stuck in blue

1K posts

stuck in blue banner
stuck in blue

stuck in blue

@Fahsaiomewari

POSN 2 math waiting for TMO _ born in November, road o TU 89 - single pls make friend | money money money 👩🏻‍❤️‍💋‍👩🏼 ดีล จีน เกา กดเมอ เรททักถามค่ะ

Katılım Şubat 2026
27 Takip Edilen439 Takipçiler
stuck in blue retweetledi
Pink
Pink@PantherInPink·
@SrisukonSirilux @IHATEPs คำตอบอยู่ในคำถามแหละค่ะ ถ้าผู้จัดซีเรียสเรื่องสาววายก็ควรทำเส้นเรื่องให้สาววายมันชงจิ้นไม่ได้ ไม่ใช่ให้วัตถุดิบมาพร้อมปรุงเสร็จสรรพ พอสาววายมันใส่สีตีไข่จนกระแสมา ก็เกิดจะอิงตามกรอบประเพณีอันดีงาม ขอถามหน่อย สาววายมันเพี้ยน หรือผู้จัดกำลังหากินกับความเพี้ยนของสาววาย
ไทย
3
660
761
206.8K
stuck in blue
stuck in blue@Fahsaiomewari·
@cinnamonization @sxnshineyoxrway แชทหลักฐานมี แต่สำหรับเรามันไม่มีน้ำหนักเท่าตัวเอกสาร ( สำหรับเรานะเราไม่ทราบขนาดนั่นนะคะๆ ) ถ้าดูเจตนาร่วมด้วยก็ยัง50/50อะค่ะๆ ขึ้นอยู่กลับว่าช่องวันมันจะงัดอะไรมาอีก กฎหมายคุ้มครองทรัพย์สินปัญญา (ของไทย) ไม่ได้ดีขนาดนั้น
ไทย
1
0
10
1.3K
cinnamonization
cinnamonization@cinnamonization·
@Fahsaiomewari @sxnshineyoxrway เค้าว่ามาตามนั้นเลย อยากรู้จริงๆว่า เคสแบบนี้ ถ้าขึ้นศาล ผลจะเป็นยังไง #แบนหงสาวดี
cinnamonization tweet media
ไทย
1
3
9
2.1K
one31thailand
one31thailand@onehdthailand·
แถลงการณ์เกี่ยวกับประเด็นซีรีส์ ‘หงสาวดี’ #หงสาวดี #TheLastDuel #oneD #oneDoriginal #oneDจริตไทย #ช่องวัน31
one31thailand tweet media
ไทย
318
12.7K
6.6K
9.2M
stuck in blue
stuck in blue@Fahsaiomewari·
@tamlaniyay เอาตรงๆเลยมั้ยคะ คนไทยยังไม่โดนอิดูเคตเลยจะบ้า เพื่อนนี้มองว่าอ่อแล้วไงก็เอกสาร เห้ย มันไม่ได้ อีบ้า
ไทย
1
0
0
51
stuck in blue retweetledi
ตามล่านิยายวาย
หลายคนยังไม่รู้สึกตัวอีกหรอ กระบวนการยุติธรรมที่ช่วยอะไรไม่ได้ตัวอย่างมีเยอะนะ บางอันนอกจากช่วยไม่ได้ ยังถึงขั้นเชื่อไม่ได้ด้วย #แบนหงสาวดี
stuck in blue@Fahsaiomewari

@sxnshineyoxrway ต้นโพร์สลบไปแล้ว งั้นเราขออธิบายนิดนึงนะคะ ช่องวันเลยชนะคดี แนวๆนี้ จากแค่เอกสารใบเดียวคือ ค่าปรึกษา เพราะการขึ้นชื่อว่าค่าปรึกษา แปลว่าคุณมีส่วนร่วม ศาลจะมองว่าตกลงกันแล้วถึงได้รับเงินมาบลาๆ ค่ะ มันคือการมัดมือชกหนักวาด หห้ามฟ้องค่ะ ดูความเหี้ยมัน #แบนหงสาวดี

ไทย
1
8
7
1.1K
stuck in blue retweetledi
กลุ่มดาวยอดนักวาร์ปบอกให้มีสมาธิหน่อย
แอบกังวลนิดนึง ครั้งนี้โป๊ะเยอะเพราะมีหลักฐานในโซเชียลชัดเจน แต่ 1. คุณอมลไม่ใช่คนแรกและคนสุดท้ายที่โดนแน่ ๆ 2. คราวนี้ช่องน่าจะออกระเบียบในองค์กรเรื่องการใช้โซเชียล 3. ต่อไปนักเขียนตัวเล็ก ๆ คนไหนโดนอีก ก็จะไม่มีหลักฐานแล้ว
NUMSAENG13 || CMS CLOSE@numsaeng13

แต่ที่แถลงมานี่ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ว่าจะออกมาทรงนี้ เพราะเจตนาเกริ่นมาว่ามีแผนทำเรื่องแนว ๆ นี้มาก่อนนะต่าง ๆ แย่อะ เห็นแล้วหดหู่กับสิ่งที่ฝั่งที่ตัวเล็กกว่าต้องเจอ สุดท้ายแล้วก็จะลอยตัว

ไทย
1
9.1K
3.9K
224.5K
stuck in blue retweetledi
⭐️ Navy - 🍎🏡
⭐️ Navy - 🍎🏡@ItsjustNavyblue·
จิงคุณ เราเห็นในตต.ยังตะหงิด หลั่งน้ำมันมีทุก ver พอมาเทียบแบบนี้คนไม่รู้ก็คิดไปอีกว่าฉากนี้ก็ก้อป ( เพราะนี่เจอแล้ว เม้นต์ไปแล้ว ฟาดหลักฐานทางปศว.กลับไป ลบเม้นไปละ ) 😞 เรียกร้องเข้าใจแต่ให้ตรงประเด็นด้วย ถ้าหลั่งน้ำก็ก้อป สรุป ปศว.กับคอมมิคใครมาก่อนกันวะ เอาดี ๆ 8165151515515
Taneaw@FahsyT

อ่านแท็กละพอเข้าใจนะแต่มาเทียบฉากนี้ไม่ควรอะ มันหลั่งทักสิโนทกมันมีทุกเวอชั่นอยู่แล้วมาเทียบอะไรอันนี้วะ

ไทย
0
14
31
6.7K
stuck in blue retweetledi
SRY
SRY@cucumberma5ter·
เทียบฉากอื่นได้มั้ย พวกผมจะดูโง่นะครับถ้าคุณใช้ฉากนี้ 😭😭😭
Taneaw@FahsyT

อ่านแท็กละพอเข้าใจนะแต่มาเทียบฉากนี้ไม่ควรอะ มันหลั่งทักสิโนทกมันมีทุกเวอชั่นอยู่แล้วมาเทียบอะไรอันนี้วะ

ไทย
4
2K
1.6K
240.4K
stuck in blue retweetledi
Taneaw
Taneaw@FahsyT·
อ่านแท็กละพอเข้าใจนะแต่มาเทียบฉากนี้ไม่ควรอะ มันหลั่งทักสิโนทกมันมีทุกเวอชั่นอยู่แล้วมาเทียบอะไรอันนี้วะ
NPC ธรรมดา@blackrayz

@TifFaNy_9member เจอคนเทียบฉากให้ละ

ไทย
12
3.4K
2K
683.7K
stuck in blue retweetledi
กวิ้นน้อยแคว่กๆๆ
เขาพูดถึงผู้ชายที่ไม่ให้เกียรติผู้หญิงด้วยอะค่ะ ทำไมผู้หญิงแต่งตัวสวยๆ ทำผมสวยๆต้องมาเดินคู่กับผู้ชายที่ใส่เสื้อบอลรองเท้าแตะ ไม่แม้แต่จะให้เกียรติเราแบบนี้อะ เธอจะเดินคนเดียวด้วยเสื้อกล้าม กางเกงเจเจก็ไม่มีใครว่าหรอก แต่เดินกับคู่เดทด้วยชุดนั้นคิดว่ามันดีแล้วเรอะ
사사비@sasabi424078

ห้างมันเป็นสถานที่วิเศษวิโสอะไรขนาดนั้นเลย เหรอ กูไปคนเดียวกูก็ใส่เสื้อบอลเสื้อเบนเท็นเกงขาสั้นรองเท้าแตะ

ไทย
66
9.2K
4.7K
1.1M
stuck in blue retweetledi
stuck in blue retweetledi
Mimi
Mimi@Maity_M14·
ฟินว่ะ ไม่สนับสนุนนายทุน แต่ขอดูต่อ ไม่สนับสนุนคนนอกใจ แต่เสพผลงานครับ ไม่เอาชายแท้ แต่ถ้าเมนชอบคานเย่ก็โอเค #แบนหงสาวดี
ไทย
1
377
403
18.9K
stuck in blue retweetledi
.☘︎ ݁˖ ꜱᴇᴀɴ'ꜱ ʟᴀᴅʏ ꕤ⋆.˚
ทั้ง 'ช่องไม่ต้องการให้มีสิ่งใดที่สามารถดึงโยงมาถึงชื่อเรื่องและชื่อเราได้' แล้วยังมาเจอบิดจากที่แจ้งคุณนักวาดว่าเป็นค่าเดินทางให้กลายไปเป็นค่าปรึกษาอีก หมดคำจะพูด สันดานนายทุนนี่มัน #แบนหงสาวดี
AMULIN@amulin67_

สวัสดีค่ะ เรามาชี้แจงไทม์ไลน์การติดต่อทั้งหมดของทางฝั่งเราเองค่ะ 22 ม.ค. 2568 : นักเขียนบทติดต่อเข้ามาทางข้อความส่วนตัวว่ามีความสนใจในเรื่อง อโยธยาเอยาวดี และต่อมาได้พูดคุยทางโทรศัพท์พร้อมแจ้งว่า สนใจนำอโยธยาเอยาวดีไปทำเป็นฉบับซีรีส์โดยจะปรับเนื้อหาและโทนเรื่องให้เป็นลักษณะมิตรภาพ ซึ่งทางเรายินดีให้มีการปรับดังกล่าว เนื่องจากเชื่อมั่นในแนวทางการพัฒนาเนื้อหาของนักเขียน อย่างไรก็ตาม นักเขียนบทได้ให้ข้อมูลว่า มีแพลนทำละครพีเรียดอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถยืนยันว่าข้อเสนอโครงการจะผ่านการพิจารณาของช่องหรือไม่ เนื่องจากข้อจำกัดบางประการ เช่น รูปแบบของละครเย็นโดยทั่วไปที่มักให้ตัวละครนำเป็นผู้หญิง (หากไม่ใช่แนววาย) รวมถึงยังมีประเด็นเนื้อหาที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ 5 ก.พ. 68 : คนเขียนบทได้ติดต่อกลับมาว่าเสนอช่องผ่านแล้ว 18 ก.พ. 68 : เดินทางไปเจรจาที่ตึกของช่องเรื่องการซื้อขาย โดยมีข้อกำหนดคือ ขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้มีการคอลแลบใด ๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง (ซึ่งตอนนั้นเรายอมยุติ) และต้องการสิทธิ์ในภาพเคลื่อนไหวทั้งหมด รวมทั้งภาพยนต์และแอนิเมชันด้วย โดยทางนั้นแจ้งว่าจะให้นักกฎหมายส่งสัญญาให้ภายหลัง ในตอนนั้นเราได้พูดคุยกับทางโคลเวอร์บุ๊กบ้างแล้วเรื่องทำแอนิเมชัน หลังกลับมาจากการคุยรอบนั้น เราเลยพยายามต่อรองไปหลายรอบเรื่องสัญญาว่าช่วยหาตรงกลางให้ได้ไหม ขอสิทธิ์แค่แอนิเมชัน2D หรือเลี่ยงไม่ออนช่วงที่ซีรีส์ฉายได้หรือไม่ 19 มี.ค. 68 : ทางช่องขอยกเลิกการทำสัญญาเนื่องจากแท็กเรื่องมีผลงานแฟนอาร์ตและแฟนฟิคที่ล่อแหลม โดยมีข้อเสนอสองข้อดังนี้ 1.เซ็นสัญญาด้วยข้อตกลงเดิมโดยได้รับค่าตอบแทนตามที่มีการเสนอให้ แต่จะไม่มีการกล่าวเชื่อมโยงใด ๆ ถึงชื่อเรื่องและชื่อนักวาด 2.ยุติการเจรจาทั้งหมด โดยทางนั้นได้กล่าวว่า มีความประสงค์ที่จะทำเรื่องนี้แต่แรกอยู่แล้ว และจะทำต่อโดยไม่หยิบเอาเอเลเมนต์ที่เราสร้างขึ้นมาในเรื่องไปใช้ ตอนนั้นเราได้เสนอแล้วว่า ถ้าไม่อยากให้ปนกับแท็กเดิม ก็เปลี่ยนชื่อเรื่องก็ได้ แต่นักเขียนบทยืนยันว่าทางช่องไม่ต้องการให้มีสิ่งใดที่สามารถดึงโยงมาถึงชื่อเรื่องและชื่อเราได้ เราจึงเลือกยุติการซื้อขายค่ะ 20 มี.ค. 68 ตัวแทนของนักเขียนบทแจ้งว่าจะชดเชยค่าเดินทางและให้กรอกเอกสารเพื่อการโอนเงิน ก่อนจะพบในภายหลังว่า มีเอกสารหัก ณ ที่จ่ายระบุว่าเป็นค่าจ้าง โดยมีเอกสารแนบว่าเป็น “ค่าที่ปรึกษาข้อมูล อโยธยาเอยาวดี” แนบมาด้วย ในตอนแรกเรายอมยุติการคอลแลบและปรับบททั้งหมดก็เพราะอยากเห็นเรื่องราวมุมมองนี้ในสื่อกระแสหลักจริง ๆ หลังยุติการเจรจา เรายังคงทำงานของเราต่อไปอย่างตั้งใจ เมื่อซีรีส์ออน เราพยายามคิดว่าอย่างน้อยที่สุดมันดีต่อมุมมองที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้าน แต่สุดท้ายเราและทีมงานก็ตัดสินใจออกมาบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดจากทางฝั่งเรา เพราะอยากปกป้องนักอ่านที่คอยอยู่เคียงข้าง และอยากให้เรื่องราวของเราเป็นอีกแง่มุมหนึ่งในวงการผลิต หวังว่าประสบการณ์นี้จะมีประโยชน์ต่อสายผลิตในประเทศไทยนะคะ ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันเสมอและทำให้เรามีโอกาสได้เล่าเรื่องนี้ค่ะ

ไทย
0
28
21
3.8K
stuck in blue retweetledi
02
02@onthe2ndofjulie·
ไม่มีอะไรจะพูดต่อค่ะนอกจาก #แบนหงสาวดี
AMULIN@amulin67_

สวัสดีค่ะ เรามาชี้แจงไทม์ไลน์การติดต่อทั้งหมดของทางฝั่งเราเองค่ะ 22 ม.ค. 2568 : นักเขียนบทติดต่อเข้ามาทางข้อความส่วนตัวว่ามีความสนใจในเรื่อง อโยธยาเอยาวดี และต่อมาได้พูดคุยทางโทรศัพท์พร้อมแจ้งว่า สนใจนำอโยธยาเอยาวดีไปทำเป็นฉบับซีรีส์โดยจะปรับเนื้อหาและโทนเรื่องให้เป็นลักษณะมิตรภาพ ซึ่งทางเรายินดีให้มีการปรับดังกล่าว เนื่องจากเชื่อมั่นในแนวทางการพัฒนาเนื้อหาของนักเขียน อย่างไรก็ตาม นักเขียนบทได้ให้ข้อมูลว่า มีแพลนทำละครพีเรียดอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถยืนยันว่าข้อเสนอโครงการจะผ่านการพิจารณาของช่องหรือไม่ เนื่องจากข้อจำกัดบางประการ เช่น รูปแบบของละครเย็นโดยทั่วไปที่มักให้ตัวละครนำเป็นผู้หญิง (หากไม่ใช่แนววาย) รวมถึงยังมีประเด็นเนื้อหาที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ 5 ก.พ. 68 : คนเขียนบทได้ติดต่อกลับมาว่าเสนอช่องผ่านแล้ว 18 ก.พ. 68 : เดินทางไปเจรจาที่ตึกของช่องเรื่องการซื้อขาย โดยมีข้อกำหนดคือ ขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้มีการคอลแลบใด ๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง (ซึ่งตอนนั้นเรายอมยุติ) และต้องการสิทธิ์ในภาพเคลื่อนไหวทั้งหมด รวมทั้งภาพยนต์และแอนิเมชันด้วย โดยทางนั้นแจ้งว่าจะให้นักกฎหมายส่งสัญญาให้ภายหลัง ในตอนนั้นเราได้พูดคุยกับทางโคลเวอร์บุ๊กบ้างแล้วเรื่องทำแอนิเมชัน หลังกลับมาจากการคุยรอบนั้น เราเลยพยายามต่อรองไปหลายรอบเรื่องสัญญาว่าช่วยหาตรงกลางให้ได้ไหม ขอสิทธิ์แค่แอนิเมชัน2D หรือเลี่ยงไม่ออนช่วงที่ซีรีส์ฉายได้หรือไม่ 19 มี.ค. 68 : ทางช่องขอยกเลิกการทำสัญญาเนื่องจากแท็กเรื่องมีผลงานแฟนอาร์ตและแฟนฟิคที่ล่อแหลม โดยมีข้อเสนอสองข้อดังนี้ 1.เซ็นสัญญาด้วยข้อตกลงเดิมโดยได้รับค่าตอบแทนตามที่มีการเสนอให้ แต่จะไม่มีการกล่าวเชื่อมโยงใด ๆ ถึงชื่อเรื่องและชื่อนักวาด 2.ยุติการเจรจาทั้งหมด โดยทางนั้นได้กล่าวว่า มีความประสงค์ที่จะทำเรื่องนี้แต่แรกอยู่แล้ว และจะทำต่อโดยไม่หยิบเอาเอเลเมนต์ที่เราสร้างขึ้นมาในเรื่องไปใช้ ตอนนั้นเราได้เสนอแล้วว่า ถ้าไม่อยากให้ปนกับแท็กเดิม ก็เปลี่ยนชื่อเรื่องก็ได้ แต่นักเขียนบทยืนยันว่าทางช่องไม่ต้องการให้มีสิ่งใดที่สามารถดึงโยงมาถึงชื่อเรื่องและชื่อเราได้ เราจึงเลือกยุติการซื้อขายค่ะ 20 มี.ค. 68 ตัวแทนของนักเขียนบทแจ้งว่าจะชดเชยค่าเดินทางและให้กรอกเอกสารเพื่อการโอนเงิน ก่อนจะพบในภายหลังว่า มีเอกสารหัก ณ ที่จ่ายระบุว่าเป็นค่าจ้าง โดยมีเอกสารแนบว่าเป็น “ค่าที่ปรึกษาข้อมูล อโยธยาเอยาวดี” แนบมาด้วย ในตอนแรกเรายอมยุติการคอลแลบและปรับบททั้งหมดก็เพราะอยากเห็นเรื่องราวมุมมองนี้ในสื่อกระแสหลักจริง ๆ หลังยุติการเจรจา เรายังคงทำงานของเราต่อไปอย่างตั้งใจ เมื่อซีรีส์ออน เราพยายามคิดว่าอย่างน้อยที่สุดมันดีต่อมุมมองที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้าน แต่สุดท้ายเราและทีมงานก็ตัดสินใจออกมาบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดจากทางฝั่งเรา เพราะอยากปกป้องนักอ่านที่คอยอยู่เคียงข้าง และอยากให้เรื่องราวของเราเป็นอีกแง่มุมหนึ่งในวงการผลิต หวังว่าประสบการณ์นี้จะมีประโยชน์ต่อสายผลิตในประเทศไทยนะคะ ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันเสมอและทำให้เรามีโอกาสได้เล่าเรื่องนี้ค่ะ

ไทย
0
7
5
1.8K
stuck in blue retweetledi
นิ้งอิ้ง
นิ้งอิ้ง@piyakunchan·
อันนี้เข้าใจถูกมั้ยว่าค่ายมันจะไม่ให้ทำ แอนนิเมชัน กูอยากกี้ด เคยมีคอมเม้นนึงบอกว่ามันดีมากเลยถ้าแอนนิเมชั่นไทยจะพัฒนาได้ เหมือนญี่ปุ่นหรือ เมกา หรือแม้แต่จีน กูแบบอีเหี้ยประเทศแม่งไม่เจริญเพราะนายทุนเหี้ยๆจริงๆ #แบนหงสาวดี
AMULIN@amulin67_

สวัสดีค่ะ เรามาชี้แจงไทม์ไลน์การติดต่อทั้งหมดของทางฝั่งเราเองค่ะ 22 ม.ค. 2568 : นักเขียนบทติดต่อเข้ามาทางข้อความส่วนตัวว่ามีความสนใจในเรื่อง อโยธยาเอยาวดี และต่อมาได้พูดคุยทางโทรศัพท์พร้อมแจ้งว่า สนใจนำอโยธยาเอยาวดีไปทำเป็นฉบับซีรีส์โดยจะปรับเนื้อหาและโทนเรื่องให้เป็นลักษณะมิตรภาพ ซึ่งทางเรายินดีให้มีการปรับดังกล่าว เนื่องจากเชื่อมั่นในแนวทางการพัฒนาเนื้อหาของนักเขียน อย่างไรก็ตาม นักเขียนบทได้ให้ข้อมูลว่า มีแพลนทำละครพีเรียดอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถยืนยันว่าข้อเสนอโครงการจะผ่านการพิจารณาของช่องหรือไม่ เนื่องจากข้อจำกัดบางประการ เช่น รูปแบบของละครเย็นโดยทั่วไปที่มักให้ตัวละครนำเป็นผู้หญิง (หากไม่ใช่แนววาย) รวมถึงยังมีประเด็นเนื้อหาที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ 5 ก.พ. 68 : คนเขียนบทได้ติดต่อกลับมาว่าเสนอช่องผ่านแล้ว 18 ก.พ. 68 : เดินทางไปเจรจาที่ตึกของช่องเรื่องการซื้อขาย โดยมีข้อกำหนดคือ ขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้มีการคอลแลบใด ๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง (ซึ่งตอนนั้นเรายอมยุติ) และต้องการสิทธิ์ในภาพเคลื่อนไหวทั้งหมด รวมทั้งภาพยนต์และแอนิเมชันด้วย โดยทางนั้นแจ้งว่าจะให้นักกฎหมายส่งสัญญาให้ภายหลัง ในตอนนั้นเราได้พูดคุยกับทางโคลเวอร์บุ๊กบ้างแล้วเรื่องทำแอนิเมชัน หลังกลับมาจากการคุยรอบนั้น เราเลยพยายามต่อรองไปหลายรอบเรื่องสัญญาว่าช่วยหาตรงกลางให้ได้ไหม ขอสิทธิ์แค่แอนิเมชัน2D หรือเลี่ยงไม่ออนช่วงที่ซีรีส์ฉายได้หรือไม่ 19 มี.ค. 68 : ทางช่องขอยกเลิกการทำสัญญาเนื่องจากแท็กเรื่องมีผลงานแฟนอาร์ตและแฟนฟิคที่ล่อแหลม โดยมีข้อเสนอสองข้อดังนี้ 1.เซ็นสัญญาด้วยข้อตกลงเดิมโดยได้รับค่าตอบแทนตามที่มีการเสนอให้ แต่จะไม่มีการกล่าวเชื่อมโยงใด ๆ ถึงชื่อเรื่องและชื่อนักวาด 2.ยุติการเจรจาทั้งหมด โดยทางนั้นได้กล่าวว่า มีความประสงค์ที่จะทำเรื่องนี้แต่แรกอยู่แล้ว และจะทำต่อโดยไม่หยิบเอาเอเลเมนต์ที่เราสร้างขึ้นมาในเรื่องไปใช้ ตอนนั้นเราได้เสนอแล้วว่า ถ้าไม่อยากให้ปนกับแท็กเดิม ก็เปลี่ยนชื่อเรื่องก็ได้ แต่นักเขียนบทยืนยันว่าทางช่องไม่ต้องการให้มีสิ่งใดที่สามารถดึงโยงมาถึงชื่อเรื่องและชื่อเราได้ เราจึงเลือกยุติการซื้อขายค่ะ 20 มี.ค. 68 ตัวแทนของนักเขียนบทแจ้งว่าจะชดเชยค่าเดินทางและให้กรอกเอกสารเพื่อการโอนเงิน ก่อนจะพบในภายหลังว่า มีเอกสารหัก ณ ที่จ่ายระบุว่าเป็นค่าจ้าง โดยมีเอกสารแนบว่าเป็น “ค่าที่ปรึกษาข้อมูล อโยธยาเอยาวดี” แนบมาด้วย ในตอนแรกเรายอมยุติการคอลแลบและปรับบททั้งหมดก็เพราะอยากเห็นเรื่องราวมุมมองนี้ในสื่อกระแสหลักจริง ๆ หลังยุติการเจรจา เรายังคงทำงานของเราต่อไปอย่างตั้งใจ เมื่อซีรีส์ออน เราพยายามคิดว่าอย่างน้อยที่สุดมันดีต่อมุมมองที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้าน แต่สุดท้ายเราและทีมงานก็ตัดสินใจออกมาบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดจากทางฝั่งเรา เพราะอยากปกป้องนักอ่านที่คอยอยู่เคียงข้าง และอยากให้เรื่องราวของเราเป็นอีกแง่มุมหนึ่งในวงการผลิต หวังว่าประสบการณ์นี้จะมีประโยชน์ต่อสายผลิตในประเทศไทยนะคะ ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันเสมอและทำให้เรามีโอกาสได้เล่าเรื่องนี้ค่ะ

ไทย
0
266
151
11.1K
stuck in blue retweetledi
ǫᴏᴏɴɪɴ⭑.ᐟ
"ช่องไม่ต้องการให้มีสิ่งใดที่สามารถดึงโยงมาถึงชื่อเรื่องและชื่อเราได้" ประโยคนี้คือ ??????? ทุเร่ดมาก
AMULIN@amulin67_

สวัสดีค่ะ เรามาชี้แจงไทม์ไลน์การติดต่อทั้งหมดของทางฝั่งเราเองค่ะ 22 ม.ค. 2568 : นักเขียนบทติดต่อเข้ามาทางข้อความส่วนตัวว่ามีความสนใจในเรื่อง อโยธยาเอยาวดี และต่อมาได้พูดคุยทางโทรศัพท์พร้อมแจ้งว่า สนใจนำอโยธยาเอยาวดีไปทำเป็นฉบับซีรีส์โดยจะปรับเนื้อหาและโทนเรื่องให้เป็นลักษณะมิตรภาพ ซึ่งทางเรายินดีให้มีการปรับดังกล่าว เนื่องจากเชื่อมั่นในแนวทางการพัฒนาเนื้อหาของนักเขียน อย่างไรก็ตาม นักเขียนบทได้ให้ข้อมูลว่า มีแพลนทำละครพีเรียดอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถยืนยันว่าข้อเสนอโครงการจะผ่านการพิจารณาของช่องหรือไม่ เนื่องจากข้อจำกัดบางประการ เช่น รูปแบบของละครเย็นโดยทั่วไปที่มักให้ตัวละครนำเป็นผู้หญิง (หากไม่ใช่แนววาย) รวมถึงยังมีประเด็นเนื้อหาที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ 5 ก.พ. 68 : คนเขียนบทได้ติดต่อกลับมาว่าเสนอช่องผ่านแล้ว 18 ก.พ. 68 : เดินทางไปเจรจาที่ตึกของช่องเรื่องการซื้อขาย โดยมีข้อกำหนดคือ ขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้มีการคอลแลบใด ๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง (ซึ่งตอนนั้นเรายอมยุติ) และต้องการสิทธิ์ในภาพเคลื่อนไหวทั้งหมด รวมทั้งภาพยนต์และแอนิเมชันด้วย โดยทางนั้นแจ้งว่าจะให้นักกฎหมายส่งสัญญาให้ภายหลัง ในตอนนั้นเราได้พูดคุยกับทางโคลเวอร์บุ๊กบ้างแล้วเรื่องทำแอนิเมชัน หลังกลับมาจากการคุยรอบนั้น เราเลยพยายามต่อรองไปหลายรอบเรื่องสัญญาว่าช่วยหาตรงกลางให้ได้ไหม ขอสิทธิ์แค่แอนิเมชัน2D หรือเลี่ยงไม่ออนช่วงที่ซีรีส์ฉายได้หรือไม่ 19 มี.ค. 68 : ทางช่องขอยกเลิกการทำสัญญาเนื่องจากแท็กเรื่องมีผลงานแฟนอาร์ตและแฟนฟิคที่ล่อแหลม โดยมีข้อเสนอสองข้อดังนี้ 1.เซ็นสัญญาด้วยข้อตกลงเดิมโดยได้รับค่าตอบแทนตามที่มีการเสนอให้ แต่จะไม่มีการกล่าวเชื่อมโยงใด ๆ ถึงชื่อเรื่องและชื่อนักวาด 2.ยุติการเจรจาทั้งหมด โดยทางนั้นได้กล่าวว่า มีความประสงค์ที่จะทำเรื่องนี้แต่แรกอยู่แล้ว และจะทำต่อโดยไม่หยิบเอาเอเลเมนต์ที่เราสร้างขึ้นมาในเรื่องไปใช้ ตอนนั้นเราได้เสนอแล้วว่า ถ้าไม่อยากให้ปนกับแท็กเดิม ก็เปลี่ยนชื่อเรื่องก็ได้ แต่นักเขียนบทยืนยันว่าทางช่องไม่ต้องการให้มีสิ่งใดที่สามารถดึงโยงมาถึงชื่อเรื่องและชื่อเราได้ เราจึงเลือกยุติการซื้อขายค่ะ 20 มี.ค. 68 ตัวแทนของนักเขียนบทแจ้งว่าจะชดเชยค่าเดินทางและให้กรอกเอกสารเพื่อการโอนเงิน ก่อนจะพบในภายหลังว่า มีเอกสารหัก ณ ที่จ่ายระบุว่าเป็นค่าจ้าง โดยมีเอกสารแนบว่าเป็น “ค่าที่ปรึกษาข้อมูล อโยธยาเอยาวดี” แนบมาด้วย ในตอนแรกเรายอมยุติการคอลแลบและปรับบททั้งหมดก็เพราะอยากเห็นเรื่องราวมุมมองนี้ในสื่อกระแสหลักจริง ๆ หลังยุติการเจรจา เรายังคงทำงานของเราต่อไปอย่างตั้งใจ เมื่อซีรีส์ออน เราพยายามคิดว่าอย่างน้อยที่สุดมันดีต่อมุมมองที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้าน แต่สุดท้ายเราและทีมงานก็ตัดสินใจออกมาบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดจากทางฝั่งเรา เพราะอยากปกป้องนักอ่านที่คอยอยู่เคียงข้าง และอยากให้เรื่องราวของเราเป็นอีกแง่มุมหนึ่งในวงการผลิต หวังว่าประสบการณ์นี้จะมีประโยชน์ต่อสายผลิตในประเทศไทยนะคะ ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันเสมอและทำให้เรามีโอกาสได้เล่าเรื่องนี้ค่ะ

ไทย
0
1.2K
576
38.2K
stuck in blue retweetledi
・᷄ヘ・᷅
・᷄ヘ・᷅@bluemoonheart·
นักเขียนหาตรงกลางให้แล้วแต่ไม่เอาสันดานนายทุนอะเนอะ มันต้องมีแต่ได้กับได้เท่านั้นอุบาด เป็นกำลังใจให้คุณโบและสายผลิตทุกคนที่กำลังต่อสู้กับความไม่ยุติธรรมและการโดนเอาเปรียบทุกท่านค่ะ ส่วนนายทุนเจ๊งตายห่าไปให้หมดเหอะ
AMULIN@amulin67_

สวัสดีค่ะ เรามาชี้แจงไทม์ไลน์การติดต่อทั้งหมดของทางฝั่งเราเองค่ะ 22 ม.ค. 2568 : นักเขียนบทติดต่อเข้ามาทางข้อความส่วนตัวว่ามีความสนใจในเรื่อง อโยธยาเอยาวดี และต่อมาได้พูดคุยทางโทรศัพท์พร้อมแจ้งว่า สนใจนำอโยธยาเอยาวดีไปทำเป็นฉบับซีรีส์โดยจะปรับเนื้อหาและโทนเรื่องให้เป็นลักษณะมิตรภาพ ซึ่งทางเรายินดีให้มีการปรับดังกล่าว เนื่องจากเชื่อมั่นในแนวทางการพัฒนาเนื้อหาของนักเขียน อย่างไรก็ตาม นักเขียนบทได้ให้ข้อมูลว่า มีแพลนทำละครพีเรียดอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถยืนยันว่าข้อเสนอโครงการจะผ่านการพิจารณาของช่องหรือไม่ เนื่องจากข้อจำกัดบางประการ เช่น รูปแบบของละครเย็นโดยทั่วไปที่มักให้ตัวละครนำเป็นผู้หญิง (หากไม่ใช่แนววาย) รวมถึงยังมีประเด็นเนื้อหาที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ 5 ก.พ. 68 : คนเขียนบทได้ติดต่อกลับมาว่าเสนอช่องผ่านแล้ว 18 ก.พ. 68 : เดินทางไปเจรจาที่ตึกของช่องเรื่องการซื้อขาย โดยมีข้อกำหนดคือ ขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้มีการคอลแลบใด ๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง (ซึ่งตอนนั้นเรายอมยุติ) และต้องการสิทธิ์ในภาพเคลื่อนไหวทั้งหมด รวมทั้งภาพยนต์และแอนิเมชันด้วย โดยทางนั้นแจ้งว่าจะให้นักกฎหมายส่งสัญญาให้ภายหลัง ในตอนนั้นเราได้พูดคุยกับทางโคลเวอร์บุ๊กบ้างแล้วเรื่องทำแอนิเมชัน หลังกลับมาจากการคุยรอบนั้น เราเลยพยายามต่อรองไปหลายรอบเรื่องสัญญาว่าช่วยหาตรงกลางให้ได้ไหม ขอสิทธิ์แค่แอนิเมชัน2D หรือเลี่ยงไม่ออนช่วงที่ซีรีส์ฉายได้หรือไม่ 19 มี.ค. 68 : ทางช่องขอยกเลิกการทำสัญญาเนื่องจากแท็กเรื่องมีผลงานแฟนอาร์ตและแฟนฟิคที่ล่อแหลม โดยมีข้อเสนอสองข้อดังนี้ 1.เซ็นสัญญาด้วยข้อตกลงเดิมโดยได้รับค่าตอบแทนตามที่มีการเสนอให้ แต่จะไม่มีการกล่าวเชื่อมโยงใด ๆ ถึงชื่อเรื่องและชื่อนักวาด 2.ยุติการเจรจาทั้งหมด โดยทางนั้นได้กล่าวว่า มีความประสงค์ที่จะทำเรื่องนี้แต่แรกอยู่แล้ว และจะทำต่อโดยไม่หยิบเอาเอเลเมนต์ที่เราสร้างขึ้นมาในเรื่องไปใช้ ตอนนั้นเราได้เสนอแล้วว่า ถ้าไม่อยากให้ปนกับแท็กเดิม ก็เปลี่ยนชื่อเรื่องก็ได้ แต่นักเขียนบทยืนยันว่าทางช่องไม่ต้องการให้มีสิ่งใดที่สามารถดึงโยงมาถึงชื่อเรื่องและชื่อเราได้ เราจึงเลือกยุติการซื้อขายค่ะ 20 มี.ค. 68 ตัวแทนของนักเขียนบทแจ้งว่าจะชดเชยค่าเดินทางและให้กรอกเอกสารเพื่อการโอนเงิน ก่อนจะพบในภายหลังว่า มีเอกสารหัก ณ ที่จ่ายระบุว่าเป็นค่าจ้าง โดยมีเอกสารแนบว่าเป็น “ค่าที่ปรึกษาข้อมูล อโยธยาเอยาวดี” แนบมาด้วย ในตอนแรกเรายอมยุติการคอลแลบและปรับบททั้งหมดก็เพราะอยากเห็นเรื่องราวมุมมองนี้ในสื่อกระแสหลักจริง ๆ หลังยุติการเจรจา เรายังคงทำงานของเราต่อไปอย่างตั้งใจ เมื่อซีรีส์ออน เราพยายามคิดว่าอย่างน้อยที่สุดมันดีต่อมุมมองที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้าน แต่สุดท้ายเราและทีมงานก็ตัดสินใจออกมาบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดจากทางฝั่งเรา เพราะอยากปกป้องนักอ่านที่คอยอยู่เคียงข้าง และอยากให้เรื่องราวของเราเป็นอีกแง่มุมหนึ่งในวงการผลิต หวังว่าประสบการณ์นี้จะมีประโยชน์ต่อสายผลิตในประเทศไทยนะคะ ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันเสมอและทำให้เรามีโอกาสได้เล่าเรื่องนี้ค่ะ

ไทย
1
1.9K
779
50.6K
stuck in blue retweetledi
ᱸᴥᱸ
ᱸᴥᱸ@sobtember·
ต่อให้เซ็นสัญญา "แต่จะไม่มีการกล่าวเชื่อมโยงใด ๆ ถึงชื่อเรื่องและชื่อนักวาด" อ่านกี่ทีหนูก็🥹 #แบนหงสาวดี
AMULIN@amulin67_

สวัสดีค่ะ เรามาชี้แจงไทม์ไลน์การติดต่อทั้งหมดของทางฝั่งเราเองค่ะ 22 ม.ค. 2568 : นักเขียนบทติดต่อเข้ามาทางข้อความส่วนตัวว่ามีความสนใจในเรื่อง อโยธยาเอยาวดี และต่อมาได้พูดคุยทางโทรศัพท์พร้อมแจ้งว่า สนใจนำอโยธยาเอยาวดีไปทำเป็นฉบับซีรีส์โดยจะปรับเนื้อหาและโทนเรื่องให้เป็นลักษณะมิตรภาพ ซึ่งทางเรายินดีให้มีการปรับดังกล่าว เนื่องจากเชื่อมั่นในแนวทางการพัฒนาเนื้อหาของนักเขียน อย่างไรก็ตาม นักเขียนบทได้ให้ข้อมูลว่า มีแพลนทำละครพีเรียดอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถยืนยันว่าข้อเสนอโครงการจะผ่านการพิจารณาของช่องหรือไม่ เนื่องจากข้อจำกัดบางประการ เช่น รูปแบบของละครเย็นโดยทั่วไปที่มักให้ตัวละครนำเป็นผู้หญิง (หากไม่ใช่แนววาย) รวมถึงยังมีประเด็นเนื้อหาที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ 5 ก.พ. 68 : คนเขียนบทได้ติดต่อกลับมาว่าเสนอช่องผ่านแล้ว 18 ก.พ. 68 : เดินทางไปเจรจาที่ตึกของช่องเรื่องการซื้อขาย โดยมีข้อกำหนดคือ ขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้มีการคอลแลบใด ๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง (ซึ่งตอนนั้นเรายอมยุติ) และต้องการสิทธิ์ในภาพเคลื่อนไหวทั้งหมด รวมทั้งภาพยนต์และแอนิเมชันด้วย โดยทางนั้นแจ้งว่าจะให้นักกฎหมายส่งสัญญาให้ภายหลัง ในตอนนั้นเราได้พูดคุยกับทางโคลเวอร์บุ๊กบ้างแล้วเรื่องทำแอนิเมชัน หลังกลับมาจากการคุยรอบนั้น เราเลยพยายามต่อรองไปหลายรอบเรื่องสัญญาว่าช่วยหาตรงกลางให้ได้ไหม ขอสิทธิ์แค่แอนิเมชัน2D หรือเลี่ยงไม่ออนช่วงที่ซีรีส์ฉายได้หรือไม่ 19 มี.ค. 68 : ทางช่องขอยกเลิกการทำสัญญาเนื่องจากแท็กเรื่องมีผลงานแฟนอาร์ตและแฟนฟิคที่ล่อแหลม โดยมีข้อเสนอสองข้อดังนี้ 1.เซ็นสัญญาด้วยข้อตกลงเดิมโดยได้รับค่าตอบแทนตามที่มีการเสนอให้ แต่จะไม่มีการกล่าวเชื่อมโยงใด ๆ ถึงชื่อเรื่องและชื่อนักวาด 2.ยุติการเจรจาทั้งหมด โดยทางนั้นได้กล่าวว่า มีความประสงค์ที่จะทำเรื่องนี้แต่แรกอยู่แล้ว และจะทำต่อโดยไม่หยิบเอาเอเลเมนต์ที่เราสร้างขึ้นมาในเรื่องไปใช้ ตอนนั้นเราได้เสนอแล้วว่า ถ้าไม่อยากให้ปนกับแท็กเดิม ก็เปลี่ยนชื่อเรื่องก็ได้ แต่นักเขียนบทยืนยันว่าทางช่องไม่ต้องการให้มีสิ่งใดที่สามารถดึงโยงมาถึงชื่อเรื่องและชื่อเราได้ เราจึงเลือกยุติการซื้อขายค่ะ 20 มี.ค. 68 ตัวแทนของนักเขียนบทแจ้งว่าจะชดเชยค่าเดินทางและให้กรอกเอกสารเพื่อการโอนเงิน ก่อนจะพบในภายหลังว่า มีเอกสารหัก ณ ที่จ่ายระบุว่าเป็นค่าจ้าง โดยมีเอกสารแนบว่าเป็น “ค่าที่ปรึกษาข้อมูล อโยธยาเอยาวดี” แนบมาด้วย ในตอนแรกเรายอมยุติการคอลแลบและปรับบททั้งหมดก็เพราะอยากเห็นเรื่องราวมุมมองนี้ในสื่อกระแสหลักจริง ๆ หลังยุติการเจรจา เรายังคงทำงานของเราต่อไปอย่างตั้งใจ เมื่อซีรีส์ออน เราพยายามคิดว่าอย่างน้อยที่สุดมันดีต่อมุมมองที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้าน แต่สุดท้ายเราและทีมงานก็ตัดสินใจออกมาบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดจากทางฝั่งเรา เพราะอยากปกป้องนักอ่านที่คอยอยู่เคียงข้าง และอยากให้เรื่องราวของเราเป็นอีกแง่มุมหนึ่งในวงการผลิต หวังว่าประสบการณ์นี้จะมีประโยชน์ต่อสายผลิตในประเทศไทยนะคะ ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันเสมอและทำให้เรามีโอกาสได้เล่าเรื่องนี้ค่ะ

ไทย
0
2.7K
953
62.3K