Gimbap ไส้ทะลัก

9.3K posts

Gimbap ไส้ทะลัก banner
Gimbap ไส้ทะลัก

Gimbap ไส้ทะลัก

@Gimbappremium

Line OA @topoppa ติดต่อ https://t.co/BtOAMel9mU // lineman : https://t.co/78tNc5Hn2q

นนทบุรี ไทยแลนด์ Katılım Kasım 2009
694 Takip Edilen7.5K Takipçiler
Sabitlenmiş Tweet
Gimbap ไส้ทะลัก
Gimbap ไส้ทะลัก@Gimbappremium·
ร้านคิมบับขอประกาศปิดร้าน(ยังไม่มีกำหนดเปิด) คิดถึงกันบ้างนะคะ จนกว่าจะกลับมาพบกันใหม่ 🙏🏻
ไทย
0
1
4
1.6K
Gimbap ไส้ทะลัก retweetledi
พี่อ่านข่าวมา พี่ก็มาแบ่งปัน
สามปีก่อน โจประกาศความพร้อมลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผ่านมาจนถึงวันนี้ โจอาสาลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พวกเพื่อนๆ ในกลุ่มไลน์รุ่น มักจะเรียกชื่อโจเล่นๆ ว่า จสจ หรือ เจ้าสัวโจ เพราะว่า โจ เป็นลูกเขย คาร์มาร์ท บริษัทเครื่องสำอางชื่อดัง แต่ในความเป็นจริงแล้ว โจ แทบไม่เคยมีมุมเจ้าสัวอะไรเลย บนพื้นฐานที่ว่า โจ มันก็เกิดในครอบครัวชนชั้นกลางทั่วไป ใช้ความพยายามสอบเข้าสวนกุหลาบและวิศวะจุฬา ได้ทุนเรียนจากญี่ปุ่นจนจบปริญญาเอก ช่วงการระบาดของโควิด คุณพ่อโจเสียชีวิตจากโควิด เหมือนๆกัน กับประชาชนคนกรุงเทพและคนไทยคนอื่นๆ ที่เป็นผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบางไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้ทันท่วงที ในด้านครอบครัว โจเป็น family man ในมาตรฐานเดียวกันกับพ่อแม่ชนชั้นกลางทั่วไป ถ้าไม่ได้ทำงานสภา โทรหา 10 ครั้ง โจน่าจะเลี้ยงลูก 8 ครั้ง ได้ยินเสียงลูกหรือสอนการบ้านลูกจนต้องรีบวางสายบ่อยๆ ชีวิตชนชั้นกลางในกทม. อาจไม่ยากนัก ถ้าคุณมีเบาะรองรับไว้หลายๆ ชั้น ผมว่าโจเข้าใจดี ว่าอ.ชัชชาติทำงานไว้ดีมาก อุทิศเวลาเพื่อ กทม. มาตลอด 4 ปี แต่เมื่อต้องทำงานแบบระบบพรรค ซึ่งทำผลงานพื้นทึ่ได้ดีทั้งในระดับ สส. สก. งานผู้ว่าฯ คือ jigsaw สุดท้ายที่พรรค คาดหวังว่า จะช่วยเติมเต็มองคาพยพของการทำงานกทม. ให้ไปในทิศทางเดียวกัน โจควรใช้ข้อดีของอ.ชัชชาติ และต่อยอดตามสิ่งที่เป็นตัวเอง โจเลี้ยงลูกเอง อาจจะตื่นเช้านอนเร็วแบบอ.ชัชชาติไม่ได้แน่ๆ คงไม่ถนัดไลฟ์สด แต่ผมคิดว่า พรรคปชน. ทำการบ้านมาเยอะเรื่องการแก้ไขโครงสร้างการบริหารกทม. และเรื่องปัญหาหลักๆ ที่ยังไม่ได้แก้ในยุคอ.ชัชชาติ ถ้าเสนอแนวคิดให้คนเข้าใจได้ และยืนยันที่จะทำงานรายละเอียดให้ได้เท่าอ.ชัชชาติ น่าจะมีคนเข้าใจเพิ่มมากขึ้น จากเพื่อนสนิทที่พี่สนิท #เลือกตั้งผู้ว่า
พี่อ่านข่าวมา พี่ก็มาแบ่งปัน tweet media
ไทย
18
949
1.6K
88.7K
Gimbap ไส้ทะลัก
Gimbap ไส้ทะลัก@Gimbappremium·
สนใจงานสัมมนาเกี่ยวกับธุรกิจและ วีซ่าเรียนต่อพร้อมทำงานที่เกาหลี สนใจสมัครฟรีผ่านลิ้ง ✨ เข้าร่วมงานฟรี (ไม่มีค่าใช้จ่าย) 📅 วันที่ 14 เมษายน 2569 🕚 เวลา 10.00 – 17.00 น. 📍 ณ โรงแรมเดอะ พาลาสโซ กรุงเทพ Grand Palazzo ห้อง San Leo ชั้น 4 docs.google.com/forms/d/e/1FAI…
Gimbap ไส้ทะลัก tweet media
ไทย
0
0
0
301
Gimbap ไส้ทะลัก
Gimbap ไส้ทะลัก@Gimbappremium·
รับหิ้วค่า ตัวเล็ก 5 หมื่นวอน ตัวใหญ่ 100000 วอน #BTS_ARİRANG
Gimbap ไส้ทะลัก tweet media
ไทย
0
0
0
118
Gimbap ไส้ทะลัก retweetledi
ซินนาม่อนโรลนุ่มนิ่ม🧁
ทีเซอร์ #PerfectCrown มันถูกต้องไปหมดจัง โรแมนติกแบบถูกต้องมากกก แชโบลวุ่นวายเจ้าชายเย็นชาสุดๆ คิสซีนคือจะบ้าตาย คิสข้ามกำแพงไปดิ ชั้นตายแน่ๆๆๆๆๆไม่พร้อมรับความฟิน พร้อม😭😭😭
ไทย
4
12.2K
8.8K
428.3K
Gimbap ไส้ทะลัก retweetledi
khajochi
khajochi@khajochi·
ตลาดพังแน่นอน !! Apple ประกาศเปิดตัว MacBook Neo มาพร้อมชิป A18 Pro, ความจุเริ่มต้น 256GB ในราคาถูกเหลือเชื่อ 19,900 บาท . ข่าวลือเป็นจริงแล้วกับ MacBook Neo ถือเป็นแมคราคาประหยัด ที่แอปเปิลไม่เคยทำราคาได้ถูกขนาดนี้มาก่อนเลย รายละเอียดที่น่าสนใจมีดังนี้ - ชื่อใหม่ MacBook Neo - มาพร้อมสีสันสดใส ขาว, ชมพู, เขียว, น้ำเงินเข้ม - มาพร้อมชิป A18 Pro (เร็วกว่า M1 ประมาณ 9%) - ความจุเริ่มต้นที่ 256GB และอัปไปได้ 512GB - มาพร้อมกล้อง 1080p ไม่ได้มีติ่งด้านบน - ดีไซน์ต่างจาก MacBook Air เล็กน้อย โดยจะไม่ได้มี MagSafe ด้านข้าง แต่เป็นพอร์ท USB-C ทั้งหมด 2 พอร์ทแทน - น้ำหนักเท่ากับ MacBook Air - หน้าจอ 13 นิ้ว - แรมให้มาที่ 8GB และไม่สามารถเพิ่มแรมได้ สิ่งที่น่าสนใจที่สุด คือราคาไทยเริ่มที่ 19,900 บาท และราคานักศึกษาเริ่มที่ 16,900 บาท ซึ่งเราไม่เคยเห็นแอปเปิลทำราคา MacBook ได้ถูกขนาดนี้มาก่อนเลย และเป็นราคาที่ต่างจากรุ่นอัปกว่านี้เช่น MacBook Air ในราคา 36,900 บาทค่อนข้างมาก เรียกได้ว่าตลาดฮือฮาแน่นอนกับ MacBook Neo ตัวนี้ ยังไม่มีกำหนดวางจำหน่ายในไทย แต่คาดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์นี้ #MacThai #MacBookNeo
khajochi tweet mediakhajochi tweet mediakhajochi tweet media
ไทย
27
11.8K
8.5K
3.3M
Gimbap ไส้ทะลัก retweetledi
TOTO
TOTO@OngArt_Official·
ดูสัมภาษน์คุณป้าที่ลงสมัครรับเลือกตั้งพรรคประชากรไทย แกคงเจ็บใจมาก สักคะแนนเดียวก็ไม่ได้ทั้งที่ป้าก็กาชื่อตัวเอง เนี่ย เออ มึงจะไม่เหลือพื้นที่ให้เค้ารักตัวเองเลยเรอะ ไม่มีใครเลือกฉันอย่างน้อยฉันก็เลือกตัวเองนะโว้ย ยังมาเอาไปอีก
ไทย
14
20.2K
7.8K
585.6K
Gimbap ไส้ทะลัก retweetledi
🧡ท่าน PG46 ตัวจริง🧡
เท้งไม่ได้พูดเพื่อปกป้องตัวเอง เขาพูดเหมือนคนธรรมดาที่แบกความรู้สึกผิดไว้ทั้งก้อน ทั้งที่ผลเลือกตั้งไม่ใช่ความผิดของเขาคนเดียว เขายอมรับตรง ๆ ว่ามีเสียงเปรียบเทียบ มีคนบอกว่าเขาปลุกกระแสไม่ได้เหมือนคนก่อนหน้า และเขาไม่เถียง ไม่โกรธ ไม่ผลักความผิดให้ใคร แต่เลือกพูดถึงสิ่งที่หนักที่สุดในใจ—การส่งข้อความไปหาเพื่อน สส.เขตเดิมทีละคน กับความรู้สึกว่า “เราอาจไม่ได้เจอกันในสภาอีกแล้ว” ความเศร้าของเท้งไม่ใช่ความเสียดายตำแหน่ง แต่มันคือความผูกพันกับคนทำงานที่ล้มไปพร้อมกัน และแม้จะรู้สึกผิด เขาก็ยังเลือกยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ลาออก ไม่ถอย เพราะรู้ว่าการสั่นคลอนพรรคในวันที่คนกำลังเจ็บ จะทำร้ายมากกว่าเยียวยา นี่ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่มันคือความรับผิดชอบของคนที่รักทีมมากกว่าตัวเอง และบางที…ความเข้มแข็งที่สุด ก็คือการยอมรับความเจ็บ แล้วพาพรรคเดินต่อไปให้ได้
ไทย
3
265
380
17.4K
Gimbap ไส้ทะลัก
Gimbap ไส้ทะลัก@Gimbappremium·
🧡
พรรคประชาชน - People's Party@PPLEThai

พรรคประชาชนขอขอบคุณพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกท่านที่ได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันนี้ ทุกคะแนนเสียงที่ท่านมอบให้ ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขในคูหา แต่คือความไว้วางใจและเจตจำนงอันแรงกล้าที่ต้องการเห็นประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า ทุกเสียงของท่านมีความหมายและจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงตามที่เราได้สัญญาไว้ ต่อจากนี้คือช่วงเวลาของการรักษาเจตจำนงนั้นให้ปรากฏเป็นจริง เราจะร่วมติดตามการนับคะแนนในทุกหน่วยเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าเสียงของประชาชนได้รับการคุ้มครองอย่างถึงที่สุด ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและยืนหยัดเคียงข้างกันตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เราขอสัญญาว่าจะรักษาทุกความเชื่อมั่นที่ท่านมอบให้ไว้อย่างดีที่สุด

ART
0
0
1
381
Gimbap ไส้ทะลัก retweetledi
ส้มส้ม 46
ส้มส้ม 46@teammaimai·
ไม่ใช่แค่เลือกตั้ง แต่คือการเลือกอนาคต ชัยธวัชพูดชัด ปัญหาไม่ใช่คน ไม่ใช่สี แต่คือโครงสร้างที่ชนชั้นนำฮั้วกันกดเสียงประชาชน 8 กุมภาพันธ์ คือวันพิสูจน์ว่าอำนาจสูงสุดเป็นของใคร กาส้ม 2 ใบให้ชนะขาด #พรรคประชาชน4️⃣6️⃣4️⃣6️⃣
ไทย
1
61
91
2.7K
Gimbap ไส้ทะลัก retweetledi
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (เท้ง)
พรรคประชาชนขอยุติการหาเสียงเลือกตั้งทุกช่องทาง ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17:50 น. เป็นต้นไป . ทั้งนี้ เพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (เท้ง) tweet media
ไทย
17
1.9K
2.7K
98.7K
Gimbap ไส้ทะลัก retweetledi
พรรคประชาชน - People's Party
ย้ำรอบสุดท้าย! พรุ่งนี้เข้าคูหา อย่าหลงเชื่อหากเจ้าหน้าที่บอกว่าเขตท่านไม่มีผู้สมัครพรรคส้ม เราส่งครบ 399 เขต ยกเว้นตากเขต 2 _____ สื่อหาเสียงอิเล็กทรอนิกส์นี้ผลิตโดย พรรคประชาชน ที่อยู่ 167 ชั้น 4 ซอยรามคำแหง 42 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. จำนวน 1 ชิ้น วันเดือนปีที่ผลิตตามที่ปรากฎ
พรรคประชาชน - People's Party tweet media
ไทย
36
42.2K
23.4K
849.9K
Gimbap ไส้ทะลัก retweetledi
UDD news ยูดีดีนิวส์
สายตาแห่งความหวัง #UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน
UDD news ยูดีดีนิวส์ tweet mediaUDD news ยูดีดีนิวส์ tweet media
ไทย
0
152
293
4.3K
Gimbap ไส้ทะลัก retweetledi
tawan
tawan@tawanten·
Final Call สายการบินประชาชน เที่ยวบิน 8 ก.พ. 69 ผู้โดยสารบัตรสีเขียว+สีชมพู เชิญที่ประตู “ส้ม” ผู้โดยสารบัตรสีเหลือง เชิญประตูกาเห็นชอบ ขอให้ทุกท่านสนุกกับการเดินทางเปลี่ยนประเทศ และถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ พร้อมเริ่มต้นความหวังใหม่ ใต้ฟ้าสีทองไปพร้อมๆกัน
ไทย
9
882
1.1K
27.9K
Gimbap ไส้ทะลัก retweetledi
บก.ลายจุด
ผมใช้เวลานานมากเวลาผมจะมองไอติมโดยไม่เห็นอภิสิทธิ์ เพราะ 2 คนนี้เหมือนกันมาก แม้คนยุคนี้จะไม่รู้สึกเช่นนั้น แต่สำหรับคน Gen-X อย่างผม ซึ่งมีภาพจำของคุณอภิสิทธิ์ในฐานะนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่น คนรุ่นผมได้เห็นอภิสิทธิ์ในวัยหนุ่มจบนอกมาเป็นอาจารย์ที่ธรรมศาสตร์ จัดรายการวิพากษ์วิจารณ์การเมืองร่วมกับอ.เจิมศักดิ์ ในรายการมองต่างมุม ซึ่งรายกานนี้ในขณะนั้นคือรายการการเมืองรายการเดียวที่มีพื้นที่สำหรับการตั้งคำถามต่อผู้มีอำนาจและมีเรตติ้งสูงสุด ผมยังจำภาพตอนที่อภิสิทธิ์ขึ้นเวที พค 35 ต่อต้าน รสช และเคยเห็นเขาเดินแจกเอกสารแนะนำตัวตอนเลือกตั้ง สส ครั้งแรกกับพรรคประชาธิปัตย์ และแน่นอนภาพจำของผมก็พัฒนามาเรื่อยๆ จนไปถึงการบอยคอตการเลือกตั้ง นายก.ม.7 การเคลื่อนไหวที่นำไปสู่การรัฐประหารถึง 2 ครั้ง และการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง ช่วงก่อนรัฐประหาร49 ผมตัดสินใจว่าหากมีการเลือกตั้งครั้งต่อไปผมจะเลือกอภิสิทธิ์เพราะอยากให้เขาได้ลองเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อแสดงฝีมือบ้าง แต่ผมก็ไม่มีโอกาสเพราะเขาได้ยืนอยู่คนละฝั่งกับฝ่ายประชาธิปไตย ส่วนไอติมตอนกลับจากเมืองนอกก็มาอยู่พรรคประชาธิปัตย์เป็นหลานหัวหน้าพรรค ยอมรับว่าเคยดูเบาไอติมพอสมควร เคยคิดว่าเขาเป็นลูกคุณหนู ทำตัวหล่อ เทห์ และคงเดินเส้นทางเดียวกับอภิสิทธิ์ ในขณะที่พรรคอนาคตใหม่ได้เกิดขึ้นเริ่มมีคนรุ่นใหม่ที่ไม่ต้องมีชาติตระกูลนักการเมืองหนุนหลัง สายตาของผมก็มองผ่านไอติมไปเลย จนเขามาอยู่ก้าวไกล เดินทางทางการเมืองด้วยแรงของตนเอง ไม่ต้องมีลมใต้ปีกแบบที่อยู่ในประชาธิปัตย์ ความจริงจังต่อเนื้อหาที่ตนเองพูดในทุกครั้ง เขาทำการบ้านหนัก และอุทิศตนให้กับการผลักดันนโยบายและแนวคิดที่ก้าวหน้า เขาทำให้ผมกลับมานึกถึงอภิสิทธิ์ในวันที่เขาเป็นดาวรุ่งอีกครั้ง และผมก็รู้สึกได้ว่าเขาไม่ใช่อภิสิทธิ์อย่างที่ผมคิด เขาคือไอติมนักการเมืองหนุ่มที่มุ่งมั่นเหมือนนักการเมืองรุ่นใหม่อีกหลายๆคน และเขาได้อยู่ในที่ทางที่เหมาะสม เติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผ่านการพิสูจน์ครั้งแล้วครั้งเล่าในแบบฉบับที่นักการเมืองในอุดมคติควรเป็น ผมควรปลดปล่อยตนเองจากการมองไอติมด้วยสายตาที่มองอภิสิทธิ์ได้แล้ว เพราะเขาคือไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้ซึ่งมีเจตจำนงเสรี ผู้ที่มีจินตนาการภาพสังคมไทยในอนาคตที่ดีกว่านี้ได้ และเขาจะสร้างสังคมใหม่ไปพร้อมกับเพื่อนๆคนรุ่นใหม่ของเขา
ไทย
108
2.9K
4K
339.3K
Gimbap ไส้ทะลัก retweetledi
べんごし ทแนะทนัย ⚖️
ยอมใจ พอ "พิธา" มายอดคนดู FB ทะลุ 4 หมื่น ํYT ทะลุ 7 หมื่น ช่วงแรกคนดูไลฟ์ยังแค่หมื่นต้นๆ #พรรคประชาชน #กาส้ม2ใบเพื่ออนาคตลูกหลาน #กาเพื่อเปลี่ยน #8กุมภากาเพื่อเปลี่ยน
べんごし ทแนะทนัย ⚖️ tweet mediaべんごし ทแนะทนัย ⚖️ tweet media
ไทย
3
213
378
11.3K
Gimbap ไส้ทะลัก retweetledi
Parit Wacharasindhu (Itim)
[ ปราศรัยใหญ่พรรคประชาชน : การเพื่อเปลี่ยนการศึกษา กาเพื่ออนาคตลูกหลาน ] . กาเพื่อเปลี่ยนการศึกษา ให้มีความหมายและมีความสุข . กาเพื่อลูกหลาน ที่อาจจะยังเข้าคูหาเพื่อกากบาทด้วยตนเองไม่ได้ แต่ต้องอยู่กับการตัดสินใจและกาบาทของเราไปอีกนาน . —- . [ ความเจ็บปวดเกี่ยวกับการศึกษาไทย ] . ตลอดระยะเวลา 1-2 เดือนที่ผ่านมา ที่ผมได้เดินทางไปทั่วประเทศช่วงรณงค์เลือกตั้ง มีพี่น้องจำนวนมาก ที่เข้ามาพูดคุยกับพวกเราเพื่อฝากภารกิจให้เราเข้าไปเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ ด้วยสายตาและน้ำเสียงที่มีทั้งความหวังและความโกรธผสมๆกันไป . ภารกิจหนึ่ง ที่มีคนฝากให้ผมเข้าไปเปลี่ยนแปลงเยอะเป็นพิเศษ คือ เรื่อง “การศึกษา” . แน่นอนว่าการศึกษาสำคัญต่ออนาคตทุกคนและอนาคตประเทศ: - ถ้าเศรษฐกิจเราจะโต ประชาชนเราจะรวย คนในประเทศเราต้องมีทักษะที่แข่งกับโลกได้ - ถ้าความเหลื่อมล้ำจะไม่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เราต้องทำให้เด็กทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ . แต่สิ่งที่ผมสัมผัสได้ตลอดการเดินทางที่ผ่านมา คือความเจ็บปวดของผู้คนด้านการศึกษา ที่ไม่สามารถอธิบายได้จากเพียงแต่ตำราทางเศรษฐศาสตร์ หรือสถิติจากงานวิจัย - ผมได้เห็นถึงเรื่องราวของคุณตาคุณยาย ที่ต้องขอให้หลานคนโตในวัยมัธยม ออกจากโรงเรียนมาช่วยที่บ้านขายของ เพื่อให้มีเงินพอในการส่งหลานคนเล็กได้เรียนชั้นประถม - ผมได้เจอกับผู้ปกครองจำนวนกมา ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนกันอย่างเข้มข้นเรื่องนโยบายการศึกษาก่อนจะทิ้งท้ายว่า “ฝากอนาคตลูกไว้ด้วย” - ผมได้เจอกับน้อง ม. ปลาย คนหนึ่ง ที่ตั้งใจมาดักคาราวานผมที่แถวบ้านเขาในสงขลาเพื่อส่งจดหมายที่เขาเขียนมา 3 หน้ากระดาษ A4 ว่าเขาเจอกับปัญหาอะไรบ้างที่โรงเรียน . การศึกษาไทยต้องถึง “จุดวิกฤต” ขนาดไหน ถึงทำให้คนรู้สึกหมดหวังได้ขนาดนี้? . ที่ผ่านมา การเมืองแบบเดิม แก้ปัญหาการศึกษาไม่ได้ เพราะการแก้ปัญหาการศึกษา ไม่ได้ตอบสนองต่อผลประโยชน์ของผู้เล่นในระบบการเมืองแบบเดิม - การยกระดับการเรียนการสอนในห้องเรียน ไม่ได้เห็นผลเร็วเท่ากับการแจกเงินหรือซ่อมถนน - การเพิ่มงบให้นักเรียน ไม่ได้มีตังทอนได้ง่ายเท่ากับการสร้างอาคารสำนักงาน หรือการทำแอปซ้ำซ้อน - การคืนครูให้ห้องเรียน มันสวนทางกับความต้องการผู้มีอำนาจในระบบการเมืองแบบเดิม ที่ต้องการดึงครูมาใช้เป็นแรงงานฟรีในกิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นมาเพื่อตอบสนองประโยชน์ทางการเมืองของตนเอง . หลังการเลือกตั้ง เรามักเห็น: - วาระการศึกษาและอนาคตลูกหลานเรา ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง - กระทรวงศึกษาธิการ ไม่เป็นกระทรวงที่เขาแย่งกันเข้ามาบริหาร ตอนเจรจาตั้งรัฐบาล . พรรคประชาชนเรายืนยันว่า - เราไม่ได้ต้องการชนะการเลือกตั้ง เพียงเพื่อจะได้มีอำนาจ แต่เราต้องการชนะการเลือกตั้ง เพื่อนำอำนาจที่ได้รับจากประชาชน มาเปลี่ยนแปลงประเทศ - ถ้าประเทศนี้จะเปลี่ยนได้ การศึกษาไทยต้องเปลี่ยน และต้องเปลี่ยนโดยยึดประโยชน์ของผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง . [ นักเรียนต้อง “แบก” สิ่งของอะไรไปโรงเรียนบ้าง? สิ่งของเหล่านี้สะท้อนถึงปัญหาการศึกษาด้านไหน? ] . ผมอยากชวนทุกท่านนึกภาพตามกันครับ ว่าเด็กคนหนึ่งต้อง “แบก” สิ่งของอะไรไปโรงเรียนบ้าง และสิ่งของต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอะไรบ้าง ที่พวกเขาต้อง “แบกรับ” กับการศึกษาไทย . 1. หนังสือเรียน . หนังสือเรียน ยังคงมีส่วนสำคัญต่อการศึกษาไทย เพราะถูกใช้กำกับทิศทางการเรียนการสอนในโรงเรียน . แต่สิ่งที่นักเรียนต้องแบกในแต่ละวัน ไม่ใช่แค่ความหนักของหนังสือเรียน แต่คือความล้าหลังของระบบการศึกษาไทย เพราะเนื้อหาในหนังสือเรียนในประเทศเรา ณ ปัจจุบัน ถูกบีบให้อยู่ภายใต้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ไม่ได้ถูกเปลี่ยนครั้งใหญ่ มาตั้งแต่ iPhone รุ่นแรก . ดังนั้น หากพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล - เราจะเดินหน้าจัดทำหลักสูตรฉบับใหม่ที่เน้นทักษะ-สมรรถนะ ให้สำเร็จสักทีภายใต้รัฐบาลประชาชน - เราจะเดินหน้าจัดทำแพลตฟอร์มการศึกษาที่มีการนำ AI มาใช้วิเคราะห์และออกแบบการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับความถนัดของเด็กแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน / เสมือนกับว่าเด็กแต่ละคน จะมีหนังสือเรียนของตนเอง ที่มีเนื้อหา คลิปการสอน หรือ แบบฝึกหัดที่ดัดแปลงไปตามด้านที่เขาสนใจ หรือ ยังไม่เข้าใจ . 2. ผ้าป่าทางการศึกษา + พัดลมพกพา . ปัจจุบัน เด็กจำนวนมากยังไม่เข้าถึงการเรียนฟรี ที่ฟรีจริงและมีคุณภาพ - บางโรงเรียนได้รับงบ ได้รับจัดสรรครูไม่เพียงพอ ชาวบ้านก็ต้องมาทอดผ้าป่า - โรงเรียนไหนไม่มีแอร์ เด็กก็อาจพกพัดลมไป / โรงเรียนไหนมีแอร์ บางครั้งก็ไปแอบคิดเงินเพิ่มจากผู้ปกครอง . ดังนั้น หากพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล - เราจะทำให้นักเรียนทุกคนเข้าถึง โรงเรียนที่ฟรีจริง 100% ครอบคลุมทุกพื้นที่ - เราจะปรับสูตรจัดสรรงบและอัตราครู ที่ไม่ต้องใช้จำนวนนักเรียนเป็นปัจจัยหลัก เพียงปัจจัยเดียวเพื่อให้โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลมีทรัพยากรเพียงพอให้ไปต่อได้ - เราจะแก้กฎหมายและระเบียบเพื่อห้ามโรงเรียนเก็บเงินเพิ่มสำหรับสิ่งที่ควรรวมอยู่ในสิทธิ “เรียนฟรี” (เช่น ค่าสอนคอม) - หากเราจะมีงบเพียงพอ เราต้องกล้าเปิดเผยข้อมูลรัฐให้โปร่งใส (ทั้งเรื่องงบประมาณ และการจัดซื้อจัดจ้าง) เพื่อหยุดผู้มีอำนาจที่ “ขโมยอนาคต” นักเรียน โดยการหากินจากงบก่อสร้างอาคารเรียน งบหนังสือเรียน หรืองบอาหารนักเรียน . 3. กล่องอาหาร + กระติกน้ำ . ปัจจุบัน เด็กไทยเกือบ 3 ใน 10 คน ต้องอดอาหารอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ เพราะไม่มีเงินซื้ออาหาร - โรงเรียนประถม และโรงเรียนมัธยมขยายโอกาส มีงบสำหรับอาหารแค่ 1 มื้อ เฉพาะช่วงเปิดเทอม - บางโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ไม่มีน้ำสะอาดให้นักเรียนดื่ม จนต้องพกขวดน้ำไปจากบ้าน . การศึกษาและโรงเรียนเราต้องไม่มองแค่เรื่องวิชาการ เพราะถ้านักเรียนในประเทศเรา ต้องนั่งในห้องเรียนด้วยความหิวโหย หรือ ด้วยร่างกายที่อ่อนล้า พวกเขาจะมีสมาธิในการเรียนรู้ หรือ สนุกกับการเรียนรู้ได้อย่างไร? . ดังนั้น หากพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล - เราจะเอาจริงกับการดูแลสุขภาพนักเรียน - ในส่วนของสุขภาพกาย: เราจะเพิ่มงบอาหาร 50% เพื่อให้เด็กเข้าถึงมื้ออาหารที่โรงเรียนมากขึ้น - ในส่วนของสุขภาพใจ: เราจะเพิ่มงบในการจ้างนักจิตวิทยา ให้ประจำโรงเรียนได้มากขึ้น . 4. สมุดบันทึกของครู . ถ้านักเรียนคนหนึ่งเผลอไปหยิบสมุดบันทึกของครูไปอ่าน เขาอาจจะค้นพบข้อเท็จจริงว่าคุณครูแต่ละคน มีภาระงานจำนวนมากที่ไม่เกี่ยวกับการพัฒนาผู้เรียน . เราเห็นข่าวสลดที่บุรีรัมย์เมื่อปีที่แล้วและที่เชียงใหม่เมื่อไม่กี่วันก่อน ที่มีคุณครูที่คาดว่าตัดสินใจจบชีวิตตนเองโดยมีสาเหตุบางส่วนจากภาระงานด้านธุรการและการเงิน ซึ่งตอกย้ำให้เห็นชัดว่าวลีที่ว่า “งานหนักไม่เคยฆ่าคน” ไม่เป็นจริง . ครูไทยจำนวนมาก ต้องเผชิญกับความเครียดและความเหนื่อยล้า จากงานที่ตนเองไม่เคยสมัครไปทำ หรือไม่มีความเชี่ยวชาญ - งานการเงินและพัสดุของโรงเรียน ก็ต้องมาจบที่การให้คุณครูทำ คุณครูเซ็น คุณครูเสี่ยงติดคุก - หน่วยงานไหนอยากทำโครงการอะไรกับนักเรียน ก็ต้องมาขอให้ครูจัด ขอให้ครูเขียนรายงาน . ดังนั้น หากพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล: - เราจะเอาจริงกับการคืนชีวิตให้ครู และคืนครูให้ห้องเรียน - โครงการไหนซ้ำซ้อนหรือไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ เราจะยกเลิกทันที - งานการเงินและพัสดุที่ยังต้องมีอยู่ เราจะเริ่มจ้างพนักงานธุรการมาทำ - ผอ. คนไหนที่เคยโยนงานให้ครูแบบไม่สมเหตุสมผล ก็จะไม่กล้าทำอีกต่อไป เพราะเราจะเปิดให้ครูประเมิน ผอ.ได้ . 5. หมอนผ้าห่ม . เด็กหลายคนขาดนอนหรือรู้สึกเหนื่อยตลอด เพราะสิ่งหนึ่งที่ระบบการศึกษาไทยเรา ดูดจากเด็กมากที่สุด คือ “เวลา” . ตลอด 15 ปีของการศึกษาขั้นพื้นฐาน - นักเรียน 1 คน ต้องใช้เวลาถึง 16,000+ ชั่วโมงในห้องเรียน สูงสุดเป็นอันดับต้นๆของโลก ยังไม่นับเวลาที่ต้องใช้เรียนพิเศษหรือติว สำหรับข้อสอบที่ออกเกินหลักสูตร - นักเรียนหลายคน ต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 หรือตี 4 เพื่อให้พ่อแม่พาไปส่งที่โรงเรียนไกลบ้าน / รถโรงเรียนที่มารับ-ส่งเขาถึงบ้าน ก็ไม่ค่อยจะมี . ถ้าวันๆ เด็กในประเทศเราต้องใช้เวลากับ การเรียน การทำการบ้าน การเรียนพิเศษ การติวสอบ และการเดินทาง เป็นหลัก แล้วเขาจะมีเวลาที่ไหน ในการพักผ่อน ในการค้นพบตนเอง หรือในการใช้ชีวิตกับกิจกรรมที่เขาเลือกเองได้ . ดังนั้น หากพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล - การศึกษาไทยจะต้องไม่ “ดับ” ไฟในการเรียนรู้ แต่ “เติม” ไฟในการเรียนรู้ให้กับเด็กและเยาวชนทุกคน - เราจะมีหลักสูตรที่เน้น คุณภาพ มากกว่า ปริมาณ / เป็นหลักสูตร ที่ไม่เน้นชั่วโมงเรียน การบ้าน หรือการสอบแข่งขัน ที่มากเกินจำเป็น - เราจะสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนทุกคนได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ โดยการแจก “คูปองเปิดโลก” เพื่อใช้ในการเรียนรู้นอกห้องเรียน (เช่น คอร์สศิลปะ-ดนตรี / อุปกรณ์กีฬา / ค่ายกิจกรรม) . แต่หากเทียบกับสิ่งของดังกล่าวที่นักเรียนต้อง “แบก” ไปโรงเรียน . ผมเห็นว่าสิ่งที่นักเรียนไทย ต้อง “แบก” หนักที่สุด คือ “ความคาดหวัง” . ที่ผ่านมา ประเทศเราคาดหวัง “ทุกสิ่งทุกอย่าง” จากเด็ก แต่กลับไม่มีระบบสนับสนุนให้ทำตามความฝันได้ - เราคาดหวังให้เด็กเราเรียนหนัก เพื่อให้จบไปแล้วมีงานทำ แต่เรากลับมีระบบการศึกษา ที่ไม่สอนในสิ่งที่เอาไปใช้ได้จริง - เราคาดหวังให้เด็กเรามาโรงเรียนทุกวัน ตั้งใจเรียนทุกคาบเรียน แต่เรากลับบีบให้ผู้ปกครองต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อส่งลูกไปเรียนที่ดีๆได้ - เราคาดหวังให้เด็กเรากล้าคิด กล้าแสดงออก กล้าตั้งคำถาม แต่เรากลับไม่ค่อยชอบฟังเสียงเขา หรือปล่อยให้เขาได้เป็นตัวของตัวเอง - เราคาดหวังให้เขามีไฟในการเรียนรู้ไปตลอดชีวิต แต่เรากลับทำให้การเรียน เต็มไปด้วยความเครียดและแรงกดดัน . [ กาเพื่อเปลี่ยนการศึกษา กาเพื่อลูกหลาน ] ผมและพรรคประชาชน เราต้องการทำให้ลูกหลานเรา ไม่ต้องแบกความคาดหวังจากสังคม โดยปราศจากการสนับสนุนจากรัฐ . ผมรู้ดีว่าหากเราทำเรื่องนี้สำเร็จ - คนที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดจากเรื่องนี้ อาจจะยังไม่ได้มีสิทธิเลือกตั้ง หรืออาจจะยังไม่ได้ลืมตามาในโลกนี้ด้วยซ้ำ - แต่ผมเชื่อว่าเราทุกคนในห้องนี้ พร้อมทำทุกอย่าง เพื่อลูกหลานของประเทศเรา - เพราะหากชาติคือประชาชน เด็กและเยาวชนในประเทศนี้ ก็คือลูกหลานของพวกเราทุกคน . 8 กุมภาพันธ์นี้ - กาเพื่อเปลี่ยนการศึกษาไทย ให้มีความหมาย และมีความสุข - กาเพื่อลูกหลานเรา ที่ยังเข้าคูหาไปกากบาทด้วยตัวเองไม่ได้ แต่จะต้องอยู่กับ การตัดสินใจและ “กากบาท” ของเราไปนานที่สุด . . [ มุ่งสู่ประเทศที่คนตื่นเต้นกับการไปเลือกตั้ง-ยินดีกับการจ่ายภาษี-สะดวกใจกับการส่งลูกไปโรงเรียนรัฐ ] . ท้ายสุดนี้ ถ้าใครถามว่าเป้าหมายสูงสุดทางการเมืองของผมคืออะไร? . คำตอบผมเรียบง่ายครับ . ผมอยากเห็นประเทศเราเป็นประเทศที่: 1. คนตื่นเต้นกับการไปเลือกตั้ง 2. คนยินดีกับการจ่ายภาษี 3. คนสะดวกใจกับการส่งลูกไปโรงเรียนรัฐ . หากคนตื่นเต้นกับการไปเลือกตั้ง ก็หมายความว่าเรามีระบบการเมืองที่ทำให้เสียงของประชาชนเปลี่ยนประเทศได้ . หากคนยินดีกับการจ่ายภาษี ก็หมายความว่าเรามีรัฐบาลที่ใช้เงินภาษีอย่างโปร่งใสและถูกจุด เพื่อพัฒนาประเทศ . หากคนสะดวกใจกับการส่งลูกไปโรงเรียนรัฐ ก็หมายความว่าเรามีบริการสาธารณะที่ประชาชนไว้วางใจให้ดูแลคนที่เขารักที่สุด . บางคนอาจจะบอกว่าเป้าหมายนี้ “เป็นไปไม่ได้” แต่ที่ผ่านมา เราได้พิสูจน์แล้วว่า การเมือง “เป็นเรื่องแห่งความเป็นไปได้” และผมเชื่อว่าเป้าหมายนี้จะเป็นไปได้ หากเราทุกคนจับมือกันตั้งรัฐบาลประชาชน . และหากยังมีเซียนการเมืองคนไหนที่บอกว่า - ไม่มีทางที่พรรคประชาชนจะชนะการเลือกตั้ง - ไม่มีทางที่พรรคประชาชนจะตั้งรัฐบาลได้ - ไม่มีทางที่พรรคประชาชนจะเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ได้ . ผมเชิญชวนทุกคนครับ . 8 กุมภาพันธ์นี้ . “หักปากกาเซียน ด้วยปากกาคุณ” . เข้าคูหา กาเพื่อเปลี่ยน กาพรรคประชาชน 2 ใบ กาเห็นชอบประชามติรัฐธรรมนูญ . และเปิดประตูไปสู่อนาคตด้วยกันครับ
ไทย
16
2K
2.5K
62K
Gimbap ไส้ทะลัก retweetledi
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (เท้ง)
อย่าลืมพกปากกามาคนละด้ามด้วยนะครับ 🧡✌️ . สื่อหาเสียงอิเล็กทรอนิกส์นี้ผลิตโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่อยู่ 167 ชั้น 4 ซอยรามคำแหง 42 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. จำนวน 1 โพสต์ วันเดือนปีที่ผลิตตามที่ปรากฎ
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (เท้ง) tweet media
ไทย
33
5.9K
5.9K
103.5K