Jaoh Natarpa

7.4K posts

Jaoh Natarpa banner
Jaoh Natarpa

Jaoh Natarpa

@Jaoh_Natarpa

Content Creator @TNN online IG : Jaoh_natarpa FB : Jaoh Natarpa AF12

Katılım Haziran 2015
199 Takip Edilen2.3K Takipçiler
Jaoh Natarpa retweetledi
Sirikanya Tansakun
Sirikanya Tansakun@SirikanyaTansa1·
มาแล้ววว พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน จำนวน 5 หน้าถ้วน จะกู้แบงก์ซักล้าน อาจจะต้องเตรียมเอกสารหนาเป็นตั้ง เขียนเล่ารายละเอียดยิบถึงโครงการว่าจะทำอะไรบ้าง แต่รัฐบาลกู้ 4 แสนล้านไม่ต้องทำ จะกู้ยังไง กู้แบบไหน ไปทำอะไรบ้าง ไม่ต้องแจกแจง ที่ต่างไปจากพรก.รอบโควิด คือ รอบนี้คณะกรรมการกลั่นกรองมี ปลัดคลังนั่งเป็นประธาน (เดิม เลขาฯ สภาพัฒน์) โดยสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) รับหน้าที่ประเมินโครงการ คลังกู้ คลังกลั่นกรอง คลังตรวจสอบ เรียกได้ว่า ชงเอง ตบเอง กินเอง ไม่ต้องให้ใครมาแบ่ง มาคานอำนาจ บัญชีแนบท้ายให้รายละเอียดแบบกว้างมากกก แผนเยียวยาจะตกถึงเกษตรกรและผู้ประกอบการด้วย แต่จะเหลือเท่าไหร่ ในเมื่อไทยช่วยไทยพลัสโครงการเดียวใช้ไป 1.7 แสนล้าน เกือบเต็มวงเงินไปแล้ว แผนเปลี่ยนผ่านพลังงานเจ้าปัญหาเขียนกว้างได้อีก ไปจนถึงฝึกอบรมพัฒนาทักษะ ซึ่งถ้าไม่ทำตอนนี้เศรษฐกิจอาจล่มสลาย จึงต้องมายัดไส้ ใส่พรก. กู้ด่วน หลายคนสงสัยว่าถ้าฝ่ายค้านไปยื่นคำร้องขอให้ศาลรธน.ตีความจะทำให้รัฐบาลเดินหน้ากู้เงินมาเยียวยาพี่น้องประชาชนได้หรือไม่ คำตอบ คือ กู้ได้เลย! การยื่นคำร้องต่อศาลรธน. แค่ยับยั้งการอนุมัติจากสภา ไปอีกไม่เกิน 60 วัน หรือถึงแม้ศาลรธน.จะวินิจฉัยว่าผิด ก็ผิดแค่แผน 2 คือ แผนเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งรัฐบาลก็ได้ให้ข่าวก่อนหน้านี้แล้ว ว่าจะกู้ตามแผน 1 ก่อน คือ เร่งเยียวยา แม้การแจกเงินเยียวยาแบบ "สุ่ม" และ "เกือบถ้วนหน้า" อาจจะขัดใจ แบบที่คนเดือดร้อนอาจไม่ได้ หรือต้องรออีก 2 เดือนเพื่อลุ้นโชคในรอบ 2 แต่วิธีการใช้เงินคงต้องใช้กลไกสภาในการคัดค้าน ไม่มีทางที่เราจะใช้อำนาจศาลรธน.มาแทรกแซง พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนรอความช่วยเหลือสบายใจได้ค่ะ
Sirikanya Tansakun tweet mediaSirikanya Tansakun tweet mediaSirikanya Tansakun tweet mediaSirikanya Tansakun tweet media
ไทย
53
4.2K
2.5K
458.2K
Jaoh Natarpa retweetledi
Chayanon Rakkanjanan
Chayanon Rakkanjanan@MrMessenger·
ไม่ค่อยเห็นบ่อยหนัก ที่ Bloomberg จะเขียนข่าวถึงประเทศไทย 3 ข่าวใหญ่ที่น่าสนใจในสัปดาห์เดียวนะครับ สรุปเร็วๆ ก็คือ มีข่าว TikTok เตรียมทุ่ม 842,000 ล้านบาท ($24Billion) ลงทุน Data Center ในไทย ขณะที่เริ่มเห็นสัญญาณค่าเงินบาทอ่อนค่า เร็วถึง 4% ในรอบ 69 วัน และเสี่ยงสูงมากที่ GDP 1Q2026 เสี่ยงชะลอตัวแรง ซ้ำยังมีข่าวว่า มีบริษัทไทยหนึ่งเจ้า กำลังถูกสหรัฐฯตั้งข้อสงสัยว่า ลักลอบชิป Nvidia มูลค่ากว่า $2.5Billion ไปจีน ผมว่าเราคงสงสัยกันว่า สรุปแล้วเศรษฐกิจไทยเรากำลังดี หรือ กำลังจะแย่กันแน่? แต่ Bloomberg ใช้คำว่า "Thailand may be confined to the ranks of permanent also-rans" แปลว่า ประเทศไทยอาจตกอยู่ในสถานะ 'ผู้ตาม' (หรือประเทศรั้งท้าย) อย่างถาวร ไปดูเรื่องนี้กัน -------------------------------- หน้าที่ 1: จากบทความ "Thailand has Congestion Issues" ของ Bloomberg เขาบอกว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ภาวะ "ฝืดเรื้อรัง" สถานการณ์ปัจจุบัน คือ GDP 1Q2026 อาจติดลบ ซึ่งมันเป็นช่วงก่อนสงครามอิหร่านด้วยซ้ำ บวกกับการที่ค่าเงินบาทอ่อน 4% เทียบดอลล่าร์ นับตั้งแต่สงครามอิหร่าน เริ่ม เมื่อ 28 ก.พ. 2026 ไปดูภาพใหญ่ในเชิงโครงสร้าง พบว่า อัตราเจริญพันธุ์ (TFR) ของไทย เป็นประเทศที่มีอัตราต่ำที่สุดในเอเชีย แปลว่า ประชากรมีแนวโน้มหดถาวร และมีการคาดการณ์ว่า เงินเฟ้อจะพุ่งจาก 0% ไป 3% ภายในสิ้นปีนี้จากราคาน้ำมัน จากที่อยากจะออกจากกับดักเงินฝืด อยู่ดีๆ ก็จะออกจากกับดักได้แต่มันเป็นการบรรลุเป้าแบบ "ผิดทาง" ครับ ที่น่าเป็นห่วงกว่าก็คือ ไทยเป็นประเทศที่ ได้รับผลกระทบจาก Energy Shock มากที่สุดในเอเชีย (นำเข้าน้ำมันเยอะ) ดูรายอุตสาหกรรมนะ ท่องเที่ยวเราไม่กลับไปที่จุดเดิมตั้งแต่ก่อน COVID และถ้าสงครามกินเวลายาวขึ้นไปอีก จะยิ่งทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวหายอีก 10% และนักท่องเที่ยวมีโอกาสหายไปถึง 3 ล้านคน อีกฝั่ง ความร้อนมหาโหด หรือ Heatwave แทบจะแตะระดับ 45°C ที่กรุงเทพฯ ทำให้ค่าไฟพุ่ง ภาครัฐต้องสั่งให้ลดแอร์ในตึกราชการ ดร.เอกนิติ รมว.คลัง บอกตรงๆ ว่า "ถ้าเราไม่ทำอะไร ไม่สร้างการเติบโตเลย หนี้สาธารณะต่อ GDP ก็จะขึ้นอยู่ดี" เป็นคำพูดที่ถูกต้อง แต่ฟังแล้วน่าห่วงจริงๆครับ -------------------------------- หน้าที่ 2: คดีลักลอบชิป Nvidia $2.5Billion ที่อาจสะเทือน "AI Hub" ไทย นี่คือเรื่องที่ผมว่าน่าห่วงมากไม่แพ้กัน จากบทความ Bloomberg "US Said to Suspect Nvidia Chips Smuggled to Alibaba Via Thailand" ผมขอสรุป Timeline ตามนี้นะ OBON Corp บริษัทไทยในกรุงเทพ ถูกสหรัฐฯสงสัยว่าลักลอบสั่ง Servers จาก Super Micro + ชิป Nvidia มูลค่า $2.5 พันล้าน ไปจีน (รวม Alibaba เป็นปลายทาง) ตั้งแต่ปี 2022 สหรัฐฯ ห้ามขายชิป Nvidia ระดับสูงให้จีน US Prosecutors ฟ้องในเดือน มี.ค. 2026 ผลคือ ทำให้ราคาหุ้น Super Micro ร่วงหนัก บริษัทที่เกี่ยวข้องคือ Siam AI (Thailand's Sovereign AI Cloud) ที่เคยได้เชิญ Jensen Huang CEO ของ Nvidia มาสัมมนาที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนธ.ค. ปี 2024 สิ่งที่น่าตกใจคือ CEO ของทั้ง 2 บริษัท คือ คุณซัน รัตนพล วงศ์นภาจันทร์ ซึ่งมีความสัมพันธ์คือ เป็นหลานชายของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร (แม้แกจะอ้างว่าออกจาก OBON ตอนเปิด Siam AI แล้วก็ตาม) แต่ภาพที่ออกมามันก็ทำให้คนตั้งคำถามเยอะๆว่า เบื้องหลังมันเกิดอะไรขึ้น? ผลกระทบที่อาจตามมานะครับ สหรัฐฯอาจห้ามส่งชิป Nvidia เข้าไทยอีกเลยในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งสหรัฐฯ เคยขู่เตรียมจะทำมาแล้ว 3 ครั้ง แต่ไม่ทำ คำถามคือ ครั้งนี้เขาอาจจะทำจริงๆไหม? ถ้าจริง การวางรากฐาน AI Sovereign ของไทยอาจสะดุด บริษัทไทยจะเข้าถึงชิป AI จากฝั่งสหรัฐฯไม่ได้ -------------------------------- หน้าที่ 3: TikTok + DAMAC + Bridge ทุ่ม $29Billion ในไทย แต่ไม่ใช่ทุกอย่างจะเลวร้ายครับ BOI เพิ่งอนุมัติโครงการลงทุนรวม 958,000 ล้านบาท ($29B) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โครงการใหญ่ที่สุด คือ TikTok System (Thailand) มูลค่า Project 842,000 ล้านบาท ($24Billion) เพื่อขยาย Data Center ใน 3 จังหวัด (กรุงเทพฯ, สมุทรปราการ, ฉะเชิงเทรา) + โครงการสอน Digital Literacy ต่อมาคือ DAMAC Group (UAE) ประกาศลงทุน 46,000 ล้านบาท ทำ Data Center และ Bridge Data Centres จาก สิงคโปร์ จะลงทุน 24,600 ล้านบาท ทำ Data Center เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีโครงการ Renewable Energy + Recycling + Mining ที่ต่อคิวเข้ามาต่อเนื่อง คุณอนุทิน สัญญาว่าจะเร่งรัดอนุมัติเพื่อสนับสนุน Digital Infrastructure ถ้ามาจริง เม็ดเงินจริงๆจะไหลเข้าไทยใน Theme AI/Data Center ครับ แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าทั้ง TikTok, DAMAC และ Bridge Data Centres เห็นว่า สหรัฐฯอาจห้ามส่งชิป Nvidia เข้าไทย ... ดีลนี้จะเกิดขึ้นไหม? หรือ ถึงขั้นถอยทัพกันหมด? เห็นไหมครับ เหมืนจะคนละเรื่องกัน แต่ผมว่า มันก็เกี่ยวกันทั้งหมดนะ -------------------------------- มุมมองส่วนตัว ผมมีคำถามชวนคิดต่อนะ : 1. Investment ที่จะมา ถึงเม็ดเงินจะใหญ่ แต่อาจมี "Multiplier Effect" ต่ำต่อ GDP Data Center $24B ของ TikTok สร้างงานในไทยจริงครับ แต่ส่วนใหญ่เป็นงาน Construction ระยะสั้น + เทคนิคเฉพาะทาง แถมเอาจริงๆ ผู้บริโภคไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ประโยชน์โดยตรง เพราะ TikTok ขายโฆษณาให้ผู้ใช้ทั่วโลก ไม่ได้สร้างงานคนไทย 100,000 ตำแหน่งในระยะยาว 2. คดีลักลอบชิป คือ Reputation Risk ระดับชาติ ถ้าสหรัฐฯตัดสินใจเอาจริง ประเทศไทยเสี่ยงจะถูกจัดเป็น "Risky Tech Partner" แปลว่า บริษัทใหญ่ๆ จะคิดหนักก่อนจรดปากกาเซ็นอะไรกับไทยเรา 3. Demographics เป็นปัญหาใหญ่ที่สุด ไทยมี TFR ราว 1.0 (ต่ำสุดในเอเชีย รองจากเกาหลีใต้) โดยภายในปี 2030 ผู้สูงอายุ 60+ จะเกิน 20% ของประชากร ถ้าไม่แก้ตอนนี้ ไทยจะเดินซ้ำรอย "Lost Decades" ของญี่ปุ่นในยุค 1990s ซึ่ง Bloomberg เตือนตรงๆ ในบทความด้วยเหมือนกัน -------------------------------- อ่านข่าวไทยใน Bloomberg ทั้ง 3 ชิ้นแล้วผมรู้สึกว่า ไทยกำลังอยู่ที่จุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ตัดสินใจผิดครั้งเดียว อาจส่งผลถึงรุ่นลูกหลานเราเลย แต่ผมยังมีหวังครับ เราต้องรอด และต้องทำหลายเรื่องพร้อมกัน 1. แก้ Demographics (เหมือนเกาหลีที่บริษัทเอกชนจ่ายโบนัสคลอด $400K ที่ผมเคยเขียนบทความไว้ก่อนหน้านี้) 2. ลงทุน Renewable Energy (ลดพึ่งน้ำมันนำเข้า) 3. ปฏิรูปการศึกษา ให้คนไทยทำงาน AI/Data Center ได้ 4. เคลียร์เรื่อง OBON-Siam AI ให้สหรัฐฯ มั่นใจอย่างเร่งด่วน ไทยกำลังยืนอยู่ที่จุดเปลี่ยนสำคัญครับ ด้านหนึ่ง เรามีโอกาสครั้งใหญ่จากกระแส AI Data Center มูลค่าหลายแสนล้าน อีกด้าน เรากำลังเผชิญปัญหาโครงสร้างพื้นฐานเรื้อรัง ประชากรสูงวัย และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ หากเรารีบเคลียร์คดีลักลอบชิป Nvidia ให้สหรัฐฯ มั่นใจ เร่งปฏิรูปการศึกษาเพื่อผลิตบุคลากรด้าน AI และใช้โอกาสจากนักลงทุนต่างชาติให้เกิด “Multiplier Effect” อย่างแท้จริง ไทยยังมีโอกาสกลายเป็น AI Hub ของอาเซียนได้จริง แต่ถ้าปล่อยให้ปัญหาเรื้อรังต่อไป คำเตือนของ Bloomberg ว่า “permanent also-rans” อาจกลายเป็นความจริงก็ได้ Mr.Messenger รายงาน
Chayanon Rakkanjanan tweet media
ไทย
33
1.5K
1.1K
291.3K
Jaoh Natarpa retweetledi
ลงทุนแมน
ลงทุนแมน@longtunman·
Google เปิดตัว Fitbit Air อุปกรณ์สวมใส่ไร้หน้าจอ ขับเคลื่อนด้วย Gemini ราคา 3,200 บาท ไม่มีจ่ายรายเดือน ท้าชน Whoop Google ได้เปิดตัว Fitbit Air อุปกรณ์สวมใส่ที่เคยแย้มข้อมูลไว้เมื่อเดือนมีนาคม โดยมาในรูปแบบอุปกรณ์ไร้หน้าจอ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Whoop โดยเปิดให้จองแล้วในราคา 99.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 3,200 บาท ตอนนี้เปิดให้พรีออร์เดอร์แล้ว (ไม่มีประเทศไทย) และจะเริ่มส่งมอบในวันที่ 26 พฤษภาคม พร้อมสิทธิ์ใช้งาน Google Health Premium ฟรี 3 เดือน จุดเด่นที่สุดของ Fitbit Air คือขนาดที่เล็ก เบา และสวมใส่สบาย โดยเล็กลงกว่า Fitbit Luxe 25% และเล็กกว่า Inspire 3 ถึง 50% Google Fitbit Air เบาเพียง 5.2 กรัม (เฉพาะตัวเครื่อง) และ 12 กรัมเมื่อรวมสาย จากการศึกษาพบว่า ผู้บริโภคให้คะแนนความสบายสูงกว่าคู่แข่งในตลาด ด้วยดีไซน์แบบ "micro-adjustable" ที่ปรับระดับได้ละเอียดจนคุณแทบไม่รู้สึกว่าสวมใส่อยู่ไม่ว่าจะตอนทำงาน ออกกำลังกาย หรือนอนหลับ เนื่องจากไม่มีหน้าจอ Fitbit Air จึงเน้นการเก็บข้อมูลแบบ Passive - เซนเซอร์และการตรวจวัด ติดตามอัตราการเต้นของหัวใจตลอดวัน, ตรวจจับสัญญาณภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib), วัดความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (HRV) และความพร้อมของร่างกาย (Readiness) - การนอนหลับ ใช้ระบบอัลกอริทึมที่แม่นยำขึ้นเพื่อให้คะแนน Sleep Score ที่สะท้อนถึงการฟื้นฟูร่างกายได้ดีกว่าเดิม พร้อมระบบสั่นปลุกอัจฉริยะ (Smart Wake) - Google ระบุว่า Air ใช้โมเดล Machine Learning รุ่นใหม่ที่ แม่นยำกว่ารุ่นเดิมถึง 15% - ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเริ่มบันทึกการออกกำลังกายเอง เพราะ Fitbit Air รองรับระบบตรวจจับกิจกรรมอัตโนมัติ เหมือนอุปกรณ์สายฟิตเนสส่วนใหญ่ในปัจจุบัน - Auto Detection ตรวจจับกิจกรรมอัตโนมัติ เช่น ปั่นจักรยาน, วิ่ง, เดิน, พายเรือ, เครื่อง Elliptical และกีฬาที่ใช้หัวใจหนักอื่น ๆ - รองรับการติดตามกิจกรรมกว่า 40 ประเภทผ่านแอป เช่น แอโรบิก, Circuit Training, เต้น, Kickboxing, โยคะ, เดินออกกำลังกาย ระหว่างออกกำลังกาย ผู้ใช้สามารถดูสถิติต่าง ๆ เช่น อัตราการเต้นหัวใจ ได้ผ่านสมาร์ตโฟน - หากต้องการเพิ่มกิจกรรมที่ระบบยังไม่ได้บันทึก ก็มีตัวเลือกมากกว่า 140 แบบ ตั้งแต่ยิงธนู แบดมินตัน คริกเก็ต ไปจนถึงงานบ้าน - Fitbit Air ยังแสดงข้อมูลด้านภาระการออกกำลังกายรายสัปดาห์, ความพร้อมของร่างกาย (Readiness), จำนวนก้าว, ระยะทาง และเวลาที่ใช้ในการออกกำลังกาย - แบตเตอรี่ ใช้งานได้นานสูงสุด 1 สัปดาห์ มีระบบชาร์จไว ชาร์จเพียง 5 นาที ใช้งานได้นาน 1 วัน และชาร์จเต็ม 100% ใน 90 นาที อีกไฮไลต์สำคัญคือ AI โดยชื่อรุ่น Air แฝงตัวอักษร A และ I ไว้ เพื่อตอกย้ำฟีเจอร์หลักคือ Google Health Coach ที่ขับเคลื่อนด้วย Gemini ที่ให้ผู้ใช้พูดคุยกับแอป Google Health ได้โดยตรง พร้อมรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากข้อมูลสุขภาพของตัวเอง Health Coach จะช่วยสร้างแผนฟิตเนสแบบไดนามิกที่ปรับตามเป้าหมาย ไลฟ์สไตล์ ตารางชีวิต และข้อมูลร่างกายแบบเรียลไทม์ Google ระบุว่า ระบบนี้สามารถทำงานร่วมกับข้อมูลสุขภาพหลายประเภท รวมถึงข้อมูลรอบเดือน และข้อมูลทางการแพทย์สำคัญ ขณะเดียวกัน บริษัทก็ย้ำว่า ข้อมูลของผู้ใช้มีความเป็นส่วนตัวและปลอดภัย
ลงทุนแมน tweet media
ไทย
44
4.5K
2.8K
2.3M
Jaoh Natarpa retweetledi
Pawoot.com
Pawoot.com@pawoot·
จำได้ไหมครับ? เมื่อ 3-4 ปีก่อนที่ทุกหน่วยงานรัฐต้องมี "แอปพลิเคชัน" เป็นของตัวเอง แห่กันตั้งงบทำแอปฯ กันเป็นพันๆ แอป ประเทศหมดเงินไปหลายพันล้าน... สุดท้ายเป็นไง? กลายเป็น "สุสานแอปฯ" ยอดโหลดหลักสิบ ใช้งานจริงไม่ได้สักอย่าง ทิ้งไว้ให้รก Store เล่นๆ . ตอนนี้ "วงจรเดิม" กลับมาแล้วครับ แต่มาในคราบใหม่ที่ชื่อว่า "AI" หรือ "ปัญญาประดิษฐ์" . ยุคนี้ใครไม่พูดคำว่า AI คือเชย! หน่วยงานรัฐเลยแห่กันตั้งงบ "ดูด" เงินภาษีกันอย่างเมามันส์ เพราะคำว่า AI มันฟังดูฉลาด ฟังดูแพง และที่สำคัญ... "มันตรวจสอบยากกว่าเดิม" . ⚠️ จับตามอง "คอรัปชั่นเวอร์ชัน AI"? 1. เป็นเทรนด์ : และสิ่งที่ผู้บริหารราชการ มองว่าเป็นกระแส และผ่านโครงการได้ง่าย 2. แพงแบบไม่มีเพดาน: บอกว่าทำ AI จะเรียกราคาเท่าไหร่ก็ได้ เพราะคนทั่วไป (และคนตรวจงบ) มักจะตามไม่ทัน 3. เอาของเก่ามาขายใหม่: บางโครงการแค่ระบบเก็บข้อมูลธรรมดา แต่ไปแปะป้ายหน้าซองว่า AI เพื่ออัปราคา . โปรเจกต์ขายฝัน: เหมือนกรณี "Fish AI" ของกรมประมงที่ใช้งานแทบไม่ได้จริง แต่มูลค่า 9.1 ล้าน . หรือล่าสุดโครงการ "AI บริหารจัดการกลางของ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน" ที่ฟาดงบไปถึง 74.5 ล้านบาท! งบขนาดนี้ เอาไปจ้างครูเก่งๆ หรือทำคอร์สเรียนระดับโลกให้คนไทยอัปเกรดทักษะจริงๆ ได้มหาศาล แต่รัฐกลับเอามาลงกับ "ระบบ" ที่ไม่รู้ว่าจบงานแล้วจะกลายเป็น "สุสานดิจิทัล" เหมือนยุคทำแอปฯ หรือเปล่า? ฝากท่าน รมว. จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และหน่วยงานตรวจสอบช่วยดูหน่อยครับ . . แต่ที่ไฮไลท์สุด ต้องโครงการ TH-AI Passport มูลค่าโครงกา 1,600 ล้าน แจก AI ให้คนไทย 5 ล้านคน โครงการนี้ผ่านและได้ผู้ประมูลงานแล้ว เดียวจะกลับมาเจาะข้อมูลเชิงลึกให้ดู รอนิดครับ... . เพื่อให้งบประมาณจากภาษีประชาชนไม่ละลายไปกับ "ของเล่นใหม่" ของข้าราชการ นี้คือแนวทางการทำให้จัดทำโครงการด้าน AI ใช้งานได้จริง: . 1. Outcome-Based Procurement: เลิกตรวจรับงานด้วย "จำนวนฟีเจอร์" แต่ให้ตรวจรับด้วย "ผลลัพธ์จริง" เช่น AI ตัวนี้ช่วยลดเวลาทำงานได้กี่ % หรือลดค่าใช้จ่ายได้เท่าไหร่ใน 1 ปี . 2. Open Model & Open Data: โครงการที่ใช้เงินรัฐพัฒนา ต้องเปิดเผย Source Code (เท่าที่ทำได้) และเปิด API ให้หน่วยงานอื่นหรือเอกชนเชื่อมต่อได้ เพื่อไม่ให้เป็นระบบปิดที่ตายไปพร้อมกับงบประมาณ . 3. Centralized AI Governance: ต้องมีหน่วยงานกลางที่เชี่ยวชาญจริงๆ (เช่น ETDA หรือ DGA) คอยกลั่นกรองว่าโครงการ AI ที่แต่ละกรมเสนอมานั้น "จำเป็น" หรือแค่ "ตามกระแส" . อย่าให้ AI กลายเป็นแค่เครื่องมือ "ฟอกงบ" ให้กับข้าราชการ และนักการเมือง และกลายเป็นเครื่องจักรผลิตสุสานเทคโนโลยีตัวใหม่เลย เสียดายงบประมาณประเทศจำนวนมหาศาลครับ . พรรคประชาชน พร้อมติดตามเรื่องนี้ครับ.!
Pawoot.com tweet media
Bang O, Thailand 🇹🇭 ไทย
8
543
580
15.6K
Jaoh Natarpa retweetledi
tawan
tawan@tawanten·
สื่อไทยน่าหาช่องทางสัมภาษณ์คุณโจ เรื่องแลนด์บริดจ์ดูบ้างนะครับ วิเคราะห์ได้น่าสนใจมากๆ ละเอียดยิบทุกมุมมอง
JRT@JRTDesk

『Land Bridge』จริงๆ ตอนแรกไม่คิดจะพูดถึง แต่เห็นเพื่อนๆ ใน group chat คนฮ่องกง, เวียดนาม.. พูดถึงเรื่องนี้กันแล้วถามความเห็นผม.. เลยขอเขียนถึงหน่อยนึงละกัน ซึ่งเอาจริงๆ คิดว่าความเห็นก็อาจจะคล้ายๆ กับที่หลายคนได้พูดกันไปแล้ว.. 997,000,000,000 บาท... เชื่อมอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน.. ผ่าน deep-sea port 2 ฝั่ง + double-track rail + motorway สัมปทาน 50 ปี... คณะรัฐมนตรีอนุมัติ Jun~Jul นี้.. roadshow investor Q3.. timeline ถือว่าเร็วมากครับ.. แต่ถ้าผมมองในมุมแบบ สมมติผมเป็น infrastructure PE หรือเป็น sovereign fund manager.. ผมคงจะถามก่อนเลยว่า.. 「private IRR จริงๆ อยู่ที่เท่าไหร่」... 🤔 . . คือในด้าน strategic logic มันแข็งแรงก็จริง.. วิกฤตช่องแคบมะละกายังคงเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง.. 80% ของ oil import จีนทั้งหมดผ่านช่องแคบมะละกา.. ถ้า US ปิดช่องแคบนี้ในกรณีปัญหาไต้หวัน.. จีนมีเวลาไม่กี่เดือนก่อนที่เศรษฐกิจจะหยุดชะงัก.. Land Bridge ของไทยในสายตาจีนเลยไม่ใช่เป็นแค่ logistics project แต่เป็น strategic insurance policy ที่ประเมินค่าไม่ได้.. แต่สิ่งนึงที่อย่าลืมคิด.. ดูอย่างกรณี Hormuz ที่เจอ disruption เราจะเห็นว่า shipping lines ส่วนใหญ่ยังเลือก reroute ผ่าน Cape of Good Hope หรือทางอ้อมอื่นมากกว่าเปลี่ยน network ใหญ่.. เพราะการเปลี่ยน network ทั้งระบบมันมี switching cost สูงมาก.. ซึ่งแปลว่า threshold ที่จะทำให้ shipping line commit กับ Land Bridge มันสูงกว่าที่รัฐบาลคิดไว้เยอะมากครับ... narrative ฟังดูดี.. แต่ narrative อย่างเดียวไม่ทำให้ private IRR สูงพอที่พวก top capital จะ commit ด้วย.. . . ซึ่งถ้ามามองดูด้าน Financial ตามความเป็นจริง.. 📖ปัญหาที่ 1...รัฐบาลอ้าง Economic IRR 11-17% ฟังดูดี แต่ Financial IRR ของเอกชนจริง ๆ (จาก OTTPP และฝ่ายค้าน) ไม่ถึง 10% และหลาย analyst มองต่ำกว่านั้นอีก ภายใต้รูปแบบ Public-Private Partnership Net Cost Infrastructure PE ทั่วโลกต้องการขั้นต่ำ 12-15% Gap แบบนี้ไม่ใช่แค่น่าเป็นห่วง… มันเป็น deal ที่แทบไม่มีใครเซ็นได้เลย เว้นแต่จะมี state guarantee หนุนหลัง ซึ่งรัฐบาลยังไม่ได้พูดถึง ผมเคยอ่านงานวิจัยของ Bent Flyvbjerg ซึ่งชี้ว่า.. mega-projects ทั่วโลกมักจะ overestimate ประโยชน์เกินจริงกว่า 50% ถ้า Economic IRR ที่อ้างยังต้องถูกตัดทอนอีกครึ่ง Financial IRR จริง ๆ จะยิ่งแย่กว่านั้นมาก . 📖ปัญหาที่ 2.. time saving 4 วันจริง?? รัฐบาลใช้เรื่องนี้เป็น selling point หลักที่ใช้ขาย project นี้ทั่วโลก... แต่ตัวเลขนี้คือ gross figure ที่ยังไม่ได้หักอะไรเลย... ลองนึกภาพ... เรือมาถึงระนองต้อง unload container ทั้งหมดขึ้นฝั่ง.. ผ่าน customs clearance.. load ขึ้น rail.. วิ่ง 90km.. ข้ามคาบสมุทร.. unload อีกรอบที่ชุมพร... load ขึ้นเรือลำใหม่... แล้วถึงออกเดินทางได้... แต่ละ transshipment คือ delay risk.. damage risk.. cost ที่บวกเข้าใน total cost per TEU ทั้งหมด... net time saving จริงๆ หลังหักขั้นตอนทั้งหมดน้อยกว่า 4 วันมาก... โดยเฉพาะ container cargo ที่ sensitive เรื่อง schedule reliability... shipping line รู้เรื่องนี้กันดีกว่ารัฐบาลไทย... ก็เป็นเหตุผลที่ยังไม่มีใครเซ็น LOI... . 📖ปัญหาที่ 3.. แม้จะมีบริษัทกว่า 100 รายแสดงความสนใจ... แต่พอดูรายชื่อจริงๆ ส่วนใหญ่เป็น local firms + construction companies ที่อยากได้งานก่อสร้าง.. ไม่ใช่ shipping lines ที่จะ commit volume... Singapore ส่งสัญญาณผ่าน Chan Chun Sing ว่า 「สนใจ」... แต่ต้องอ่านให้ขาดว่า Singapore เค้าแค่กำลัง 「monitor」ครับ.. ไม่ใช่ 「commit」ถ้า Singapore monitor หนักขึ้น แปลว่าเขาเห็นว่าเรื่องนี้เป็นอันตรายต่อ Singapore เอง.. มากกว่าเห็น opportunity... DP World จาก UAE เป็นอีกชื่อที่รัฐบาลชอบพูดถึง... แต่ก็ยังอยู่ในขั้น interest.. ไม่ใช่ commitment... ยังไม่มี LOI สาธารณะจาก Maersk, MSC, COSCO หรือ Evergreen สักราย... port infrastructure ไม่ใช่ shopping mall... shipping line ต้องเปลี่ยน route ทั้ง network ถ้าจะใช้ port ใหม่... ในวงการนี้คิดแบบ network optimization ล้วนๆ ไม่ใช่ geopolitics... ถ้าไม่มี anchor tenant.. project มูลค่าล้านล้านก็แค่ infrastructure ที่ได้แต่รอคน... . 📖ปัญหาที่ 4.. ไทยไม่ได้แข่งกับคู่แข่งที่เป็นไก่อ่อน... Singapore กำลัง build Tuas Port ให้รองรับ 65 ล้าน TEU ภายใน 2040s... automated ระดับที่ไม่มีมนุษย์แตะสินค้าเลย... Malaysia Port Klang กำลังขยายเป็น 27 ล้าน TEU... แต่ตัวเลข TEU ยังไม่ใช่ประเด็นหลัก... ประเด็นคือ ecosystem ที่สร้างมาหลายสิบปี... shipping line ไม่ได้เลือก port แค่เพราะ capacity... แต่เลือกเพราะต้องการ feeder network ที่ครบ.. ship repair yard ที่เชื่อถือได้.. maritime finance.. insurance.. legal services ที่ถูก jurisdiction... เรื่องพวกนี้นี้ Singapore สร้างมา 50 ปี... ไทยจะ replicate ด้วย greenfield port ใน 5 ปีคงยังไม่ได้... greenfield port ที่ไม่มี ecosystem คือ port ที่ shipping line จะหลีกเลี่ยงก่อน... . 📖ปัญหาที่ 5.. ลองนับรัฐบาลที่ผ่านมา... ประยุทธ์, เศรษฐา, อุ๊งอิ๊ง, อนุทิน... แต่ละคน rebrand project ใหม่... ปรับงบใหม่... และล่าสุดแม้แต่อนุทินเองก็เพิ่งต้องตั้ง committee ใหม่เพื่อ restudy โครงการทั้งหมดอีกรอบ... เหตุผลคือการต่อต้านจากชาวบ้านและความกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อมที่แรงขึ้นเรื่อยๆ จนสภากดดัน... เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลที่ push project นี้มากที่สุดก็ยังต้องถอยหลังก้าวนึงก่อน.. แล้วใครจะ commit เงินแสนล้าน.. ล้านล้าน.. ใน concession 50 ปีกับ political cycle แบบนี้? . 📖ปัญหาที่ 6.. ชาวบ้านกว่า 5,000 คนในระนองที่พึ่งพาการประมงจะสูญเสียพื้นที่ทำกินถ้าถมทะเล 1,116 hectares.. นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลหลายคนกังวลหนักมากเรื่องการทำลายป่าชายเลนและผลกระทบต่อระบบนิเวศประมง.. บางคนถึงกับชี้ว่าพื้นที่นี้มีศักยภาพพอที่จะขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO ได้ด้วยซ้ำ.. pension fund ยุโรปและ sovereign fund ที่ต้องผ่าน ESG screening จะเข้าไม่ได้เลยถ้า community opposition ยังแรงแบบนี้... institutional capital ฝั่ง West ตัดออกได้เลย... พวกนี้จะเข้ามาลงทุนได้ยากมาก.. . 📖ปัญหาที่ 7.. เรื่อง opportunity cost.. การ upgrade ท่าเรือสงขลาที่มีอยู่แล้วใช้เงินเพียง 100 ล้านบาทต่อปี.. แต่เรากลับจะใช้เงินเกือบล้านล้านสร้างใหม่ ยังมีอีกจุด.. EEC ที่รัฐบาลลงทุนไปมหาศาล ยังไม่เต็มศักยภาพเลย.. แหลมฉบัง Phase 3 ยังขยายต่อได้อีกมาก.. ระบบรถไฟเชื่อมต่อภายในประเทศก็ยังขาดแคลน ถ้าเอางบเกือบล้านล้านนี้ไปพัฒนาโครงการที่มี anchor tenant และ ecosystem อยู่แล้วอย่าง EEC กับแหลมฉบังจะให้ผลตอบแทนต่อบาทสูงกว่า.. และความเสี่ยงน้อยกว่าหลายเท่า การจะสร้าง Land Bridge ใหม่ ทั้งที่โครงการเดิมยังพัฒนาไม่เต็มที่… คือ fiscal logic ที่ถ้าผมเป็นนักลงทุนที่ดูโครงการนี้อยู่ก็คงตั้งคำถามหนักอยู่.. . . ⚠️ แต่ก็มีจุดพลิก game ถ้าจีนเอาจริง.. จีนต้องการ Land Bridge นี้มากกว่าที่หลายคนคิด... วิกฤตช่องแคบมะละกามันอันตรายกว่าที่คิด.. มันคือ existential risk ที่ทำให้จีนเครียดมาหลายสิบปีแล้ว... Land Bridge ของไทยในสายตา PLAN strategic planner เป็น insurance policy ที่จ่ายเงินเพื่อ hedge สงครามได้เลย... ถ้าจีนมาเต็มๆ จริง... ปัญหาหลักทุกข้อที่เขียนมาทั้งหมดหายไปในคืนเดียว... China Development Bank ปล่อยกู้ rate ต่ำกว่า market... COSCO + SOE shipping lines ถูก nudge ให้ใช้ port นี้ทันที... anchor tenant problem หาย... IRR gap หาย... construction timeline เร็วกว่าที่คิดเพราะ CSCEC track record ใน mega-infrastructure นี่สุดตีนแล้ว ไม่มีใครเทียบได้... แต่นั่นแหละคือปัญหา... เพราะทุกอย่างที่แก้ได้ง่ายเกินไปก็มักมีราคาซ่อนอยู่... Sri Lanka เคยคิดแบบเดียวกันก่อนให้สัมปทาน Hambantota Port 99 ปี... Pakistan เซ็น CPEC แล้วเจอว่า corridor นั้นจีนแม่ง operate เองเกือบทั้งหมด... Cambodia เปิด Sihanoukville แล้วได้อะไรกลับมาทุกคนใน region รู้ดี... Thailand ≠ Sri Lanka ในแง่ขนาดเศรษฐกิจก็จริง... แต่ 50-year concession บวกกับ China-backed financing.. พ่วง Chinese operator คือสูตรเดิมที่เราๆ คุ้นตากัน... และ domino ที่จะตามมาก็หนักพอกัน... US จะ react ทันทีเพราะไทยเป็น Major Non-NATO Ally... China-linked deep-sea port บนแผนที่ไทยในสายตา US คือ「ฐานทัพจีนในอนาคต」แน่นอนว่ายอมไม่ได้... Western FDI ใน semiconductor + data center ที่ไทยดึงมาได้ดีในช่วงหลังจะลังเลทันที... India จะ escalate การแสดงกำลังในมหาสมุทรอินเดียทันที.. เพราะระนองตั้งอยู่ติดทะเลอันดามัน ซึ่ง New Delhi มองเป็น backyard เชิงยุทธศาสตร์ของตัวเองมานานแล้ว ไทยจะกลายเป็น friction point กลางมหาอำนาจโดยไม่ได้ตั้งใจ... (หรือแม่งตั้งใจวะ?? 😅) สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในมุม game theory คือ.. ไทยมี bargaining power มากกว่าที่ตัวเองคิด... เพราะจีนไม่มีทางเลือกที่อื่นใน region จริงๆ.. พม่าไม่เสถียร กัมพูชาเล็กเกินไป... ถ้า negotiate เป็น ไทยดึงเงื่อนไขดีๆ ออกมาได้มาก... (ถ้าตั้งใจเจรจาโดยยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลักนะ) แต่ประวัติศาสตร์การ negotiate infrastructure deal ของไทยกับจีน... ทุกครั้งที่นั่งโต๊ะเจรจากับจีน... ไทยยอมเงื่อนไขที่ไม่ดีเสมอ.. ไม่ใช่เพราะไม่เก่ง.. แต่เพราะคนที่เซ็นสัญญาได้ประโยชน์ส่วนตัวจาก deal นั้นอยู่แล้วครับ... (ส่วนนี้ผมดมกาว เขียนนิยายเล่นเฉยๆ นะ ไม่ใช่เรื่องจริงครับ 🙃) China All-In คือ scenario เดียวที่ financial case ปิดได้... แต่ก็เป็น scenario เดียวที่อาจทำให้ไทยเสีย strategic autonomy ไปอีก 50 ปีด้วยครับ... . . สมมติผมเป็นคนที่กำลังดู project นี้อยู่ ถ้าจะให้ผมเปลี่ยนใจ.. ต้องได้ LOI + volume guarantee จาก global shipping majors จริงๆ อย่างน้อย 2-3 ราย... ต้องมี SEZ + industrial cluster มาคู่ ไม่ใช่แค่ transshipment อย่างเดียว... ต้องมี environmental mitigation ที่ verifiable ได้จริง ไม่ใช่แค่ในรายงาน... และถ้าจีนจะเข้ามา ต้องได้ Thai majority operator + ไม่มี military clause ทุกรูปแบบ + มี exit ramp ถ้า debt spiral... ได้ครบทุกข้อแล้วค่อยคุยกัน... ตอนนี้ project นี้ยังเป็น geopolitical lottery ticket มากกว่า pure infrastructure play... ข้อเสียหนักกว่าชัดเจน ประมาณ 65:35... 「build it and they will come」คือ fallacy ที่ infrastructure graveyard ทั่วโลกเต็มไปด้วย project แบบนี้... 😅 คนที่จะลงทุนจริงๆ จะรอ proof of demand ก่อนที่จะ commit เสมอ... ไม่ใช่ลงทุนเพราะ narrative..

ไทย
0
11
17
1.2K
Jaoh Natarpa retweetledi
Elsa Ai
Elsa Ai@ElsaSofia__AI·
Google Gemini is the smartest AI right now. But 90% of people use it like ChatGPT. 10 prompts to stop being an average user and become a PRO 👇
English
69
131
450
72.5K
Jaoh Natarpa retweetledi
CopyRebeldia
CopyRebeldia@CopyRebeldia·
ESTO ES UNA LOCURA La mayoría pasa AÑOS usando apps de idiomas y aun así no logra hablar bien. Claude hizo en 4 semanas lo que Duolingo no pudo arreglar en 4 años. Aquí van los prompts 👇
CopyRebeldia tweet media
Español
28
1.7K
6K
1M
Jaoh Natarpa retweetledi
Pawoot.com
Pawoot.com@pawoot·
เตือนภัย SMEs ไทย! "China Shock 2.0" มันมาเร็วกว่าที่คิด ใครทำเฟอร์นิเจอร์ แฟชั่น งานออกแบบ ห้ามเลื่อนผ่านโพสต์นี้เด็ดขาดครับ! . อ่านที่พี่ตุ้ม หนุ่มเมืองจันทร์ แชร์โพสต์ของคุณ saran yen panya พูดถึงวงการออกแบบ ที่หลายคนช่วงนี้ ทุกคนพูดเสียงเดียวกัน... "สู้จีนไม่ไหว!" . มันเกิดอะไรขึ้น? ตอนนี้สินค้าจีนล้นตลาด (Overcapacity) หนักมากครับ เขาเลยต้อง "ระบาย" ของมาอาเซียน รวมถึงไทยแบบเต็มสูบ . #ความน่ากลัวที่มาเงียบๆ คือ: - ของจีน ถูกกว่าครึ่ง ดีพอ ส่งไวเว่อร์ MOQ ต่ำมาก (สั่งชิ้นเดียวก็ทำแบรนด์ได้!) - เราขาดดุลการค้ากับจีนเพิ่มขึ้น ก้าวกระโดด (หลักล้านล้านบาทแล้ว!) - โรงงานไทยปิดตัวเป็นแถบ: Know-how งานคราฟท์แบบ "Very Thai" กำลังจะตายไปพร้อมโรงงาน SMEs - มันไม่ต่างกับการปล่อย "ปลาหมอคางดำ" เข้ามาในระบบนิเวศการออกแบบไทยเลยครับ! . . #แล้วทางรอดคืออะไร? เราจะสู้ด้วย "สมองและรสนิยม" ไม่ใช่ "เหล็กและไม้"! - สร้าง Un-copyable DNA: เลิกขายแค่ "สินค้า" แต่ขาย "Solution & Curation" จีนก๊อปเก้าอี้ได้ แต่ก๊อป "ความเข้าใจบริบทบ้านไทย" ไม่ได้ - Hybrid Model (สูตร 70/30): ใช้ Supply Chain จีนที่ถูก 70% ผสมกับ "ลายเซ็นคราฟท์ไทย" 30% เพื่อพยุงโรงงานท้องถิ่นให้ยังมีงานทำ - Genuine Soft Power:** ไม่ใช่แค่มีช้างหรือลายเทพพนม แต่ต้องมีภาษาที่คนยอมจ่ายเพราะมันคือ "ไทยดีไซน์" . . #ดูตัวอย่างประเทศอื่นที่เค้าจัดการได้: 1. โมเดล "กำแพงภาษีและการอุดช่องโหว่" (เม็กซิโก และ อินโดนีเซีย) สองประเทศนี้เลือกใช้วิธี "ยาแรง" เพราะอุตสาหกรรมในประเทศเริ่มล้มละลาย . #เม็กซิโก (Mexico): ในปี 2567-2568 เม็กซิโกประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนสูงถึง 5-50% ครอบคลุมสินค้ากว่า 1,400 รายการ (รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ เหล็ก และสิ่งทอ) . ผลลัพธ์: โรงงานในเม็กซิโกเริ่มกลับมาเดินเครื่องได้อีกครั้ง และเกิดกระแส "Nearshoring" คือการที่บริษัทต่างชาติ (รวมถึงบริษัทจีนเอง) ต้องมาตั้งโรงงานผลิตในเม็กซิโกแทนการส่งออกมาจากจีน เพื่อเลี่ยงภาษีและส่งต่อให้สหรัฐฯ ทำให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ . #อินโดนีเซีย (Indonesia): ใช้วิธีเก็บภาษีปกป้องการทุ่มตลาด (Safeguard Duties) สูงถึง 100-200% ในกลุ่มสิ่งทอและเซรามิก . ผลลัพธ์: ป้องกันการ "ตายยกรัง" ของ SME ในประเทศ และมีการสั่ง "ยกเลิกยกเว้นภาษี (De minimis)" สำหรับสินค้านำเข้าจากแอปฯ อย่าง Shein หรือ Temu ที่ราคาต่ำกว่าเกณฑ์ เพื่อไม่ให้ได้เปรียบร้านค้าท้องถิ่น . 2. โมเดล "ยกระดับ DNA ด้วยนวัตกรรม" (อิตาลี) อิตาลีไม่ได้สู้ด้วยราคา แต่สู้ด้วย "Made in Italy 2026 Vision" ที่คุณน่าจะสนใจในฐานะคนสเปคของ . กลยุทธ์: เขาใช้เทคโนโลยี 3D Prototyping และ AI เข้ามาช่วยช่างฝีมือ (Artisans) ในการลดต้นทุนการออกแบบ แต่คงไว้ซึ่งความประณีตที่จีนทำตามไม่ได้ . การสร้างเรื่องเล่า (Cultural Storytelling): เขาทำให้ผู้บริโภคทั่วโลกเชื่อว่า "การซื้อเฟอร์นิเจอร์อิตาลี คือการซื้อประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณ" ไม่ใช่แค่ซื้อเก้าอี้ . ผลลัพธ์: แม้ของจีนจะถูกแค่ไหน แต่สินค้าอิตาลียังคงครองตลาด High-end ได้อย่างเหนียวแน่น และมีมูลค่าส่งออกสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะเขาสร้าง "กำแพงทางความรู้สึก" ที่ของก๊อปปี้ข้ามไม่พ้น . 3. โมเดล "ดึงซัพพลายเชนกลับบ้าน" (อินเดีย) อินเดียใช้โครงการ "Make in India" และมาตรการ PLI (Production Linked Incentive) . กลยุทธ์: รัฐบาลให้เงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่บริษัทที่ผลิตสินค้าในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี . ผลลัพธ์: ล่าสุดในปี 2568 อินเดียสามารถดึงการผลิต iPhone มาอยู่ในประเทศได้ถึง 25-30% และส่งออกไปทั่วโลกได้สำเร็จ เปลี่ยนสถานะจาก "ผู้นำเข้า" เป็น "ผู้ผลิต" ได้ในหลายเซกเตอร์ภายในเวลาไม่กี่ปี . เทียบแล้ว "ไทย" #โดนหนักในอันดับที่เท่าไร? ในเชิง "ความเปราะบาง" ไทยติดกลุ่ม Top 3 ของอาเซียน ร่วมกับเวียดนามและอินโดนีเซียครับ แต่ในแง่ของ "ความเร็วในการตอบโต้" ไทยถือว่า "ช้ากว่าเพื่อน" . อันดับการขาดดุล: ไทยขาดดุลการค้ากับจีนเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด (ปี 2568 ขาดดุลกว่า 2 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจที่สุดในประวัติศาสตร์ . จุดอ่อนที่ไทยโดนหนักกว่าใคร: คือเรามีโครงสร้างทางภาษีและศุลกากรที่มีช่องโหว่เยอะ (เช่น Free Trade Zone และนโยบายนำเข้าสินค้าเล็กน้อย) ตอนนี้กฏหมายไทยเราอ่อนมากๆ ทำให้สินค้าจีน "ไหล" เข้ามาถึงระดับรากหญ้าได้ง่ายกว่าประเทศอื่นที่มีมาตรการ Protectionism เข้มงวดกว่า
Pawoot.com tweet media
Bang Phrom, Thailand 🇹🇭 ไทย
12
648
515
30K
Jaoh Natarpa retweetledi
The Momentum
The Momentum@themomentumco·
ประเทศไทยผ่านการเลือกตั้งครั้งล่าสุดมาแล้ว จนได้รัฐบาลที่สามารถบริหารประเทศอย่างเต็มกำลัง แต่ข้อครหาที่เกิดขึ้นตลอดกระบวนการเลือกตั้งกลับยังไม่คลี่คลาย ตั้งแต่คำถามเรื่องบาร์โคดบนบัตรเลือกตั้งกระทบหลักการเลือกตั้งลับหรือไม่ ข้อมูลของผู้มีสิทธิเลือกตั้งรั่วไหลจริงหรือเปล่า จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีคำตอบสุดท้ายที่ทำให้ประชาชนสิ้นสงสัยได้ ซ้ำร้าย ประชาชนที่ออกมาตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ การขอให้เปิดเผยว่า มีข้อมูลการเลือกตั้งของรัฐรั่วไหลไปอยู่ในมือของผู้ซื้อขายข้อมูลบนดาร์กเว็บหรือไม่ หรือแม้แต่นักสิ่งแวดล้อมที่ออกมาชี้ให้เห็นว่า กลุ่มทุนบางกลุ่มเข้ามาทำธุรกิจโดยสร้างผลกระทบต่อคนธรรมดา กลับต้องเผชิญกับคดีความ โดยมีทั้งรัฐและเอกชนเป็น ‘โจทก์’ และประชาชนเป็น ‘จำเลย’ ด้วยเป้าหมายเดียวคือ ทำให้พวกเขา ‘เงียบ’ และผลของมันไม่ได้ตกอยู่กับเฉพาะผู้ถูกฟ้องเท่านั้น แต่ยังแผ่ไปถึงประชาชนทุกคน ในประเทศที่ประชาชนถูกฟ้องเพียงเพราะลุกขึ้นมาทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ประเทศนั้นมีความหมายว่าอย่างไรกันแน่ และในประเทศที่การทวงคืนความยุติธรรมต้องทำอย่างแผ่วเบา ไม่อาจตะโกนให้ดังเพราะกลัวจะถูกฟ้อง ไม่อาจร้องขอความเป็นธรรมให้กับตนเองและส่วนรวมได้อย่างเปิดเผย ประเทศเช่นนั้นคือประเทศแบบไหนกัน The Momentum ชวนทำความรู้จักกับคำว่า ‘SLAPP STATE’ ปรากฏการณ์การใช้กฎหมายไล่ฟ้องผู้คน ไม่ใช่เพื่อมุ่งเอาชนะคดี แต่เพื่อทำให้คนในประเทศนั้น ‘เงียบ’ ให้ได้มากที่สุด อ่านบทความ หรือไทยกำลังกลายเป็น ‘SLAPP STATE’? เมื่อการตรวจสอบรัฐ-เอกชน ทำให้ประชาชนถูกฟ้องปิดปาก กลายเป็นคนมีคดี ได้ทาง themomentum.co/feature-slapp-… เรื่อง: พิพัฒน์พงษ์ ศรีวิชัย ภาพ: ปราโมทย์ ปิ่นศรี #TheMomentum #Feature #SLAPPState #SLAPP #antiSLAPP #ฟ้องปิดปาก #กระบวนการยุติธรรม #เอกชน #รัฐบาล
The Momentum tweet media
ไทย
5
938
551
21K
Jaoh Natarpa retweetledi
TOOTSYREVIEW
TOOTSYREVIEW@tootsyreview·
ภาพความสำเร็จของฮังการี ‘ยากมาก’ ที่จะเกิดขึ้นใน #การเมืองไทย ประชาชนฮังการี ร่วมเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ หลังการเลือกตั้งใหญ่ในฮังการีวันนี้ ผลการเลือกตั้งฝ่ายค้านชนะถล่มทลาย Péter Magyar โค่น Victor Orbán ที่ปกครองมาอย่างยาวนาน 16 ปีเต็ม คาดฝ่ายค้านจะมีเสียงในสภามากถึง 2 ใน 3 ซึ่งสามารถนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญได้ นี่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศฮังการีหลังการปกครองที่มีรูปแบบกึ่งเผด็จการ แถมมีเรื่องควบคุมสื่อ คอรัปชั่น ฯลฯ นี่จึงเปรียบเสมือนเป็นความหวังของประชาชนชาวฮังการีที่อยากเห็นประเทศพัฒนาก้าวไปข้างหน้ามากกว่าเดิม ภาพการเฉลิมฉลองสะท้อนให้เห็นถึงการปฏิเสธนโยบายเผด็จการและขบวนการขวาจัดระดับโลกที่เขาเป็นตัวแทน และเลือกผู้ท้าชิงที่สนับสนุนยุโรปแทน ในผลการเลือกตั้งที่พลิกผันอย่างรุนแรงและส่งผลกระทบไปทั่วโลก สำนักงานการเลือกตั้งแห่งชาติระบุว่า มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเกือบ 80% ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งหลังยุคคอมมิวนิสต์ของฮังการี และพรรคฝ่ายค้านชนะใน 94 จาก 106 เขตเลือกตั้งของฮังการี จึงนับเป็นความพ่ายแพ้ที่น่าตกใจสำหรับออร์บาน ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐและประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ======= สำหรับผมเอง หลังอ่านข่าวนี้ เราอดหวนคิดถึงการต่อสู้ "พรรคส้ม" ที่ฟันฝ่ามาตั้งแต่ 2562 จวบจนปัจจุบัน นับเป็นเวลา 8 ปี ผมคิดว่า "ภาพของไทยต่างออกไป" ครับ 1) ผมคิดว่าคนไทยยังมีขั้วมีเหล่าเยอะมากๆ จากกลยุทธ์แบ่งแยกและปกครอง (Divide and Rule/Conquer) มันคือกลยุทธ์การเมืองและการทหารที่ใช้อำนาจทำลายความสามัคคีของศัตรู โดยสร้างความขัดแย้งภายใน เพื่อให้กลุ่มที่รวมพลังกันอยู่แตกแยกเป็นส่วนเล็กส่วนน้อย ส่งผลให้ผู้ปกครองสามารถควบคุมและดูแลพื้นที่ขนาดใหญ่ได้ง่ายขึ้นด้วยกำลังพลที่น้อยกว่า เช่น การใช้ IO, กระแสข่าว Propaganda ต่างๆ พอเป็นแบบนั้น ผู้คนก็ดูเหมือน "ไม่อาจรวมพลังได้สำเร็จ" อย่างแท้จริง เพราะรัฐวางกลยุทธ์ที่สร้างทัศนคติของผู้คนไว้อย่างเหนียวแน่น เราแตกแยกสูงมาก ไม่ได้รวมเป็นหนึ่งจริงๆทางความคิด ดังนั้นการสนับสนุนแบบถล่มทลายจะไม่เกิดขึ้นในไทยในภาพที่ชัดขนาดฮังการีแน่ๆ (ต่อให้เป็นไปได้ อาจจะใช้เวลานานมาก มากกว่า 16 ปีครับ เป็น 100 ปีก็ได้ครับ) 2) ผมมองว่าองค์ประกอบการเมืองไทยอาจจะต่างจากฮังการี เช่น "วัฒนธรรมบ้านใหญ่ และการซื้อเสียง" ซึ่งคนไทยยังติดหล่มกับดักเดิมของการเมืองที่เคยชิน จากรุ่นสู่รุ่น การเปลี่ยนแปลงอาจจะยากครับ 3) โครงสร้างการเมือง ที่วางองคาพยพของรัฐไว้เหนียวแน่น ไม่ว่าจะองค์กรอิสระ กฎหมาย และกลุ่มอำนาจ ที่ดูเหมือนว่าพร้อมปกปักษ์อำนาจเดิมไว้ ทำให้การเปลี่ยนแปลงยากยิ่งขึ้น 4) กลุ่มอำนาจเดิมยังคงพยายามสร้างคนรุ่นใหม่ ที่เป็นกลุ่มก้อนขวาจัดมากขึ้น ผ่านหลักสูตรการศึกษา และข่าวสารข้อมูล ไม่อาจจะหมดสิ้นไป 5) เมื่อการต่อสู้มันหลายรุ่นมากขึ้น ผมเองก็คิดว่า พรรคส้มเอง ในฐานะพรรคฝ่ายค้าน ที่ถูกสกัด ต้องยอมรับความจริงว่า "ถูกทำลายทรัพยากรบุคคล และตัดกำลังไปเรื่อยๆ" ย่อมอาจจะมีวันอ่อนแอลง เว้นเสียแต่ยังคงไม่ยอมแพ้ และลุกขึ้นสู้ต่อไป คุณว่า "อะไร" เป็นปัจจัยให้การเลือกตั้งในไทย เปลี่ยนแปลงยากมาก? แลกเปลี่ยนกันได้นะครับ #ตุ๊ดส์review ====== FACEBOOK POST : facebook.com/photo/?fbid=15… ====== ฝากช่องทางต่างๆของบอย ตุ๊ดส์review : facebook.com/tootsyreview/ x.com/tootsyreview @tootsyreview/" target="_blank" rel="nofollow noopener">threads.net/@tootsyreview/ instagram.com/tootsyreview/ @tootsyreview" target="_blank" rel="nofollow noopener">youtube.com/@tootsyreview @tootsy_review" target="_blank" rel="nofollow noopener">tiktok.com/@tootsy_review lemon8-app.com/tootsyreview
TOOTSYREVIEW tweet media
ไทย
54
814
951
28.8K
Jaoh Natarpa retweetledi
Blue News
Blue News@bluenews_9·
44 สส.พรรคประชาชน อย่างไว
Blue News tweet media
ไทย
50
17.6K
8.2K
254.1K
Jaoh Natarpa retweetledi
TOOTSYREVIEW
TOOTSYREVIEW@tootsyreview·
ถ้านี่เป็น Last Speech ของคุณ #เท่าพิภพ #พรรคประชาชน #คดี44สส ผมว่าเป็น Speech สุดท้าย ที่จับใจผม และน่าจะเข้าไปอยู่ในใจใครหลายๆคน 1) แม้กระทั่ง Speech สุดท้าย ก็ยังพูดถึงการลงพื้นที่ และนึกถึงประชาชน ลงไปเพื่อเอาปัญหาของราคาขึ้น ที่ทำให้ผู้ค้าแบกรับต้นทุนอยู่ เริ่มจะไม่ไหวแล้ว เพราะเขาขายของแล้วเขาไม่ได้กำไร เขาก็จำเป็นต้องขึ้นราคา เสียงของความเดือดร้อนนี้ คุณเท่าพิภพเอามาเล่าในสภาอย่างตั้งใจ 2) บอยชอบโวหารของคุณเท่าพิภพ ที่เปรียบเทียบ "ลูกระเบิดเวลา" ของประเทศ กับระเบิดเวลาของประชาชน ที่ทุกอย่างถูกบีบให้เขาต้องขึ้นราคาของ และใช่ ... เมื่อมันขึ้นราคาแล้ว มันไม่กลับไปลงเหมือนเดิม มันเปลี่ยนไปตลอดกาล ก็เหมือนกับประเทศไทย ที่มันเต็มไปด้วยระเบิดเวลา ที่ไม่มีอะไรกลับไปเหมือนเดิมได้อีก ถ้าเราไม่แก้ปัญหามัน หรือไม่ทำอะไรกับมันสักอย่าง มันไหลไปพร้อมกับระเบิดเวลานั้น ได้ระเบิดออกมา ต้องมีคนล้มเจ็บอีกมากมาย 3) จริงๆ สิ่งที่มันสะท้อนระเบิดเวลาได้ดีที่สุด ก็คือระเบิดเวลาของ ส.ส. พรรคส้ม จากคดี 44 ส.ส. เสนอแก้ไข มาตรา 112 เพื่อคุ้มครองเสรีภาพการแสดงออกและปรับปรุงโทษ เป็นที่ทราบกันดีว่า "น่าจะถูกให้ยุติบทบาทในสภา" หลังจาก ป.ป.ช.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา 9 เมษายนนี้ ซึ่งนี่ก็คือระเบิดเวลาของตัวคุณเท่าพิภพ ในสภานี้ด้วย เพราะเขาคือ 1 ใน ส.ส. กลุ่มดังกล่าว 4) นับจากนี้ไป ก็ยังมีมีประเด็นยุบพรรคประชาชน กรณีพรรคประชาชนเปิดรับสมาชิกทางออนไลน์หรือระบบคอมพิวเตอร์ โดยให้ผู้สมัครกรอกหมายเลข Laser ID (รหัสที่อยู่หลังบัตรประชาชน) และอาจมีการใช้ปฏิบัติการไอโอ โดยให้ Spectre C เป็นผู้ขับเคลื่อนให้ ซึ่งอาจเป็นการครอบงำกิจกรรมของพรรค ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งระเบิดเวลาของพรรคประชาชนเช่นกัน 5) ทุกๆอย่างกำลังเดินไปข้างหน้า โดยที่เราไม่รู้เลยว่า "เราจะหยุดระเบิดเวลา" ที่จะเกิดขึ้นได้หรือไม่? เราจะอยู่กันในสังคมไทยแบบไหน? และมีคุณภาพชีวิตอย่างไรต่อไป? เส้นทางข้างหน้าไม่มีใครบอกได้เลย หวังว่าเราจะผ่านพ้นวิกฤต และนักการเมืองไทยจะร่วมกันหยุดระเบิดเวลานั้นได้สำเร็จครับ ขอบคุณข้อความชวนสังคมหันมาขบคิดร่วมกัน จากคุณเท่าพิภพด้วยครับ #ตุ๊ดส์review ====== FACEBOOK POST : facebook.com/photo?fbid=152… ====== ฝากช่องทางต่างๆของบอย ตุ๊ดส์review : facebook.com/tootsyreview/ x.com/tootsyreview @tootsyreview/" target="_blank" rel="nofollow noopener">threads.net/@tootsyreview/ instagram.com/tootsyreview/ @tootsyreview" target="_blank" rel="nofollow noopener">youtube.com/@tootsyreview @tootsy_review" target="_blank" rel="nofollow noopener">tiktok.com/@tootsy_review lemon8-app.com/tootsyreview
TOOTSYREVIEW tweet media
ไทย
13
1.2K
1.1K
24K
Jaoh Natarpa retweetledi
tawan
tawan@tawanten·
เลือกตั้ง 69 มีข้อครหามากมาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าชัยชนะราวปาฏิหาริย์ของ “สีน้ำเงิน” คือ ฝันที่ชนชั้นนำฝ่ายขวา พยายามไล่ล่า “ใบอนุญาตที่ 1” มาร่วม 3 ทศวรรษ พวกเขาจะไม่หยุดเพียงแค่นี้ บันไดฝันขั้นต่อไป คือ ชนะแลนด์สไลด์เกินกึ่งหนึ่ง เพื่อโยนความท้อใส่บ่าฝ่ายก้าวหน้า เลิกถวิลหาฟ้าสีทอง คำถาม คือ จะยอมแพ้เพราะท้อ หรือจะฮึดสู้เหมือนหุ้นพักฐาน ก่อนทะยานสู่ New High ชวนอ่านคอลัมน์ My voice ที่ผมเขียนประจำเดือนนี้ครับ
The101world@the101world

“จากผลการเลือกตั้งที่ออกมา ผมคิดว่าสังคมส่วนใหญ่ยอมรับแล้วว่า ณ ขณะนี้แนวคิดฝ่ายก้าวหน้าที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างพ่ายแพ้อย่างราบคาบต่อแนวคิดฝ่ายอนุรักษนิยม เพียงแต่เป็นการแพ้ที่ยังไม่สมบูรณ์แบบ” ประทีป คงสิบ มองก้าวต่อไปของชนชั้นนำอนุรักษนิยมหลังการเลือกตั้ง 2569 ที่คว้า ‘ใบอนุญาตที่ 1’ มาได้สำเร็จ the101.world/prateep-feb-26/

ไทย
23
475
423
35.5K
Jaoh Natarpa retweetledi
prajak kong
prajak kong@bkksnow·
สรุปบัตรเขย่ง ผู้ใช้สิทธิเขต >บัญชีรายชื่อ = 195,600 ใบ ผู้ใช้สิทธิบัญชีรายชื่อ >เขต = 128,661 ใบ รวมบัตรเขย่ง = 324,261 ใบ สูงที่สุดในประวัติศาสตร์และผิดปรกติ ไม่มีทางเกิดจาก human error เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนรับบัตร 2 ใบถึง 3 แสนกว่าคนแล้วไม่หย่อนบัตรลงหีบครบทั้ง 2 ใบ
ไทย
76
34K
11K
1.2M
Jaoh Natarpa retweetledi
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (เท้ง)
ถึงประชาชนทุกท่าน เนื่องจาก มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก เพื่อให้ข้อมูลถูกรวบรวมไปถึงทีมงานที่พรรคตั้งขึ้นโดยเฉพาะ . จึงขอความอนุเคราะห์ให้ทุกท่าน กรอกข้อร้องเรียน ความผิดปกติในการเลือกตั้ง ทาง link นี้ ครับ 🙏🧡 ppleth.ai/issue69
พรรคประชาชน - People's Party@PPLEThai

แพ้ได้ โกงไม่ได้! เพราะคะแนนเสียงของประชาชนทุกคนมีคุณค่า พรรคประชาชนพร้อมยืนหยัดเคียงข้างประชาชน ขณะนี้มีประชาชนร้องเรียนความผิดปกติจากการเลือกตั้งมาที่ช่องทางของพรรคประชาชนเป็นจำนวนมาก สำหรับใครที่เห็นความผิดปกติจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ท่านสามารถกรอกรายละเอียดผ่านแบบฟอร์มได้ที่ลิงก์นี้ ppleth.ai/issue69 หรือสแกน QR Code จากภาพได้เลย! พรรคจะดำเนินการตามกฎหมายทุกกรณีที่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะเข้าข่ายร้องขอนับคะแนนใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่

ไทย
269
44.7K
23.9K
1.1M
Jaoh Natarpa retweetledi
The MATTER
The MATTER@thematterco·
ตอนนี้มีพื้นที่ไหนท้วงให้นับคะแนนใหม่เพราะพบพิรุธบ้าง? The MATTER รวบรวมข้อเรียกร้องของประชาชนบนโซเชียลมีเดียจากแต่ละพื้นที่ สู่กระแส #นับใหม่ทั้งประเทศ และชวนติดตามท่าทีจากทาง กกต.หลังจากนี้ #เลือกตั้ง69 #ALLIN_Election69
The MATTER tweet media
ไทย
24
11.4K
3.7K
234.3K
Jaoh Natarpa retweetledi
กัปตันคนเนิร์ด
ทำไมวะ ทำไมวะ ทำไมวะ คือคำที่วนอยู่ในหัวของผมตลอดคืน และยังตามไปถึงสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่นที่ไม่แน่ใจว่าเป็นความฝันหรือยังนอนไม่หลับ แต่ตอนนี้เช้าแล้ว นี่คือความจริงที่เราต้องยอมรับ และนี่คือความเห็นของผมว่าทุกอย่างเกิดจากอะไร ————————————————————— 🟠 โลก 2 ใบ ของการเลือกตั้ง 1. คนไทย 2 กลุ่ม มีพฤติกรรมการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแตกต่างกันอย่างชัดเจน ▸ กลุ่มแรก เลือกจากนโยบายและอุดมการณ์ของพรรคทั้งเขตและบัญชีรายชื่อโดยให้ความสำคัญกับตัวบุคคลน้อยกว่า ▸ กลุ่มที่สอง แบ่งเลือกโดยพิจารณาแยกทีละใบ บัญชีรายชื่อเลือกจากนโยบายและอุดมการณ์ แต่เขตเลือกที่ตัวบุคคล 2. ประชาชนในเขตเมืองส่วนมากจะอยู่ในกลุ่มแรก และประชาชนในเขตชนบทส่วนมากจะอยู่ในกลุ่มที่สอง 3. การเลือกตัวบุคคลของประชาชนกลุ่มที่สอง ผมเชื่อว่าเรื่อง "ความรู้จัก" หรือ "สายสัมพันธ์" เป็นปัจจัยสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด กาให้หลานเพื่อนดีกว่า, ผู้ใหญ่คนนั้นเคยเซ็นนู่นนี่ให้เรา, คนนั้นเคยช่วยบ้านเรา, คนนี้ทำงานหนักเห็นหน้าบ่อย 4. "กระสุน" หรือ "เงิน" ผมเห็นว่าเป็นตัวย้ำ "ความรู้จัก" หรือ "สายสัมพันธ์" เท่านั้น เหมือนเป็นตัวปิดเกมในขั้นสุดท้าย เพราะถ้าไม่มี "ความรู้จัก" หรือ "สายสัมพันธ์" มาก่อนแล้วดุ่มๆไปให้เงิน ผมเชื่อว่าประชาชนเลือกคนจะที่มี "ความรู้จัก" หรือ "สายสัมพันธ์" มากกว่า
กัปตันคนเนิร์ด tweet media
ไทย
59
623
995
40.7K
Jaoh Natarpa retweetledi
Pawoot.com
Pawoot.com@pawoot·
ตรวจสอบ "สถานที่" เลือกตั้ง สส. และ ลงประชามติ ดีก่อน บางคนอาจจะอยู่คนละที่.! กกต.สุดยอดจริงๆ ว่ะ กรอกเลขบัตรประชาชนเพื่อตรวจสอบ ตรวจสอบรายละเอียดผู้มีสิทธิ "เลือกตั้ง ชสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)" และสถานที่ออกเสียง boraservices.bora.dopa.go.th/election/enqel… ตรวจสอบรายละเอียด "ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ" และสถานที่ไปลงประชามติ boraservices.bora.dopa.go.th/election/enqel…
Pawoot.com tweet media
ไทย
27
5.4K
2.3K
309.3K