PICHET JAKHAMKHONG
230 posts




ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า เมื่อ 5 ก.ย. 68 ศาลฎีกามีคำสั่งไม่ให้ประกัน ไผ่ – จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา และ ครูใหญ่ – อรรถพล บัวพัฒน์ ระหว่างฎีกาคดี ม.112 จากการปราศรัยเรียกร้องปฏิรูปสถาบันฯ ที่ อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เมื่อ 1 ก.พ. 64 หลังศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาลงโทษ ยืนตามศาลชั้นต้น ศาลฎีการะบุ "พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดี ประกอบกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ถูกฟ้องว่ากระทำความผิดในลักษณะเดียวกันกับคดีนี้อีกหลายคดี ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 12 เดือน และจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี หากปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า จำเลยอาจหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง" ปัจจุบัน ไผ่ – ครูใหญ่ ยังถูกคุมขังที่เรือนจำอำเภอภูเขียวต่อไป หลังจากถูกขังมาแล้ว 3 วัน x.com/TLHR2014/statu…



จัดงานได้แบบบ่งบอกความเป็นไทยมากเลยที่ต้องมีเก้าอี้ตรงกลางไว้คอยถ่วงความเจริญของประเทศเสมอๆ




Travel Ban ของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อผู้บริหารไทยซึ่งน่าจะรวมถึงนักการเมืองและข้าราชการไทยที่เกี่ยวข้องกับการผลักดันผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ 40 ชีวิตกลับจีนเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 68 คืออีก 1 การตอบสนองจากต่างประเทศต่อการตัดสินใจที่ไร้ซึ่งจุดยืนทางการทูตตามหลักสากลของไทย สหรัฐฯ คืออีก 1 ประเทศต่อจากสหภาพรัฐสภายุโรปที่ออกมาตรการคว่ำบาตรต่อไทยในการผลักดันผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ 40 คน กลับจีน นโยบายข้อจำกัดเกี่ยวกับวีซ่าของสหรัฐฯ นี้เป็นตามมาตรา 212(a)(3)(C) แห่งรัฐบัญญัติตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติของสหรัฐฯ (Immigration and Nationality Act) จำกัดเกี่ยวกับวีซ่ากับเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบันหรือในอดีต ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบต่อหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลักดันชาวอุยกูร์หรือชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์หรือศาสนากลุ่มอื่นที่อาจไม่ได้รับความคุ้มครองกลับประเทศจีน ซึ่งอาจรวมถึงสมาชิกครอบครัวของเจ้าหน้าที่ต่างชาตินี้ด้วย ที่เคยเสนอไปครับประเด็นอุยกูร์นี้คือประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ มันจะกระทบการเมืองภาพใหญ่จริงๆ หากไทยเราไม่มีจุดยืนทางการทูตตามมาตรฐานสากล จริงๆ เราไม่ต้องเลือกข้างหรอกครับว่าจะเข้าข้างประเทศใดอย่างออกหน้าออกตา เราเลือกได้ครับ ยึดมั่นในหลักการสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรม มันจะเป็นเกราะป้องกันเราเอง !! มาตรการจำกัดการเข้าประเทศนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐบาลสหรัฐฯ ออก เคยออกเมื่อช่วงสงครามเย็นและ 9/11 ต่อเจ้าหน้าที่รัฐของต่างชาติที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง รมว.กต.สหรัฐฯ สามารถปฏิเสธการเข้าประเทศของบุคคลได้ หากเห็นว่าการเดินทางเข้าหรือกิจกรรมที่วางแผนไว้ของบุคคลนั้นอาจส่งผลกระทบด้านลบต่อการต่างประเทศของสหรัฐฯ อย่างร้ายแรง อีกอย่าง โดยส่วนใหญ่ travel ban นี้ มีแต่กลุ่มก่อการร้าย กองกำลังชนกลุ่มน้อยหัวรุนแรง และ จนท.รัฐเผด็จการต่างๆ และตอนนี้ผู้บริหารรัฐบาลและข้าราชการของไทย โดนลด tier ไปอยู่ในนั้นเรียบร้อยแล้ว รอดูต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปครับ !!























