WorapatSuppa

104 posts

WorapatSuppa

WorapatSuppa

@DeepSheepwork

Orthopaedist to be, Department of Orthopedic surgery, CMU | TH | #DeDoctor |

Katılım Mart 2022
243 Takip Edilen50 Takipçiler
WorapatSuppa retweetledi
W
W@sxicex·
ส่วนตัวมองว่า Mega Trends นอกจาก Ai Revolution ก็มี Bio Revolution ที่จะทำให้อีกมนุษย์กำลังหาทางขยับไปอีกขึ้นทั่งในเรื่อง Productivity & Lifestyle ติดตรงที่ Bio Revolution จะติดขัดเรื่อง Regulations เยอะกว่า Ai แต่สุดท้ายมนุษย์จะต้องหาทางมีชีวิตที่ดีกว่า ต้องปรับตัวทางชีววิทาเพื่ออยู่กับสภาพสิ่งแวดล้อมที่โหดร้ายกว่าเดิม หรือเพื่อสานฝันจะไปเป็น Multiplanetary Species ก็ต้องมาลุยเรื่อง Biology ของมนุษย์
W tweet media
ไทย
1
39
33
4.7K
WorapatSuppa retweetledi
WorapatSuppa retweetledi
Alex Park | Think Brighter Newsletter
Overthinking is the biggest cause of unhappiness. It took me 9 years to beat it. Here are 7 ways you can beat overthinking too:
Alex Park | Think Brighter Newsletter tweet media
English
18
609
3.2K
902.4K
WorapatSuppa retweetledi
Cebigreen
Cebigreen@CebiGreen·
ทุกคน เราอยาก follow account ให้มากกว่านี้ อยาก follow account ที่น่าสนใจ มีเกร็ดความรู้ เปิดโลกกว้างแบบ สร้างสรรค์ มี account อะไรแนะนำหรือ ของตัวคุณเองยิ่งดี ช่วยบอกหน่อยคะว่าคุณเพื่อนๆสนใจอะไรกัน และ account คุณพูดถึงเรื่องอะไร 👇
ไทย
0
6
12
2.4K
WorapatSuppa retweetledi
WorapatSuppa retweetledi
Cebigreen
Cebigreen@CebiGreen·
คนที่โตมากับ old money รับมรดกตกทอดมาหลาย generations หลายคนไม่สนใจเรื่อง brand name จะไปเน้นเรื่องการดำเนินชีวิต คัดเลือกคนใกล้ชิด บ้านอยู่กับธรรมชาติ อยากทำอะไรทำ คนที่มีจริงๆ ไม่ต้องการ validation เพราะมันรู้อยู่ลึกๆในใจ นี่คือสิ่งที่เป็น อันนี้จาก ปสก ในเมกา ที่ไทยเป็นอย่างไรไม่แน่ใจ
ไทย
6
542
446
100.6K
WorapatSuppa retweetledi
W
W@sxicex·
Competency ที่ Singapore ใช้พัฒนาคนในสาย Tech & Data ที่น่าสนใจ คือ Global Mindset กับ Transdisciplinary Thinking อยู่ในหลักสูตร ซึ่งรากพวกนี้มาจากความพยายามให้เกิด Growth Mindset กับคนสิงคโปร์
W tweet media
2
464
462
45.4K
WorapatSuppa retweetledi
JRT
JRT@JRTDesk·
การอ่านเพื่อการลงทุน… การอ่านรายงานประจำปี.. แนะนำว่า.. (ความเห็นส่วนตัว จากประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ) ไม่ใช่การอ่านปลายทาง… แต่แนะนำว่าควรอ่านตั้งแต่เริ่มๆ เลย… อ่านไม่เข้าใจตรงไหน ก็ค้นหาข้อมูลใน internet ไป… เดี๋ยวก็เข้าใจเอง มันช่วยหลายอย่างมาก.. ช่วยให้เข้าใจ fundamental ของบริษัท เข้าใจ business operations, ช่วยพัฒนาเรื่อง critical thinking, financial analysis, การประเมิน strategic… ช่วงแรกๆ อาจไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง แต่มันจะสะสมๆ ไปเรื่อยๆ เอง.. แล้วไม่ใช่ช่วยให้เข้าใจแค่บริษัทนั้นๆ แต่อ่านๆ ไปเรื่อยๆ จะเข้าใจทั้ง sector และ industry เอง..เพราะมันคือการฝึก comparative analysis ไปในตัว และยังช่วยฝึก identify และ assess risks ด้วย.. ( apprentice ผมอ่านทุกๆ วัน ตั้งแต่อายุ 13 มาจนอายุ 15 ตอนนี้.. อ่านไม่หลับไม่นอนจนแม่น้องบ่นผมอยู่ 😅 ) และเวลาอ่านหรือเจอข่าวอะไร เราจะเข้าใจทันทีว่ามันเชื่อมโยงกับหุ้นหรือ industry ยังไง.. โดยรวมการอ่าน reports พวกนี้ช่วยให้ตัดสินใจลงทุนได้ rational มีเหตุมีผลมากขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาวได้เยอะ.. ใครที่เริ่มๆ อ่านถ้าไม่เข้าใจ หาข้อมูลเองก็คิดว่าใช้เวลาเยอะ.. ลองอ่านจากบทความของ Harvard ก่อนก็ได้ครับ 『THE BEGINNER’S GUIDE TO READING & UNDERSTANDING FINANCIAL STATEMENTS』 online.hbs.edu/blog/post/how-… ในนั้นมันแยกย่อยไปอีกหลาย articles ค่อยๆ อ่านกันไปครับ . 『Analysis of Financial Statements』ของ Corporate Finance Institute corporatefinanceinstitute.com/resources/acco… และมันมีสอนฟรีด้วยครับ มีอยู่ 4 courses ที่ฟรี..Accounting Fundamentals, Reading Financial Statements, Audit a Financial Model With Macabacus, M&A Accounting & Purchase Price Allocation แล้วอ่านหนังสือด้วยก็ได้ (หรือไม่อ่านหนังสือก็ได้ ค่อยๆ ฝึกไปหาข้อมูลบน internet ด้วยตัวเอง) - Reading Financial Reports for dummies - Financial Statement Analysis: A Practitioner's Guide - Financial Shenanigans: How to Detect Accounting Gimmicks & Fraud in Financial Reports พวกนี้ก็น่าจะช่วยให้เข้าใจได้ในระดับนึงครับ ( แต่ถ้าลงทุนหุ้นไทย พวก reports มันมีความต่างกันบ้างกับหุ้นในอเมริกา ก็ไปหาอ่านหนังสือของไทยครับ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเล่มไหน แต่เดาว่าน่าจะมีคนเขียนมั่งแหละ )
JRT tweet mediaJRT tweet mediaJRT tweet media
น้องบอยดูหุ้น@NongBoyDooHoon

ปลายทางการอ่านเพื่อการลงทุน น่าจะเป็นการอ่านรายงานประจำปีของบริษัทต่างๆ แทนที่จะเป็นหนังสือมายเซ็ท หนังสือเลือกหุ้น

ไทย
4
723
905
99.2K
WorapatSuppa
WorapatSuppa@DeepSheepwork·
2024 March “Respect เวลาคนอื่น แต่ ไม่ Respect เวลาตัวเอง”
0
0
0
7
WorapatSuppa retweetledi
WorapatSuppa retweetledi
WeCompensate
WeCompensate@wecompensate·
Around 750 people registered for our webinar, highlighting the key takeaways of the EU Green Claims Directive. We are delighted that so many companies are interested in this vital topic! The webinar is now available as a recording: compensate.com/eu-green-claim… #greenclaims
WeCompensate tweet media
English
1
1
4
901
WorapatSuppa retweetledi
JRT
JRT@JRTDesk·
ถ้าหมายถึงจากไทยแล้วย้ายไปเรียนต่างประเทศ (เพราะแต่เดิมเกิดที่อเมริกา แล้วย้ายไปไทยตอนเด็ก) เหตุผลเพราะตอนเรียนที่ไทย.. - เคยโดนพักการเรียนเป็นปี.. เลยไปเรียนที่สิงคโปร์ปีนึงแล้วกลับมาเรียนที่ไทย - พอกลับมาเรียนที่ไทยก็โดนไล่ออก.. - ก็ย้ายโรงเรียนใหม่ แล้วก็ย้ายไปอีกโรงเรียน.. ทีนี้ตอนระหว่างเรียน summer ที่โรงเรียนใหม่ก่อนเปิดเทอมจริง เจอโดนทำทัณฑ์บน ถ้าทำอะไรผิดอีกครั้งโดนไล่ออก.. เลยคิดว่าถ้าต้องเรียนต่ออีก 3 ปีกว่าจะจบ (grade 10, 11, 12) เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ก่อเรื่องอีก.. ถ้าโดนไล่ออกอีกก็ต้องหาโรงเรีบนใหม่อีก เลยขอพ่อแม่กลับมาเรียนที่อเมริกาแทน… ถ้าถามว่าดียังไง? คิดว่าข้อดีมีเยอะหลายข้อเกินถ้าจะพิมพ์.. ถ้าให้พิมพ์ข้อเสียจะง่ายกว่า.. - ร้านอาหารที่เปิดจนดึกดื่นแบบเมืองไทยไม่ค่อยมี ต่อให้มีแบบเปิด 24/7 ก็ไม่อร่อย - ถ้าทำผิดกฎหมาย เส้นสายและเงิน ไม่สามารถช่วยได้เท่าไหร่ - ภาษีสูง และที่สำคัญ.. หลบเลี่ยงหนีภาษีได้ยากกว่าประเทศไทย (ถึงขั้นที่ผ่านมามีพวกระดับ UHNW (พวกที่ความมั่งคั่งระดับ $30M ขึ้นไป) จนถึงระดับพวก billionaire ทำเรื่องขอสละสัญชาติ renounce citizen เพื่อไปอยู่ประเทศอื่นที่ได้เปรียบเรื่องภาษีกว่า
GoUni • Study Abroad 🌎@gouniofficial

บอกเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจไปอยู่เมืองนอก ไปแล้วดียังไง?

ไทย
4
35
75
33.2K
WorapatSuppa retweetledi
W
W@sxicex·
การแยกงานกับชีวิตออกจากกันคนละขั้วเป็นความเสี่ยงในยุค Future of Work: เพราะคนทั่วไปอยู่กับงาน 60% ของชีวิต ดังนั้นการรู้ตัวเอง การค้นพบตัวเอง สำคัญมากๆ เพื่อให้เลือกงายแบบที่ไม่เป็นภาระชีวิต คำว่า Work-Life Balance เป็นคำปลอบใจที่ Corporate สร้างมาให้เห็นภาพว่าบริษัทใส่ใจในชีวิตมนุษย์ แต่แท้จริงแล้วถ้าเป็นไปได้เราเลือกงานที่เหมาะกับ Mindset และ Lifestyle แล้วเราจะโชคดีที่งานกับชีวิตมันเสริมกันได้ ถ้าโชคไม่ดีให้เลือก Life ก่อนแล้วพยายามเต็มที่ที่จะออกแบบ Work จาก Life หรือก็สร้างงานสร้างอาชีพให้ตัวเอง ถ้ายังยากอยู่ก็เลือก Life แล้วทำ Work เป็นงานอดิเรกแล้วบอกหัวหน้าไว้ด้วยชีวิตอาจจะดีขึ้นครับ
W tweet media
W@sxicex

อยากทำ Career Couseling Session มาก เพราะเรื่องนี้ในประเทศไทยมี Awareness กันน้อยมาก 🌏จะเริ่มตั้งแต่เรื่อง 0) งานบนโลกมีอะไรบ้างในภาพรวม 1) Demand ของโลกต่องานแต่ละงาน 2) Future Skills ที่โลกต้องการ 3) ค่างานของแต่ละกลุ่มงาน 4) Range และ Pencentile ของรายได้แต่ละกลุ่มงาน คิดว่าถ้าคนรู้ระบบค่าตอบแทนพวกนี้แล้วจะช่วยให้กำหนดอนาคตตัวเองได้ 💰เช่น ไม่รู้ว่าชอบอะไร แต่อยากมีเงินเดือน 100K ในไทยทันทีที่จบออกมา ก็จะพอรู้ว่า Market Landscape และ Skills ที่ต้องใช้มีอะไรบ้างที่จะพาเราไปจุดนั้น 📍

ไทย
2
389
286
39.6K
WorapatSuppa retweetledi
W
W@sxicex·
อยากทำ Career Couseling Session มาก เพราะเรื่องนี้ในประเทศไทยมี Awareness กันน้อยมาก 🌏จะเริ่มตั้งแต่เรื่อง 0) งานบนโลกมีอะไรบ้างในภาพรวม 1) Demand ของโลกต่องานแต่ละงาน 2) Future Skills ที่โลกต้องการ 3) ค่างานของแต่ละกลุ่มงาน 4) Range และ Pencentile ของรายได้แต่ละกลุ่มงาน คิดว่าถ้าคนรู้ระบบค่าตอบแทนพวกนี้แล้วจะช่วยให้กำหนดอนาคตตัวเองได้ 💰เช่น ไม่รู้ว่าชอบอะไร แต่อยากมีเงินเดือน 100K ในไทยทันทีที่จบออกมา ก็จะพอรู้ว่า Market Landscape และ Skills ที่ต้องใช้มีอะไรบ้างที่จะพาเราไปจุดนั้น 📍
🐔White chicken🐔on pink background@whitechickpink

คนรู้จัก อายุ 28-33 รายได้ต่อเดือน มีตั้งแต่ 80K ไปจนถึง 400K ขึ้นกับความสามารถจริงๆ ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าอาชีพอื่นๆรายได้เท่าไหร่ พอรู้เท่านั้นแหละ โอ้ววว สุดยอด กลับกันบางอาชีพอายุจะ 40, 50 รายได้ยังไม่ถึง 30K 40K ก็มีเยอะแยะไป

ไทย
25
4.2K
2.9K
947.3K
WorapatSuppa retweetledi
W
W@sxicex·
ขอชวนคิดอีกที่ว่า Produtivity มันไม่ได้มาจาก Hard Work เพียงอย่างเดียวครับ มันมาจาก Total Wellbeing ที่เราเอาไปใช้เพื่อให้ Hardworking หรือจะเรียก Smart working มันได้ผลระยะยาว ความสำเร็จของชีวิตอันดับแรกเรานิยามเองได้ และมันคงไม่ใช่แค่สำเร็จตอน 20 30 40 50 แล้วเรียกว่าชีวิตสำเร็จแล้ว มันอาจจะเป็นมาราธอนที่มองกันทั้งชีวิต
W tweet media
Champ Wuttipitayamongkol@tpagon

พูดถึงเรื่องเวลากับวินัยของตัวเอง ตอนทำงานสิงคโปร์รู้สึกว่าคุมวินัยได้ง่ายกว่ามาก ตื่นหกโมง มีเวลาตอนเช้าไม่ต้องรีบร้อนเพื่อทำกิจวัตรประจำวันอย่างเขียนบันทึก ทำสมาธิ ออกกำลังกาย ฯลฯ ยังไปเข้าออฟฟิศทันเก้าโมงเพราะใช้เวลาเดินทางแค่ครึ่งชั่วโมง ถือว่าเวลาเหลือชิลเลยแหละ แต่พอย้ายกลับไทยช่วงที่ทำงานอยู่สามย่าน ตอนนั้นตื่นหกโมงเท่ากัน แล้วมีเวลาว่างเหลือแค่ทำสมาธิ 20 นาทีแล้วต้องรีบออกจากบ้านแล้ว ส่วนออกกำลังกายกับเขียนบันทึกต้องยกยอดไปทำที่ออฟฟิศ เพราะบ้านอยู่ลาดพร้าว กว่าจะขับไปถึงออฟฟิศก็ใช้เวลา 40 นาที ยิ่งถ้าออกสาย (สายในที่นี้ คือเจ็ดโมงนิดๆ) อาจใช้เวลาถึงชั่วโมงชั่วโมงครึ่ง ก็เลยมักเป็นคนแรกที่ไปเปิดออฟฟิศ แล้วใช้เวลาตรงนั้นทำสิ่งที่ทำได้เอา (ใช่ครับ เปิดแอปออกกำลังกายที่ออฟฟิศก่อนเพื่อนๆ ที่ทำงานจะมาถึง ฮ่าฮ่า) มันก็ไม่ได้สะดวกหรอก และทำได้ก็เพราะทำได้ภายใต้เงื่อนไข มันไม่ได้ทำได้สมบูรณ์อย่างที่ใจอยาก คิดว่าเรื่องวินัยกับเรื่องเวลาสัมพันธ์กันอย่างตัดไม่ขาด ไม่ใช่ว่ามีหรือไม่มีเวลา (มีมาก มีน้อย แบบนี้เถียงกันได้) และเช่นเดียวกันไม่ใช่ว่ามีหรือไม่มีวินัย (แต่อาจต้องคิดในกรอบว่ามีความสามารถในการรักษาวินัยได้แค่ไหนในข้อจำกัด) ยิ่งมีเวลาน้อย การรักษาวินัยก็อาจจะยิ่งเป็นเรื่องยาก ไม่ใช่เพราะวินัยเราลดลงภายใน ไม่ใช่ว่าเราเป็นคนที่ดีขึ้นหรือแย่ลง แต่ด้วยข้อจำกัดทำให้ต้องมี trade off กับสิ่งที่จำเป็นอื่นๆ (เช่น การจราจร) และโยกย้ายนิสัยไปทำในที่ที่สะดวกแทน (เช่น ฟัง audiobook บนรถ) ซึ่งอย่างที่พูดไปแล้ว, มันก็มีข้อจำกัด ยังไม่นับว่าทั้งการรักษาวินัยและทรัพยากรเวลามีความสัมพันธ์กับทรัพยากรเงินหรือทรัพยากรทางสังคมอย่างลึกซึ้ง เช่น ซื้อบ้าน คอนโดใกล้ออฟฟิศ / จ้างคนทำ xyz ให้ ประหยัดเวลา / วานน้องกิฟไปธนาคารให้เพราะเขาสะดวกกว่า ฯลฯ คนที่มีทรัพยากร (เงิน, ความสัมพันธ์, อื่นๆ) มากกว่าจึงสามารถ navigate การ trade off นี้ได้ดีกว่า (เพราะมีออปชั่นเปิดให้มากกว่า) การฟันว่า "คนที่พูดว่าไม่มีเวลา" เป็นความผิดที่ตัวบุคคลจึงเป็นเรื่องไม่ถูกสมบูรณ์

ไทย
5
2.7K
1.7K
765.2K
WorapatSuppa retweetledi
W
W@sxicex·
📍ขอเขียนเป็นข้อๆออกมาตามความคิดเห็นส่วนตัวที่ผ่านการใช้ชีวิตมาและกำลังเรียนอยู่ต่อไปในทุกๆวัน: 1) ⌚ ความเข้าใจเรื่องเวลาและจังหวะชีวิตสำคัญมากอาจจะที่สุดในชีวิต ทำความเข้าใจมันและใช้ชีวิตแบบที่เราจะไม่ Regret ตอนเด็ก: มีเวลา ไม่มีเงิน มีพลัง ตอนโต: ไม่มีเวลา มีเงิน มีพลัง ตอนแก่: มีเวลา มีเงิน ไม่มีพลัง และจังหวะชีวิตเราอาจจะไม่ได้พอดีกับคนอื่นๆ กับพ่อแม่/คนที่รักเรา ตอนที่เรามีเวลา มีพร้อมทุกอย่าง เขาอาจจะไม่ได้อยู่รอแล้ว พ่อแม่หรือคนที่รักเราไม่ได้ต้องการความพร้อมจากเราเขารักเราแบบ Unconditional Love ส่วนใหญ่แล้ว.. "เขาแค่ต้องการแค่เวลาที่มีคุณภาพกับเรา"
W tweet media
เรื่องของผิว by Kengw@kenglimm

มาแชร์ให้ น้องๆกัน

ไทย
1
970
646
342.2K
WorapatSuppa retweetledi
JRT
JRT@JRTDesk·
Thread นี้กะว่าจะ pinned ไว้ลง tweet พวก Q&A ที่ได้มา, หรือพวกอะไรที่เกี่ยวกับ investment, trading tips, suggestions อะไรก็ว่าไป This designated thread will serve as a repository for Q&A, investment advice, and related content, making it more convenient for others to navigate.
English
1
953
1.4K
920.6K
WorapatSuppa
WorapatSuppa@DeepSheepwork·
ผมเองก็ยังไม่ได้หลุดจากกับดักออกมาได้มาก แต่ก็คิดว่าออกมาได้พอสมควรแล้ว อยากให้ทุกคนได้อ่านและหาสิ่งสำคัญของตัวเองจริงๆ ไม่อยากให้ตกผลึกกันได้ตอนที่เวลาใกล้หมด ขอให้มึงเดินทางปลอดภัย สู่ภพภูมิที่ดี ไว้เจอกันใหม่
WorapatSuppa tweet mediaWorapatSuppa tweet mediaWorapatSuppa tweet media
ไทย
0
0
0
15
WorapatSuppa
WorapatSuppa@DeepSheepwork·
มุมมองที่มึงได้นำเสนอก็อยากให้หลายๆคนได้อ่านเนื่องจากเป็นการตกผลึก และเป็นการถ่ายทอดที่ชวนให้หลุดจากกับดักหลายๆได้ดีจริงๆ
WorapatSuppa tweet media
ไทย
1
0
0
10
WorapatSuppa
WorapatSuppa@DeepSheepwork·
การตกผลึกสิ่งสำคัญในชีวิตของแต่ละคนนั้นใช้เวลาต่างกันมาก ไม่รู้ว่าขึ้นอยู่กับบุญกรรมหรือประสบการณ์ที่ได้เจอมา บางคนกว่าอายุเกิน60 บางคนตกผลึกตั้งแต่ปลายอายุ20 #KT7 #Mambamentality
WorapatSuppa tweet mediaWorapatSuppa tweet mediaWorapatSuppa tweet mediaWorapatSuppa tweet media
ไทย
1
0
0
40