
Gold is now outperforming Bitcoin since the inception of the first Bitcoin ETFs in January 2024. $GLD $IBIT
Chamnan Joungpipat😊🇹🇭
45.9K posts

@ChamnanJ
คุยบนพื้นฐานของข้อมูล หลักการ ความจริง ที่มีประสบการณ์ตรง BeHappy ครับ

Gold is now outperforming Bitcoin since the inception of the first Bitcoin ETFs in January 2024. $GLD $IBIT

The Two Different Paths: We are about to find out which path we are on. As I said in my last note, from my conversations with a number of world leaders in a number of countries, and as seems obvious to me, there will either be a) a U.S. win over Iran, which will require taking control over the Strait of Hormuz and assuring that Iran's nuclear program is dead—i.e., defanging Iran, or b) a U.S. loss, which is the result if these things don't happen. Most senior policy makers I speak with believe that we are likely headed down the b) path and that will be made clear soon. It needs to be made clear soon because continuing on the current path or being more forceful will cause sharp increases in oil and gasoline prices and great difficulties during the high travel season, bad political consequences for President Trump, and difficulties in his upcoming meeting with President Xi in China. So, we should have that verdict soon. The perception that the b) path is most likely is already leading to a view that the United States will not be a reliable protector against possible opponents like Russia in Europe and/or China in Asia, and that is already leading to actions being taken that are sensible in light of that belief, like leaders paying "tribute" visits to China. As explained before, this set of circumstances is likely to have some analogous consequences to Great Britain losing the Suez Canal in 1956. By the way, this is also happening at a time when China is earning huge amounts of money through its very strong exports—so much money that it is difficult for those Chinese earning the money to know what to do with it. This is making China a very important player in world capital markets as well as world trade. In other words, these events are making China geopolitically and financially stronger.

สะเทือนโซเชียล! ‘แอนนาเบล’ อินฟลูการเงิน กับปม Private Banker ตัวจริงหรือแค่ภาพลักษณ์? ท่ามกลางข้อครหาเทรดหุ้นแทนลูกค้า กระแสดราม่าในแวดวงการเงินปะทุขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อ “แอนนาเบล คชนันทน์” เจ้าของเพจ Annabel - Your Wealth Architect ถูกตั้งคำถามถึงบทบาทในฐานะ Private Banker พร้อมข้อครหาสำคัญว่า “มีการเทรดหุ้นแทนลูกค้า” ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวในสายงานนี้ หลังเพจเติบโตอย่างก้าวกระโดดและเริ่มปรากฏตัวในสื่อกระแสหลักมากขึ้น จนกลายเป็นจุดสนใจของทั้งผู้ติดตามและคนในวงการที่เริ่มเข้ามาตรวจสอบข้อมูลอย่างจริงจัง ประเด็นดังกล่าวจุดชนวนให้เกิดการถกเถียงในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน โดยเพจ Gee Money & More ซึ่งระบุว่าทำงานอยู่ในสาย Private Banking ที่สิงคโปร์ ออกมาอธิบายเชิงระบบอย่างละเอียด โดยย้ำว่า Private Banker มีหน้าที่หลักคือดูแลความสัมพันธ์ลูกค้า ไม่ใช่ผู้ตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์เอง ทุกคำสั่งต้องมีการยืนยันจากลูกค้าและถูกบันทึกเสียง (voice log) เพื่อใช้ตรวจสอบย้อนหลัง หากมีการเทรดโดยไม่ได้รับคำสั่งจะเข้าข่าย Unauthorized Trading ซึ่งผิดกฎอย่างร้ายแรงและอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตทันที อีกทั้งในกรณีที่ลูกค้าต้องการมอบอำนาจบริหารพอร์ต ก็ต้องทำผ่าน Discretionary Mandate และผู้ที่มีสิทธิ์ตัดสินใจคือ Portfolio Manager ที่มีใบอนุญาตเฉพาะ ไม่ใช่ Private Banker นอกจากนี้ยังชี้ว่าในทางปฏิบัติ การ “นั่งเทรดแบบเก็งกำไร” ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของลูกค้า Private Banking ที่เน้นการรักษาและต่อยอดความมั่งคั่งมากกว่าการไล่ผลตอบแทนระยะสั้น เสียงจากฝั่งนักวิชาการอย่าง ผศ.ดร.อุดมศักดิ์ รักวงษ์วาน เจ้าของเพจ “ติดเล่ากับอาจารย์เอ็ม เฟซจริง” ระบุว่า ลองมาค่อยๆ แกะกัน ว่าทำไมหลายๆ เพจถึงออกมารุมสกัม แอมนาเบลทั้งเรื่องประวัติการทำงานที่ตรวจสอบได้ยากและไม่ได้จบสายการเงินโดยตรง ซึ่งในสายงาน Private Banking ระดับสวิสมักต้องมีคุณวุฒิและเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน อีกประเด็นคือความไม่ชัดเจนเรื่องใบอนุญาตในไทย เช่น IC หรือ IP ซึ่งเป็นสิ่งที่คนในวงการต้องใช้เวลาและความพยายามสูงในการสอบ จึงเกิดความรู้สึก “ถูกคุกคาม” เมื่อมีผู้เล่นรายใหม่ที่ไม่ได้แสดงใบอนุญาตชัดเจนเข้ามาในพื้นที่เดียวกัน นอกจากนี้ยังมองว่าคอนเทนต์ของแอนนาเบลมีลักษณะเน้นการเล่าเรื่อง (Narrative-driven) มากกว่าการให้ Framework หรือข้อมูลเชิงตัวเลข จึงถูกบางกลุ่มมองว่าเป็น “Financial Poetry” หรือเนื้อหาที่สร้างแรงบันดาลใจมากกว่านำไปใช้จริงได้ทันที พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าการที่สื่อหลายแห่งหยิบยกขึ้นมานำเสนออย่างรวดเร็ว อาจทำให้เกิดคำถามเรื่องความเป็นธรรมชาติของกระแส ในฝั่งผู้มีประสบการณ์ตรง "ดิว-วีรวัฒน์ วลัยเสถียร" นักลงทุนหุ้นปันผลรายใหญ่ ออกมาเล่าประสบการณ์การใช้บริการ Private Banking กว่า 30 ปี (ตั้งแต่รุ่นพ่อ) โดยอธิบายขั้นตอนที่เข้มงวดของระบบ เช่น เงินฝากขั้นต่ำเริ่มเปิดบัญชี 1,000,000 เหรียญสหรัฐ การติดต่อจะทำผ่านช่องทางที่ลูกค้ากำหนดไว้เท่านั้น ทุกคำสั่งต้องมีการยืนยันตัวตนหลายชั้นและมีการบันทึกเสียง ไม่มีการสั่งการผ่านบุคคลอื่น และ “ไม่มีการตัดสินใจแทนเจ้าของบัญชีโดยเด็ดขาด” แม้กระทั่งการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยก็ต้องได้รับการยืนยันซ้ำหลายครั้ง นอกจากนี้ยังเน้นว่าความลับของลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญ และในบางกรณีเอกสารสำคัญยังต้องส่งมอบถึงมือลูกค้าโดยตรงเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ขณะที่ ประกิต สิริวัฒนเกตุ หรือ “ปิง” กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ แสดงมุมมองโดยยอมรับตรง ๆ ว่าไม่ได้สนใจประวัติส่วนตัวของแอนนาเบลมากนัก แต่ให้ความสำคัญกับ “ผลงาน” ที่สื่อสารออกมา มองว่า งานเขียนของเธอมีความสามารถในการถ่ายทอดแนวคิดการลงทุนให้คนทั่วไปเข้าใจได้ง่าย และมีสไตล์การนำเสนอที่ชัดเจนจนสามารถสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมระบุว่าการถูกตั้งคำถามหรือถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องปกติของคนที่โดดเด่น และเป็น “ราคาที่ต้องจ่าย” ของการมีตัวตนในพื้นที่สาธารณะ ด้านแอนนาเบล คชนันทน์ ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อชี้แจงข้อสงสัยที่เกิดขึ้นในช่วงกระแสดราม่า โดยระบุว่า ช่วงก่อนหน้านี้ที่เธอหายไปจากโซเชียล เป็นเพราะต้องดูแลคุณพ่อที่เข้ารับการผ่าตัด และเพิ่งกลับมาอ่านข้อความจากผู้ติดตามหลังจากอาการของคุณพ่อปลอดภัยแล้ว เมื่อพบว่ามีทั้งคำถามและข้อกังขาจำนวนมาก เธอจึงตัดสินใจอธิบายทุกประเด็นอย่างละเอียดในครั้งเดียว ประเด็นสำคัญเรื่อง “การเทรดหุ้นแทนลูกค้า” เธออธิบายว่า ระบบการทำงานของ Private Banking โดยเฉพาะในสิงคโปร์ อยู่ภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวดมาก ทุกขั้นตอนต้องมีหลักฐานตรวจสอบได้ การติดต่อกับลูกค้าทุกครั้งจะถูกบันทึกเสียงไว้เป็นหลักฐาน แบงเกอร์ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจซื้อขายเอง แต่ต้องดำเนินการตามคำสั่งของลูกค้าเท่านั้น เมื่อได้รับคำยืนยันแล้ว คำสั่งจะถูกส่งเข้าสู่ระบบที่บันทึกรายละเอียดแบบเรียลไทม์ ทั้งเวลา ราคา และผู้ดำเนินการ หลังจากนั้นยังต้องจัดทำรายงานเข้าสู่ระบบ และมีทีมงานอีกชุดหนึ่งเข้ามาตรวจสอบความถูกต้องตามกระบวนการควบคุมภายใน ทำให้ทุกธุรกรรมสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างโปร่งใส เธอย้ำว่าคำว่า “เทรดให้ลูกค้า” ที่เคยใช้ หมายถึงการดำเนินคำสั่งตามลูกค้า ไม่ใช่การตัดสินใจแทนหรือแอบซื้อขายเอง ในส่วนของเส้นทางอาชีพที่ถูกตั้งคำถาม ชี้แจงว่า แม้จะไม่ได้จบการเงินโดยตรง แต่เริ่มต้นจากสายงาน Private Banking ในธนาคารไทย ก่อนจะย้ายไปทำงานต่างประเทศตามลำดับ โดยเคยทำงานกับธนาคารระดับสากลทั้งในสิงคโปร์และยุโรป ก่อนจะไปประจำที่สวิตเซอร์แลนด์ในช่วงหลังของอาชีพ ซึ่งเป็นช่วงที่เธอต้องทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง ทั้งการติดตามตลาดทั่วโลก การตอบสนองลูกค้าแบบเรียลไทม์ และการรับมือกับแรงกดดันด้านเป้าหมายทางธุรกิจ จนแทบไม่มีเวลาส่วนตัว นอกจากนี้ ระบุว่า ปัจจุบันได้ออกจากระบบธนาคารแบบเดิมแล้ว และเลือกทำงานในรูปแบบ Family Office เพื่อดูแลลูกค้ากลุ่มเดิมอย่างอิสระ โดยมีฐานะทางการเงินส่วนตัวที่มั่นคงเพียงพอ ทำให้ไม่ต้องทำงานภายใต้แรงกดดันด้านยอดขายเหมือนในอดีต และมีเวลามากขึ้นในการทำคอนเทนต์ด้านการเงิน สำหรับเนื้อหาที่เผยแพร่ในโซเชียล แอนนาเบลยืนยันว่า ตั้งใจสื่อสารให้ “คนทั่วไปเข้าใจได้” จึงเลือกใช้ภาษาที่เรียบง่ายและหลีกเลี่ยงการลงรายละเอียดเชิงเทคนิคหรือข้อมูลตัวเลขที่ซับซ้อน ซึ่งมองว่าเหมาะกับผู้เชี่ยวชาญมากกว่า เธอยังยอมรับว่าใช้เครื่องมือ AI ในการช่วยทำงาน เช่นเดียวกับเครื่องมือทั่วไปในสายงาน และย้ำว่าได้ปฏิเสธงานโฆษณาหลายรายการเพื่อรักษาความเป็นอิสระในการนำเสนอความคิดเห็น ในประเด็นพอร์ตการลงทุนของกลุ่มลูกค้าระดับสูง เธออธิบายว่า ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ลูกค้าแต่ละรายมีเป้าหมายและระดับความเสี่ยงต่างกัน บางรายเน้นรักษาเงินต้นและรับผลตอบแทนในระดับไม่สูง ขณะที่บางรายสามารถรับความเสี่ยงได้มากและกระจายเงินไปยังสินทรัพย์ทางเลือกในสัดส่วนที่สูงกว่า สิ่งที่เธอนำเสนอจึงเป็นเพียง “แนวคิด” หรือภาพรวม ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่ทุกคนต้องทำตาม อย่างไรก็ตาม ดราม่าครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงข้อขัดแย้งส่วนบุคคล แต่สะท้อนความท้าทายในยุคที่ “อินฟลูเอนเซอร์การเงิน” มีบทบาทเพิ่มขึ้น ขณะที่มาตรฐานวิชาชีพยังคงเข้มงวด ระหว่างการทำให้ความรู้เข้าใจง่ายกับการรักษาความถูกต้องเชิงระบบ กลายเป็นเส้นแบ่งสำคัญที่สังคมกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด #กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจWealth




A BILLIONAIRE MARKET INSIDER JUST CONFIRMED WHAT MOST PEOPLE STILL DON’T SEE. THIS IS NOT THE PUMP PHASE YET. THIS IS THE ACCUMULATION PHASE. BLACKROCK. TESLA. APPLE. NVIDIA. ALL POSITIONING QUIETLY. NO NOISE. NO HEADLINES. JUST SIZE. THEY’RE PREPARING FOR A ONCE-IN-A-CENTURY FINANCIAL RESET. BITCOIN IS NOT AN ASSET ANYMORE. IT’S A MONETARY EXIT. THE FIAT SYSTEM IS CRACKING IN REAL TIME. THE DOLLAR ERA IS LOSING CONTROL. IN 2026, YOU’LL SEE WHAT WAS ONLY WHISPERED BEFORE: STRATEGIC RESERVES. CORPORATE TREASURY SHIFTS. SOVEREIGN MONEY FLOWS. TRILLIONS DON’T ENTER LOUDLY. THEY ENTER EARLY. ONCE THE SWITCH FLIPS, THERE IS NO PAUSE BUTTON. BITCOIN → $400K+ ALTCOINS → LIFE-CHANGING MULTIPLES THIS IS NOT A CYCLE. THIS IS A TRANSITION. THE FINAL PHASE IS NOT COMING. IT’S ALREADY UNDERWAY. MOST PEOPLE WILL REALIZE IT ONLY AFTER THE PRICE TELLS THEM. IF YOU STILL HAVEN'T FOLLOWED ME, YOU'LL REGRET IT.

Bitcoin has been very resilient in recent weeks, and we can see below how the 52-week Z-score has been recovering (along with ETH) while the rest of the asset class spectrum has been weakening. The outlier there of course are commodities (BCOM).

Gold is now outperforming Bitcoin since the inception of the first Bitcoin ETFs in January 2024. $GLD $IBIT



