
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดปฏิบัติการ “ต้องชนะยาเสพติด” เดินหน้ากวาดล้างเครือข่ายค้ายาทั่วประเทศ สรุปผลปราบปรามรอบ 7 เดือน จับคดียาเสพติดทะลุ 183,979 คดี ยึดยาบ้ากว่า 915 ล้านเม็ด พร้อมอายัดทรัพย์สินเครือข่ายค้ายามูลค่ากว่า 7,143 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานแถลงผลการปฏิบัติปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมผู้บริหารหน่วยงานด้านความมั่นคงและปราบปรามยาเสพติดเข้าร่วม
ผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้รวม 183,979 คดี พร้อมของกลางจำนวนมหาศาล ได้แก่ ยาบ้า 915 ล้านเม็ด, ไอซ์กว่า 34 ตัน, คีตามีนกว่า 5.2 ตัน, เฮโรอีน 756 กิโลกรัม และยาอีเกือบ 3 แสนเม็ด รวมถึงอายัดทรัพย์สินเครือข่ายค้ายาได้กว่า 7,143 ล้านบาท
หนึ่งในคดีสำคัญ คือ การขยายผลจับเครือข่ายวัยรุ่นข้ามภาค ซุกไอซ์ 498 กิโลกรัมในรถกระบะที่ จ.เพชรบูรณ์ หลังเชื่อมโยงกับคดีไอซ์ล็อตใหญ่ 1,958 กิโลกรัม เตรียมขนลงเรือไปเกาะสมุย ขณะเดียวกันตำรวจยังใช้ระบบ Big Data แกะรอยเครือข่ายขนยาข้ามภาค จับผู้ต้องหาได้ยกแก๊งพร้อมรถขนยา 3 คัน
อีกคดีใหญ่ ตำรวจปราบปรามยาเสพติดสามารถยึดยาบ้ารวมกว่า 30 ล้านเม็ด พร้อมจับผู้ต้องหา 30 ราย รวมถึงทลายเครือข่ายลักลอบส่งยาเสพติดผ่านระบบขนส่งพัสดุเอกชน ยึดยาบ้าอีกเกือบ 7 ล้านเม็ด จากเส้นทางเชียงใหม่-กระบี่
นอกจากนี้ ยังมีการสกัดจับไอซ์ล็อตใหญ่ 600 กิโลกรัมซุกในรถกระบะ, ยึดไอซ์ 300 กิโลกรัมซ่อนใต้หลังคารถตู้ใน จ.นครปฐม และบุกทลายบ้านพักยาเสพติดใน จ.พระนครศรีอยุธยา ยึดยาบ้าเพิ่มอีกกว่า 9.5 ล้านเม็ด
ขณะเดียวกัน ตำรวจสอบสวนกลางยังจับกุมชาวมาเลเซีย 3 ราย ลอบขนไอซ์เกือบ 100 กิโลกรัมผ่านขบวนรถไฟสายหนองคาย-กรุงเทพฯ รวมถึงบุกทลายแหล่งลักลอบผลิต “สารเอโทมิเดต” ส่วนผสมสำคัญของบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย หรือ “พอตเค” ในพื้นที่พัทยา จ.ชลบุรี
นายอนุทิน ระบุว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเต็มที่ ทั้งด้านเทคโนโลยีและขีดความสามารถด้านสืบสวน เพื่อรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่และอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมย้ำว่า “ต้องชนะยาเสพติด” ให้ได้อย่างเด็ดขาด
ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเดินหน้ากดดันเครือข่ายยาเสพติดทุกมิติ ทั้งสืบสวน ขยายผล ปราบปราม ยึดทรัพย์ และสกัดกั้นการลำเลียงจากแนวชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนใน เพื่อปกป้องความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเบาะแสยาเสพติดหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1599 หรือ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลผู้แจ้งจะถูกเก็บเป็นความลับ

ไทย





























