดูจอใหญ่ได้แบบไม่มีโฆษณา แต่ก็อยากจะเตือนด้วยนะครับว่า อย่าลืม Sign out ด้วยนะครับ ภรรยาผมเล่าให้ฟังว่า ไปทำงานมาหลายที่ พักมาหลายโรงแรม เจอหลายทีแล้วที่คนมาพักคนก่อนล็อกอินค้างเอาไว้

สาแก่ใจกูนัก เรื่องราวจาก ตต. คุณ @/tiktikboom2025

KEY MESSAGES: วิกฤตซ้อนวิกฤต เมื่อค่าสนามบิน 1,120 บาท มาพร้อมน้ำมันแพง กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกหยิบยกกลับมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกโซเชียลมีเดียเมื่อคืนวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา สำหรับกระแสข่าวที่ว่าบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เตรียมขยับราคาค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่างประเทศจนทะลุหลักพันบาท แม้ประกาศดังกล่าวจะมีมาตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 แล้วก็ตาม แต่เมื่อใกล้ถึงกำหนดการบังคับใช้จริงในเดือนมิถุนายนนี้ ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ตึงเครียด ทำให้สังคมกลับมาตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและความโปร่งใสอีกครั้ง ข้อมูลที่แชร์กันอย่างกว้างขวางระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป AOT จะปรับอัตรา ค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charge: PSC) สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศใหม่เป็น 1,120 บาทต่อคน จากเดิมที่จัดเก็บในอัตรา 730 บาท การปรับขึ้นครั้งนี้มีผลเฉพาะผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, เชียงใหม่, แม่ฟ้าหลวง เชียงราย, ภูเก็ต และหาดใหญ่ ส่วนเส้นทางภายในประเทศยังคงตรึงราคาไว้ที่ 130 บาทเพื่อพยุงการท่องเที่ยวไทย ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ได้เคยชี้แจงยืนยันว่า ค่าบริการ PSC นี้ ไม่ใช่ภาษี และไม่ใช่รายได้เพื่อแสวงหากำไรส่วนเกิน แต่เป็นรายได้ที่นำไปใช้เฉพาะในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสนามบินตามหลักเกณฑ์สากลของ ICAO โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นจะถูกนำไปลงทุนในโครงการสำคัญ เช่น อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) และการนำระบบบริการอัตโนมัติ (CUPPS) มาใช้เพื่อยกระดับความรวดเร็วและความปลอดภัยให้ทัดเทียมมาตรฐานโลก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้กระแสดราม่าครั้งนี้ทวีความรุนแรงกว่าปกติ คือปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้อย่าง วิกฤตราคาน้ำมันโลก จากชนวนเหตุความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ปะทุรุนแรงในปี 2569 นี้ ส่งผลให้ราคาต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนสายการบินต่างๆ จำเป็นต้องปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมน้ำมัน (Fuel Surcharge) ในตั๋วเครื่องบินไปก่อนหน้านี้แล้ว การที่ PSC มาขยับขึ้นซ้ำเติมอีกจึงกลายเป็น ‘เคราะห์ซ้ำกรรมซัด’ สำหรับผู้บริโภค เมื่อพิจารณาในมุมมองวิชาการ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เคยออกมาโพสต์ข้อมูลเปรียบเทียบก่อนหน้านี้ โดยระบุว่าการปรับขึ้น PSC ครั้งนี้สูงถึง 53% และเมื่อเทียบกับสนามบินระดับโลก พบว่าสุวรรณภูมิจะเก็บค่าธรรมเนียมแพงกว่าสนามบินชั้นนำอย่าง อินชอน (เกาหลีใต้), ฮาเนดะ และนาริตะ (ญี่ปุ่น) ทั้งที่อันดับโลกของสนามบินไทยยังคงอยู่อันดับที่ 39 ซึ่งตามหลังสนามบินเหล่านี้อยู่มาก ดร.สามารถ ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อจ่ายระดับโลก แล้วผู้โดยสารจะได้รับบริการระดับไหน เพราะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้จะถูกบวกเข้าไปในตั๋วเครื่องบินโดยตรง โดยเฉพาะเที่ยวบิน Low Cost ที่ราคาเฉลี่ย 4,000-5,000 บาท หากต้องจ่ายเพิ่มอีกเกือบ 400 บาท จะทำให้ราคาตั๋วแพงขึ้นทันที 7-10% ซึ่งอาจส่งผลให้นักท่องเที่ยวหันไปเลือกจุดหมายปลายทางอื่นที่มีต้นทุนต่ำกว่าแทน นอกจากนี้ ดร.สามารถยังกังวลว่าวิกฤตราคาน้ำมันจากตะวันออกกลางจะกลายเป็นตัวเร่งให้การท่องเที่ยวไทยซบเซาลง หาก AOT ยังคงยืนยันที่จะปรับราคา แม้เงินที่ได้มาจะนำไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจริง แต่หากไม่มีผู้โดยสารมาใช้งานเนื่องจากแบกรับค่าตั๋วไม่ไหว การลงทุนเหล่านั้นก็อาจไม่คุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์ ในส่วนของเสียงสะท้อนจากโซเชียลมีเดีย ผู้ใช้งานส่วนใหญ่แสดงความกังวลและไม่พอใจ พร้อมตั้งคำถามถึงการพัฒนาบริการอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การลดคิวตรวจคนเข้าเมือง หรือการปรับปรุงห้องน้ำและพื้นที่พักคอยให้เพียงพอ ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่ผู้โดยสารต้องเผชิญมานานหลายปี บทสรุปของประเด็นนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ว่าขึ้นราคาเท่าไหร่ แต่อยู่ที่ความคุ้มค่าและจังหวะเวลา การที่ประกาศนี้มีมานานแล้วไม่ได้หมายความว่าเสียงคัดค้านจะเบาลง หาก AOT ไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของบริการที่ชัดเจนท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและน้ำมันที่แพงหูฉี่เช่นนี้ วันที่ 20 มิถุนายน 2569 อาจเป็นวันเริ่มต้นของบททดสอบครั้งใหญ่ของท่าอากาศยานไทย สุดท้ายแล้ว การปรับขึ้นราคาในจังหวะที่มีวิกฤตราคาน้ำมันโลกซ้อนเข้ามาแบบนี้ จะส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางไปต่างประเทศของคุณมากน้อยเพียงใด? #TheStandardNews