ร้องเหมียวเหมียวเดี๋ยวเดียวก็มา retweetledi

มีชาว X คนหนึ่งชื่อ Alice มาโพสว่า
--
ฝ่ายทุนนิยมเชื่อว่า "อยากเลิกจน? ก็สร้างความมั่งคั่งให้มันมากขึ้นสิ"
ฝ่ายสังคมนิยมบอก: "อยากเลิกจน? ก็จับพวกสร้างความมั่งคั่งมาแบ่งกันกินให้หมดซะ"
--
ซึ่งโพสนี้กลายเป็นไวรัลทันทีเมื่อ Elon Musk กระโดดลงมาเม้นสั้นๆ ว่า
“ปัญหาก็คือหลังจากที่คุณกินคนรวยจนอิ่มแล้ว สุดท้ายพวกคุณนั่นแหละที่จะต้องอดตาย(เพราะไม่มีใครสร้างอะไรให้กินอีกต่อไป)”
สิ่งที่ Alice และ Elon พูดถูกแบบ 100%
เหตุผลข้อหนึ่งที่ผู้นิยมลัทธิคอมมี่ชอบอ้างก็คือ “ความมั่งคั่งเกิดขึ้นมาจากการทำงานใช้แรงงานของแรงงานต่างหาก ไม่ใช่มาจากนายทุน
ซึ่งในทางทฤษฎีและในความเป็นจริงทางเศรษฐศาสตร์ ความมั่งคั่งไม่ได้เกิดจากเกิดจากการใช้แรงงานเท่านั้น แต่เกิดจาก แรงงาน + ทุน วิสัยทัศน์ และความเสี่ยง
ลองนึกภาพโรงงาน Tesla ดูครับ ถ้าไม่มีเจ้าของทุนที่ยอมแบกความเสี่ยงล้มละลายเพื่อสร้างนวัตกรรมและหาตลาด ต่อให้คนงานขยันแค่ไหนก็ไม่มีเครื่องจักรให้กดปุ่ม ไม่มีงานให้ทำ และไม่มีทางสร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาลได้ด้วยตัวเอง
ในทางตรงข้าม อุตสาหกรรมสมัยใหม่พึ่งพาแรงงานน้อยลงทุกวันๆ โรงงานสมัยใหม่ใช้หุ่นยนต์มากขึ้น บางโรงงานแทบจะไม่จำเป็นต้องมีแรงงานทำงานเลย มีคนเข้าไปนั่งกดปุ่มให้มันเริ่มกระบวนการผลิตพอเป็นพิธีเท่านั้น ความมั่งคั่งของผู้ประกอบการเกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ นวัตกรรม เงินทุน และความเสี่ยงของนายทุนล้วนๆ ไม่ได้เกิดจากการทำงานของแรงงานเลย และนี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่มีการต่อต้านหุ่นยนต์ เพราะเขาจะไม่สามารถอ้างเหตุผลนี้มาใช้ในการปล้นเงินคนอื่นอีกต่อไป
อึกเหตุผลหนึ่งที่คนชอบอ้างมาเพื่อปล้นเงินคนอื่นคือ ระบบทุนนิยมมันทำให้คนรวยรวยขึ้น คนจนจนลง
ซึ่งมันไม่เป็นความจริงเลย
ถ้าเราเลิกมองแค่ว่า "ใครรวยกว่าใคร" แล้วมาดูที่ความจนจริงๆ ข้อมูลจาก World Bank ระบุว่าในปี 1990 โลกมีคนจนสุดขีดสูงถึง 2,300 ล้านคน หรือเกือบ 40% ของประชากรโลก
แต่ปัจจุบันในปี 2026 ตัวเลขนี้ลดลงเหลือเพียง 831 ล้านคน หรือประมาณ 10% เท่านั้น ทั้งที่ประชากรโลกเพิ่มขึ้นมหาศาล
นี่คือข้อพิสูจน์ว่าทุนนิยมไม่ได้ทำให้คนจนลง แต่มันคือระบบที่ลดความจนได้รวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติต่างหาก
คนจนปัจจุบันมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีกว่าคนจนเมื่อ 50 ปีก่อนมากมาย ยังไม่นับสวัสดิการต่างๆที่มาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่มาพร้อมกับระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในช่วงที่ผ่านมา
ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดเรื่องนี้คือกรณีของจีนที่เลิก "กินคนรวย" แบบเหมาเจ๋อตง แล้วหันมาเปิดตลาดทุนนิยมจนสามารถยกคนพ้นความจนได้กว่า 800 ล้านคน
หรือกลุ่ม 4 เสือแห่งเอเชียอย่างเกาหลีใต้และสิงคโปร์ที่ก้าวจากประเทศที่ไม่มีอะไรเลยสู่ประเทศพัฒนาแล้วในเวลาแค่ 50 ปี
ในขณะที่ประเทศที่เลือกทาง "กินคนรวย" อย่างเวเนซุเอลาหรือเกาหลีเหนือ กลับต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อล้านเปอร์เซ็นต์และประชาชนต้องอดอยากจนถึงขั้นวิกฤตอย่างที่เห็น
การสร้างพายให้ก้อนใหญ่ขึ้นย่อมดีกว่าการมานั่งทะเลาะกันเพื่อแบ่งพายก้อนเล็กๆ เพราะถ้าคุณเลือกที่จะ eat the riches ทำลายผู้สร้างงานด้วยการยึดทรัพย์สินเขาหรือรีดภาษีจนเขาอยู่ไม่ได้ ผลที่ตามมาคือจะไม่มีใครสร้างนวัตกรรมหรือโอกาสใหม่ๆ และทุกคนจะลงเอยด้วยการ "จนเท่ากัน" อย่างสมบูรณ์แบบ

ไทย



































