EverydayBPraew

3.2K posts

EverydayBPraew banner
EverydayBPraew

EverydayBPraew

@BPPraew

ตัวตนของเราสะท้อนมาจากสิ่งที่เราสนใจ

Bangkok, Thailand Katılım Ekim 2015
132 Takip Edilen0 Takipçiler
EverydayBPraew retweetledi
mars.
mars.@yoxrgravity·
ยืนยันว่าการมี empathy มันสำคัญจริงๆนะ มันไม่ใช่เรื่องที่สอนกันได้ด้วย ยิ่งถ้าบางคนยังเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล พูดไม่ดี ไม่คิดถึงใจคนอื่น มีคนถือหาง มั่นหน้าในตัวเอง ก็ยากที่จะมี empathy ได้ ไม่แปลกที่คนจะเกลียด
ไทย
10
21.8K
10.9K
469.2K
EverydayBPraew retweetledi
カピバラボーイ, น้องคาปิบาร่า 🌿♎
เมื่อคืนก่อนนู้นเห็นข่าวว่า S&P500 ทำ all-time high ใหม่อีกครั้ง ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก็เลยดึงกราฟขึ้นมาส่องย้อนหลัง 1 ปี เพื่อดูว่าตลาดมันเป็นยังไงและกำลังบอกอะไรเราบ้าง พอเห็นกราฟก็นั่งคิดอยู่นานเลยประมาณนี้ กราฟที่ผมดูมีสามส่วน - ทอง (Gold/USD) - VOO ซึ่งเป็น ETF ที่ track S&P500 - TIP ซึ่งเป็น ETF ที่เป็นสินทรัพย์ปกป้องเงินเฟ้อ ภาพรวมตลอดปี 2025 คือมันชัดมากว่า ทองกับ S&P500 วิ่ง "ไปด้วยกัน" แทบตลอด ทั้งคู่ขึ้นพร้อมกัน ลงพร้อมกัน และดีดตัวกลับพร้อมกัน ส่วน TIP ก็วิ่ง sideway ไม่ไปไหน แสดงว่า inflation expectation และทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ยังไม่มีสัญญาณชัดว่าจะไปทางไหน (จริงๆ ก็คงดอกเบี้ยสูงมาตลอดทางแหละ) แล้วมีจุดที่น่าสนใจคือ หลังจากที่มีข่าวการหยุดยิงของทรัมป์ออกมา ทองก็ร่วงทันที ในขณะที่ S&P500 ดีดสูงขึ้น อันนี้คือจุดแรกที่ทั้งสองสินทรัพย์เริ่มเดินคนละทิศกันในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา แต่ปัญหาคือ มันขัดกับทุกอย่างที่เราถูกสอนมา ทฤษฎีพื้นฐานเรื่อง portfolio บอกว่า ทองและหุ้นควรวิ่ง "สวนทางกัน" โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอน ซึ่ง Logic คือเมื่อนักลงทุนกลัว พวกเขาจะขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น แล้วไปพักเงินในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทอง ราคาหุ้นจึงลง ราคาทองจึงขึ้น แต่ปี 2025 มันไม่ได้เป็นแบบนั้น ทั้งคู่วิ่งขึ้นพร้อมกัน จนทุกคนงง และมันทำให้แนวคิดเรื่อง rebalance portfolio ด้วยการถือสองสินทรัพย์นี้คู่กันมัน... ไม่รู้จะยังไงต่อ แล้วผมก็คิดต่อว่า ทำไมมันถึงเกิดขึ้น? ซึ่งผมก็ยังไม่ได้มีคำตอบนัก และผมก็ไม่อยากแกล้งทำเป็นว่ามีด้วย แต่จากที่ดูข้อมูลไวไว มีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจมากครับคือปี 2025 นักลงทุนจำนวนมากเก็งกำไรทั้งทองและหุ้นพร้อมกัน ไม่ได้มองทองเป็น "ที่หลบภัย" อีกต่อไป แต่มองเป็นสินทรัพย์เก็งกำไรอีกประเภทหนึ่งเหมือนกัน ผลที่ได้คือ ไม่มีแรงกดดันอะไรที่บังคับให้ต้องขายอันหนึ่งเพื่อเลี้ยงอีกอัน ช่วงที่ผ่านมาทุกคนวิ่งเข้าร้านทองกันเป็นว่าเล่นถึงขนาดออกข่าว mainstream ว่าราคาทองพุ่งๆๆ ซึ่งตลาดมันก็ไม่ได้ "ผิด" มันแค่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ logic ของนักลงทุนเปลี่ยนไป มันก็เลยทำให้ระบบ rebalancing แบบเดิมๆ ที่เราคุ้นเคยกัน ดูงงๆ ไปโดยปริยายครับ แล้วอะไรที่ทำให้มันกลับมา "วิ่งตามหนังสือ" อีกครั้งล่ะ? แน่นอนว่าการมาของเทพสงครามการค้าอย่างทรัมป์นั้น ทำให้เกิด tariff war 2.0 ที่รุนแรงขึ้นมาอีกรอบในช่วงต้นปี 2026 ไหนจะสงครามที่ตะวันออกกลางอีก ตอนนั้นเราเห็นทองพุ่ง ส่วนหุ้นร่วงแต่ก็ไม่แรงนัก ก่อนที่ S&P500 จะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับขึ้นมา นั่นคือตัวอย่างชัดเจนว่า "เหตุการณ์ระดับโลกที่ใหญ่พอ" มันยังสามารถบังคับให้สองสินทรัพย์นี้กลับมาวิ่งสวนทางกันได้ตามทฤษฎีเดิม คือกฎมันยังอยู่แหละ แค่ต้องมีแรงพอที่จะให้ trigger มันทำงาน กลับมาที่นักลงทุนบ้านๆ อย่างเราๆ จะเอาอะไรไปใช้ได้จริงบ้าง? ผมคิดว่ามีสองสิ่งที่เป็น takeaway จริงๆ จากสิ่งที่เห็นครับ อย่างแรก - Playbook เก่ายังใช้ได้ แต่ต้อง update context ก่อน ทองยังเป็น hedge ที่ดีเมื่อเกิดเหตุการณ์ระดับโลกที่รุนแรงพอ แต่ในสภาพแวดล้อมปกติ มันอาจวิ่งตามหุ้นมากกว่าที่เราคาด ซึ่งหมายความว่าการถือทองในพอร์ตอาจไม่ได้ให้ diversification แบบที่เราหวังไว้เสมอไป อย่างที่สอง - ตลาดมันไม่มีทางผิด มีแต่เราที่อ่านมันผิด เมื่อตลาดทำสิ่งที่ "ไม่น่าจะเกิดขึ้น" มันกำลังบอกว่า assumption ของเรามีบางอย่างที่ต้องปรับ ไม่ใช่ว่าตลาดมันเป็นบ้า การ update วิธีอ่านตลาดให้ทันเหตุการณ์ มันสำคัญกว่าการจำกฎเดิมๆ ไว้ใช้ทุกสถานการณ์ครับ อนาคตจะเป็นยังไงต่อไป ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ซึ่งถ้าผรู้ผมก็คงรวยล้นฟ้าจากการเทรดไปแล้ว และใครที่บอกว่ารู้ ผมก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่สิ่งที่รู้แน่ๆ คือโลกเราเข้าสู่ความไม่แน่นอนมาสักพักแล้ว และนักลงทุนที่ปรับตัวได้ไม่ใช่คนที่จำกฎได้เยอะที่สุด เก่งที่สุด มีเงินเยอะที่สุด แต่เป็นคนที่รู้ว่า "เมื่อไหร่กฎนี้จะใช้ได้ และเมื่อไหร่ที่ควรตั้งคำถามกับมัน" ครับ
カピバラボーイ, น้องคาปิบาร่า 🌿♎ tweet media
ไทย
3
456
649
50K
EverydayBPraew retweetledi
Squilla so RUDE! 🩵
Squilla so RUDE! 🩵@Squilla_mon·
สมัย first jobber เคยมีสกิลนึงที่ช่วยในเรื่องประสานงานกับคนทำงานเพศชาย คือแอ๊บแอ้นิดๆ ประเล้าประโลมอีโก้ให้เขารู้สึกว่าเขาให้ประโยชน์กับเราได้ พูดเพราะๆ ยิ้มหวานไว้ก่อน อันนี้ไม่แน่ใจเท่าไหร่ ปกติพี่ทำยังไงคะ = งานราบรื่นผ่านฉลุย มาคิดตอนนี้เห้อ bullshit ชห
Cocacola@Cocacolaboy555

สกิลอะไรที่มีติดตัวแล้ว ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น

ไทย
12
12.7K
8.7K
1.7M
EverydayBPraew retweetledi
Cebigreen
Cebigreen@CebiGreen·
Layoffs ไม่ใช่แค่ tech ในเมกา เมื่อคืนเวลาตี 3 ในเมกา EST สายการบิน low-cost carrier สายหนึ่งของเมกา Spirit Airlines ปิดการให้บริการทั้งหมด ผู้โดยสารยังค้างก็มี พนักงาน 7,000 คน นักบิน 2,000 คน…
ไทย
5
1.8K
711
104.8K
EverydayBPraew retweetledi
Honey 🌙✨
Honey 🌙✨@chidchayeol·
ถ้านี่ไม่ใช่ฟอนต์ในพระราชโองการที่น่ารักคิ้วถึที่สุดในราชวงศ์เกาหลี📜💗 ฝ่าบาทน้อยน่ารักมากก เขียนใหม่ตั้งหลายรอบ ตั้งใจสุดๆเอ็นดูอ่า 🤏🏼 #PerfectCrown
ไทย
3
3.5K
3.9K
100.2K
EverydayBPraew retweetledi
Cogito Ergo Sum ♡
Cogito Ergo Sum ♡@kae_chichi·
ในอดีตพี่ชายอีอันไม่ค่อยสนใจมเหสีของตัวเอง หนีได้ก็หนีงี้ ละอีอันก็มาช่วยพี่สะใภ้ คือฮีก็เป็นทุกอย่างให้คนทั้งวังแล้ว ละจะไม่ให้พระพันปีแอบชอบได้ไง คนที่ชอบหนีหน้ากับคนที่มีเวลาให้ เป็นฉันก็ชอบ 😌 #PerfectCrownEp7 #ByeonWooSeok #PerfectCrown
ไทย
0
665
973
81.1K
EverydayBPraew retweetledi
べんごし ทแนะทนัย ⚖️
พส.ญี่ปุ่นโกรธ ส่วน พส.เกาหลีหลายคนก็เข้ามายืนยันว่าเป็นเรื่องจริง ไอ้ที่ว่าของ ผช.เกาหลี 🤏 นั่นนะ 55555
べんごし ทแนะทนัย ⚖️ tweet media
天使@tenshicos

黙れ粗チン。チンポの平均サイズが世界最低水準で10cm未満の国に貶されたくない。

ไทย
17
7.1K
4.2K
436K
EverydayBPraew retweetledi
Happit
Happit@Mabbitmama·
เพิ่งรู้ว่ามีอินฟลูคนไทย มาเรียนโทที่เมกา มาปุ๊บเจอแฟน แฟนหล่อ เปย์ตลอด พาไปเที่ยว ดูรักกันมาก คบไม่กี่เดือน (<6) แต่งเลย ได้กรีนการ์ด ย้ายไปเรียนสายสุขภาพ ชีวิตดูแฮปปี้มาก ปรากฎแต่งได้ปีเดียว ผชทำร้ายร่างกาย ไล่ออกจากบ้าน ถอนเงินในบัญชีร่วมไปหมด ฟ้องหย่า 😱 ดูกันดีๆก่อนแต่งเถอะ
ไทย
15
11.8K
6.3K
2M
EverydayBPraew retweetledi
wild berry tea ☕️
wild berry tea ☕️@wildberrytea11·
Reading is personality จริงๆ นะ เราสามารถเข้าใจส่วนหนึ่งของใครสักคนได้โดยดูจากสิ่งที่เขาอ่านอ่ะ หนังสือที่ชอบแม้จะแตกต่างกันที่ประเภทหรือเนื้อหาแต่มันจะมีจุดร่วมเล็กๆ ที่เหมือนกันอยู่เสมอ และสิ่งนั้นแหละที่สามารถบอกความเป็นเขาคนนั้นได้อย่างดีเลย
ไทย
2
2.9K
2.6K
96.8K
EverydayBPraew retweetledi
BENNEFRANK
BENNEFRANK@BENNEFRANK13·
ตอนแรกๆที่มาทำงาน ตปท - อาทิตย์แรก ร้องไห้ทุกวัน งานใหม่ยากมากกก อาจจะเพราะพึ่งจบมาทำงานได้ปีเดียวละมาเลย งานคนละฟิลกับไทยมาก - งานที่ทำคือ meeting,training , investigation , report , risk analysis, etc ซึ่งเข้าประชุมฟังสำเนียงต่างชาติไรไม่ออกเลย 5555 ใช้วิธีการตีสนิทกับคนในที่ประชุม เล็งๆว่าใครพอจะเป็นมิตร เอาขนมไปให้ แล้วสรุปประชุมให้เขาดูว่าเราเข้าไปถูกมั้ย คือหลายๆคนก็ใจดีช่วย ถึงรอดมาได้ อาศัยความไปบ่อยๆ ถามไรไม่รู้กูก็ตอบไว้ก่อน ให้เขาช่วยอธิบาย สู้ชีวิตสุดๆ - รุ่นพี่ที่ทำงานด่าว่า จบมาได้ไง ทำไมไม่รู้เรื่องอะไรเลย น้ำตาตกในมาก กลับห้องมาแล้วร้องไห้ไฮ ไปลาออกแม่ง ตอนสมัยเรียนกูก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนะ!! เออ ดูถูกกันเกิน กูไม่อยู่แล้วก็ได้ เขียนไปลาออกไปให้ manager เขาบอกให้อยุ่ต่อสักแทคนึง( ทำงาน4 เดือน) ลองสู้ดูก่อน อะก็อยุ่ไป อะไรไม่เข้าใจ ก็จดไว้ ไปหน้างานคุยกับคนงาน ไปหน้างานบ่อยๆ เรียนรู้เอา - โดนเรียกเข้าห้องเย็นไปด่าก็เคยแล้ว director เรื่อง performance การวางตัว5555 - ทั้งหมดก็ค่อยๆผ่านกระบวนการเติบโต จากคนที่ไม่ได้เรื่องในวันนั้น ก็สามารถทำงานได้ดีขึ้น ใครว่ามาก็ มปร แต่อย่าพลาดก็จะจ้วงคืน ไม่ยั้ง อยู่มาแล้ว 10 ปีแล้วอ่ะ คนอื่นเข้ามาแล้วออก แต่นี่อยุ่มาอย่างยาวนาน แต่ยังจำคำของ site manager ได้คือ แกไม่ได้ชอบคนเก่งแต่ชอบคนที่พัฒนาได้ มีทัศนคติที่ดี และ sense ในการทำงาน เช่น อะไรที่สำคัญ ทำก่อน อะไรไม่สำคัญทำทีหลัง ** แต่ director บอกว่า ทำงานกับคนหมู่มาก ถ้าจะสู้ สู้ให้ชนะ อย่าแพ้กลับมา ประมานนี้ 555555 ชอบมาก
moon .@stylepearypiee

เคยร้องไห้ให้กับความไม่เก่งของตัวเองมั้ย

ไทย
7
1.2K
1.4K
146.6K
EverydayBPraew retweetledi
~Star(별)⭐&Moon(달)🌕
~Star(별)⭐&Moon(달)🌕@popobangten·
พระนางสวยหล่อ นี่ว่าการแสดงไม่ได้แย่ขนาดนั้น แต่คาแค่ไม่เข้ากับนักแสดงอะ ส่วนเคมีไม่มีจริง ที่เกาคือส่วนใหญ่เห็นพ้องเหมือนกันว่าเคมีพระนางไม่มีจริงๆ ทั้งที่พระนางสวยหล่อ แต่เคมีดันไม่มีอะ
Lunar@EarnLuv

นี่ยังไม่ได้ดูซีรี่ส์นะ แต่ซีนนี้ต่างชาติพูดเยอะมากว่าพระนางไร้เคมีมากเลย/ได้เทสก่อนเลือกพระนางไหมอะไรแบบนี้ ขึ้นฟีดจนนี่หยุดดูให้จบ…เออจริงว่ะ เต้นรำยิ้มมองหน้าแบบไร้เคมีจริงๆ หรือในเรื่องเล่นอะไรอยู่ ยังไม่รักกัน

ไทย
22
5.8K
3.2K
1.3M
EverydayBPraew retweetledi
WY72👩‍🎨西瓜姐🍉
WY72👩‍🎨西瓜姐🍉@wilasineeyosch1·
ก็เค้ารู้ว่าคนประเทศเค้ามันเพี้ยน แยกจินตนาการกับความเป็นจริงไม่ออก ไม่งั้นจะมีคนโดดน้ำตามซีรี่ส์หรอ ควบคุมสื่อมันง่ายดีกว่ามานั่งสอนให้คนมีวิจารณญาณ
ชลน แมวส้มแท้ๆ 🐱@chaleenajaja

ซร.จีนพล็อตน้ำเน่าแบบนี้จะไม่มีอีกละ หน่วยงานกำกับดูแลสื่อของจีน (NRTA) ออกมาตรการคุมเข้มสั่งจัดระเบียบ"มินิซีรีส์"ทางการมองว่าพล็อตประเภทมหา เศรษฐีหนุ่มหล่อมาตกหลุมรักหญิงสาวธรรมดาเป็นเรื่องเพ้อฝันที่ส่งเสริมค่านิยม "อยากรวยลัดฟ้า"และการยึดติดกับวัตถุซร.เหล่านี้ทำให้วัยรุ่นเชื่อว่าความสุขคือการแต่งงานกับคนรวย จนละเลยความสำคัญของการศึกษาการทำงานหนัก และการพัฒนาศักยภาพของตัวเอง ที่ผ่านมาแนวนี้คือมีเยอะมากจริงอย่าว่าแต่จีนชอบทำเลยทั้งเกาทั้งไทยก็ชอบทำเหมือนกันเพราะถ้าพระเอกรวยมันเสกทุกอย่างให้นางเอกได้มันเหมือนเติมเต็มความฝันของคนดูที่อยากได้แบบนี้ซร.แนวนี้เลยยังฮิตเป็นกระแสอยู่

ไทย
9
15.2K
5.7K
684.8K
EverydayBPraew retweetledi
EverydayBPraew retweetledi
น้องหมาอยากกินปลาทอด
เห็นมีคนพูดเรื่องระยะเปลี่ยนงาน ส่วนตัวเราจะอยู่อย่างน้อย 1 ปีเพื่อให้เข้าใจการทำงานทั้งหมดก่อนหรือจนคิดว่าอยู่ในคอมฟอร์ทโซนแล้ว อยู่ไปไม่มีไรให้เรียนแล้ว เพราะถ้าอยู่น้อยไป เวลาสมัครงานใหม่จะไม่มีอะไรไปสัม สกิลไม่มากพอที่จะโบยบินไปที่ดีขึ้น ไม่ทันมีเรฟที่ดีจากหัวหน้างาน
น้องหมาอยากกินปลาทอด@xiaoxumeimei

ส่วนตัวก็ไม่ชอบงานประจำแต่ต้องทำ เลยปรับมุมมองตัวเองใหม่คิดแค่ว่ามันคือพาร์ทนึงของชีวิต ทำแค่หาเงิน หาคอนเนคชั่น ในระหว่างนี้ก็หาอาวุธเพื่อที่ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำจริงๆ อีกอย่างนึงคือเปลี่ยนงานบ่อยด้วย สวล เปลี่ยนต้องมาเรียนรู้อะไรใหม่ๆตลอดเลยอาจจะไม่ทันได้เบื่อมาก

ไทย
1
1.5K
783
78.9K
EverydayBPraew retweetledi
長月 aka. CaffeineAddicted
長月 aka. CaffeineAddicted@CaffeineAlfred·
Fun fact: เพื่อนสิงคโปรเล่าเรื่องรถในประเทศเขาให้ฟังดังนี้ 1. รถอายุ 10 ปี ทำลายทิ้งเท่านั้นไม่ขายมือสอง เจ้าของต้องทำเองตั้งแต่ขับไป Junkyard และจ่ายค่าดำเนินการทำลายทิ้ง ฝืนขับโดนจับ 2. ใบขับขี่อายุ 10 ปี ต่ออายุคือสอบใหม่แต่ต้น ค่าต่อแปลงเป็นเงินไทยราวแสนสอง (ต่อ)
คือผมต้องทราบไหม 🐈‍⬛@pizad_sura

สิงคโปร์ ขนาดประมาณ 1.4 เท่าของภูเก็ต มันมีรถทั้งประเทศกี่คันวะนั่น

ไทย
16
5.8K
2.8K
771.4K
EverydayBPraew retweetledi
ป แปม
ป แปม@pringlepaam·
อยากรู้ว่าคนที่ไม่ได้ชอบงานออฟฟิศ แต่ทำมาได้หลาย ๆ ปี สะกดจิตตัวเองยังไงให้มีไฟกับการทำงานเหรอ… นี่ burnout เลยลาออก พักได้ 4 เดือน กลับมาทำงานได้แค่ 3 เดือนไฟมอดอีกแล้ว 🥲
ไทย
62
3.4K
1.7K
1.1M
EverydayBPraew retweetledi
JRT
JRT@JRTDesk·
เกียรตินิยมอันดับ 1 จากมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียง ไม่ได้แปลว่าจะเป็นคนเก่งในชีวิตการทำงานจริงๆ นะครับ น้องๆ เด็กรุ่นใหม่ที่เพิ่งเรียนจบเข้าสู่สังคมการทำงานอย่าหลงตัวติดกับดัก Prestige Trap ระบบการศึกษาออกแบบมาเพื่อวัด academic performance ในสภาพแวดล้อมที่ controlled มากๆ... - จำและสอบผ่าน.. - ทำตามเกณฑ์การให้คะแนนที่กำหนด - compete แบบ individual ส่งงานตรงเวลา deadline ชัดเจน.. - ตอบถูก.. - etc., เวลาทำงานจริงๆ.. - แก้ปัญหาที่ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปตายตัว.. - สร้าง framework ขึ้นมาเอง.. - บริหารจัดการความไม่แน่นอนโดยไม่มีกรอบเวลาชัดเจน - collaborate และ navigate politics ภายในองค์กร.. - ถามคำถามที่ถูก.. . . ที่เคยเจอมาหลายๆ กรณีด้วยตัวเอง (ซึ่งก็สอดคล้องกับที่ได้ยินคนอื่นๆ จากบริษัทอื่นๆ เล่าให้ฟังเช่นกัน).. ้เด็ก 4.0 ที่เข้าสู่สังคมการทำงาน (not all) บางทียังคงติดกับดัก optimization trap อยู่.. คือเล่นเกมที่เก่งในระบบที่มีกติกาตายตัว.. รู้ว่าอาจารย์ชอบอะไร.. exam pattern เป็นยังไง.. ต้องเขียน essay แบบไหนถึงได้ A.. แต่ในองค์กร... ถึงจะมี KPI อยู่ แต่ก็ไม่มีสูตรสำเร็จให้ทำตามแบบชัดเจน.. KPI บอกแค่ว่าต้องไปถึงไหน แต่ไม่มีใครมานั่งบอกว่าต้องเดินยังไง.. ต้อง prioritize อะไรก่อน หรือต้องทำอะไรกันแน่ถึงจะผ่าน งานจริงคือการหาทางไปให้ถึง goal ที่บางทียังมองไม่เห็นชัดด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นทักษะคนละชุดกับการเดินตามแผนที่ที่มีอยู่แล้ว ต่อให้ได้ B+ แต่ถ้าชอบ experiment, ลองผิดลองถูก, รู้จักล้มเลิกสิ่งที่ไม่ work... มักจะ navigate การทำงานในองค์กรได้ดี . . และงานจริงมี human complexity สูงมาก.. เช่นการ negotiate กับเพื่อนร่วมงานที่ไม่เห็นด้วยกับเรา.. การ managing up ดูแลความสัมพันธ์กับ boss.. การ read the room ในห้องประชุม.. การรับ feedback โดยไม่ defensive.. การแจ้งข่าวร้ายให้ลูกค้าโดยไม่เสียความสัมพันธ์.. EQ พวกนี้ไม่มีในหลักสูตร และ GPA ก็ไม่มีความสัมพันธ์กับ EQ เลย.. ด็กที่ขึ้น dean's list ตลอด 4 ปีอาจไม่เคยเจอ conflict จริงๆ ในชีวิตเลยก็ได้ เพราะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับหนังสือ . . ยังมีเรื่อง Risk Tolerance กับการรับมือกับความล้มเหลวอีก.. เด็กเกียรตินิยมบางทีกลัวความล้มเหลวสุดๆ เพราะทั้งชีวิตถูก define ด้วย academic success.. พอเจองานแล้วต้อง take risks.. propose ideas ที่อาจโดน reject.. หรือล้มเหลวต่อหน้าสาธารณะ... จนเกร็งไปหมดเหมือนเป็นอัมพาตไปเลย ในขณะที่คนที่เคยล้มเหลวในมหาลัย หรือมี non-linear path จะ chill กับความไม่แน่นอนกว่า.. เพราะเคยแพ้แล้วลุกขึ้นมาได้ . . ความต่างอีกอย่างคือมหาลัยวัด comprehension เป็นหลัก.. แต่ทำงานต้องการ execution ซึ่งต่างกันมาก รู้ว่า project management framework คืออะไร ≠ ส่ง project ตรงเวลาจริงๆ ได้ เข้าใจ financial model ≠ เอา model นั้นไป pitch นักลงทุนแล้วปิด deal ได้ อ่าน case study เรื่อง leadership ≠ เป็น leader จริงๆ ที่คนอยากตาม Gap ระหว่าง knowing กับ doing คือจุดที่เด็กเกียรตินิยมหลายคนสะดุดอยู่... . . ไหนจะเรื่องเวลาอีก.. มหาลัยให้เวลาเป็น semester ในการเรียนเรื่องนึง แต่งานจริงบางทีให้เวลา 3 วันในการเข้าใจ industry ใหม่ทั้งหมดและ present ให้ C-suite ฟัง.. ความสามารถในการเรียนรู้เร็วภายใต้แรงกดดัน.. ในสถานการณ์ที่วุ่นวายไม่มีระเบียบ.. โดยไม่มีอาจารย์มาชี้นำ เป็นทักษะที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง และบางทีเด็กที่ต้องทำงาน part-time ตลอด 4 ปีเพื่อหาเงินเรียนเองจนไม่ได้ 4.0 (not all.. เพราะบางคนก็ทำงานไปด้วยและยังได้ 4.0 ก็มี) มีทักษะพวกนี้มากกว่าเด็กที่อ่านหนังสือทั้งวัน... . . และเรื่อง Prestige Trap ที่ผมเกริ่นในตอนแรก.. หลายคนที่ได้จบจากทั้งมหาลัยระดับ Top U และยังได้เกียรตินิยม บางทีมี identity ที่ผูกพันกับชื่อเสียงมหาลัยมากเกินไป.. - จนรู้สึก entitled รู้สึกว่าตัวเองสมควรได้ดีโดยอัตโนมัติทั้งที่ยังไม่ได้พิสูจน์อะไรเลย - ไม่อยากที่จะทำงานให้คนที่「ด้อยกว่า」ทางการศึกษา - อาจ dismiss ความรู้ที่มาจากประสบการณ์ของคนอื่นโดยไม่ตั้งใจ - บางคนคิดเยอะไป และ over-engineer ทุกอย่างเพราะถูก trained ให้คิดแบบ academic คนที่ไม่มี pedigree มักจะขวนขวายกว่า.. ปรับตัวยืดหยุ่นในองค์กรกว่า.. และ savvy ด้านการเมืองในองค์กรกว่า . . ⚠️แต่เกียรตินิยมจากมหาลัยดังๆ ก็มีคุณค่าเช่นกันครับ.. - Baseline discipline อย่างน้อยก็มี signal ทำให้เรารู้ว่าคนนี้ทุ่มเทในตอนเรียน.. - Ceiling ของความสามารถทางวิชาการ มีประโยชน์ใน technical roles - Network มหาลัยดังให้ alumni network ที่มีมูลค่าจริงๆ อยู่.. - ช่วยผ่าน HR screening ในบริษัทใหญ่ แต่มันก็คือ entry ticket ขั้นแรก.. ไม่ใช่ guarantee ความสำเร็จ... สรุป.. เกียรตินิยมบอกว่าคนๆ นึง เล่นเกมระบบการศึกษาได้เก่ง.. งานจริงต้องการคนที่เล่นเกมที่ไม่มีกติกาชัดเจน, เปลี่ยนได้ตลอด, และมี human stakes สูง ได้เก่ง.. สองเกมนี้มี overlap บ้าง แต่ไม่ได้ overlap กันมาก.. เพราะฉะนั้นภูมิใจกับเกียรตินิยมได้ครับ แต่ก็อย่าลืมถามตัวเองด้วยว่าเล่นเกมที่สองเป็นหรือยัง? มันไม่เหมือนกับตอนเรียนครับ อย่าสำคัญผิดไป จากที่ผ่านมา.. คนที่ทำงานได้จริงในมุมมองผมไม่ได้พิสูจน์ตัวเองด้วย GPA.. แต่พิสูจน์ด้วยสิ่งที่ทำตอนที่ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปตายตัวให้เลือก เคยมี quant ที่ืทำ model แล้ว overfit อย่างหนักช่วง out-of-sample.. drawdown ออกมาเกิน threshold ที่คุยกันไว้.. แทนที่จะรอให้ผมเห็นตัวเลขเอง เค้าก็โทรมาก่อนเลยเพื่ออธิบาย signal ที่พัง.. walk through ให้ดูว่า regime เปลี่ยนตรงไหน.. และมาพร้อม fallback position ที่ปรับ parameter ใหม่แล้ว.. ไม่รอให้ถูกถาม ไม่โยนให้ market conditions.. ซึ่ง GPA ของเค้าผมไม่เคยรู้เลย.. และก็ไม่ได้สำคัญ.. เพราะสิ่งที่ทำมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเคยได้ 4.0 หรือเปล่า.. แต่ขึ้นอยู่กับว่าเค้าปฎิบัติตัวในการทำงานยังไง และที่พูดมาทั้งหมดนี้ ไม่ได้แปลว่าเด็กเกียรตินิยมทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้นะครับ.. หลายคนทำได้ดีมาก.. แต่ถ้าทำได้ มันก็ไม่ได้มาจากเกียรตินิยม.. มันมาจากสิ่งที่สะสมมาจากนอกห้องเรียน.. จากการเคยล้มเหลว เคยรับผิดชอบอะไรบางอย่างที่ไม่มีในตำรา เคยอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีใครมาบอกว่าต้องทำอะไร.. ระบบการศึกษาไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสอนสิ่งเหล่านี้.. GPA ก็ไม่ได้วัดมัน
ฮ.นกฮูก(สีส้ม)@skongki2000

ผมจะหาเงินให้ได้29,000บ.

ไทย
38
3.8K
3.7K
907K
EverydayBPraew retweetledi
Butterfly249
Butterfly249@Mybutterfly249·
🔮💓ราศีที่กําลังใกล้จะเจอคนที่ใช่🔮💓 ราศีพิจิก*2 ราศีมีน ราศีกรกฎ ราศีสิงห์ ราศีกุมภ์ ปล.ภายในอาทิตย์นี้ #ดูดวงความรัก #ดูดวงราศี #ดูดวง
ไทย
36
1K
1.4K
31.3K
EverydayBPraew retweetledi
Petæ Lynch
Petæ Lynch@Petae_Lynch·
แชร์ๆ ตอนอายุ 24-28 เราย้ายงาน 4 งาน ทุกงานที่ย้ายคือเรียกเงินเดือนเริ่มต้นเท่าเด็กป.ตรีจบใหม่ทั้งหมด ไม่เอาค่าประสบการณ์ที่เคยผ่านงานมาบ้างแล้วอะไรเลย บางงานย้ายแล้วเงินลดลงก็มี ขอแค่ให้ได้โอกาสลองทำงานที่สนใจเพื่อหาตัวเอง จนมาลงหลักปักฐานได้ที่งานที่ 4 แล้วก็อยู่ยาวมาเป็น 10 ปี
🐧🐵🦈✨@indigorosier

ส่วนตัวก็ว่างงานเกือบปี สุดท้ายต้องทำอะไรแบบไม่เลือกไปก่อนเหมือนกัน ซึ่งเราพบว่าไม่อยากแนะนำให้ใครทำงี้เลย จริงอยู่ที่ว่าแรกๆ ควรเรียนรู้งาน ค้นหาตัวเอง แต่ดำหนดอายุก่อน 30 มันมีเวลาจำกัดมาก ไม่ค่อยมีพื้นที่ให้คนเปลี่ยนสายงานเท่าไหร่ ส่วนมากรับแต่มีปสก.นี้ๆๆมาแล้วอะ

ไทย
5
2.9K
2.2K
3.9M