
Esfurtia Magic Academy (SS2)
435 posts

Esfurtia Magic Academy (SS2)
@EMA_Commu
Esfurtia Magic Academy Role play for community | #EMA_Commu แอคสำหรับอัพเดทข่าวสารภายในคอมมู Doc: https://t.co/E8fezl8fPX






















#EMA04 The Truth หอประชุมแห่งชาติ, บลันธาเรีย เวทีสำหรับจัดแถลงข่าวได้เตรียมพร้อมเรียบร้อย เมื่อผู้รายงานการแถลงวันนี้มาถึง เขาคือหัวหน้าหน่วยผู้ตรวจการจากสภาเวทมนตร์ ทันทีที่ปรากฎตัว ผู้คนในหอประชุมต่างส่งเสียงฮือฮาเต็มไปหมด เพราะรูปลักษณ์ของเขาไม่มีคำว่าใกล้เคียงกับรูปแบบเดิมที่เห็นมานานกว่าร้อยปี เกิดอะไรขึ้นกับเคียรอน เดอ เมลูน่า? เขาสีแดงดำบนเรือนผมสีทอง นัยน์ตาพื้นสีดำตัดกับดวงตาสีแดงก่ำราวกับไม่ใช่เผ่าพันธุ์ใดบนโลกใบนี้ เขายังคงวางทีท่าสงบไม่ตื่นตระหนักอะไร ใบหน้างามประดับรอยยิ้ม ก่อนจะนั่งลงเตรียมแถลงข่าว “ก่อนเริ่มต้นการแถลงข่าวในวันนี้ ผมมีอะไรที่อยากจะบอกกับทุกคนก่อน ทุกคนคงจะสงสัยรูปลักษณ์ของผมใช่ไหมล่ะครับ?” เขาใช้เวทมนตร์ฉายภาพของบุคคลที่มีลักษณะเหมือนกับตนเองอีกสิบกว่าคนให้นักข่าวดู “พวกเขาคือเผ่าพันธุ์เอลฟ์รุ่นใหม่ครับ มีความสามารถในการใช้ธาตุมืดได้โดยไม่กลืนกินร่างกายของตนเอง และพวกเขาไม่มีขีดจำกัดที่เรียกว่า ‘ตราวัฎนภา’ ด้วยครับ” ผู้คนในหอประชุมเริ่มส่งเสียงประหลาดใจ สับสน ว่าตนนั้นกำลังได้ยินอะไรอยู่ เผ่าพันธุ์ใหม่? ความมืดไร้ขีดจำกัด? ตราวัฎนภา? เคียรอนเผยรอยยิ้ม ความสับสนมากมายนั้นไม่อาจตอบคำถามทีเดียวได้ เขารู้ จึงได้เตรียมการไว้แล้ว “จากเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมา ทุกคนคงเริ่มสงสัยกันมานานแล้วว่าประวัติศาสตร์โลกในยุคสงครามเป็นอย่างไรกันแน่ ถ้าจะให้เล่าประวัตินับพันปีในเวลาแค่ไม่นานคงยากเกินไป” “ผมจึงเตรียมมาให้ทุกคนได้รับรู้ด้วยตนเอง แต่ก่อนอื่น ทุกคนรู้ไหมครับ ว่าสิ่งที่ท้องฟ้าเลือกสรร อย่างตราวัฎนภาที่อยากได้กันนักหนานั้น…แท้จริงแล้วคือ ‘คำสาป’” นักข่าวทุกคนต่างฮือฮา พยายามจะส่งเสียงถามกลับว่าหมายความว่าอะไร ห้องประชุมเริ่มเต็มไปด้วยความวุ่นวาย สุดท้ายเคียรอนก็ยกมือขึ้นมาห้าม เพื่อให้ทุกเสียงเงียบไป ขนาดในหอประชุมยังแตกตื่นขนาดนี้ พวกที่ดูทุกอย่างผ่านการถ่ายทอดสดจะร้อนรนแค่ไหนกันนะ? “เพื่อเป็นรางวัลและคำตอบให้กับทุกสิ่งที่พวกคุณสงสัย ผมขอประกาศว่าจากนี้ไป…” ครืน… จู่ๆ บนหัวของเอลฟ์ผมทองก็ปรากฎลักษณะของตราวัฎนภาขนาดใหญ่กลางโถงประชุม มุมปากของเขาวาดรอยยิ้มสนุกสนา แล้วจึงดีดนิ้วหนึ่งครั้งเป็นสัญญาณ เปราะ! ชั่วพริบตาต่อมาตราวัฎนภาได้เริ่มแตกสลายพร้อมกัน…ทั่วโลก __________ ทุกคนบนโลกต่างส่งเสียงกรีดร้องและทรมานออกมา เมื่อตราวัฎนภาที่เปรียบดั่งคำสาประดับโลกได้พังทลายลงไป สัญชาตญาณเก่าของเหล่าสัตว์ร้ายถูกเปิดเผย พันธะสัญญาเชื่อฟังของบีสต์ถูกทำลาย พลังงานเวทมนตร์บางอย่างหลั่งไหลเข้ามากะทันหัน พาลให้ร่างกายที่อ่อนแอกว่าเริ่มรับมือไม่ทันกับ ‘พลังดั้งเดิม’ ที่พวกเขาควรมี! สัตว์ที่ไร้โซ่ตรวนล่าม มองเห็นภาพความทรงจำของอะไรบางอย่างที่คล้ายกับ ‘อดีตชาติ’ อันแสนยาวนาน ของวิญญาณพวกเขา ที่ต้องเกิดในกรงขังเดิมซ้ำๆ ไม่อาจเกิดใหม่เป็นใครอื่นได้ ภาชนะที่อ้างว่ารองรับเพียงตัวเรา แท้จริงแล้ว เป็นเพียงแค่การตีตราย้ำชัด ว่าโชคชะตาของทุกคนต่างถูกสาปด้วยคำว่านิรันดร์ เพื่อเป็นเครื่องสังเวยแด่ โลกมายาลวงแห่งความรื่นรมย์ (Esfurtia) ทันใด ภาพสงครามนับพันปีก็ไหลเข้าสู่ความทรงจำเท่าที่รับได้ ความรุนแรงและความโหดร้ายท่ามกลางซากศพที่นองไปด้วยทะเลเลือดเป็นอนันต์ กาลเวลาเคลื่อนผ่านคืนแล้วคืนเล่า ภาพของตัวเราในสงครามปรากฎแต่เราคือคนคนนั้นเสียเอง ตรงหน้าเป็นนักเวทอมตะเรือนผมสีม่วงสะบัดพร้อมสะบั้นอาวุธและเวทนับไม่ถ้วนลงสู่สงคราม ร่างที่ไร้วิญญาณล้มลงไม่เว้นนาที แต่ดวงตาของผู้ทำหาได้รู้สึกผิดไม่ ดวงตาแววโรจน์แดงฉานบ่งบอกความตั้งใจ การฆ่าล้างบางเผ่าพันธุ์ไม่ต่างจากนรกบนดิน การเข่นฆ่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า รักษา ก้าวสู่สนามรบ บาดเจ็บ ล้มตาย วนเวียนไม่รู้จบ . . ภาพเหล่านั้นกำลังแสดงให้เห็นถึงอดีตที่น่าอึดอัดใจ จนภายในปั่นป่วน ความทรมานก่อเกิดผ่านตราวัฎนภาบนร่างกาย เป็นคำสาปที่สาปลงซ้ำๆมาเนิ่นนาน และในวันนี้ ทุกคน...ได้เห็นความจริงอันโหดร้าย ของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำ และผู้สร้างโลกอันสงบสุข ภายใต้หน้ากากที่สร้างเอาไว้ จอมเวทแห่งเพลิงผลาญมหาสงครามให้ทุกชีวิตสิโรราบจำยอม เอนเดเลอัส นาร์เฟอร์เทีย









