Save the Children Thailand

362 posts

Save the Children Thailand banner
Save the Children Thailand

Save the Children Thailand

@SaveChildrenTH

ติดตามข่าวสารและเรื่องราวของเราได้ทาง FB: Save the Children Thailand

Thailand เข้าร่วม Mayıs 2016
56 กำลังติดตาม326 ผู้ติดตาม
ทวีตที่ปักหมุด
Save the Children Thailand
Save the Children Thailand@SaveChildrenTH·
เซฟ เดอะ ชิลเดรน เปิดตัวเว็บเพจ From Fans For Children ต้อนรับวันวาเลนไทน์ พร้อมชวนแฟนคลับทุกด้อมร่วมกันทำโปรเจกต์ดี ๆ ในนามศิลปินคนโปรด ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด วันคัมแบ็ค วันเดบิวต์ วันคอนเสิร์ต ซีรีส์ออนแอร์ หรือวันที่ศิลปินปล่อยผลงานใหม่ แฟนคลับสามารถร่วมฉลองวันดี ๆ ของศิลปินโดยการแบ่งปันความรักและการซัพพอร์ตให้เป็นโอกาสเพื่อเด็ก ๆ ได้ ร่วมทำโปรเจกต์ผ่านเว็บเพจ “From Fans For Children” ส่งต่อความรักจากแฟนคลับเพื่ออนาคตของเด็ก เพื่อบอกโลกว่าความรักที่เรามีให้ศิลปิน สามารถกลายเป็นพลังบวกที่ช่วยสร้างอนาคตที่สดใสให้เด็ก ๆ ได้จริง คลิกเลย savethechildren.or.th/fansdonation #SaveTheChildrenThailand #เซฟเดอะชิลเดรน #FromFansForChildren
Save the Children Thailand tweet media
ไทย
0
3
2
313
Save the Children Thailand
Save the Children Thailand@SaveChildrenTH·
🌏🔥“อากาศมันร้อน คนไม่ใช่หุ่นยนต์ ที่จะทนตากแดดทั้งวัน” ประโยคดังจากเพลงไวรัล ที่ไม่ได้อยู่แค่ในเพลง แต่ยังเป็นความจริงที่เด็กต้องเจอทุกวัน 🌞อากาศที่ร้อนขึ้นจนกระทบการใช้ชีวิต 💨ฝุ่นควันและมลพิษที่ทำให้เด็กหายใจลำบาก 🏫ห้องเรียนที่ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้ในสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้น ในขณะที่เด็กเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศและ PM2.5 มากที่สุด พวกเขากลับไม่สามารถเลือกสภาพแวดล้อมที่ตนเองต้องหายใจในแต่ละวัน และไม่สามารถเลือกว่าจะเกิดหรือเติบโตในพื้นที่ที่มีอากาศสะอาดได้ นี่จึงทำให้ “อากาศสะอาด” ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเรื่องของสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็ก การแก้ปัญหาที่แท้จริงจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การป้องกันที่ปลายเหตุอย่างการใส่หน้ากากหรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมนอกบ้าน แต่ต้องมุ่งไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ผ่านนโยบายและกฎหมายอย่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่จะช่วยคุ้มครองสุขภาพและอนาคตของเด็กทุกคนได้อย่างยั่งยืน 22 เมษายน นี้ ในวันคุ้มครองโลก (Earth Day) เราไม่ได้พูดถึงโลกแค่อย่างเดียว แต่เรากำลังพูดถึง “อนาคตของเด็ก” ถึงเวลาที่ทุกภาคส่วนต้องลงมือทำจริง ลดมลพิษทางอากาศอย่างผ่านนโยบายและมาตรการเพื่อลดฝุ่นควันในระยะยาว โดยรัฐบาลควรเร่งนำ พ.ร.บ.อากาศสะอาดกลับมาพิจารณา เพื่อที่จะไม่ให้มลพิษทางอากาศมาคุกคามการใช้ชีวิตของเด็กและคนในสังคมอีกต่อไป และคืนอากาศสะอาดให้ทุกคนหายใจ รับมือกับอากาศร้อนด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กทั้งในโรงเรียน พื้นที่สาธารณะ และชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการจัดห้องเรียนให้เหมาะสม เพิ่มพื้นที่ร่มเงาและจุดพักคลายร้อน เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของเด็ก เพราะมลพิษที่รุนแรงและโลกที่ร้อนขึ้นทุกวัน ไม่ใช่แค่เรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่มันคือเรื่องของชีวิตเด็กทุกคน #วันคุ้มครองโลก #EarthDay #SaveTheChildrenThailand #เซฟเดอะชิลเดรน
Save the Children Thailand tweet media
ไทย
0
0
0
18
Save the Children Thailand
Save the Children Thailand@SaveChildrenTH·
💦✨สงกรานต์นี้ เที่ยวให้สนุก…แต่อย่าลืมปลอดภัยด้วยนะ! เทศกาลแห่งความสุขกลับมาแล้ว🌈ทั้งเด็ก ๆ และครอบครัวได้ออกมาเล่นน้ำ คลายร้อน และใช้เวลาร่วมกัน แต่ในความสนุกนี้ อย่าลืมดูแลกันและกันให้ดี 💦ระวังเรื่องน้ำ เล่นน้ำอย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการสาดน้ำหรือการลงเล่นในแหล่งน้ำ ในการสาดน้ำ หลีกเลี่ยงการเล่นในจุดเสี่ยง และดูแลเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด รวมถึงไม่ควรปล่อยให้เด็กเล่นน้ำตามลำพัง หากเล่นตามแหล่งน้ำ ต้องระมัดระวังและควรมีผู้ใหญ่ดูแลตลอดเวลาเพื่อป้องกันการจมน้ำ ☀️ระวังอากาศร้อน อากาศช่วงนี้ร้อนจัด อย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อนในที่ร่ม และสังเกตอาการฮีทสโตรก 🚗เดินทางปลอดภัย สงกรานต์นี้ พ่อแม่และผู้ปกครองไม่ดื่มแล้วขับ เพื่อให้ทุกการเดินทางปลอดภัยสำหรับเด็กและทุกคนบนท้องถนน ขอให้สงกรานต์ปีนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความสุข และความปลอดภัยของทุกครอบครัว #สงกรานต์ #SaveTheChildrenThailand #เซฟเดอะชิลเดรน
Save the Children Thailand tweet media
ไทย
0
0
0
40
Save the Children Thailand
Save the Children Thailand@SaveChildrenTH·
ชวนครูสร้างห้องเรียนที่ปลอดภัยและเปิดกว้างสำหรับนักเรียนทุกคนไปด้วยกัน❤️ เปิดใจ ห้องเรียนปลอดภัยคือแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ เซฟ เดอะ ชิลเดรน ออกแบบมาเพื่อครูผู้สอนระดับมัธยมศึกษาโดยเฉพาะ เพื่อช่วยให้ครูสามารถพูดคุยและจัดกิจกรรมเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศในห้องเรียนได้อย่างมั่นใจ ภายใต้กรอบแนวคิด SOGIESC (Sexual Orientation, Gender Identity and Expression, and Sex Characteristics) ที่โอบรับความหลากหลาย แนวทางนี้ประกอบด้วย 8 กิจกรรมการเรียนรู้ที่แบ่งเป็นรายคาบ ใช้เวลารวม 6–8 ชั่วโมงเรียน และสามารถนำไปบูรณาการได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นชั่วโมงแนะแนว สุขศึกษา กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน หรือชั้นเรียนเสริมพิเศษ ออกแบบมาให้ยืดหยุ่น ปรับได้ตามบริบทของโรงเรียน และไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้านนี้มาก่อน ขอแค่มีการเตรียมตัวตามแนวทางนี้ เพราะนักเรียนทุกคนสมควรได้รับพื้นที่ที่รู้สึกปลอดภัย ได้รับการยอมรับ และเติบโตอย่างมีคุณค่า 📥ดาวน์โหลดได้เลยวันนี้ resourcecentre.savethechildren.net/pdf/Ver-2_SOGI… และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโรงเรียนที่เปิดกว้างและปลอดภัยสำหรับเด็กทุกคน 🌈 #SaveTheChildrenThailand #เซฟเดอะชิลเดรน
Save the Children Thailand tweet media
ไทย
0
0
0
40
Save the Children Thailand
Save the Children Thailand@SaveChildrenTH·
ขอบคุณแฟนคลับน้องออมที่นึกถึง เซฟ เดอะ ชิลเดรน เสมอนะคะ 🫶 มาช่วยเหลือเด็กๆไปด้วยกันนะ @ormmormm #ออมกรณ์นภัส #OrmKornnaphat
ORMKORN’s HOME OFFICIAL TH@ORMKORNHOMETH

🎁✨𝐓𝐡𝐞 𝐏𝐨𝐰𝐞𝐫 𝐨𝐟 𝟐𝟕 𝐒𝐭𝐚𝐧𝐝 𝐂𝐡𝐞𝐞𝐫 "𝐎𝐫𝐦 𝐊𝐨𝐫𝐧𝐧𝐚𝐩𝐡𝐚𝐭" : 𝐋𝐮𝐜𝐤𝐲 𝐃𝐫𝐚𝐰 𝐏𝐚𝐫𝐭 𝟏𝟎✨🎁 ของขวัญสุดพิเศษ จากแบรนด์ที่น้องออมได้รับตำแหน่ง Friend of the House บุลการี ประเทศไทย ของขวัญชิ้นนี้คือ Save The Children Bracelet จำนวน 1 รางวัล สร้อยข้อมือที่ไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่ยังเต็มไปด้วยความหมายและคุณค่าที่ลึกซึ้ง เพราะนอกจากจะได้ไปใส่บนข้อมือสวยๆแล้ว ทางแบรนด์ยังหักกำไรส่วนหนึ่งเพื่อสนับสนุนองค์กร Save the Children เพื่อช่วยเหลือเด็กผู้ด้อยโอกาสทั่วโลกอีกด้วย ของรางวัลน่ารัก และความหมายดีๆแบบนี้ ใครจะเป็นผู้โชคดีได้รับไปกันนะ #ไข่เจียวของออมเล็ต #OrmKornnaphat #ออมกรณ์นภัส #ORMKORNHOMETH @ormmormm @Bulgariofficial

ไทย
8
1.1K
1.3K
57.3K
Save the Children Thailand
Save the Children Thailand@SaveChildrenTH·
🔴แม้ว่ากฎหมายห้ามตีเด็กจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2568 แต่ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เรายังคงพบเห็นข่าวการใช้ความรุนแรงกับเด็กอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะในพื้นที่บ้านหรือโรงเรียน สิ่งนี้อาจจะสะท้อนถึงความไม่รู้ ไม่เข้าใจในตัวกฎหมาย การใช้อำนาจของผู้ใหญ่ต่อเด็ก รวมถึงความเชื่อและทัศนคติที่ฝังรากอยู่ในสังคมไทยมานานว่าการตีเป็นการแสดงออกของความรักและหวังดี หรือเป็นวิธีการอบรมสั่งสอนที่จะทำให้เด็กเติบโตไปเป็นคนดีได้ ในพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 25) พ.ศ. 2568 มาตรา 1567 (2) หรือที่หลายคนเรียกกันว่า “กฎหมายห้ามตีเด็ก” พ่อแม่ผู้ปกครองยังคงสามารถสั่งสอนเด็กได้ แต่ต้องไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ ซึ่งเจตนารมณ์ของกฎหมายไม่ได้มุ่งเอาผิดพ่อแม่ แต่ต้องการสร้างสังคมที่ปลอดภัย เพื่อให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัว ในขณะเดียวกัน ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่โรงเรียน “ไม่มีสิทธิใช้ความรุนแรงต่อเด็กอยู่แล้ว” โดยโรงเรียนมีบทบาทสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดต่อการเรียนรู้และเจริญเติบโต และเน้นการส่งเสริมวินัยเชิงบวกให้เด็กได้พัฒนาและเรียนรู้ตามช่วงวัย กฎหมายนี้ยิ่งตอกย้ำว่า การลงโทษทางร่างกายไม่ใช่วิธีที่ยอมรับได้ในทุกสถานการณ์ นั่นแปลว่า: 🚫ตี = ไม่ได้ 🚫ตบ หยิก ใช้ไม้เรียว = ไม่ได้ 🚫ลงโทษให้เจ็บปวดหรืออับอาย =ไม่ได้ เพราะทั้งหมดนี้อาจเข้าข่าย “การทำร้ายร่างกายหรือจิตใจเด็ก” ทันที ในโรงเรียนก็เช่นกัน การตีหรือทำโทษทางร่างกายถือเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก การใช้ความรุนแรงต่อเด็กไม่เพียงผิดกฎหมายทั่วไป แต่ยังอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก ซึ่งให้ความคุ้มครองเป็นพิเศษ เช่น - การทำร้ายร่างกาย ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ - การทารุณกรรมเด็ก ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 26 และมาตรา 78 จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ - หากบาดเจ็บสาหัส ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 – 200,000 บาท - หากร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต เช่น มาตรา 290 (ทำร้ายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย) ต้องจำคุกตั้งแต่ 3 – 15 ปี เซฟ เดอะ ชิลเดรน ขอเน้นย้ำว่าการทำร้ายเด็กเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ในปัจจุบัน การอบรมเลี้ยงดูสั่งสอนเด็กเชิงบวกสามารถทำได้ในหลายรูปแบบ ทั้งในบ้านและในโรงเรียน ที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการและวินัยของเด็กโดยไม่จำเป็นต้องมีการลงไม้ลงมือ การสั่งสอนที่ดีไม่จำเป็นต้องแลกกับความเจ็บปวดของใคร และเด็กทุกคนควรที่จะได้เติบโตในบ้านและโรงเรียนที่ปลอดภัยโดยไม่ต้องคอยหวาดกลัว “มือ” และ “ไม้เรียว” ของคนที่ควรจะดูแลเอาใจใส่พวกเขามากที่สุด #ไม่ตีเด็ก #SaveTheChildrenThailand #เซฟเดอะชิลเดรน
Save the Children Thailand tweet media
ไทย
0
1
0
539
Save the Children Thailand
Save the Children Thailand@SaveChildrenTH·
เมื่อ ‘ชีวิตของเด็ก’ กลายเป็นคอนเทนต์ เราพร้อมแค่ไหนที่จะปกป้องเขา? เด็กจำนวนมากในปัจจุบันเติบโตขึ้นมาพร้อมกับโลกออนไลน์ และบางคนมีโอกาสเป็น “ครีเอเตอร์” หรืออินฟลูเอนเซอร์ตั้งแต่อายุยังน้อย โอกาสเหล่านี้สามารถเปิดประสบการณ์ให้กับเด็กได้เรียนรู้ ลองสิ่งใหม่ ๆ ได้ฝึกการสื่อสาร การแสดงออก และค้นหาตัวตน สำหรับบางครอบครัว นี่อาจเป็นทั้งพื้นที่พัฒนาและช่องทางในการสร้างรายได้ แต่สิ่งนี้ก็อาจมาพร้อมกับความท้าทายที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เมื่อชีวิตของเด็กถูกแชร์บนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน โรงเรียน หรือกิจวัตรประจำวัน มันอาจเปิดช่องให้คนแปลกหน้าเข้าถึงตัวเด็กได้ง่ายขึ้น พร้อมกับความเสี่ยงจากการคุกคามทางออนไลน์ คอมเมนต์ทำร้ายจิตใจ การถูกตัดสินจากรูปลักษณ์ หรือแม้แต่การถูกติดตามจาก คนที่รู้ข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป การอยู่หน้ากล้องก็อาจกลายเป็น “แรงกดดัน” โดยที่เด็กไม่รู้ตัว บางครั้งเด็กไม่ได้อยากทำ แต่ถูกโน้มน้าวหรือค่อย ๆ เรียนรู้ว่าเขาต้องทำเพื่อให้คนชอบ ในระยะยาว เด็กอาจผูกคุณค่าของตัวเองไว้กับยอดไลก์และคำชื่นชม รู้สึกไม่มั่นคงเมื่อความสนใจลดลง และแม้เวลาจะผ่านไปเด็กอาจต้องกลับมาเผชิญสิ่งเหล่านี้อีกครั้งในวันที่พวกเขาโตพอจะเข้าใจมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อความรู้สึกและภาพลักษณ์ เพราะสิ่งที่ถูกเผยแพร่ไปแล้วไม่ได้หายไปง่าย ๆ ภาพ คลิป หรือคำพูดบางอย่างอาจถูกบันทึกหรือแชร์ซ้ำ เมื่อบ้านรวมถึงโรงเรียนเริ่มกลายเป็นสถานที่ไลฟ์หรือพื้นที่ถ่ายคอนเทนต์ คำถามที่ตามมาคือ เด็กยังมีพื้นที่ไหนที่เขาได้เป็นตัวเองจริง ๆ โดยไม่ต้อง “แสดง” ต่อหน้ากล้องอีกไหม บ้านควรเป็นพื้นที่ที่เด็กได้พักและรู้สึกปลอดภัย ไม่ใช่พื้นที่ที่ต้องรักษาภาพลักษณ์ตลอดเวลา ขณะเดียวกัน ก็ต้องตั้งคำถามว่า เมื่อยอดวิวเพิ่มขึ้น รายได้เพิ่มขึ้น สิ่งที่เด็กได้รับคืออะไร มันคือความสุขของเขาจริง ๆ หรือเป็นความคาดหวังของผู้ใหญ่ เด็กมีสิทธิที่จะปฏิเสธไหม และผู้ใหญ่พร้อมจะเคารพสิทธินั้นจริงหรือเปล่า หากจะให้เด็กมีส่วนร่วมในการสร้างคอนเท้นต์อย่างปลอดภัยสิ่งที่ควรใส่ใจคือ • ประเมินความเสี่ยงก่อนให้เด็กออกสื่อ ว่าอาจจะมีอันตรายใดที่เกิดจากการทำคอนเทนต์นี้ต่อเด็กหรือไม่ • สังเกตท่าทีและความรู้สึกของเด็ก ไม่บังคับ และเคารพความต้องการของเด็กหากเด็กไม่อยากที่จะเข้าร่วม และบอกให้เขารู้ว่าเขาสามารถปฏิเสธได้ • ระมัดระวังการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว เช่น การเปิดเผยพิกัดที่อยู่ ชื่อโรงเรียน หรือข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ • อธิบายให้เด็กเข้าใจโลกออนไลน์ในภาษาที่เขาเข้าใจ ว่าสิ่งที่โพสต์จะอยู่ได้นานแค่ไหน ใครสามารถเห็นได้บ้าง • จัดสมดุลเวลาไม่ให้กระทบกับการเรียน การพักผ่อน การเล่น • หลีกเลี่ยงคอนเทนต์ที่ละเมิดความเป็นส่วนตัว เช่น เปิดเผยคะแนนสอบ เด็กกำลังร้องไห้ โดนดุ เด็กกำลังทำท่าทางที่ไม่เหมาะสม หรือใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น เป็นต้น สุดท้ายแล้ว ประเด็นนี้อาจไม่มีคำตอบตายตัวว่าควรหรือไม่ควรแต่คือการตั้งคำถามว่า เราจะสร้างสมดุลระหว่างโอกาสและการปกป้องคุ้มครองได้อย่างไร เพราะท้ายที่สุดแล้ว เด็กควรได้เติบโตโดยไม่ต้องแลกกับความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว หรือความเป็นเด็กของเขาเอง #SaveTheChildrenThailand #เซฟเดอะชิลเดรน
Save the Children Thailand tweet media
ไทย
0
1
0
431
Save the Children Thailand
Save the Children Thailand@SaveChildrenTH·
พลังความร่วมมือ เพื่อเด็กไม่ต้องเผชิญวิกฤตเพียงลำพัง เซฟ เดอะ ชิลเดรน ร่วมกับ มูลนิธิซิตี้ จัดกิจกรรมบรรจุชุดช่วยเหลือสำหรับเด็กจำนวน 200 ชุด โดยมีพนักงานจิตอาสาร่วมกันจัดเตรียมสิ่งของจำเป็นเพื่อช่วยเหลือเด็กและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ #SaveTheChildrenThailand #CitiFoundation #เซฟเดอะชิลเดรน
ไทย
0
0
0
262
Save the Children Thailand
Save the Children Thailand@SaveChildrenTH·
🔴หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า consent หรือ “ความยินยอม” โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงความสัมพันธ์หรือเรื่องเพศ ซึ่งมักถูกเข้าใจว่าเป็นการ “ตกลง” ระหว่างสองฝ่าย แต่เมื่อเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเด็ก ความหมายของคำว่า “ยินยอม” ไม่ได้ตรงไปตรงมาเช่นนั้น เพราะในความเป็นจริง ความยินยอมที่แท้จริงควรเกิดขึ้นระหว่างคนที่มีอำนาจต่อรองเท่ากัน ในประเทศไทย มีกฎหมายหลายฉบับที่คุ้มครองเด็กในเรื่องเพศ เช่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 การมีเพศสัมพันธ์กับเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ถือเป็นความผิดอาญาไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม เพราะกฎหมายมองว่าเด็กยังอยู่ในช่วงพัฒนาการ และอาจถูกกดดัน ชักจูง หรือถูกใช้อำนาจเหนือกว่าได้ โดยมาตรานี้มีโทษทั้งจำคุกและปรับ และไม่สามารถยอมความได้ หรือมาตรา 279 ที่นับการกอด จูบ ลูบคลำ หรือการกระทำที่ส่อไปในทางเพศกับเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี เป็นความผิดเช่นกัน แม้เด็กจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม และยังมีมาตรา 283 ทวิ ที่พูดถึงการพาเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี ไปโดยที่เด็กเต็มใจ ก็ยังถือเป็นความผิด อย่างไรก็ตาม แม้จะมีกฎหมายเหล่านี้ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ล่วงละเมิดเด็กในสังคมไทย หลายครั้งเรามักจะพบกับคำพูดขำขันและการตั้งคำถามในเชิงโทษเด็ก เช่น “เด็กมันยั่ว เลยหลวมตัวไปหน่อย” หรือการพูดว่าเด็ก “สมยอม” ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดที่หลายคนมีต่อเรื่อง consent ซึ่งต้องเกิดจากคนที่มีอำนาจต่อรองเท่ากัน สำหรับเด็กและผู้ใหญ่ซึ่งจริง ๆ มีอำนาจไม่เท่ากัน การยอมนั้นอาจมาจากความเกรงใจ กลัว กดดัน หรือถูกโน้มน้าว ซึ่งไม่ใช่การให้ความยินยอมที่แท้จริง การใช้คำพูดในลักษณะโทษเหยื่อเป็นการผลักภาระความรับผิดชอบไปให้เด็ก ทั้งที่ในความเป็นจริง ผู้ใหญ่ควรเป็นฝ่ายที่รู้จักผิดชอบชั่วดีและไม่เอาเปรียบเด็ก เด็กและวัยรุ่นยังมีพัฒนาการด้านสมองและการตัดสินใจที่ยังพัฒนาได้ไม่สมบูรณ์ การทำงานของสมองในส่วนของอารมณ์ถูกนำมาใช้มากกว่าความเป็นเหตุเป็นผล จึงทำให้เด็กยังไม่สามารถประเมินผลกระทบระยะยาวหรือรู้เท่าทันผู้ใหญ่ได้ การตั้งคำถามว่า “เด็กยอมหรือเปล่า?” จึงอาจไม่ใช่คำถามที่ถูกต้อง แต่ต้องถามว่า “ทำไมผู้ใหญ่ถึงกล้าละเมิดสิทธิเด็กและทำลายพื้นที่ปลอดภัยของเด็กได้ลง” ดังนั้น ผู้ใหญ่จึงไม่สามารถใช้คำว่า “เด็กอนุญาต” หรือ “เด็กเต็มใจ” มาเป็นข้ออ้างในการล่วงละเมิดเด็กได้ ความรับผิดชอบอยู่ที่ผู้ใหญ่ที่จะต้องเคารพและปกป้องเด็ก ไม่ใช่ไปเอาเปรียบเด็กเสียเอง สำหรับเด็ก สิ่งสำคัญคือการรู้ว่าร่างกายของคุณเป็นของคุณ และคุณมีสิทธิที่จะรู้สึกปลอดภัย คุณมีสิทธิที่จะปฏิเสธหากมีใครทำให้คุณรู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจ หรือพยายามกดดันให้ทำบางอย่าง และสามารถขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ ท้ายที่สุดแล้ว เด็กไม่ควรต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของผู้ใหญ่ และเด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการปกป้องจากการถูกเอาเปรียบ #consent #SaveTheChildrenThailand #เซฟเดอะชิลเดรน
Save the Children Thailand tweet media
ไทย
0
11
7
360
Save the Children Thailand
Save the Children Thailand@SaveChildrenTH·
รู้หรือไม่ เด็กกว่า 64% กำลังเผชิญภัยออนไลน์ในชีวิตประจำวัน โลกออนไลน์ไม่ใช่แค่พื้นที่แห่งการเรียนรู้และความบันเทิง แต่อาจจะเต็มไปด้วยความเสี่ยงที่เด็กต้องเผชิญ งานวิจัยภายใต้โครงการ SHIELD เพื่อศึกษาสถานการณ์ความปลอดภัยออนไลน์ของเด็กและเยาวชน รวมถึงความเสี่ยงและวิธีการป้องกันภัยบนโลกดิจิทัล ได้สำรวจความคิดเห็นจากจากเด็ก 988 คน ผู้ปกครอง 577 คน และครู 93 คน จากโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ SHIELD จำนวน 10 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ผลการศึกษาพบว่าเด็กจำนวนกว่า 64% เคยเจอสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัยทางออนไลน์ เช่นการกลั่นแกล้ง การเห็นเนื้อหาไม่เหมาะสม การถูกหลอกลวง หรือการใช้ตัวตนปลอมเพื่อชักชวนให้เปิดเผยข้อมูลหรือรูปภาพส่วนตัว กว่า 60% ของเด็กไม่กล้าขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา หลายคนรู้สึกอับอาย กลัวถูกตำหนิ หรือกลัวว่าจะมีปัญหาหรือถูกลงโทษ แม้เด็กส่วนใหญ่จะคิดถึงพ่อแม่เป็นคนแรกเมื่อเกิดปัญหา แต่ผลสำรวจสะท้อนว่า มีเพียง 28% ของผู้ปกครองที่มีความรู้และทักษะในการรับมือกับภัยออนไลน์ เพียงพอที่จะรับมือกับความเสี่ยงออนไลน์รูปแบบใหม่ ๆ ในขณะเดียวกัน มีครูเพียง 21.9% เท่านั้นที่มั่นใจว่าตนเองมีความพร้อมในการสอนและรับมือกับสถานการณ์ซับซ้อนมากขึ้น เช่น การหลอกลวงหรือชักชวนเด็กในเชิงทางเพศผ่านโลกออนไลน์ อีกประเด็นสำคัญคือ เด็กจำนวนมากรู้ว่าอะไร “ควรทำ” แต่ในสถานการณ์จริงอาจทำต่างออกไปโดยเฉพาะเมื่อเผชิญแรงกดดันจากเพื่อน หรือสถานการณ์ที่ซับซ้อน การตัดสินใจก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด เช่น รู้ว่าการส่งรูปส่วนตัวให้คนแปลกหน้าเป็นเรื่องเสี่ยง แต่เมื่อมีคนทักมาชวนคุยหรือเสนอของขวัญให้ เด็กอาจตัดสินใจส่งไปเพราะความอยากรู้หรืออยากให้เขายอมรับ เป็นต้น ผลการศึกษานี้สะท้อนว่า การคุ้มครองเด็กบนโลกออนไลน์ไม่สามารถเป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่งได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ผู้ปกครองควรเปิดพื้นที่พูดคุยกับเด็กเกี่ยวกับการใช้โลกออนไลน์อย่างปลอดภัย และพัฒนาความรู้ด้านดิจิทัลของตนเองเพื่อให้สามารถให้คำแนะนำลูกได้อย่างเหมาะสม โรงเรียนควรนำเรื่องความปลอดภัยออนไลน์เข้าไปในกระบวนการเรียนรู้ และเสริมศักยภาพครูในการรับมือกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับภัยออนไลน์ของเด็ก ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพัฒนาระบบช่วยเหลือและช่องทางการแจ้งเหตุที่เด็กสามารถเข้าถึงได้ง่ายและปลอดภัย รวมถึงปรับนโยบายและกฎหมายที่ทันต่อรูปแบบความเสี่ยงใหม่ ๆ บนโลกดิจิทัล เพราะในวันที่โลกออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเด็ก การเสริมพลังให้เด็ก ครอบครัว โรงเรียน และสังคมมีความพร้อมในการรับมือกับความเสี่ยง จะช่วยปกป้องเด็กได้ดีที่สุด อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ resourcecentre.savethechildren.net/pdf/SHIELD-Bas… #SaveTheChildrenThailand #เซฟเดอะชิลเดรน #SHIELD
Save the Children Thailand tweet media
ไทย
0
0
0
130
Save the Children Thailand
Save the Children Thailand@SaveChildrenTH·
📵 การที่กรุงเทพมหานครเตรียมนำร่องควบคุมการใช้โทรศัพท์มือถือของนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกว่า 400 แห่ง ถือเป็นความพยายามที่น่าชื่นชมในการรับมือกับความท้าทายใหม่ของการศึกษาในยุคดิจิทัล มาตรการนี้มีข้อดีที่ชัดเจน เช่น การช่วยลดสิ่งรบกวนระหว่างการเรียน ลดความเสี่ยงจากปัญหาออนไลน์ในห้องเรียน และช่วยให้ครูสามารถจัดการชั้นเรียนได้ง่ายขึ้น เด็กเองก็อาจมีสมาธิและมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนมากขึ้น 🧐 อย่างไรก็ตาม การดำเนินนโยบายลักษณะนี้ยังมีบางประเด็นที่ควรจับตาและมีแนวปฏิบัติที่ดีมารองรับ เช่น 1) เด็กบางกลุ่มอาจขาดช่องทางติดต่อในสถานการณ์ฉุกเฉิน เด็กจำนวนไม่น้อยจำเป็นต้องพกโทรศัพท์เพื่อสื่อสารกับครอบครัว เช่น เด็กที่มีปัญหาสุขภาพ เด็กที่ต้องเดินทางไกล หรือเด็กที่ผู้ปกครองต้องติดตามความปลอดภัยระหว่างวัน นโยบายจึงควรมีแนวทางที่ชัดเจนว่าเด็กจะสามารถติดต่อผู้ปกครองได้อย่างไรเมื่อมีเหตุจำเป็น 2) ระบบการเก็บและคืนโทรศัพท์ต้องมีความปลอดภัย สำหรับเด็กหลายคน โทรศัพท์เป็นของมีค่าและเป็นอุปกรณ์สำคัญในการติดต่อครอบครัว หากเกิดการสูญหายอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับทั้งเด็กและผู้ปกครอง 3) การบังคับใช้นโยบายไม่ควรละเมิดสิทธิเด็ก เช่น การยึดโทรศัพท์เป็นเวลานานเกินจำเป็น หรือการตำหนิหรือประจานนักเรียนต่อหน้าเพื่อนหากมีการทำผิดกฏ โรงเรียนควรมีแนวทางที่ชัดเจนและยืดหยุ่น รวมถึงพิจารณาทางเลือกสำหรับเด็กที่มีความจำเป็นพิเศษ ❌ สิ่งสำคัญที่เราต้องทำความเข้าใจคือ การควบคุมการใช้โทรศัพท์ในโรงเรียนไม่สามารถแก้ปัญหาโลกออนไลน์ได้ทั้งหมด แม้นโยบายนี้อาจจะทำให้เด็กลดการใช้โทรศัพท์ในพื้นที่โรงเรียน แต่เมื่อเด็กกลับบ้าน พวกเขายังคงเข้าถึงโลกออนไลน์ได้เหมือนเดิม และยังคงเผชิญความเสี่ยง เช่น การกลั่นแกล้งทางออนไลน์ การหลอกลวง หรือการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ✨ การสร้างความปลอดภัยให้เด็กต้องครอบคลุมทั้งพื้นที่ออฟไลน์และออนไลน์ การพัฒนาหลักสูตรหรือการเรียนรู้เรื่องการใช้สื่อออนไลน์อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบจะช่วยให้เด็กเข้าใจโลกดิจิทัล รู้จักปกป้องตัวเอง เคารพผู้อื่น และใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ เมื่อเด็กมีทักษะและความเข้าใจ เด็กจะสามารถใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทันและปลอดภัยไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกโรงเรียน โดยที่ผู้ใหญ่ไม่จำเป็นที่จะต้องออกข้อห้ามในการใช้งาน 🏫 นโยบายเกี่ยวกับโทรศัพท์ในโรงเรียนควรสร้างสมดุลระหว่างสามหลักการสำคัญ คือ 1) เด็กมีสมาธิในการเรียน 2) เด็กปลอดภัยทั้งออฟไลน์และออนไลน์ 3) และเด็กยังสามารถติดต่อได้เมื่อจำเป็น เพราะเป้าหมายของการศึกษายุคดิจิทัล ไม่ใช่เพียงการจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยี แต่คือการช่วยให้เด็กเติบโตอย่างปลอดภัยและเรียนรู้การใช้โลกออนไลน์อย่างมีความรับผิดชอบ #SaveTheChildrenThailand #เซฟเดอะชิลเดรน
Save the Children Thailand tweet media
ไทย
0
0
0
86
Save the Children Thailand
Save the Children Thailand@SaveChildrenTH·
🏳️‍🌈เสียงของเด็กและเยาวชน LGBTIQ+ สำคัญ💭✨ ชวนตอบแบบสอบถามสั้น ๆ เพื่อบอกให้รัฐบาลและเวทีนานาชาติรู้ว่า... ชีวิตเป็นยังไงบ้าง? เจอปัญหาอะไรมาบ้าง? อยากให้รัฐบาลพัฒนาเรื่องอะไร? คำตอบของคุณจะถูกนำไปทำรายงาน UPR ซึ่งเป็นเวทีระดับโลกที่ประเทศไทยต้องฟังและปรับปรุงเรื่องสิทธิมนุษยชน ✅ไม่ถามชื่อ ไม่มีการระบุตัวตน ✅ทุกคำตอบเป็นความลับ ✅ไม่อยากตอบข้อไหน ข้ามได้เลย ✅หยุดเมื่อไหร่ก็ได้ ตอบแบบสอบถามได้ที่ forms.gle/gYTieMHuCMKiTG… ตั้งแต่วันนี้ - 20 มีนาคม 2026 ช่วยแชร์ให้เพื่อน ๆ ด้วยนะ
Save the Children Thailand tweet media
ไทย
0
0
0
108
Save the Children Thailand
Save the Children Thailand@SaveChildrenTH·
ในชุมชนเล็ก ๆ ตามแนวชายแดนภาคเหนือของประเทศไทย ผู้หญิงคนหนึ่งตื่นขึ้นก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเพื่อเตรียมอาหาร ดูแลบ้าน และส่งลูกไปโรงเรียน ส่วนในพื้นที่หลายร้อยกิโลเมตรที่ห่างออกมาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ผู้หญิงอีกคนก็เริ่มต้นวันของเธอในลักษณะไม่ต่างกัน คือต้องดูแลลูกและครอบครัว และช่วยประคับประคองชุมชนของตน แม้บริบทของชีวิตในสองพื้นที่จะแตกต่างกัน แต่รายงานวิจัยของ เซฟ เดอะ ชิลเดรน ที่สำรวจเกี่ยวกับเรื่องความเสมอภาคทางเพศและช่องว่างระหว่างเพศในทั้งพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้และในพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา พบว่า ผู้หญิงในทั้งสองพื้นที่ต่างมีบทบาทสำคัญคล้ายกัน พวกเธอมักเป็นกำลังหลักของครอบครัว ทั้งในฐานะผู้ดูแลลูก จัดการชีวิตประจำวัน รวมถึงเรื่องการเรียนและความเป็นอยู่ของเด็ก ๆ บทบาทเหล่านี้มีความสำคัญต่อชุมชนและสังคมอย่างยิ่ง แต่ในขณะเดียวกัน ผู้หญิงจำนว นมากในบริเวณพื้นที่ชายแดนยังต้องเผชิญกับข้อจำกัดจากความคาดหวังทางสังคม รวมถึงโอกาสทางเศรษฐกิจที่จำกัด ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ผู้หญิงถือเป็น “เดอะแบก” ที่ต้องช่วยทั้งหารายได้ ทำงานบ้าน และทำงานอาสาชุมชนไปพร้อมกันด้วย โดยในบางพื้นที่ชายฝั่งของจังหวัดชายแดนใต้ ผู้หญิงประมาณ 90% ทำธุรกิจจากที่บ้าน เช่น การแปรรูปปลา และมีบทบาทสำคัญในการจุนเจือรายได้ให้ครอบครัว แต่ก็ยังประสบกับความเหลื่อมล้ำ โดยผู้หญิงมีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่าผู้ชายถึงสามเท่าเมื่อรายได้ต่อเดือนเกิน 10,000 บาท และยังมีอัตราการเป็นหนี้ที่สูงกว่าอีกด้วย มีผู้หญิงเพียง 6.25% ที่ปลอดหนี้ เมื่อเทียบกับผู้ชายที่มีอัตราการปลอดหนี้ 15% ความแตกต่างของรายได้ทำให้ผู้หญิงจำเป็นต้องกู้ยืมเงินเพื่อมาใช้จ่ายในครอบครัว ส่วนในพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา เราพบว่าแม่เป็นผู้ตัดสินใจหลักในบ้านและเป็นผู้ขับเคลื่อนเรื่องการศึกษาของเด็ก ๆ โดยนักเรียน 37% ยกให้แม่หรือผู้ปกครองที่เป็นผู้หญิงเป็นคนที่มีส่วนในการตัดสินใจเรื่องการไปโรงเรียนของพวกเขา สิ่งที่เห็นได้ชัดจากทั้งสองพื้นที่คือพลังและความเข้มแข็งของผู้หญิง พวกเธอไม่ได้เป็นเพียงผู้ดูแลครอบครัว แต่ยังเป็นผู้ที่เชื่อมโยงผู้คนในชุมชน ดูแลอนาคตของเด็ก และกำลังค่อย ๆ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในพื้นที่ของตนเอง ในวันสตรีสากลปีนี้ เรื่องราวของผู้หญิงตามแนวชายแดนไทยทั้งเหนือและใต้กำลังสะท้อนให้เราเห็นว่า การสร้างความเท่าเทียมไม่ได้หมายถึงเพียงการเปิดโอกาสใหม่ ๆ แต่ยังหมายถึงการยอมรับคุณค่าในบทบาทที่ผู้หญิงทำอยู่แล้ว และการทำให้เสียงของพวกเธอได้รับการรับฟัง เพื่อให้ผู้หญิงทุกคนสามารถมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของชุมชนและสังคมได้อย่างแท้จริง #SaveTheChildrenThailand #เซฟเดอะชิลเดรน #วันสตรีสากล
Save the Children Thailand tweet media
ไทย
0
0
0
132
Save the Children Thailand
Save the Children Thailand@SaveChildrenTH·
เซฟ เดอะ ชิลเดรน รู้สึกเสียใจอย่างยิ่งและมีความกังวลอย่างมากต่อเหตุการณ์ยิงกันที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนในจังหวัดสงขลาเมื่อวานนี้ เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ ตลอดจนคณะครู นักเรียน และชุมชนโดยรอบโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สะเทือนใจครั้งนี้ ความรุนแรงไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตามไม่ควรเกิดขึ้นภายในหรือรอบบริเวณโรงเรียน โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย เป็นสถานที่ที่เด็ก ๆ สามารถเรียนรู้ เติบโต และได้รับการปกป้องคุ้มครอง การโจมตีที่คุกคามความปลอดภัยของนักเรียนและสิทธิในการศึกษา ถือเป็นการคุกคามความเป็นอยู่และอนาคตของเด็กอย่างร้ายแรง เรามีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่งต่อผลกระทบทางจิตใจและความรู้สึกของเด็ก ครู และครอบครัว เหตุการณ์ลักษณะนี้อาจทิ้งร่องรอยทางอารมณ์และจิตใจในระยะยาว ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลและเยียวยาอย่างเหมาะสม เซฟ เดอะ ชิลเดรน ขอยืนหยัดเคียงข้างนักเรียน ครู และชุมชนในจังหวัดสงขลาในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ พร้อมเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมกันดำเนินมาตรการอย่างจริงจังเพื่อปกป้องโรงเรียนจากความรุนแรงทุกรูปแบบ เพื่อให้เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและปราศจากความหวาดกลัว เราขอส่งกำลังใจถึงทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้
Save the Children Thailand tweet media
ไทย
0
0
0
205
Save the Children Thailand
Save the Children Thailand@SaveChildrenTH·
🗳️การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง เด็กมากกว่า 11 ล้านคน อาจยังไม่มีสิทธิ์เลือกตั้ง แต่เด็กทุกคนได้รับผลกระทบโดยตรง จากการตัดสินใจเชิงนโยบายในวันนี้ นโยบายสาธารณะส่งผลต่อชีวิตของเด็กในทุกมิติ ทั้งการศึกษาและการเรียนรู้ การเติบโตและพัฒนาการ การได้รับการคุ้มครองและความปลอดภัย รวมถึงอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และความเป็นตัวตนของเด็ก แม้เด็กจะยังไม่สามารถใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ แต่เด็กมีสิทธิที่จะได้รับข้อมูล แสดงความคิดเห็น และมีส่วนร่วม ในประเด็นและนโยบายที่ส่งผลต่อชีวิตของตนเอง เด็กสามารถร่วมติดตาม ตั้งคำถาม และสะท้อนเสียงต่อผู้ใหญ่และผู้กำหนดนโยบาย เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่เคารพ และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็ก ในขณะเดียวกัน ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง และผู้กำหนดนโยบายทุกคน มีหน้าที่ต้องรับฟังเสียงของเด็กอย่างจริงจัง และนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ 📅8 กุมภาพันธ์ กาเผื่อเด็ก เพราะอนาคตที่ดีของเด็ก ต้องเริ่มจากการรับฟังเสียงของเด็กในวันนี้ #8กุมภากาเผื่อเด็ก #เลือกตั้ง69 #กาเผื่อเด็ก #SaveTheChildrenThailand #เซฟเดอะชิลเดรน
Save the Children Thailand tweet media
ไทย
0
0
0
174
Save the Children Thailand
Save the Children Thailand@SaveChildrenTH·
เส้นทางที่ชำรุดไม่อาจหยุดความตั้งใจของทีมงานในการส่งต่อความช่วยเหลือ❤️ อ่านเรื่องราวการลงพื้นที่ช่วยเหลือเด็กและครอบครัวผู้ประสบภัยน้ำท่วมในปัตตานีได้ที่นี่ shorturl.at/CsRAT #SaveTheChildrenThailand #เซฟเดอะชิลเดรน
ไทย
0
0
0
227