
มาร์คอะคราย🌈✨🍡(slow)
45.3K posts

มาร์คอะคราย🌈✨🍡(slow)
@machacry
@p_pwcs 's 😼 (。♡‿♡。) #Kaiwanmanita ✨🤍



อึ้งกับคำถาม อยากรู้เลยว่าไปขออะไรไว้ ถึงต้องแก้บนด้วยไข่ต้ม 10 ล้านฟอง บิดแบบคนในทวิตได้มั๊ย

กาชัชชาติทุกชาติไป …


สมัยที่นสด.GLยังไม่เยอะมากละเป็นช่วงที่หลิงออมเพิ่งมาใหม่ ๆ ฉันเจอคอมเมนต์ในtiktokชอบบอกว่าไม่ฟินเพราะหลิงหลิงตัวเล็กกว่าออม คือรำคาญพวกstereotypeเมะต้องสูงต้องเท่ต้องแมน น่ารำมาก

ถ้าจะขายเบเนแล้วทำงี้ก็ไม่ต้องทำ ไม่รู้จ้างสตาฟบริษัทไหนมาแต่ดันแฟนคลับทุกคนตั้งแต่ไฮบายยันไฮทัช ไม่รู้จะรีบเหี้ยไรนักหนา ทำเบเนมาเองแต่มึงเร่งทุกคนเพื่อเหี้ยไรอะ คือบางคนยังเดินไม่ถึงมึงก็ดันละอีเหี้ย คนหน้ายังทัชไม่เสร็จ กุยังไม่ได้ทัชมึงก็ดันแล้ว จะดันกุไปไหนอะ กุยังไม่ได้ทัชเลยอีเหี้ย อย่ามาเถียงว่าไม่ได้ดัน ไม่ได้จับตัวแฟนคลับค่ะ คลิปก็มีเน้าะ แม่งดันตั้งแต่โชกุนคนแรกด้วยซ้ำ สัส ละพอหลัง ๆ มึงก็จับศลปมาชิดกันเพื่อให้ไม่มีช่องว่าง คือแค่จะเทคไทม์กับศลปคนละไม่ถึง 2 วินี่มันผิดมากหรอ เสียเงินมานะเห้ย


กทม. รายงานการเงินปีงบประมาณ 68 ดุลใช้จ่ายรายรับสูงกว่ารายจ่าย 5 พันล้านบาท จัดเก็บรายได้สูงกว่าประมาณการ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง รายงานรายรับ-จ่ายเงิน ประจำปีงบประมาณ 2568 ซึ่งลงนามโดย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แสดงให้เห็นถึงสถานะทางการคลังของกรุงเทพมหานคร โดยพบว่าดุลของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 มีรายรับสูงกว่ารายจ่ายตามงบประมาณเป็นจำนวนเงินรวม 5,395,569,089.44 บาท ซึ่งเป็นผลมาจากการจัดเก็บรายได้ที่สูงกว่าประมาณการ ควบคู่ไปกับการเบิกจ่ายงบประมาณที่ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ การเผยแพร่ประกาศดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามความในมาตรา 120 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ที่กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องรายงานสถานะการเงินให้ประชาชนรับทราบเพื่อความโปร่งใส โดยรายละเอียดในส่วนของรายรับของกรุงเทพมหานครระบุว่า มีรายรับจริงซึ่งประกอบไปด้วยรายได้ประจำและรายได้พิเศษ รวมทั้งสิ้น 108,055,452,829.41 บาท ตัวเลขดังกล่าวจัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการรายรับที่ได้ประเมินไว้เบื้องต้นถึง 3,505,949,029.41 บาท ในด้านการใช้จ่ายงบประมาณของกรุงเทพมหานคร รายงานฉบับนี้ระบุข้อมูลรายจ่ายจริง ซึ่งมาจากการเบิกจ่ายในส่วนของรายจ่ายประจำและรายจ่ายพิเศษ มีจำนวนรวม 87,128,246,005.45 บาท นอกจากนี้ ยังมีการบันทึกยอดเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีสำหรับโครงการหรือภาระผูกพันต่างๆ ที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ จำนวน 15,501,137,734.52 บาท เมื่อนำยอดรายจ่ายจริงมารวมกับยอดเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีแล้ว จะพบว่าตัวเลขการใช้จ่ายงบประมาณโดยรวมของกรุงเทพมหานครมีระดับที่ต่ำกว่าประมาณการรายจ่ายเบื้องต้นอยู่ 1,889,620,060.03 บาท ตัวเลขทั้งหมดนี้จึงนำมาสู่ผลลัพธ์ของดุลการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2568 ที่มีรายรับสูงกว่ารายจ่ายกว่า 5.3 พันล้านบาทตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาข้างต้น ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร #TheStandardNews #TheStandardPhoto #ศวิตาพูลเสถียร

ยุคนั้นมันคนละแบบครับ และ อฟช ก็ดันสิคเยอะนะ ได้เป็นเซ็นเตอร์คนแรกของวง ได้เล่นหนังของค่าย ได้งานพากย์การ์ตูน ได้เล่นซีรี่ส์ The Underclass ได้ทำยูนิต Mimigumo แต่ต้องมองอย่างนึงคือตอนซิงแรกกระแสยังไม่ได้แรงขนาดนั้น ทำให้ซิงสอง อฟช ต้องผลักดันเซ็นเตอร์คนใหม่ ซึ่งก็กลายเป็นเพลงดังพลุแตกของวง ทำให้จังหวะนั้นยากที่สิคจะได้เป็นเซ็นเตอร์เดี่ยวแบบติดต่อกัน และระหว่างช่วงนั้นเมมท็อปหลายคนก็โดดเด่นกัน ไม่แปลกที่ อฟช จะเลือกเซ็นเตอร์ปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ สิคไม่ได้ลอยโท่งเท้ง แต่แค่ อฟช ไปดันสิคในพาร์ทอื่นๆแทน

กรุงเทพมหานคร (กทม.) หนึ่งในมหานครสำคัญของโลก กำลังเดินหน้าไปสู่การมีผู้บริหารเมืองคนใหม่ ภายหลังวาระของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ คนปัจจุบันใกล้หมดวาระภายครองตำแหน่งมากว่า 4 ปี นับตั้งแต่ปี 2565 ในการเลือกตั้งครั้งนั้น ชัชชาติถือเป็นผู้สมัครในนามอิสระ ที่มาพร้อมกับนโยบาย 216 ข้อ ภายใต้คอนเซปต์ 9 ด้าน 9 ดี เพื่อทำให้กรุงเทพฯ เป็น ‘เมืองน่าอยู่’ สำหรับทุกคน โดยนโยบายที่หาเสียงไว้นั้นเองของชัชชาติได้พาให้ตัวของเขาคว้าชัยเหนือคู่แข่งกลุ่มการเมืองต่างๆ ได้คะแนนอย่างท้วมท้นที่ 1.38 ล้านคะแนน ปัญหาของกรุงเทพฯ นั้นมีไม่ต่างจากมหานครอื่นทั่วโลก ที่ต้องการการวางแผนและจัดการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคมนาคม สิ่งแวดล้อม ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาการศึกษา ตลอดจนไฟส่องสว่างของเมือง แต่สิ่งที่เมืองหลวงแห่งนี้อาจจะต่างออกไปจากเมืองอื่น คือ อำนาจของผู้บริหารเมืองที่มีอยู่อย่างจำกัด หลายปัญหาที่เกิดขึ้นในเมืองจะต้องรอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือกระทรวงมหาดไทย นั่นจึงทำให้ กทม.ไม่สามารถแก้ไขได้โดยตรง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การวางสายรถประจำทางสาธารณะภายในกรุงเทพฯ ที่แม้ กทม.อยากจะกำหนดเส้นทางการเดินรถให้ตายก็ไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นอำนาจที่ผูกขาดไว้กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) หรือการจัดโซนนิ่งของเมืองระดับย่านเพื่อกำหนดให้ย่านต่างๆ ถูกพัฒนาไปในทิศทางไหน เหมือนโตเกียวและปารีส กทม.เองก็ไม่สามารถทำได้ เพราะต้องผ่านการพิจารณาของ ครม. นั่นจึงทำให้บทบาทของผู้บริหารกรุงเทพฯ เสมือนเป็นหัวหน้าฝ่ายบริการสาธารณะกลายๆ มีหน้าที่จัดการทางเท้า ดูแลสวนสาธารณะ ตรวจสอบความสว่างของเมือง จัดการปัญหาขยะ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอำนาจในการบริหารจัดการเมืองของผู้ว่าฯ จะมีไปอย่างจำกัด แต่ทว่าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอด 4 ปีที่ผ่านมาภายใต้การดูแลของชัชชาติ หลายประเด็นปัญหาของ กทม.ก็ถูกจัดการแก้ไขเป็นที่พอใจของคนกรุงเทพฯ สะท้อนออกมาได้จากผลโพล 3 ปีครึ่งผู้ว่าฯ ชัชชาติ ของนิด้าโพล (NIDA Poll) ที่ทำการสำรวจไว้เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน-2 ธันวาคม 2568 ที่ระบุว่ากว่าร้อยละ 46.55 ของกลุ่มตัวอย่างค่อนข้างพอใจ และร้อยละ 31.85 ของกลุ่มตัวอย่างพอใจมาก ขณะที่ตัวเลขของกลุ่มตัวอย่างที่ไม่พอใจเลยอยู่ที่ร้อยละ 6.70 วันนี้ The Momentum ได้มัดรวมผลงานต่างๆ ของชัชชาติที่ผ่านมาเกือบ 4 ปี ทั้งที่สำเร็จไปแล้ว และยังไม่สำเร็จ ที่รอคอยการดำเนินการแก้ไขในหลากหลายประเด็น อ่านบทความ ผ่านมา 4 ปี เรื่องไหนใน กทม. ที่ ‘ชัชชาติ’ ทำได้แล้ว-ยังทำไม่ได้ เพิ่มเติมได้ทาง themomentum.co/feature-bkk-ch… เรื่อง: The Momentum Team ภาพ: ชมพูนุท สะราคำ #TheMomentum #Feature #กทม #ชัชชาติ #เลือกตั้งผู้ว่า #ผู้ว่ากทม #ชัชชาติสิทธิพันธุ์ #กรุงเทพ #กรุงเทพมหานคร #กรุงเทพฯ #TraffyFondue

กรุงเทพมหานคร (กทม.) หนึ่งในมหานครสำคัญของโลก กำลังเดินหน้าไปสู่การมีผู้บริหารเมืองคนใหม่ ภายหลังวาระของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ คนปัจจุบันใกล้หมดวาระภายครองตำแหน่งมากว่า 4 ปี นับตั้งแต่ปี 2565 ในการเลือกตั้งครั้งนั้น ชัชชาติถือเป็นผู้สมัครในนามอิสระ ที่มาพร้อมกับนโยบาย 216 ข้อ ภายใต้คอนเซปต์ 9 ด้าน 9 ดี เพื่อทำให้กรุงเทพฯ เป็น ‘เมืองน่าอยู่’ สำหรับทุกคน โดยนโยบายที่หาเสียงไว้นั้นเองของชัชชาติได้พาให้ตัวของเขาคว้าชัยเหนือคู่แข่งกลุ่มการเมืองต่างๆ ได้คะแนนอย่างท้วมท้นที่ 1.38 ล้านคะแนน ปัญหาของกรุงเทพฯ นั้นมีไม่ต่างจากมหานครอื่นทั่วโลก ที่ต้องการการวางแผนและจัดการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคมนาคม สิ่งแวดล้อม ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาการศึกษา ตลอดจนไฟส่องสว่างของเมือง แต่สิ่งที่เมืองหลวงแห่งนี้อาจจะต่างออกไปจากเมืองอื่น คือ อำนาจของผู้บริหารเมืองที่มีอยู่อย่างจำกัด หลายปัญหาที่เกิดขึ้นในเมืองจะต้องรอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือกระทรวงมหาดไทย นั่นจึงทำให้ กทม.ไม่สามารถแก้ไขได้โดยตรง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การวางสายรถประจำทางสาธารณะภายในกรุงเทพฯ ที่แม้ กทม.อยากจะกำหนดเส้นทางการเดินรถให้ตายก็ไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นอำนาจที่ผูกขาดไว้กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) หรือการจัดโซนนิ่งของเมืองระดับย่านเพื่อกำหนดให้ย่านต่างๆ ถูกพัฒนาไปในทิศทางไหน เหมือนโตเกียวและปารีส กทม.เองก็ไม่สามารถทำได้ เพราะต้องผ่านการพิจารณาของ ครม. นั่นจึงทำให้บทบาทของผู้บริหารกรุงเทพฯ เสมือนเป็นหัวหน้าฝ่ายบริการสาธารณะกลายๆ มีหน้าที่จัดการทางเท้า ดูแลสวนสาธารณะ ตรวจสอบความสว่างของเมือง จัดการปัญหาขยะ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอำนาจในการบริหารจัดการเมืองของผู้ว่าฯ จะมีไปอย่างจำกัด แต่ทว่าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอด 4 ปีที่ผ่านมาภายใต้การดูแลของชัชชาติ หลายประเด็นปัญหาของ กทม.ก็ถูกจัดการแก้ไขเป็นที่พอใจของคนกรุงเทพฯ สะท้อนออกมาได้จากผลโพล 3 ปีครึ่งผู้ว่าฯ ชัชชาติ ของนิด้าโพล (NIDA Poll) ที่ทำการสำรวจไว้เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน-2 ธันวาคม 2568 ที่ระบุว่ากว่าร้อยละ 46.55 ของกลุ่มตัวอย่างค่อนข้างพอใจ และร้อยละ 31.85 ของกลุ่มตัวอย่างพอใจมาก ขณะที่ตัวเลขของกลุ่มตัวอย่างที่ไม่พอใจเลยอยู่ที่ร้อยละ 6.70 วันนี้ The Momentum ได้มัดรวมผลงานต่างๆ ของชัชชาติที่ผ่านมาเกือบ 4 ปี ทั้งที่สำเร็จไปแล้ว และยังไม่สำเร็จ ที่รอคอยการดำเนินการแก้ไขในหลากหลายประเด็น อ่านบทความ ผ่านมา 4 ปี เรื่องไหนใน กทม. ที่ ‘ชัชชาติ’ ทำได้แล้ว-ยังทำไม่ได้ เพิ่มเติมได้ทาง themomentum.co/feature-bkk-ch… เรื่อง: The Momentum Team ภาพ: ชมพูนุท สะราคำ #TheMomentum #Feature #กทม #ชัชชาติ #เลือกตั้งผู้ว่า #ผู้ว่ากทม #ชัชชาติสิทธิพันธุ์ #กรุงเทพ #กรุงเทพมหานคร #กรุงเทพฯ #TraffyFondue



ยุคนั้นมันคนละแบบครับ และ อฟช ก็ดันสิคเยอะนะ ได้เป็นเซ็นเตอร์คนแรกของวง ได้เล่นหนังของค่าย ได้งานพากย์การ์ตูน ได้เล่นซีรี่ส์ The Underclass ได้ทำยูนิต Mimigumo แต่ต้องมองอย่างนึงคือตอนซิงแรกกระแสยังไม่ได้แรงขนาดนั้น ทำให้ซิงสอง อฟช ต้องผลักดันเซ็นเตอร์คนใหม่ ซึ่งก็กลายเป็นเพลงดังพลุแตกของวง ทำให้จังหวะนั้นยากที่สิคจะได้เป็นเซ็นเตอร์เดี่ยวแบบติดต่อกัน และระหว่างช่วงนั้นเมมท็อปหลายคนก็โดดเด่นกัน ไม่แปลกที่ อฟช จะเลือกเซ็นเตอร์ปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ สิคไม่ได้ลอยโท่งเท้ง แต่แค่ อฟช ไปดันสิคในพาร์ทอื่นๆแทน

@dt_watercat แหมพูดเหมือนคนตจวจะอยู่ตจวกันหมดอ่ะค่ะ โควทมาแบบนี้รู้เลยว่าไม่ได้เรียนหมอ จะบอกให้ฟังนะคะพวก cpird นี่จบมาใช้ทุนตามหัวเมืองใหญ่ค่ะ อยุธยา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี5555555 ที่ไกล ๆ นี่กสพทที่โดนจับฉลากไปทั้งนั้น ระบบมันแย่ ยิ่งกันดารคนก็ไม่อยากอยู่ต่อหรอก ถ้าระบบดีใครมันจะอยากออกเอ่ย

El mensaje es claro, las personas se pelean por dos bebidas que saben exactamente igual



