
somchai sangthoang
4K posts




พรรคส้มท้าชน ‘ระบอบกินรวบ’ อุปสรรคสำคัญภายในประเทศ ร้ายแรงไม่แพ้วิกฤตภายนอก หัวหน้าพรรคประชาชนชู 4 หมุดหมายใหม่ เป็นยุทธศาสตร์ในการ ‘ทำงานความคิด’ และขับเคลื่อนพรรคตลอดทั้งปี 2569 ในวันสุดท้ายของการประชุมใหญ่สามัญของพรรคตลอดทั้ง 3 วัน พร้อมเดินหน้าเข้าสู่การเลือกกรรมการบริหารพรรคใหม่ 2 ตำแหน่ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ประกาศในวันนี้ (26 เมษายน) ต่อหน้า สส. และสมาชิกพรรคจากทั่วประเทศ ว่าการสัมมนาร่วมกันตลอด 2 วันที่ผ่านมา เชื่อว่าพวกเราไม่ได้พูดคุยกันแค่เรื่องปัญหาภายในพรรค แต่คือปัญหาและอนาคตของประเทศ จะทำอย่างไรให้พรรคประชาชนเป็นยานพาหนะที่จะนำมาซึ่งการสร้างการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมที่ดีกว่าอย่างแท้จริง ประเทศไทยในวันนี้สิ่งสำคัญไม่ใช่อุปสรรคภายนอก หากเรามีระบบรัฐบาลและการเมืองในประเทศที่เข้มแข็ง มีรัฐบาลที่ไม่มีสีเทา สมาชิกรัฐสภาไม่ได้ถูกครอบงำ โดยคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอย่างที่ไม่ควรจะเป็น หากทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ว่าอุปสรรคภายนอกจะร้ายแรงแค่ไหน ประชาชนก็ยังคาดหวังสิ่งที่ดีกว่าได้เสมอ ณัฐพงษ์ยกตัวอย่างจากวิกฤตพลังงานที่ผ่านมา ใครที่มีเส้นสายกับบ้านใหญ่ หรือกลุ่มทุนพลังงาน ก็อาจเข้าสู่ทรัพยากรได้เร็วกว่าคนตัวเล็กตัวน้อย สิ่งสำคัญของเราต่อจากนี้คือ การล็อคเป้าและชี้เป้าให้คนไทยทั้งประเทศเห็นภาพร่วมกับเราชัดๆ ไม่ว่าเขาจะเคยเลือกพรรคการเมืองใดในอดีตก็ตาม แต่อุปสรรคและศัตรูของประชาชนที่สำคัญในประเทศนี้ ไม่ใช่วิกฤติพลังงานเฉพาะหน้า หรือวิกฤตต่อๆ ไป ที่จะถาโถมในอนาคต แต่คือวิกฤตภายในของพวกเราเอง “เราจะต่อสู้กับระบอบการเมืองอุปถัมภ์ การเมืองมุ้งใหญ่อย่างไร องค์กรอิสระ หรือสมาชิกวุฒิสภา ระบบราชการที่ไม่มีความโปร่งใส และไม่ยึดโยงกับประชาชน เป็นภารกิจหน้าที่ของเราทุกคน การสื่อสารของพวกเราต่อจากนี้ ต้องชี้เป้าให้ชัดเจนว่าอุปสรรคที่สำคัญของประเทศคือระบอบกินรวบที่กำลังกัดกินประเทศนี้อยู่” เขาเน้นย้ำ หัวหน้าพรรคประชาชนยังได้ประกาศ 4 หมุดหมายหลักในการขับเคลื่อนพรรค ประกอบด้วย คือ 1. เตรียมเปิดตัวคณะรัฐมนตรีเงา (ครม. เงา) ที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะแก่รัฐบาล 2. ขับเคลื่อนกรรมาธิการสามัญในสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 9 คณะ ซึ่งต้องขอชื่นชมทีมเจรจาที่ทำให้เราได้คณะกรรมาธิการที่ดีมาก และสามารถขับเคลื่อนประเด็นที่เราตั้งใจในสภาฯ ชุดนี้ได้ 3. การทำงานยุทธศาสตร์พื้นที่ พรรคได้ตั้งทีมทำงานขึ้นมา โดยมีเป้าหมายเพื่อเอาชนะการเลือกตั้ง เราเตรียมพร้อมจะเคาะผู้สมัคร สส. ให้เร็ว ภายในเดือนกรกฎาคม ให้ลงไปทำงานในพื้นที่ ให้มีเวลาในการเข้าไปนำเสนอนโยบาย และปลูกฝังเมล็ดพันธุ์ทางความคิดให้กับประชาชน ส่วนในเรื่องของปัญหาคุณสมบัติผู้สมัคร ยิ่งเราเคาะผู้สมัครได้เร็ว ประชาชนก็ยิ่งมีโอกาสเข้ามาตรวจสอบผู้สมัครของเราได้เร็วด้วย 4. การเลือกตั้งท้องถิ่น เราเห็นแล้วว่า ‘ลำพูนโมเดล’ สร้างการเปลี่ยนแปลงในท้องถิ่น ส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงระดับประเทศ เรายังเดินหน้าและเอาจริงกับสนามการเลือกตั้งท้องถิ่น และสมาชิกพรรคเสนอให้มีการเคาะตัวผู้สมัครการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นให้เร็วเช่นเดียวกัน นอกจากสนามเลือกตั้งพัทยาและ กทม. เชื่อว่าภายในต้นเดือนกรกฎาคมนี้ ทีมกรุงเทพฯ ทั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. จะเป็นอีกตัวเลือกที่ดีของชาวกรุงเทพฯ แน่นอน “ขอบคุณสมาชิกทุกคนอีกหนึ่งครั้งที่ยังมีสปิริต และยังเชื่อในความเป็นพรรคมวลชนของพวกเรา ซึ่งหมายถึงทุกคนในพรรค มีส่วนร่วมเข้ามากำหนดทิศทางอย่างแท้จริง” ณัฐพงษ์ทิ้งท้าย ทั้งนี้ ในวาระต่อไปของการประชุมใหญ่ที่น่าจับตามองคือการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคคนใหม่ 2 ตำแหน่ง คือ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ มาดำรงตำแหน่งแทน ศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคคนก่อนหน้าที่ลาออกไป และ สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา อดีต สส. นครปฐม พรรคก้าวไกล มาดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคแทนพิจารณ์ ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ทั้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค, ณัฐวุฒิ บัวประทุม นายทะเบียนพรรค และ ชุติมา คชพันธุ์ เหรัญญิกพรรค ยังคงเดิม ภาพ: ณาฌารัฐ ภักดีอาสา #TheStandardNews #TheStandardPhoto #ณาฌารัฐภักดีอาสา



ถ้าชนะเลือกตั้งมีเสียงข้างมากในสภา พรรคไหนก็บริหารประเทศได้ทั้งนั้น แต่จะบริหารได้ดีไม่ดีเป็นอีกเรื่องหนึ่ง








รายการข่าวข้นช่องเนชั่น เสนอข่าวเรื่องส้มดีลกับน้ำเงิน ว่า มีการไปตกลงดีลกันก่อนศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้แพทองธารตกเก้าอี้นายกฯจากกรณีคลิปเสียง แจงรายละเอียดว่ามีมีใครไปคุยกันบ้าง แล้วนำมาซึ่งรัฐบาล MOA แล้วพรรคส้มแพ้เลือกตั้งจนได้รัฐบาลอนุทินในปัจจุบัน










มึงเป็นรัฐบาลจ้า













