さゆり🍅🌻
102.3K posts







✅Cathay Pacific ประกาศลดค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงลงเฉลี่ย 13% มีผล 16 พ.ค.นี้เป็นต้นไป 🛫เช่น เส้นทางระยะสั้น รวมทั้งกรุงเทพ-ฮ่องกงจาก 389HKD เหลือ 339HKD (ลดลง 50HKD) 🥹ถือเป็นสัญญาณที่ดีแสดงว่าบางสายการบินเริ่มบริหารจัดการน้ำมันได้บ้างแล้ว ลุ้น..อาจมีสายอื่นประกาศลดตามๆกันมา


KEY MESSAGES: วิกฤตซ้อนวิกฤต เมื่อค่าสนามบิน 1,120 บาท มาพร้อมน้ำมันแพง กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกหยิบยกกลับมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกโซเชียลมีเดียเมื่อคืนวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา สำหรับกระแสข่าวที่ว่าบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เตรียมขยับราคาค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่างประเทศจนทะลุหลักพันบาท แม้ประกาศดังกล่าวจะมีมาตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 แล้วก็ตาม แต่เมื่อใกล้ถึงกำหนดการบังคับใช้จริงในเดือนมิถุนายนนี้ ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ตึงเครียด ทำให้สังคมกลับมาตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและความโปร่งใสอีกครั้ง ข้อมูลที่แชร์กันอย่างกว้างขวางระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป AOT จะปรับอัตรา ค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charge: PSC) สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศใหม่เป็น 1,120 บาทต่อคน จากเดิมที่จัดเก็บในอัตรา 730 บาท การปรับขึ้นครั้งนี้มีผลเฉพาะผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, เชียงใหม่, แม่ฟ้าหลวง เชียงราย, ภูเก็ต และหาดใหญ่ ส่วนเส้นทางภายในประเทศยังคงตรึงราคาไว้ที่ 130 บาทเพื่อพยุงการท่องเที่ยวไทย ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ได้เคยชี้แจงยืนยันว่า ค่าบริการ PSC นี้ ไม่ใช่ภาษี และไม่ใช่รายได้เพื่อแสวงหากำไรส่วนเกิน แต่เป็นรายได้ที่นำไปใช้เฉพาะในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสนามบินตามหลักเกณฑ์สากลของ ICAO โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นจะถูกนำไปลงทุนในโครงการสำคัญ เช่น อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) และการนำระบบบริการอัตโนมัติ (CUPPS) มาใช้เพื่อยกระดับความรวดเร็วและความปลอดภัยให้ทัดเทียมมาตรฐานโลก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้กระแสดราม่าครั้งนี้ทวีความรุนแรงกว่าปกติ คือปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้อย่าง วิกฤตราคาน้ำมันโลก จากชนวนเหตุความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ปะทุรุนแรงในปี 2569 นี้ ส่งผลให้ราคาต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนสายการบินต่างๆ จำเป็นต้องปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมน้ำมัน (Fuel Surcharge) ในตั๋วเครื่องบินไปก่อนหน้านี้แล้ว การที่ PSC มาขยับขึ้นซ้ำเติมอีกจึงกลายเป็น ‘เคราะห์ซ้ำกรรมซัด’ สำหรับผู้บริโภค เมื่อพิจารณาในมุมมองวิชาการ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เคยออกมาโพสต์ข้อมูลเปรียบเทียบก่อนหน้านี้ โดยระบุว่าการปรับขึ้น PSC ครั้งนี้สูงถึง 53% และเมื่อเทียบกับสนามบินระดับโลก พบว่าสุวรรณภูมิจะเก็บค่าธรรมเนียมแพงกว่าสนามบินชั้นนำอย่าง อินชอน (เกาหลีใต้), ฮาเนดะ และนาริตะ (ญี่ปุ่น) ทั้งที่อันดับโลกของสนามบินไทยยังคงอยู่อันดับที่ 39 ซึ่งตามหลังสนามบินเหล่านี้อยู่มาก ดร.สามารถ ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อจ่ายระดับโลก แล้วผู้โดยสารจะได้รับบริการระดับไหน เพราะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้จะถูกบวกเข้าไปในตั๋วเครื่องบินโดยตรง โดยเฉพาะเที่ยวบิน Low Cost ที่ราคาเฉลี่ย 4,000-5,000 บาท หากต้องจ่ายเพิ่มอีกเกือบ 400 บาท จะทำให้ราคาตั๋วแพงขึ้นทันที 7-10% ซึ่งอาจส่งผลให้นักท่องเที่ยวหันไปเลือกจุดหมายปลายทางอื่นที่มีต้นทุนต่ำกว่าแทน นอกจากนี้ ดร.สามารถยังกังวลว่าวิกฤตราคาน้ำมันจากตะวันออกกลางจะกลายเป็นตัวเร่งให้การท่องเที่ยวไทยซบเซาลง หาก AOT ยังคงยืนยันที่จะปรับราคา แม้เงินที่ได้มาจะนำไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจริง แต่หากไม่มีผู้โดยสารมาใช้งานเนื่องจากแบกรับค่าตั๋วไม่ไหว การลงทุนเหล่านั้นก็อาจไม่คุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์ ในส่วนของเสียงสะท้อนจากโซเชียลมีเดีย ผู้ใช้งานส่วนใหญ่แสดงความกังวลและไม่พอใจ พร้อมตั้งคำถามถึงการพัฒนาบริการอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การลดคิวตรวจคนเข้าเมือง หรือการปรับปรุงห้องน้ำและพื้นที่พักคอยให้เพียงพอ ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่ผู้โดยสารต้องเผชิญมานานหลายปี บทสรุปของประเด็นนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ว่าขึ้นราคาเท่าไหร่ แต่อยู่ที่ความคุ้มค่าและจังหวะเวลา การที่ประกาศนี้มีมานานแล้วไม่ได้หมายความว่าเสียงคัดค้านจะเบาลง หาก AOT ไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของบริการที่ชัดเจนท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและน้ำมันที่แพงหูฉี่เช่นนี้ วันที่ 20 มิถุนายน 2569 อาจเป็นวันเริ่มต้นของบททดสอบครั้งใหญ่ของท่าอากาศยานไทย สุดท้ายแล้ว การปรับขึ้นราคาในจังหวะที่มีวิกฤตราคาน้ำมันโลกซ้อนเข้ามาแบบนี้ จะส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางไปต่างประเทศของคุณมากน้อยเพียงใด? #TheStandardNews





“ศุภมาส” ลุยสมุทรสาคร กวาดล้างปลากระป๋องยัดไส้ สั่งฟันโทษหนักอาหารปลอม คุกสูงสุด 10 ปี . . (6 พ.ค. 69) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และคณะทำงานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ลงพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อตรวจสอบโรงงานผลิตปลากระป๋องหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์กรณี "สินค้าไม่ตรงปก" โดยมีการนำปลาชนิดอื่นมาบรรจุแทนปลาแมคเคอเรลตามที่ระบุบนฉลาก ซึ่งถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างร้ายแรงและกระทบต่อความเชื่อมั่นในมาตรฐานอาหารไทยอย่างกว้างขวาง โดยรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบกระบวนการผลิตทั้งระบบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาด . นางสาวศุภมาสเปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคเป็นวาระเร่งด่วน การที่ผู้ประกอบการเจรจาเยียวยาผู้เสียหายเป็นรายบุคคลเพื่อให้ลบคลิปนั้นถือเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ สคบ. จึงต้องเร่งตรวจสอบทั้งระบบเพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนทุกคนที่อาจหลงเชื่อซื้อสินค้าดังกล่าวไปแล้ว โดยกำชับให้ สคบ. ประสานงานร่วมกับ อย. และศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ เพื่อติดตามเรื่องร้องเรียนอย่างใกล้ชิดและยกระดับการตรวจตรามาตรฐานสินค้าอุปโภคบริโภคในทุกจังหวัดให้เข้มงวดมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับสินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัยในราคาที่เป็นธรรม . ด้านเภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการ อย. ระบุจากการตรวจสอบโรงงานต้นเหตุ พบว่ากระบวนการผลิตไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน GMP ซึ่งเสี่ยงต่อสุขอนามัยของผู้บริโภค จึงได้สั่งระงับการผลิตและอายัดผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายความผิดรวมกว่า 13,000 กระป๋องเพื่อส่งพิสูจน์สายพันธุ์ปลาอย่างละเอียด การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผลิต "อาหารปลอม" ตาม พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท รวมถึงความผิดฐานแสดงฉลากไม่ถูกต้องทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท และหากพบสถานที่ผลิตไม่ได้มาตรฐานจะมีโทษปรับเพิ่มเติมตามกฎหมาย . ทั้งนี้ รัฐบาลขอเตือนผู้ประกอบการให้ดำเนินธุรกิจด้วยจริยธรรม ไม่ควรลดต้นทุนด้วยการปลอมปนวัตถุดิบเพราะจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงอุตสาหกรรมในภาพรวม สำหรับประชาชนที่พบความผิดปกติของสินค้าสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือสายด่วน สคบ. 1166 รวมถึงแอปพลิเคชัน OCPB Connect ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้หน่วยงานรัฐดำเนินการทางกฎหมายและคุ้มครองความปลอดภัยของสังคมร่วมกัน โดยผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายยังมีสิทธิร้องขอการพิจารณาชดเชยความเสียหายตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดบรรทัดฐานในการประกอบธุรกิจที่โปร่งใสในอนาคต . . [Thai Press | ไทยเพรส] - ข่าวคั่วเข้ม —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม






















