JR

7.6K posts

JR banner
JR

JR

@Iluvthere4iam

Katılım Nisan 2018
273 Takip Edilen35 Takipçiler
Sabitlenmiş Tweet
JR
JR@Iluvthere4iam·
Before #RUNSEOKJIN_epTOUR comes to an end tonight, I wanted to express how much happiness, fun, spectrums of emotion and positivity #jin has given us in this era. I have known #BTS and become Jin bias since 2017, it is almost ten years I watched his journey +
JR tweet mediaJR tweet mediaJR tweet media
English
1
1
0
168
JR retweetledi
สมุดบันทึกของคนบ้าบอลและดูซีรีส์
ยินดีกับแฟนคลับ BTS มาดอนน่า ชากีร่าด้วยนะคะ คือน่าภูมิใจจริงที่ศิลปินที่รักได้โชว์พักครึ่งในบอลโลก เพราะนี้คือ 1 ในงานที่ยิ่งใหญ่สุดของโลก แต่ถ้าเจอคนในวงการบอลไม่เห็นด้วยกับการจัด halftime show ขอให้รู้ไว้ว่าเค้าด่าอเมริกาและฟีฟ่า ไม่ได้ด่าศิลปินนะคะ และนี้คือเหตุผลจากนักบอล อยากให้ลองอ่านดูนะคะ เพราะนี้คือความเห็นของนักบอลระดับตำนานโลกเลยค่ะ “เธียร์รี่ อองรี”ตำนานนักบอลชาวฝรั่งเศส อองรีบอกว่า "ฟุตบอลกำลังโดนทำลายจิตวิญญาณ เพราะอเมริกาและฟีฟ่าจะจัด Halftime show ในบอลโลกให้เหมือน Super Bowl นอกจากจะโดนทำลายจิตวิญญาณแล้ว มันยังส่งผลต่อร่างกายนักบอลด้วย เพราะร่างกายนักบอลถูกตั้งระบบไว้ว่าพักครึ่ง 15 นาที ซึ่งเป็นเวลาที่กล้ามเนื้อก็ยังคงอบอุ่น สมาธิก็ยังอยู่ในเกม คือร่างกายนักบอลถูกเซ็ทมาแบบนี้ตั้งแต่เด็ก แต่ถ้าโชว์พักครึ่งยาวจนเกิน 15 นาที ร่างกายนักเตะก็จะได้รับผลกระทบ คุณภาพของการแข่งก็จะลดลง นักเตะก็จะเสี่ยงบาดเจ็บ การที่ฟีฟ่าและอเมริกาจัด Halftime show ก็เพื่อรายได้และโฆษณาที่มากขึ้น มันคือเรื่องของธุรกิจล้วนๆ แต่ฟุตบอลมันยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกในตัวมันเองอยู่แล้ว ฟุตบอลโลกควรเป็นการแข่งขันที่เข้มข้น ได้ดูนักบอลระดับโลกโชว์ฝีเท้าเพียวๆ เกมฟุตบอลควรมีแต่ความกดดัน มีอารมณ์ความรู้สึก มีแท็คติก ซึ่งนี้คือความบริสุทธิ์ของฟุตบอล 90 นาทีควรมีแต่เรื่องของฟุตบอลล้วนๆ ไม่ควรมีอะไรมาคั่น” นี้คือความเห็นของนักเตะที่คลุกคลีอยู่ในวงการบอลระดับโลกมาอย่างดี คืออยากให้ลองอ่านดูนะคะว่าทำไมนักเตะและแฟนบอลจึงไม่เห็นด้วยกับการจัดโชว์ตอนพักครึ่ง นอกจากจะขัดกับวัฒนธรรมฟุตบอลแล้ว มันส่งผลต่อร่างกายนักบอลด้วยค่ะ ระหว่างแข่งร่างกายนักบอลพักนานไม่ได้เลย จะเสี่ยงบาดเจ็บ สมาธิก็เสีย แล้วสนามตอนพักครึ่งพวกตัวสำรองก็ต้องใช้ลงไปวอร์มร่างกายด้วยค่ะ ส่วนทางหน้าจอปกติช่วงพักครึ่งก็จะมีผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์เกมให้ผู้ชมฟัง คือมันมีเหตุผลของมันว่าทำไมพักครึ่งฟุตบอลไม่มี halftime show แต่อเมริกาไม่เข้าใจสิ่งนี้ จึงทำให้แฟนบอลบ่นอเมริกาเกี่ยวกับเรื่องฟุตบอลมาตลอด เพราะนี้คือประเทศที่ไม่เข้าใจเรื่องฟุตบอลเลยจริงๆ มีประเด็นมาหลายครั้งหลายเรื่องแล้วค่ะ ส่วนฟีฟ่าก็เลียอเมริกาฉ่ำ ฉะนั้นถ้าเจอแฟนบอลหรือนักบอลวิจารณ์เรื่องการจัด halftime show ก็อย่าไปโกรธพวกเค้าเลยนะคะ มันมีเหตุผลในแง่ฟุตบอลจริงๆ ซึ่งวงการฟุตบอลไม่ได้เพิ่งต่อต้าน halftime show แต่ต่อต้านมาตลอดค่ะ วันนี้อ่านความเห็นจากฝั่งอังกฤษชาติที่รักฟุตบอลดั่งศาสนา ซึ่งคนอังกฤษไม่พอใจเยอะเลยที่เมกาจะจัด halftime show ในบอลโลก แต่ไม่มีใครด่าศิลปินนะคะ เพราะมันไม่ใช่ความผิดของศิลปิน บังทันไม่ผิด มาดอนน่า ชากีร่าไม่ผิด แฟนบอลคือด่าแค่อเมริกาและฟีฟ่าล้วนๆ ตอนนี้ก็ต้องดูว่าอเมริกาและฟีฟ่าจะจัด halftime show ยังไงไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการแข่งขันฟุตบอล พูดจากใจจริงเราเป็นห่วงบังทันนะ ไม่อยากให้ต้องมารับแรงกระแทกนี้ด้วย แต่ก็คิดว่าฟีฟ่ามันคงเตรียมการไว้ดีแล้วแหละว่าจะจัด halftime show แบบไหนที่ไม่กระทบต่อการแข่งขันและนักบอล วันแข่งจริงอาจไม่โดนด่าเยอะก็ได้ ถ้ามันจัดการได้ดีพอ แต่ถ้าอีฟีฟ่าและอเมริกามันทำเละเทะจนคนด่า ก็ให้ฟีฟ่าและเมการับแรงกระแทกไปค่ะ แฟนคลับบังทันไม่ต้องกังวลนะคะ ซึ่งเชื่อว่าอาร์มี่สตรองอยู่ล่ะ 5555 เจอดราม่ามาเยอะ แค่นี้ชิวๆ แฟนคลับศิลปินอย่าโกรธเรานะ ที่เราพูดถึงประเด็นนี้ 🤣 เราแค่อยากให้เข้าใจว่าทำไมแฟนบอลและนักบอลหลายคนจึงไม่เห็นด้วยกับการจัด halftime show ในฟุตบอล แต่ในเมื่อมันเกิดไปแล้ว ก็ไม่เป็นไรค่ะ เราก็ยินดีกับบังทัน มาดอนน่า ชากีร่า จากใจจริงๆเลยค่ะ ยินดีด้วยกับการได้ร่วมงานยิ่งใหญ่ของโลกเช่นนี้ แฟนคลับภูมิใจกับศิลปินได้เต็มที่เลยค่ะ ถ้าเราเป็นแฟนคลับเราก็ดีใจนะ ส่วนถ้าเจอคำด่าปล่อยให้อีฟีฟ่ากับเมกามันรับไปเองค่ะ 55555
Vfynn_🥷🏼 𐙚@Vfynn_

🚨🎙️ Thierry Henry on FIFA turning the World Cup Final into a Super Bowl circus: “Football is losing its soul little by little. A World Cup Final is supposed to be the purest form of football, pressure, intensity, emotion, tactics, suffering, history. Not a halftime concert made for social media clips and celebrities in vip seats. When you play at the highest level, your body is programmed around rhythm. Fifteen minutes. That’s what every footballer in the world has known since childhood. Your muscles stay warm, your concentration stays locked in, your emotions stay alive. Now imagine players sitting there for 25 minutes during the biggest game of their lives because FIFA wants a bigger TV spectacle. People think footballers are robots. They are not. Momentum is real. If one team is dominating before halftime, that long break can completely kill the intensity of the game. It changes everything tactically and mentally. You cool down physically, you lose adrenaline, and then people expect players to immediately return playing at 100 miles per hour. And let’s be honest here, this is not about football, it’s about money and entertainment. They want football to become the Super Bowl. More commercials, more performances, more headlines, more celebrities. But football became the biggest sport in the world without all of that. The game itself was enough. The dangerous part is that if the final quality drops or players get injured because of these changes, fans will attack the players first. They will say certain stars disappeared in the second half or failed under pressure, without understanding the conditions were completely changed for a television show. For me, the World Cup Final should feel sacred. Ninety minutes of war between the best players on earth. Not a pause long enough for the world to forget the match is even happening.”

ไทย
16
1.4K
730
126.6K
JR retweetledi
ᴍᴏ - ʜʏᴜɴɢ ( ၴႅၴ
ยอมรับเลยว่าคุณคริส Coldplay น่ารักกับบังทันตลอดจริงๆ เค้าสามารถชวนศิลปินใครก็ได้ฝั่งเมกามาแสดง แต่เค้าคิดถึงศิลปินเอเชียอย่างบังทันอะ ความเป็นนักร้องอย่างเดียวมันอาจไม่พอแต่เพราะบังทันมีความนอบน้อมและแสนดีต่อทุกคนในวงการ ทำให้เค้ามีกัลยาณมิตรที่ดีที่คอยสนับสนุนเค้าไปในตัวด้วยอะ
ไทย
1
746
801
10.8K
JR
JR@Iluvthere4iam·
@ARJinMY @cocoaafrappe น่ารักเป็นระเบียบมากเลยค่า
ไทย
1
0
1
44
JR retweetledi
Grecia Ortega
Grecia Ortega@GreciaDOO17·
Mi hija cumplió su sueño de conocer a Jimin y superó sus expectativas por 10000000000
Español
266
5.5K
28.9K
450.7K
JR retweetledi
gallery of jimin
gallery of jimin@pjmngallery·
the full video of Jimin giving his hat to a fan and telling her to not cry 🥲💗
English
51
2.7K
10.5K
182.6K
JR retweetledi
raghad
raghad@shyjjmn·
jimin giving his hat to a fan who was crying and went “don’t cry” 🥹😞 this is so sweet..
English
266
16.2K
79.8K
596.6K
JR retweetledi
석진🍊
석진🍊@sawok_2minn·
ใส่มาตั้งแต่เดินเข้า555
ไทย
0
756
1.3K
13.5K
JR retweetledi
อต
อต@myvanillakoo·
เราสูญเสีย Pied Piper สูญเสีย Wings สูญเสีย So What สูญเสีย We Are Bulletproof Pt.2 ไปแล้ว สิ่งเดียวที่ขอตอนนี้คือขอ No More Dream ที่ไทยได้ไหม
ไทย
11
2.2K
2.6K
29.5K
JR retweetledi
R here
R here@UvgtdERt4PWmcjF·
นี่มันไม่ใช่แค่ไอศกรีม แต่นี่คือผลงานศิลปะ! 🎨 🍦 Snö Gelateria ในสตอกโฮล์ม สวีเดน ทำถึงมากกับเจลาโต้ดีไซน์ Snoopy สุดคิ้วท์ นึกว่าน้องหลุดออกมาจากการ์ตูนจริงๆ แถมที่นี่เขายังการันตีความอร่อยด้วยรางวัลระดับโลก ใครจะกล้ากินน้องลงเนี่ย! 🇸🇪🐶 #Snoopy #Gelato #Stockholm #Peanuts #ของหวาน #ArtFood
ไทย
6
1.1K
898
73.6K
JR retweetledi
JA
JA@jinniesarchives·
SEOKJIN CENTER IN BOY IN LUV 2026 🙌😭
Indonesia
20
8.6K
28.7K
167.6K
JR retweetledi
Rani~
Rani~@1jin_rr·
WE NEED TO TALK ABOUT HIM
Rani~ tweet media
English
79
10.7K
32.8K
174.9K
JR retweetledi
minimoni: (fan account)
minimoni: (fan account)@minimoniarmy·
ขนลุกมาก เหตุการณ์นี้BTSจะถูกจารึกไว้ในปวศวงการเพลงโลกแน่ -ประกาศทัวร์คอนที่🇲🇽คนต่อคิวรอซื้อบัตรรวม3วัน ล้านคิว -ปธน.🇲🇽ส่งสารถึงปธน🇰🇷ขอเพิ่มวันคอนเนื่องจากคนในประเทศเรียกร้อง -btsเดินทางถึง🇲🇽 ปธน.ต้อนรับโดยเชิญมาราชวัง ประกาศลงโซเชียลก่อนเวลามา5ชม>แปปๆคนรวมตัวเพื่อมารอดู5หมื่นคน
minimoni: (fan account) tweet mediaminimoni: (fan account) tweet mediaminimoni: (fan account) tweet mediaminimoni: (fan account) tweet media
ไทย
35
20.1K
15K
1.2M
JR retweetledi
BTS Daily⁷
BTS Daily⁷@btsdaily77·
I still can’t get over this iconic JTS interview 😭 they’re so hilarious 😂
English
43
1.9K
14.9K
62.4K
JR retweetledi
JRT
JRT@JRTDesk·
จริงๆ หนีได้นะครับ จากประสบการณ์ตรงที่รอดจาก lifestyle inflation มาได้.. ในความคิดผม เรื่องนี้มันป้องกันได้ แต่เราต้องเข้าใจก่อนว่ามันทำงานยังไง เพราะมันไม่ใช่แค่ปัญหาทางวินัย… กับดักแรกสุดที่ต้องป้องกันคือ fixed cost creep.. ไอ้พวกตัวปัญหาทั้งหลายไม่ใช่กาแฟแก้วละ 300 หรือพวกมื้ออาหารแพงๆ… พวกนี้คือ variable cost เราตัดได้ทุกเมื่อ… ตัวอันตรายจริงๆ คือ.. ค่าเช่าบ้าน/condo ที่ดีขึ้น.. ผ่อนรถใหม่.. ค่าโรงเรียนลูก.. การตัดสินใจพวกนี้ทำครั้งเดียวแต่เราโดนผูกมัดหลายปี… และถอยออกมายากมาก เคยอ่านงานวิจัยอันไหนจำไม่ได้ละ มีบอกอยู่ว่าคนเราจะรู้สึกเจ็บปวดกับการลดมาตรฐานลงมามากกว่าความสุขที่ได้ตอนเรายกระดับขึ้นประมาณสองเท่า… เป็นปกติธรรมชาติที่สมองเราคิดแบบนี้.. กับดักที่ 2 คือ Diderot Effect.. ไม่แน่ใจว่าคนไทยคุ้นกับคำนี้หรือเปล่า เหมือนไม่เคยเห็นคำนี้ผ่านสื่อไทย.. ซึ่ง Denis Diderot นักปรัชญาคนฝรั่งเศสได้รับเสื้อคลุมหรูหราเป็นของขวัญ… แล้วก็รู้สึกว่าของรอบข้างไม่ match.. เลยเปลี่ยนโต๊ะ เก้าอี้ พรม ทีละชิ้น.. จนเงินหมด… ก็เหมือนกับย้าย condoใหม่แล้วรู้สึกว่า furniture เดิมไม่เข้ากัน.. ซื้อรถใหม่แล้วรู้สึกว่าเสื้อผ้าควร upgrade ด้วย… lifestyle inflation ไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจครั้งใหญ่ครั้งเดียว แต่เกิดจากเรื่องเล็กๆ ที่ trigger กันต่อเนื่องโดยไม่รู้ตัว… กับดักที่ 3 คือความสุขจากการยกระดับชีวิตหายไปภายในไม่กี่เดือน… condo ใหม่ที่ตอนแรกเราชอบมากในเดือนแรก.. กลายเป็นแค่ที่นอนปกติในเดือนที่ 3… แต่ค่าเช่าไม่หายไปไหน เราจ่ายราคาถาวรสำหรับความสุขที่เป็นแค่ชั่วครั้งชั่วคราว และพอชินแล้วก็ต้องการ upgrade ต่อไปอีกเพราะ baseline ถูก reset ไปแล้ว… วน loop ไม่จบ… และกับดักอีกอันที่อันตราย.. ใน corporate finance เราคุ้นเคยกับคำว่า operating leverage… ยิ่ง fixed cost สูงเท่าไหร่ ยิ่งเสี่ยงมาก.. เพราะพอ revenue ลด fixed cost ไม่ลดตาม.. ผลลัพธ์คือชิบหาย… ชีวิตปกติก็เหมือนกัน… lifestyle inflation คือการยก fixed cost ของชีวิตตัวเองขึ้นเรื่อยๆ… คนเรายิ่งมาตรฐานชีวิตสูงขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งทนรับแรงกระแทกทางการเงินได้น้อยลงเท่านั้น…​​​​​​​​​​​​​​​​ ตกงาน.. ป่วย.. เศรษฐกิจพัง… คนที่มี breakeven สูงจะเจ็บหนักกว่าเสมอ แม้รายได้เดิมจะสูงกว่า… ดังนั้นความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่ได้วัดกันแค่ที่รายได้แต่วัดที่ส่วนต่างระหว่างจุดคุ้มทุนกับรายได้จริง… คนรายได้ 100k แต่ breakeven 95k รวยน้อยกว่าคนรายได้ 40k ที่ breakeven 15k มาก… เพราะ 25k ทบต้นได้ง่าย ในขณะที่ 5k แทบทำอะไรไม่ได้… วิธีแก้ต้องเริ่มที่ระบบ… Pay yourself first แบบโหดๆ ตั้งระบบโอนเงินอัตโนมัติ 60-80% ของส่วนที่รายได้เพิ่ม.. เข้า portfolio ลงทุน/บัญชีออม.. ก่อนเงินจะถึงบัญชีหลัก.. เงินที่ไม่เคยผ่านมือเรา ต้านทานกิเลสได้ดีที่สุด และก่อนตัดสินใจเรื่องใหญ่ทุกครั้ง เปลี่ยนคำถามจากจ่ายไหวมั้ย?? เป็น… นี่มันจะยก breakeven ของชีวิตเราขึ้นมาถาวรเท่าไหร่?? คำถามแบบนี้มันบังคับให้เราเห็นต้นทุนที่แท้จริงทุกๆ เดือนต่อๆ ไป จำไว้ว่า.. รายได้บอกว่าเราหาได้เท่าไหร่… ส่วนต่างระหว่าง breakeven กับรายได้บอกว่าเราร่ำรวยแค่ไหน…
Jr@junior47563

เชื่อเถอะว่าต่อให้ 100k ก็เดือนชนเดือน lifestyle inflation ทุกคนหนีไม่ได้ 5555555

ไทย
15
2.3K
1.9K
400.1K
JR retweetledi
star_jin
star_jin@nightstar1201·
Thoughtful and Sincere Speaker Jin. The moment when Jin was discharged and every soldier in his unit came out to hug him, many of them in tears, was something that even Korean reporters found astonishing. That scene was broadcast all over the world. It was a moment that showed he is someone who can move not only fans of BTS, but people everywhere.Then, after successfully holding a Solo concert in Tampa—a place where no K-pop stars had come in 2025—he promised he would return. When he kept that promise, the city of Tampa and the NFL team expressed their respect for him. All of this is organically connected. @jeffreyjamestv #JIN @BTS_twt
star_jin tweet media
Jeffrey James@jeffreyjamestv

The BTS leader, RM, is a thoughtful and sincere speaker—and so too is Jin, the group’s eldest member. Beyond their formidable creative output, what impresses me most is their ethos. They reflect a version of modern masculinity that is both grounded and expressive. It’s not only acceptable, but encouraged, for them to articulate emotion openly—something still resisted in many cultures. That alone carries weight. What’s striking is the paradox: BTS are meticulously curated, yet often feel spontaneous, even unguarded. Despite the scale of their production, there’s no real sense of artifice. The sincerity holds. There’s a faint echo of Michael Jackson—not in style, but in cultural magnitude. The difference is that BTS, at least so far, have maintained a visible connection to themselves. Jackson, tragically, seemed at times to become a performance of his own myth. BTS speak frequently about vulnerability, love, and the role of their audience. Their acknowledgement of their fanbase feels less like performance and more like fact. The line between artist and audience is unusually fluid. Any group that has addressed the United Nations twice should not be dismissed lightly. Their themes are bold, and often braver than they’re given credit for. This is not a phenomenon confined to teenagers—it’s clearly multi-generational. The post-service return has confirmed something important: their appeal endured. Audiences across Korea, Japan, and the United States have re-engaged at scale. Few, if any, comparable acts have sustained that level of global attachment. From a business perspective, HYBE’s decision to pause operations for military service was always a risk. Culturally, it made sense; commercially, it was a leap of faith. These are not just artists—they are core assets. And yet, they are also individuals, not instruments of state or shareholder expectation. There was a momentary wobble. Markets reacted. Narratives shifted. But it proved temporary. What remains is this: BTS are not simply a musical act. They are a cultural force—disciplined yet human, constructed yet sincere—and still, crucially, believed.

English
4
429
1.9K
57.7K
JR retweetledi
𝘗𝘢𝘯𝘥𝘢 ขอ Baepsae อีกรอบ🙏🏻
แล้วการทัวร์เดี่ยวมันไม่เคยอยู่ในหัวพี่จินมาก่อน ไม่เคยวาดภาพนั้นขึ้นมาเลย จุดกำเนิดรายการรันจินก็เพียงเพื่อฆ่าเวลาให้อามี่เฉยๆ ส่วนจุดกำเนิดรันจินทัวร์ก็เพื่อตอนจบที่แท้จริงของรายการ 💓แต่การทำเพื่อคนอื่นของพี่จินกลับให้อะไรกลับมาเยอะมาก ทั้งเรื่องความมั่นใจ ศักยภาพที่เพิ่มขึ้น และความสุขที่พี่ได้รับกลับมา…และสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาเดียวแล้วฝังในความทรงจำ แต่มันติดตัวพี่จินตลอดไป 💕มันทำให้การทำงานกับมบถูกเติมเต็มมากขึ้น และสิ่งนี้ก็ยิ่งเพิ่มความสุขให้พี่จินได้อีกเป็นเท่าตัว เพราะเค้าได้ทำงานกับมบที่เค้าโหยหา และยังได้แสดงศักยภาพของตัวเองที่มีเพิ่มขึ้นจนโดดเด่นออกมาให้ทุกคนได้เห็น สมกับที่บังทันพูดว่ามบทุกคนต่างไปหาจุดแข็งของตัวเองมา แล้วนำสิ่งนั้นมารวมกันเพื่อให้วงแข็งแกร่งขึ้นจริงๆ🥹
석진🍊@sawok_2minn

📰 จากบทสัมภาษณ์ของ Pdogg (India Today) คำถาม: คุณเคยกังวลไหมว่าสไตล์ที่โดดเด่นของแต่ละคนอาจทำให้วงถูกดึงไปคนละทิศทางมากเกินไป หรือคุณมองว่านั่นเป็นจุดแข็ง? แล้วมีสมาชิก #BTS คนไหนที่ทำให้คุณประหลาดใจมากที่สุดในครั้งนี้ไหม? คำตอบของ Pdogg: ผมมองว่าสไตล์ที่โดดเด่นของแต่ละคนเป็น “จุดแข็ง” มากกว่า แน่นอนว่าบางครั้งมันอาจรู้สึกเหมือนทุกอย่างกำลังถูกดึงไปคนละทิศทาง แต่แทนที่จะมองว่านั่นเป็นความเสี่ยง ผมจะโฟกัสไปที่ว่าความแตกต่างเหล่านั้นสามารถมารวมกันเพื่อขยายขอบเขตโดยรวมของวงได้อย่างไร ในแง่นั้น มันไม่ใช่เรื่องของการจำกัดสไตล์เฉพาะตัว แต่เป็นการหาวิธีนำมันมารวมกันให้เป็นซาวด์เดียวที่กลมกลืน สำหรับโปรเจกต์นี้ ผมรู้สึกว่า #V (Kim Taehyung) และ #Jin (Kim Seokjin) แสดงให้เห็นถึงการขยายช่วงเสียงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ #V เขาได้ลองความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ด้วยการทดลองทั้งการแรปและการร้องแบบกึ่งแรป (singing-rap) ส่วน #Jin จากประสบการณ์ทัวร์เดี่ยวของเขา แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการด้านการถ่ายทอดเสียงร้องอย่างชัดเจน เขาสามารถถ่ายทอดรายละเอียด (nuance) ได้ลึกกว่าที่ผมเคยคาดไว้ก่อนหน้านี้ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ช่วยเพิ่มความลึกและความหลากหลายให้กับอัลบั้มโดยรวม

ไทย
0
213
215
11.1K