
น้องปุ๊ ไม่เคยรักใครเท่าพี่ไข่นุ้ย
381.6K posts

น้องปุ๊ ไม่เคยรักใครเท่าพี่ไข่นุ้ย
@_lLuax
LGBTQIA+ 🏳️🌈| หนุ่มบ้านนา @lhorsus | LISA No.1 | Redvelvet JOY, Mamamoo HWASA, Exo SEHUN, Nct JISUNG, Lfamily LOVE🐶GoodBoy
Los Angeles, CA เข้าร่วม Kasım 2013
7.1K กำลังติดตาม1.3K ผู้ติดตาม
ทวีตที่ปักหมุด

แก ใช้บริการเรียกรถ สั่งอาหาร สั่งใดใดแอพไหน แกให้คะแนนพี่ๆเค้ากันด้วย วันนี้ชั้นเจอพี่คนขับคนนึงบอก “ฝากกดดาวให้ด้วยนะครับ งานไม่ค่อยขึ้นเลย ผมกดไม่ทันหรือไงไม่รู้ คนอื่นนี่ได้กันพรึ่บพรั่บ” ชั้นแบบเอ็นดูอะ ละพี่เค้าขับดีมากๆไนซ์มากๆ #lineman #shopeefood #grab #bolt #robinhood
ไทย
น้องปุ๊ ไม่เคยรักใครเท่าพี่ไข่นุ้ย รีทวีตแล้ว
น้องปุ๊ ไม่เคยรักใครเท่าพี่ไข่นุ้ย รีทวีตแล้ว
น้องปุ๊ ไม่เคยรักใครเท่าพี่ไข่นุ้ย รีทวีตแล้ว

เครียดให้สุด เสียใจให้สุด คิดมากให้หัวแตก ร้องไห้จนเหนื่อย อะไรก็ได้ แต่ข้าวต้องกิน ร่างกายต้องนอน วันนี้มันไม่หาย พรุ่งนี้มันก็ไม่หาย อีก 5 วันก็ไม่หาย แต่เราจะรับมือกับมันได้ดีขึ้น
น้องคุกกี้🍪@PPPN45487865
แต่ละคนมีวิธีจัดการกับความเสียใจ/ความเครียดยังไงบ้างคะ🥹
ไทย
น้องปุ๊ ไม่เคยรักใครเท่าพี่ไข่นุ้ย รีทวีตแล้ว
น้องปุ๊ ไม่เคยรักใครเท่าพี่ไข่นุ้ย รีทวีตแล้ว
น้องปุ๊ ไม่เคยรักใครเท่าพี่ไข่นุ้ย รีทวีตแล้ว

น้องปุ๊ ไม่เคยรักใครเท่าพี่ไข่นุ้ย รีทวีตแล้ว
น้องปุ๊ ไม่เคยรักใครเท่าพี่ไข่นุ้ย รีทวีตแล้ว
น้องปุ๊ ไม่เคยรักใครเท่าพี่ไข่นุ้ย รีทวีตแล้ว
น้องปุ๊ ไม่เคยรักใครเท่าพี่ไข่นุ้ย รีทวีตแล้ว
น้องปุ๊ ไม่เคยรักใครเท่าพี่ไข่นุ้ย รีทวีตแล้ว

ป้าเราฮะ ไปเกาหลีกับทัวร์ไฟไหม้เกือบทุกเดือน จ่ายประมาณ 5-7000 บาท นอนดี กินดี นางบอกเคยจ่ายถูกสุด 4000 บาท บินคืนนั้นเลย
หมีปราง@prangchaa
ใครไม่เคยลองไปทัวร์ไฟไหม้ไม่เกิน 10k ไปเหอะ เปิดประสบการณ์5555555555 ได้บินจิง นี่ลองละ
ไทย
น้องปุ๊ ไม่เคยรักใครเท่าพี่ไข่นุ้ย รีทวีตแล้ว
น้องปุ๊ ไม่เคยรักใครเท่าพี่ไข่นุ้ย รีทวีตแล้ว
น้องปุ๊ ไม่เคยรักใครเท่าพี่ไข่นุ้ย รีทวีตแล้ว
น้องปุ๊ ไม่เคยรักใครเท่าพี่ไข่นุ้ย รีทวีตแล้ว

ละ 100 เรื่องใน 1 นาที สกิลการอ่าน สกิลปากแจ๋ว เริ่ช
ชิบะแดดเดียว@ddaremoshiranai
กุอนาถตัวเองมากอะเวลาคนถาม เหนทวิตนั้นยัง เหนเรื่องนี้ป้ะ ละกุตอบได้หมด อิสาสสส chronically online
ไทย
น้องปุ๊ ไม่เคยรักใครเท่าพี่ไข่นุ้ย รีทวีตแล้ว

ดราม่า "ศิลปะ" กับ "Ai" มีให้เห็นกันเรื่อย ๆ ในช่วงเวลานี้ โพสนี้คงเป็นอีกหนึ่งโพสความเห็นของผมที่มีต่อ Ai ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์/อนิเมชั่น ซึ่งถ้าจะให้พูดในประโยคเดียวคือ
.
"ไม่ได้ต่อต้าน แค่ไม่ให้ค่า"
.
ส่วนตัวผมไม่ได้ต่อต้านการใช้ Ai หรือบอกว่าห้ามใช้ Ai ในทุกกรณี เราไม่สามารถปฏิเสธการพัฒนาของเทคโนโลยีได้แน่นอนครับ และ Ai ก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่อยู่ที่เราสามารถวาง Ai ไว้ใน "ฐานะไหน"
.
แน่นอนผมเห็นด้วยมาก ๆ กับการใช้ Ai ในฐานะ "เครื่องมือ" ซึ่งทุกวันนี้ผมก็ใช้ Ai ในชีวิตประจำวันอยู่บ้าง เช่น คำนวนภาษี , วิเคราะห์ข้อมูลร่างกาย , คำนวนแคลอรี่อาหารที่กินต่อวัน หรือใช้แปลบทความที่เป็นภาษาญี่ปุ่นเพื่อมาเขียน Content
.
ซึ่งการมาถึงของ Ai มันทำให้โลกพัฒนาไปได้ ไม่ว่าจะเป็นลดกำแพงการสื่อสาร , ช่วยเรื่องการแพทย์ และการดูแลสุขภาพ และอย่างล่าสุดที่สำนักข่าวใช้ Ai ในการตั้งคำถามถึงผู้ลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่ากทม. โดย Ai อาจมีความเป็นกลางกว่ามนุษย์ที่เป็นคนตั้งคำถาม มันไม่ได้มีอคติ และกล้าถามอย่างตรงไปตรงมา หรือแม้กระทั่งการนำ Ai มาจับคนทุจริต
.
การพัฒนาเหล่านี้มันเป็นการพัฒนาที่เทไปในทิศทางที่ "จำเป็น" ไม่ว่าจะเรื่องของสุขภาพ ความมั่นคงของมนุษยชาติ ตลอดจนลดช่องว่างของความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นในชีวิต การมี Ai "ในแง่นี้" มันย่อมทำให้โลกดีขึ้นไม่ทิศทางใดก็ทิศทางหนึ่ง
.
กลับมาที่ประเด็นของ Ai กับ "งานศิลปะ"
.
สำหรับผมยังมองว่างานศิลปะที่มีคุณค่าคืองานศิลปะที่ถูกถ่ายทอดจากฝีมือมนุษย์ ไม่ว่าจะภาพถ่าย ภาพวาด งานฝีมือ ตลอดจนภาพยนตร์ และอนิเมชั่น ทุกแขนงของศิลปะมี "จิตวิญญาณ" สถิตไว้อยู่เสมอ แม้กระทั่งความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอาจกลายมาเป็นความสวยงามในความไม่สมบูรณ์
.
อย่างอนิเมชั่นเรื่อง "สุสานหิ่งห้อย" เบื้องหลังที่แสนเศร้าของมันทำให้เราอินกับเนื้อเรื่องได้มากขึ้น เมื่อเรารู้ว่า อากิยูกิ โนซากะ (ผู้สร้าง) เคยเผชิญเหตุการณ์ที่ไม่ต่างจากในเรื่อง มุมมองแบบนี้เป็นสิ่งที่มีเพียงประสบการณ์ของมนุษย์เท่านั้นที่สามารถถ่ายทอดได้ และถึงแม้ Ai สามารถสร้างเรื่องราวได้เหมือนเป๊ะ ๆ แต่สำหรับผมมันก็ยังไม่มี "พลัง" ให้ผลงานจากมันทำงานกับความรู้สึกเราได้
.
// มาถึงตรงนี้อาจจะมีคนคิดในใจ และเตรียม Comment ว่า ยุคนี้แล้วจะสนใจจิตวิญญาณทำไม ? ก่อนหน้านี้ยังไม่มีคอมพิวเตอร์เลย ? พอคนวาดก๊อปบอกแรงบันดาลใจ พอ Ai ก๊อปบอกละเมิดลิขสิทธิ์ ?
.
ตอบทีละคำถามเลยแล้วกัน
.
— ยุคนี้แล้วจะสนใจจิตวิญญาณทำไม ?
.
อันนี้ก็นานาจิตตังเลย คุณจะให้ค่ากับผลงาน Ai ที่เจนมาผมก็ไม่ได้ว่า และไม่มีสิทธิไปกำหนดความคิด หรือต่อต้านสิ่งเหล่านี้ แต่กลับกันคุณก็ต้องมีพื้นที่ให้กับคนที่ยังยึดติด (หรือรัก) ผลงานที่ถ่ายทอดโดยมนุษย์ล้วน ๆ ด้วยเช่นกัน
.
และอีกอย่างหนึ่ง ผมมองว่าในแง่ของ "งานศิลปะ" ทำไมเราต้องรีบ หรือต้องมีผลงานที่สร้างด้วย Ai กล่าวแบบหยาบ ๆ คงจะประมาณว่า
.
มนุษย์เราตกต่ำถึงขั้นขาดแคลน และอยากเสพงานศิลปะอย่างบ้าคลั่ง ขนาดที่ต้องยอมลดทอนคุณค่าของมัน แล้วปล่อยให้เศษเสี้ยวคำสั่ง (Prompt) ของเครื่องจักรที่ไร้ความรู้สึก ไร้ความเจ็บปวด และไร้จิตวิญญาณ มารังสรรค์เลยเหรอ ?
.
บางคนที่ต่อต้านทุนนิยมมาตลอด แต่สนับสนุนสิ่งเหล่านี้ มองไม่ออกว่านี่คือการที่ทุนนิยมพยายามกลืนกินสุนทรียภาพ แล้วเปลี่ยนมันให้กลายเป็นอุตสาหกรรมสายพานการผลิต
.
ทุนนิยมสั่งให้เรากระหายความเร็ว บังคับให้เราต้องการความคุ้มทุน และตั้งคำถามกับศิลปินว่า "ทำไมต้องวาดตั้ง 3 วัน ในเมื่อระบบทำได้ใน 3 วินาที"
.
หากสิ่งเหล่านี้ได้รับความนิยมในวงการ การ์ตูนผลไม้พูดได้แบบ Ai อาจจะมีให้เห็นในโรงภาพยนตร์ในสักวันหนึ่งก็ได้
.
— ก่อนหน้านี้ยังไม่มีคอมพิวเตอร์เลย นักวาดก็ปรับมาใช้คอมพ์กันหมด ?
.
คอมพิวเตอร์เข้ามาเพื่อ "ผ่อนแรง" แต่ Ai เข้ามาเพื่อ "ตัดมนุษย์ออกจากกระบวนการ"
.
จริงอยู่ว่าก่อนหน้านี้ไม่มีคอมพิวเตอร์ ศิลปินต้องเขียนด้วยมือลงบนผ้าใบหรือกระดาษเซลลูลอยด์ทีละแผ่น และเมื่อคอมพิวเตอร์เข้ามา มันทำหน้าที่เป็น "เครื่องมือ" อย่างที่เคยเขียนไป
.
คอมพิวเตอร์ไม่ได้วาดรูปให้เองหากไม่มีมนุษย์ไปลากเมาส์ปากกา Photoshop ไม่สามารถเลือกสี แสงเงา หรือจัดองค์ประกอบภาพได้เอง หากไม่มีสมองของศิลปินคอยบังคับ
.
คอมพิวเตอร์ขยายขีดความสามารถของมนุษย์ แต่ AI กำลังทำหน้าที่เป็น "ผู้สร้าง" แทนมนุษย์ มันไม่ได้รอให้เราวาด แต่มันวาดให้เบ็ดเสร็จ สิ่งที่มนุษย์ทำเหลือเพียงแค่การตลาด และทุนนิยม นั่นคือการเป็น "ผู้บริโภค" และ "ผู้ตรวจงาน" เท่านั้น
.
น่าตลก + ย้อนแย้งตรงที่ตอนที่คอมพิวเตอร์กำเนิดขึ้นมา มนุษย์สร้างมันเพื่อมาทำงานคำนวณที่น่าเบื่อ งานเอกสารที่ซับซ้อน เพื่อให้มนุษย์มีเวลาว่างไปเสพงานศิลปะ
.
แต่ในยุคที่เต็มไปด้วยทุนนิยม มันกลับตาลปัตรไปหมด เรากำลังใช้ Ai ทำงานศิลปะ แต่งเพลง ทำอนิเมชั่น เพื่อที่มนุษย์อย่างเรา ๆ จะได้มีเวลาเหลือไปนั่งทำงาน และเป็นแรงงานให้ทุนนิยมต่อไป
.
— พอคนวาดก๊อปบอกแรงบันดาลใจ พอ Ai ก๊อปบอกละเมิดลิขสิทธิ์ ?
.
เวลาที่นักวาดไปดูงานคนอื่นแล้วบอกว่าได้แรงบันดาลใจ หรือแม้กระทั่งพยายามจะ "ก๊อปสไตล์" สิ่งที่เกิดขึ้นในสมองมนุษย์คือต้องใช้เวลา ความพยายาม และการฝึกฝนทางกายภาพ (ลายเส้น น้ำหนักมือ)
.
ระหว่างทางที่มนุษย์พยายามจะเลียนแบบคนอื่น "ความไม่สมบูรณ์แบบ" ของมนุษย์แต่ละคนจะกลั่นกรอง และบิดเบี้ยวสไตล์นั้นจนกลายเป็นเอกลักษณ์ใหม่ของตัวเองในที่สุด
.
อย่างตอนที่ภาพเจน Ai สไตล์ Ghibli ใช้กันแพร่หลาย คนที่ใช้ หรือเห็นด้วยก็มาสนับสนุนกันเต็มที่ และเปรียบเทียบกับ Fan Art ว่ามันก็ Concept เดียวกัน คือ ก๊อป > วาดใหม่
.
แต่ความแตกต่างคือ Ai มันไร้แรงบันดาลใจ มันไม่ได้ลอกในฐานะที่เป็นคนรักงาน Ghibli มันเพียงแต่ถูกป้อนข้อมูล และนำผลงานของ Ghibli รวมไปถึงลายเส้นที่มีอยู่แล้วเดิมมาปั่นลงในเครื่องจักร แล้วบอกเราว่า "นี่ไง Ghibli สไตล์ที่คุณต้องการ"
.
ยกตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือการที่กองทัพนำภาพตัวเอง หรือภาพการรบไปเจนเป็น Ai ในแบบของ Ghibli แต่หนึ่งในเหตุผลที่ Ghibli ก่อตั้งขึ้นคือการ "ไม่สนับสนุนสงคราม" นั่นแหละความย้อนแย้งที่ Ai ไม่สามารถแยกแยะได้
.
Ai ไม่ได้มีอารมณ์ร่วม หรือตัวตน มันคือ อัลกอริทึมทางสถิติ มันไม่ได้หยิบงานไปเพราะ "ชอบ" หรือ "ซาบซึ้ง" แต่มันดูดซับ Data นับพันล้านชิ้นเพื่อหาค่าเฉลี่ยทางคณิตศาสตร์ แล้วจำลองสไตล์นั้นออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบในเวลาไม่กี่วินาที
.
สุดท้ายนี้ใครจะมีความสุขกับการเสพงานที่เสกขึ้นมาจากเศษเสี้ยวคำสั่ง (Prompt) นั่นก็เป็นเรื่องของปัจเจก
.
แต่ในมุมของผม ผมแค่ยืนยันที่จะ "ไม่ให้ค่า" กับความเร่งรีบที่บดขยี้คุณค่าความเป็นมนุษย์ ผมไม่ได้ต่อต้านความสะดวกสบายของเทคโนโลยี แต่ผมแค่ปฏิเสธที่จะปล่อยให้เครื่องจักรมานิยามสุนทรียภาพแทนสมองและหัวใจ
.
คุณจะโอบกอดความเร็วของทุนนิยมไว้ก็ไม่เป็นไร ส่วนผมจะขอเหลือพื้นที่เล็ก ๆ นี้ไว้เพื่อรักในความไม่สมบูรณ์แบบที่กลั่นมาจากมือของมนุษย์ต่อไป ก็แค่นั้น

ไทย
น้องปุ๊ ไม่เคยรักใครเท่าพี่ไข่นุ้ย รีทวีตแล้ว
น้องปุ๊ ไม่เคยรักใครเท่าพี่ไข่นุ้ย รีทวีตแล้ว























