Em Udomsak (🟣🐻)

4.9K posts

Em Udomsak (🟣🐻) banner
Em Udomsak (🟣🐻)

Em Udomsak (🟣🐻)

@EmUdomsak

Ph.D. Nerd// Full-Time Professor in Financial Mathematics // Part-Time KOL// Wonderer

Thailand Katılım Temmuz 2017
1.1K Takip Edilen19.7K Takipçiler
Sabitlenmiş Tweet
Em Udomsak (🟣🐻)
Em Udomsak (🟣🐻)@EmUdomsak·
Thank you @CoinDesk for sharing my thoughts on Kbank taking over #SatangCorp “K-Bank is intensifying its efforts in the cryptocurrency sector, positioning itself alongside SCB. They are keen on offering a full spectrum of crypto services permitted in Thailand,” Udomsak Rakwongwan, a professor at Kasetsart University and the co-founder of FWX.finance, which K-Bank invested in, told CoinDesk.
Em Udomsak (🟣🐻) tweet media
English
2
33
91
151.1K
Em Udomsak (🟣🐻)
Em Udomsak (🟣🐻)@EmUdomsak·
เมื่อวานมี workshop การทำคอนเท้นกับ Binance TH พูดถึงเรื่องการทำคอนเท้นบ้านดำอย่างไรให้ viral ถูกใจ gen Z ซึ่งก็มี trick ตั้งแต่ทำเนื้อหาให้แรง ดึง attention เริ่มด้วยอะไรที่เป็นลบ จับ 2 วิให้ได้ ซึ่งนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ผมไม่ค่อยมี followers เยอะบนบ้านดำ แต่ “ผมไม่แคร์” ผมจะทำคอนเท้นที่ผมอยากทำ เขียนที่ผมอยากเขียน ในรูปแบบที่ผมอยากสื่อสาร ผมไม่อยากใช้ภาษาสั้นให้คนด่าให้ viral ผมไม่อยากสื่อสารกำกวมให้คนเข้าใจผิดๆ ทะเลาะกัน เพราะส่วนใหญ่ที่เราพูดคือเรื่องการเงิน ผมจะเขียนและพูดในแบบของผม และผม “เชื่อ” ว่ามันจะดึงดูดคนที่อยากฟังในแบบที่เราเขียน เพราะ “we create because we care not because we count” ❤️
ไทย
0
1
15
921
EarthDeFIRE
EarthDeFIRE@EarthDeFIRE·
สวัสดีครับเพื่อนๆ ผมขอกำลังใจหน่อยครับ
ไทย
44
3
116
11K
Em Udomsak (🟣🐻)
Em Udomsak (🟣🐻)@EmUdomsak·
ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา สิ่งที่น่าตกใจคือทุกคน “สร้าง product” อะไรบางอย่าง โดยใช้ Claude Cowork จริงๆ มันก็ดีแหละ เพราะมันทำให้การสร้าง app web product automate ต่างๆ ง่ายขึ้นเยอะมาก… ที่น่าตกใจคือ อีกไม่นานเราคงถูก flood ไปด้วย products ต่างๆ เต็มไปหมด so many ideas, so many features ทางรอดของ product หลังจากนี้ คงต้องมี compettitive advantages ที่ไม่ใช่แค่ developement เช่น ต้องมี distribution channels ที่ตรงจุดกับ users, หรือ ต้องมี barrier ในการต่อ connect channels เพราะ product จะ cheap และ cheap มากขึ้นเรื่อยๆ
ไทย
4
308
352
27.2K
Em Udomsak (🟣🐻)
Em Udomsak (🟣🐻)@EmUdomsak·
เมื่อวานระหว่างนั่งรถไปเขาใหญ่ นั่งคุยกับเพื่อนเรื่อง passion ในการอยากทำ financial planing สำหรับบุคคลของผม 📍 คำถามนึงที่ถูกถามคือ “ถ้าชีวิตเราโอเคอยู่แล้ว เราจะเสี่ยงไปแนะนำคนอื่นทำไม เผื่อเค้าผิดพลาด เราก็จะเสียหายอีก” เอาจริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คิดมานานมาก ว่า role ของ financial planing ที่เราอยากทำมันอยู่ตรงไหน จนตกผลึกว่า ผมอยากช่วยคนที่เป็น “รายเล็กรายน้อย” โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือน คนกลุ่มนี้เป็นคนที่ “ถูกลืม“ ที่สุด ในระบบการเงินไทย เพราะเป็นกลุ่มนี้ผมไม่ค่อยอยากยุ่ง เพราะส่วนใหญ่ของรายได้ของการ ”แนะนำทางการเงิน“ ในปัจจุบัน ยังเป็น ”commission” จากการขายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน การดูแลมนุษย์เงินเดือนเล็กๆ โดยเฉพาะถ้าไม่เน้นขายประกัน เป็นงานที่ “เหนื่อยมาก” และได้ผลตอบแทนน้อย เทียบกับการดูแลคนที่ “รวยๆ” มี volume เยอะๆ แค่ไม่กี่คน แต่ถ้าไม่มีใครดูแลคนกลุ่มนี้ แล้วคนกลุ่มนี้จะมีชีวิตที่ดีในทางการเงินได้อย่างไร? ทำไมคนกลุ่มนี้ต้อง “เสียเปรียบ” เข้าไม่ถึงโอกาส ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เพียงเพราะเค้ารายได้น้อย? 📍 แต่สำหรับการแนะนำรายเล็กรายน้อย ผมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเป็น “เพื่อนคิด” ให้กับเค้า เริ่มโดยการตั้งคำถามง่ายๆ ให้เค้ารู้จักตัวเอง รู้จักเป้าหมายทางการเงิน และย่อยลงเป็นแผน เพราะ “การเงินคือเรื่องส่วนบุคคล” ถ้าคุณมีรายได้ (ประเภทเงินเดือนสูง) ควรจะคิดเรื่องการลดหย่อนภาษี แต่ การซื้อ กองทุน ซื้อประกัน ไม่เท่ากับ การลดหย่อนภาษี ถ้าคนมีรายได้ xxx มีแผนในการใช้เงิน มีลูก มีบ้าน เกษียณ เมื่ออายุ yyy ต้องการจะมีเงินเท่ากับ zzz จะต้องวางแผนในการลงทุนให้ได้ผลตอบแทนเท่าไหร่? และผลตอบแทนที่อยากได้ จะสามารถลงทุนในอะไร (ที่คุณเชื่อว่ามันมีอนาคต และอยู่ในความเสี่ยงที่รับได้) เพราะการลงทุนที่ดีไม่ใช่การลงทุนให้ได้กำไรสูงสุด แต่คือการลงทุนให้ได้ตามแผน และเป้าหมาย ถ้าคุณตัวคนเดียว พ่อแม่มีเงิน คุณอาจจะไม่จำเป็นต้องมีประกันชีวิต แต่ถ้าคุณมีลูก เงินเดือนคุณเป็นส่วนใหญ่ของรายได้ครอบครัว นั่นถึงจะจำเป็น 📍ผมเชื่อว่าถ้ามนุษย์เงินเดือนธรรมดาๆ ถ้าเค้าได้ “เพื่อนคู่คิด” ที่ช่วยให้เค้า เข้าใจตัวเอง ช่วยวางแผน ชีวิตของเค้า จะเปลี่ยนไปอย่างมากในอนาคต เพราะทุกคนรู้ว่า “การลงทุน” มันสำคัญ แต่มันยากเหลือเกินในการ “เริ่มต้น” และเดินให้ “ถูกทาง”
Em Udomsak (🟣🐻) tweet media
ไทย
0
72
156
8.8K
Em Udomsak (🟣🐻)
Em Udomsak (🟣🐻)@EmUdomsak·
หลายคน dm มาถามว่า ต่อให้ corp bond มันอยู่ที่ 5-6% ต่อปี เราจะจัดการกับ “ค่าเงิน” อย่างไร? คำตอบของผมคือผมไม่ได้จัดการอะไร เพราะผมมอง “base currency” เป็น usd เพราะในเชิงโครงสร้างผมยังมองว่า usd ยังน่าจะ hold value ได้มากกว่า thb ส่วนที่ลงทุนในส่วนนี้ สุดท้ายผมมองเป็นการ grow wealth มากกว่าการคาดหวังเอามาใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ต่อให้เรามอง thb เป็น base currency การลงทุนยาวๆ อย่างใน bond ค่าเงินก็ส่งผลลงไปเยอะมาก เพราะค่าเงินมักจะวิ่งในกรอบ และสุดท้าย yield จาก investment ก็น่าจะ dominate ได้ ในเปรียบเทียบ return ของ bond แบบเหมือนไม่มีค่าเงิน (สีเขียว) กับ return ถ้าเรามอง usd แบบ convert มาที่ thb จะเห็นว่าต่อให้มีเรื่องค่าเงิน หรือไม่มี ก็ไม่ต่างกันมากมาย
Em Udomsak (🟣🐻) tweet media
ไทย
2
2
19
1.6K
Em Udomsak (🟣🐻)
Em Udomsak (🟣🐻)@EmUdomsak·
ให้มันบอก Note ของแต่ละเลขไว้ด้วยเผื่อลืม ว่าคืออะไร ดูยังไง แต่ยังไม่ได้ลองเช็คความเรียบร้อยเท่าไหร่ เป็น prompt แรกก่อน
Em Udomsak (🟣🐻) tweet media
ไทย
0
3
5
829
Em Udomsak (🟣🐻)
Em Udomsak (🟣🐻)@EmUdomsak·
🔥 มาแล้ว คอร์สหุ้นพื้นฐานสําหรับนักลงทุนมือใหม่ ✅ ปูพื้นฐานตั้งแต่หุ้นคืออะไร ทำไมต้องมีตลาดทุน ✅ การซื้อขายหุ้นเบื้องต้น Market Microstructure, Orderbook, Market Cap, การคำนวณดัชนี ✅ การวิเคราะห์สภาพคล่อง ความสามารถในการชำระหนี้ ความสามารถในการทำกำไร ผ่านงบการเงินบริษัท ✅ การวิเคราะห์รายอุตสาหกรรม ✅ การประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธี DCF ✅ เจาะลึกตลาดหุ้นอเมริกา (โดย Earthh Evans) หุ้นไทย (อ.ปิง ประกิต) หุ้นจีน (โดย เซียนมี่ ทิวา) โดยในแต่ละ session จะลงเนื้อหาเฉพาะในแต่ละตลาดเรื่อง 1️⃣ โครงสร้าง และธรรมชาติของแต่ละตลาด 2️⃣ ปัจจัยเชิงมหภาคที่สำคัญ และนโยบายสำคัญที่มีผลต่อตลาด 3️⃣ จุดแข็ง จุดอ่อน 4️⃣ หุ้น และธีมกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องรู้จัก 5️⃣ แนวคิดการเลือกหุ้นในตลาดนั้นๆ ✅ พิเศษ เสวนาเรื่อง แนวทางการเริ่ม และพัฒนา เพื่อเติบโตเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน 📌 คอร์สนี้เหมาะกับมือใหม่ หรือคนที่ยังอยู่ในตลาดแบบขาดความเข้าใจ ที่อยากใช้เวลาสองวันเข้าใจหุ้นตั้งแต่ต้น จนไปถึงการเรียนรู้วิธีการลงทุนอย่างถูกทาง เครื่องมือ ตลาดต่างๆ ที่สำคัญ เป็นก้าวแรกก้าวใหญ่ในการเริ่มเป็นนักลงทุนหุ้นที่เติบโตอย่างยั่งยืน 🗓️ วันที่ 28 - 29 มีนาคม 2569 เวลา 9.00 – 17.00 น. 📍 คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 3,250 บาท สำหรับ Onsite 2,850 บาท สำหรับ Video Online* 📌 พิเศษ สำหรับลูกค้าเก่า หรือใหม่ก็ได้ของ Webull (ไม่ต้องเปิดบัญชีใหม่) เพียงเติมเงินเข้าพอร์ทเพิ่มขั้นต่ำ 10,000 บาท (ยังไม่จำเป็นต้องซื้อหุ้นหรือซื้อ usd) ลดราคา 50% ทันที (จำนวนจำกัด) *ผู้ที่ลงทะเบียนแบบ Onsite จะได้สิทธ์เรียนแบบ Video Online ด้วย และ Online สามารถดูซ้ำได้เรื่อยๆ ไม่จำกัดจำนวน ไม่มีหมดอายุ สามารถเริ่มดูได้ประมาณ 1-2 อาทิตย์หลังจากวัน Onsite สมัครได้ที่ forms.gle/yA1MyMAE7aPEtf… ❤️ ใครยังไม่มีบัญชี สามารถเปิดกับ Webull ผ่านลิงก์ webull.co.th/k/SawasdeekubV… *ทางผมไม่ได้รับ rebate นะครับ แค่นับจำนวน ในอนาคตจะได้รับการสนับสนุนจาก webull อีกครับ
Em Udomsak (🟣🐻) tweet media
ไทย
1
1
3
1.1K
Em Udomsak (🟣🐻)
Em Udomsak (🟣🐻)@EmUdomsak·
ช่วงนี้คนตื่นเต้น AI อย่าง Cowork กันเยอะ ตอนนี้กำลังเตรียม slides สำหรับสอนหุ้นพื้นฐาน อาทิตย์หน้า อยู่เลยคิดว่าสอนใช้ AI ไปด้วยเลยดีกว่า แต่ผมยังเชื่อในหลักการที่ว่า "เราต้องเข้าใจ ว่าเรากำลังมองหาอะไรก่อน" แล้วค่อยเอา AI มาช่วย เพราะ AI มันจะฉลาดเท่าๆ กับเรานั่นแหละ แค่มันขยันกว่า ข้างล่างคือ Promt แรกของผมกับ Cowork เพราะก่อนหน้านี้ใช้แต่ GPT ตลอดเลย พอมาลองใช้ ก็ดีแหะ มันเล่นกับ file และ folder ได้ง่ายกว่ามากๆ ทำ scheduling ได้ด้วย ผมลองให้มันไล่ดูแต่ละ Industry และทำสรุป Finaicial ratios ต่างๆ ไล่ตามการวิเคราะห์ Profitibility, Liquidity, Leverage, Valuation และให้มัน Highlight มาด้วย ว่าหุ้นในน่าสนใจ ตัวไหนต้องระวัง มีข้อน่าสังเกต ใครที่ทำพวกงานเอกสาร งานจัดการไฟล์ สรุปงาน น่าจะเหมาะเลยทีเดียว สำหรับการลงทุนที่เป็น fundamental ผมว่าก็น่าสนใจมากๆ ปล. คอร์สหุ้น โปรลด 50% อาทิตย์สุดท้ายแล้วนะ ส่วนใครลงทะเบียนไว้เจอกันอาทิตย์หน้าครับ
Em Udomsak (🟣🐻) tweet media
ไทย
1
107
175
8.6K
Em Udomsak (🟣🐻)
Em Udomsak (🟣🐻)@EmUdomsak·
ประชุม Fed ในอีกไม่กี่นาทีหลังจากนี้ ชัดว่าน่าจะ “คงดอกเบี้ย” แต่สิ่งที่อยากให้ฟังมากกว่านั้นคือ “mood & tone” และ “เนื้อหา” ที่น่าจะกระทบกับตลาดทันที 1. Hawkish vs Dovish ลองฟังว่าจะมีการพูดว่า “We need more confidence inflation is moving down” หรือ “We are prepared to act if growth weakens” ซึ่งรูปแบบประโยคสองอันนี้ อันแรกคือออกไปทาง Hawkish คือน่าจะเน้น focus inflation ในขณะที่รูปแบบที่สองออกไปทาง Dovish คือเน้น Economic Growth การที่ Fed จะพูดอะไรแต่ละคำ เค้าจะ ”คิดแล้วคิดอีก“ เพราะคนจะ ”ตีความ“ ดังนั้น สิ่งที่เราควรทำคือ ”ตีความ“ ว่าเค้ากำลัง signal ตลาดไปในทางไหน 2. ฟังเรื่องพลังงาน ฟังว่าจะมีการ mention เรื่องพลังงานไหม และจะพูดอย่างไร? จะมีคำว่า “temporary” หรือ ”persistent” ไหม ถ้าพูดออกไปทาง มองว่าเป็น temporary จะ signel bullish คือมีแนวโน้มไปทางบวก แต่ถ้ามองว่า เป็น persistent inflation risk นโยบายน่าจะแข็งกร้าวไปอีกยาว 3. Dot plots อีกอันที่ต้องดูเลยคือ dot plots ที่แสดงถึงว่า fed officials มอง rate cuts ในอนาคต เป็นอย่างไร? เวลาดู ควรดูเทียบกับครั้งที่แล้ว ว่ามันแย่ลง หรือดีขึ้นอย่างไรบ้าง *รอฟังกันครับ
ไทย
0
23
51
3.3K
Em Udomsak (🟣🐻)
Em Udomsak (🟣🐻)@EmUdomsak·
ติดเล่า เม้ามอย EP1 อัพเดทสถานการณ์สงครามต่อการลงทุน | สมชาย แซ่ตั้ง | บทเรียน YieldMax x.com/i/broadcasts/1…
ไทย
0
0
4
497
Em Udomsak (🟣🐻)
Em Udomsak (🟣🐻)@EmUdomsak·
สื่อเรียก สงครามเวียดนาม สงครามอิรัก สงครามอิหร่าน ตามคนที่โดนถล่ม เพราะถ้าตั้งชื่อตามคนถล่ม มันจะชื่อ สงครามสหรัฐ สงครามสหรัฐ สงครามสหรัฐ #ก็จะงงจัดเลย 😂
ไทย
11
7.2K
3.3K
235.1K
Em Udomsak (🟣🐻)
Em Udomsak (🟣🐻)@EmUdomsak·
ทุกๆ ครั้งที่ผมไปบรรยายเรื่องการเงินให้เด็กๆ ในมหาลัย ผมจะถามเค้าว่า 📍 “คุณคิดว่าหลังเกษียณคุณควรจะมีเงินซักเท่าไหร่?” ซึ่งเด็กส่วนใหญ่ตอบว่า 50 ล้าน เพราะหลังอายุ 60 เราอาจจะยังต้องอยู่ไปอีกหลายสิบปี และช่วยวัยนั้นเป็นวัยแห่งความเจ็บป่วย ต้องใช้เงิน 📍 ผมถามว่า “คุณคิดว่าคุณจะเก็บ 50 ล้านได้ไหม?” เด็กหลายๆ คนตอบว่าได้ ผมจึงถามต่อว่าคุณรู้ไหมว่าคุณต้องเก็บเงินเดือนละเท่าไหร่? ซึ่งถ้าคิดคร่าวๆ ในการที่จะมี 50 ล้านหลังเกษียณเด็กจะต้องเก็บเงินเดือนละ 80,000 กว่าบาท ตั้งแต่วันแรกที่เรียนจบ ทุกเดือน จนเกษียณ ซึ่งเลวร้ายกว่านั้น เงินที่เก็บ 50 ล้าน เจอเงินเฟ้อซึ่งใน 30 ปีอยู่ที่ 5 เท่า ซึ่งจะทำให้เงิน 50 ล้านของเรามีมูลค่าเหลือเพียงแค่ 10 ล้านเท่านั้นเอง 📍 ต้องเก็บเงินเดือน 80,000 และยังเจอเงินเฟ้อ ดูเหมือนการเกษียณจะเป็นไปไม่ได้เลย อะไรคือทางออก? ทางออกคือ “การลงทุน” เพราะถ้าเราลงทุนให้ได้เดือนละซัก 5% แทนที่เราจะเก็บเดือนละ 80,000 เราต้องเก็บเพียงแค่เดือนละ 20,000 กว่าบาท เท่านั้นเอง และถ้าเราลงทุนได้ 10% เราก็จะเก็บแค่เพียงเดือนละ 5,000 บาท หลายๆ คน “ไม่ใส่ใจ” ในการลงทุน ผมถามจริงๆ ว่าเราจะพัฒนาสกิลอะไรในชีวิต ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจาก 20,000 ไปเป็น 80,000? แต่การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ เช่นพันธบัตร อสังหาปล่อยเช่า หุ้นกู้ หุ้นพื้นฐานดี ก็สามารถทำให้เราต้องเก็บเงินน้อยลงไปมากๆ การลงทุนสำคัญ และการเรียนรู้การลงทุนสำคัญมากๆ ครับ มันจะช่วยเป็นเครื่องทุ่นแรง ให้เราโตไปได้ อย่างยั่งยืน และรวดเร็วมากขึ้น 📍 อย่าลืม สุดท้าย ซื้อหุ้น ซื้อคริปโต ไม่เท่ากับ การลงทุน การลงทุนเริ่มจาก “เข้าใจตัวเอง” เราเก็บเงินได้เท่าไหร่ เรามีเป้าหมายอะไร แล้วจึงค่อยเลือกสินทรัพย์ในการลง เริ่มวางแผน ใครๆ ก็อยากรวยเร็ว แต่จริงๆ ที่เราต้องทำคือ “รวยตามแผน” ถ้าทนไม่ไหว ลองแบ่งพอร์ทออกจากกัน พอร์ทนึงทำตามแผน 5% ต่อปี หรือ 10% ต่อปี ส่วนอีกพอร์ทถ้าอยากจะสิ่งก็ลองดู เชื่อผม “แก่” ตัวไป แล้วยัง “จน” มัน “ทุกข์”
Em Udomsak (🟣🐻) tweet media
ไทย
6
443
696
49.8K
JACK (📦,💙)
JACK (📦,💙)@Jatupol_T·
@EmUdomsak คนไหนออฟโรด คนไหนจารเอ็มครับ 😂
ไทย
1
0
1
232
Em Udomsak (🟣🐻)
Em Udomsak (🟣🐻)@EmUdomsak·
ท่อนนึงที่ผมแชร์ให้กับเด็กๆ ที่กำลังมี “ฝัน” และ “passion” คือการเป็น #intrapreneur หรือ ผู้ประกอบการในบริษัทคนอื่น Intrapreneur ซึ่งเป็นการผสมคำระหว่าง "Internal" กับ " #entrepreneur " ซึ่งคือคนที่เป็นพนักงาน แต่มีความสามารถ และสมบัติของการเป็น Entrepreneur หรือผู้ประกอบการ เพียงแต่ไม่ได้เป็นเจ้าของบริษัท 📍 พนักงานที่มี mindset แบบผู้ประกอบการ Intrapreneur มักจะทำงานในองค์กรนั้นๆ เสมือนกับเป็นของตัวเอง มีความเป็น Ownership สูง คิดริเริ่มหาวิธีใหม่ๆ นอกกรอบ ในการเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มรายได้ ขององค์กร พยายามหาวิธีปิดรอยรั่วต่างๆ ลดต้นทุน มองภาพองค์รวม และมีความเป็น Leadership สูง 📍 Intrapreneur อาจจะไม่ได้เหนื่อยฟรีเสมอไป หลายๆ คนอาจจะมองว่า Intrapreneur เหล่านี้อาจจะทำ “มากเกินไป” และอาจจะต้องเหนื่อยฟรี แน่นอนว่าการเป็น Intrapreneur ในบริษัทที่ดี มีผู้บริหารที่มองเห็นถึงความสำคัญ เปิดกว้าง ย่อมสามารถเติมโตได้แบบก้าวกระโดด เพราะใครๆ ก็คงอยากได้คนที่มีความสามารถในแบบ ผู้ประกอบการ และมีความเป็น Ownership เข้ามาช่วยดูแลองค์กร แต่ก็อาจจะมีบาง Intrapreneur ที่โชคร้าย อยู่ในบริษัทที่เจ้าของจ้องแต่จะเอาเปรียบ และไม่เห็นความสำคัญ แต่ก็ใช่ว่า Intrapreneur ในบริษัทเหล่านั้นจะแย่ไปเลยซะทีเดียว การที่เราเป็น Intrapreneur อาจจะช่วยได้เราได้ทดลองวิธีใหม่ๆ ทดลองแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งจะยิ่งพัฒนาสกิลของเราในอนาคตเมื่อเราก้าวไปเป็น Entrepreneur หลายๆ คนบอกว่า การรันบริษัทของตัวเองซัก 1-2 ปี อาจจะได้ความรู้มากกว่าการเรียน 4-5 ปีซะอีก และยังได้พัฒนา Skill ต่างๆ มากมาย แต่แน่นอนว่ามันย่อมแลกมาด้วยความเสี่ยงต่างๆ ที่ตามมา มันอาจจะดี ถ้าเราสามารถเป็น Intrapreneur ช่วยรันบริษัทจากภายใน นอกจากจะได้รับการมองเห็นจากผู้บริหาร และมีโอกาสก้าวหน้าทางอาชีพ ยังสามารถยกระดับความสามารถ ทดลองสิ่งต่างๆ เตรียมพร้อมสำหรับการเป็น Entrepreneur ในอนาคต ปล. ผมว่าไทยรัฐเค้าพยายามเร่งแสงให้ผมแล้วแหละ แต่ดูยังไงก็ยังหมอง เมื่อวางคู่กัน 55555
Em Udomsak (🟣🐻) tweet media
ไทย
3
36
72
3.9K
Em Udomsak (🟣🐻)
Em Udomsak (🟣🐻)@EmUdomsak·
ท่านึงที่ผมโครตชอบคือ wheel options บน BTC, ETH และหุ้น เมกา ท่านี้ผมจะชอบใช้กับ “ของ” ที่ผมตั้งใจจะถือยาวๆ ดอยก็เก็บไว้เรื่อยๆ สะสม คำถามแรกที่ผมจะถามตัวเองก่อน ว่าถ้าใน 1 เดือนมันขึ้น 20% ผมจะขายไหม? ถ้าขาย ขั้นแรกที่ผมทำคือ short call ที่ strike 20% ห่างจากตรงนี้ กรณีที่ 1 ของที่ผมถือขึ้นไม่ถึง 20% ผมก็ได้ premium ฟรี และก็จะไล่ short call ในเดือนถัดไป กรณีที่ 2 ราคาขึ้นเกิน 20% ผมก็จะขายออก ได้เงินสดที่ขาย + premium มา และนำเงินสดไป short put ที่ราคาซัก 10% discount รอซื้อของกลับมาใหม่ ถ้าไม่ได้ก็เอา premium ถ้าได้ก็เก็บของ ทำแบบนี้จะทำให้เราได้ base yield เพิ่มขึ้นมาอีก 20-40% ต่อปีเลยทีเดียว ความเสี่ยงคือ 1. ราคาลงเรื่อยๆ เราก็ดอยของไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะเราตั้งใจเก็บอยู่แล้ว แต่เราได้ premium 20-40% ต่อปีมากินเพิ่ม 2. ราคาขึ้นแรงๆ จนเราขายของออก และเก็บคืนไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรอีก เพราะเราได้ 20-40% premium มาแทน ซึ่งก็มองเป็นการโตเฉลี่ยของ port แทนเอาก็ได้ กลยุทธ์นี้สามารถปรับ % ต่างๆ ได้ตามความพอใจ เช่นถ้าไม่อยากขายเลย อาจจะตั้งขายไปซัก strike 30% จากปัจจุบัน หรือสูงกว่านั้นก็ได้ หรือถ้าอยากรีบเก็บของก็ตั้ง strike ต่ำๆ ตอนถือเงินสด
ไทย
0
31
94
6.1K
Em Udomsak (🟣🐻)
Em Udomsak (🟣🐻)@EmUdomsak·
สำหรับมือใหม่ ที่ควรทำที่สุดคือใช้ options ประกอบกับกลยุทธ์เดิมของตัวเอง เพื่อเพิ่ม “performance” ของการลงทุน เช่น short call + มีของ (covered call) เพื่อ ”รอขาย” ของนั้นในราคาที่พอใจ Short put + มีเงิน (cash secured put) เพื่อ “รอซื้อ” ในราคาที่อยากได้ Naked long ในไซด์ที่เล็กมากๆ (จริงๆ คือต้องเอา notional size เป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ premium) เพราะหวังใช้ leverage และกลัวว่าตลาดจะสวิง แต่มีโอกาศ พุ่ง จะได้ไม่มี liquidation และอื่นๆ อีก แต่ที่ไม่ควรเลย คือเริ่มด้วยความ “โลภ” เพราะ options คฺณหมดตัวง่ายกว่า futures เยอะ
ไทย
0
3
4
716
Em Udomsak (🟣🐻)
Em Udomsak (🟣🐻)@EmUdomsak·
เห็นหลายๆ คน เริ่มสอน ทำกำไร xxx เท่า ด้วย options แล้วเริ่มเป็นห่วง ตัว Options ไม่ใช่เครื่องมือวิเศษ การ Long call แบบที่พูดกันมันกำไรเยอะก็จริง แต่มันมีโอกาส “หมดตัว” สูงมากๆ ถ้ายังไม่เข้าใจ Delta, Thetaใจเย็นๆ ก่อนครับ
ไทย
1
18
83
6.5K