Mookata

1.3K posts

Mookata

Mookata

@KWPS8

Katılım Ekim 2020
241 Takip Edilen6 Takipçiler
Mookata retweetledi
THE STANDARD WEALTH
THE STANDARD WEALTH@Standard_Wealth·
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เปิดปม AOT จ่อขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออกต่างประเทศในสนามบิน 6 แห่ง เป็น 1,120 บาท เริ่ม 20 มิ.ย.นี้ อ้างรองรับต้นทุนในอนาคต ‘ทั้งที่มีกำไรมหาศาล’ “AOT ได้ชี้แจงเหตุผลของการปรับราคาครั้งนี้ เพื่อรองรับต้นทุนการดำเนินงานและปรับปรุงบริการของทั้ง 6 สนามบินในอนาคต แต่ทว่ายังไม่ปรากฏรายละเอียดต้นทุนที่เพิ่มขึ้น หรือความเชื่อมโยงระหว่างการปรับขึ้นกับแผนการพัฒนาสนามบินในอนาคต” “แต่ในขณะเดียวกันเมื่อพิจารณาผลประกอบการของ AOT ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาพบว่า บริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีกำไรจากการดำเนินงานตั้งแต่ 90 บาทต่อคน ถึง 290 บาทต่อคน แม้จะได้รับผลกระทบในช่วง Covid-19 แต่สามารถกลับมาฟื้นตัวได้ โดยล่าสุดในปี 2568 AOT มีกำไรจากการดำเนินงานถึง 25,859 ล้านบาท” “หากการกำกับดูแลไม่โปร่งใส ผลกระทบที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลต่อทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและประชาชนภายในประเทศอย่างแน่นอน” ดร.สุเมธ องกิตติกุล และกิตติยา ยิษฐาณิชกุล ทีมวิจัยนโยบายด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าว อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ thestandard.co/tdri-reveals-i… #TheStandardWealth
THE STANDARD WEALTH tweet media
ไทย
31
2K
490
401.6K
Mookata
Mookata@KWPS8·
@GoodniceC ใบ้ให้ว่าคณบดีบางที่เปิดมาแล้วหลายมหาลัย เปิดที่นึงหมดวาระ แล้วก็ไปเปิดอีกที่ จัดซื้ออิ่มๆ
ไทย
1
0
1
172
ທつສ
ທつສ@GoodniceC·
หลักสูตรหมอฟัน ทันตแพทยศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยเนชั่น จังหวัดลำปาง ถูกเพิกถอนการรับรองปริญญาบัตร จากทันตแพทย์สภา ทำให้นักศึกษาที่จบปริญญามา ไม่สามารถใช้อะไรได้เลย
ທつສ tweet media
ไทย
12
8.9K
3.2K
1.4M
Mookata retweetledi
Mookata retweetledi
KɑɑƞGlσʋʮ ไม่ชอบเสียงดัง🇹🇭
ลองฟังดูคะ น่าสนใจนะว่าการลงทุน Malls ในไทยและสิงคโปร์มันแตกต่างกันมากเพราะSG ต้องแบ่งรายได้90%ให้รัฐเลย เลยไม่เกิดการลงทุนมากนักแตกต่างจากไทยที่ดึงดูดการลงทุนมากกว่าทำให้ไทยมีการสร้างและปรับปรุงMallsต่างๆตลอดเวลาทำให้ดึงดูดนทท และการลงทุน
ไทย
0
33
102
10K
Mookata retweetledi
Galadriel
Galadriel@Galadriel_TX·
รู้ไหมว่าครั้งหนึ่ง "เชียงใหม่" เป็นสัญลักษณ์ของความพยายามสร้างอิสรภาพทางการเงินของเอเชีย
ไทย
4
118
235
32.1K
Mookata retweetledi
Malbec
Malbec@MalbecXVII·
เอาจริงปะ ครูโง่ ๆ ทั้งประเทศเหมือนไปกองกันอยู่ที่ฝ่ายประถม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เหมือนเด็กมันสู้ไม่ได้อะ เลยโชว์ความเดนคนแบบเต็มพิกัดมาก รองมาก็มัธยม เด็กพอจะสู้ได้ละส่วนใหญ่ก็เลยบังคับอะไรโง่ ๆ แทนอย่างกล้อนผม ยึดนั่นยึดนี่ บ้าอำนาจ แต่ทำไมฝั่งมหาลัยถึงไม่เจอวะ งง ภาพตัดแบบสวรรค์กับนรก เอาง่าย ๆ อย่างถ้าถามอะไรไปแล้วไม่รู้ ฝั่งอ.มหาลัยส่วนใหญ่จะตอบว่า “ไม่รู้ เดี๋ยวไปหามาให้ เจอกันคลาสหน้า” (ปสก.จริง) แต่ถ้าเป็นฝั่งประถมมัธยมคือโอกาสสุ่มเจอจะหลากหลายมาก อย่าง “เธอจะรู้ไปทำไม” “ถามอะไรไร้สาระ” “มีแค่ในหนังสือก็รู้แค่นั้นพอ” “อวดฉลาดหรอ” ทำไมอะ ระบบการผลิตครูของเรามันมีอะไรแปลก ๆ ปะ เพราะอย่างอจ.มหาลัยนี่ก็ไม่ได้เรียนครูนะ แต่ทำไมความเป็นครูดูเยอะกว่าพวกครูประถมมัธยมที่มันบังคับต้องเรียนครูมาอะ และขอย้ำเหมือนเช่นเคย “คนโง่ไม่ควรเป็นครู”
ไทย
111
7.1K
5.1K
437.8K
Mookata retweetledi
JRT
JRT@JRTDesk·
เกียรตินิยมอันดับ 1 จากมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียง ไม่ได้แปลว่าจะเป็นคนเก่งในชีวิตการทำงานจริงๆ นะครับ น้องๆ เด็กรุ่นใหม่ที่เพิ่งเรียนจบเข้าสู่สังคมการทำงานอย่าหลงตัวติดกับดัก Prestige Trap ระบบการศึกษาออกแบบมาเพื่อวัด academic performance ในสภาพแวดล้อมที่ controlled มากๆ... - จำและสอบผ่าน.. - ทำตามเกณฑ์การให้คะแนนที่กำหนด - compete แบบ individual ส่งงานตรงเวลา deadline ชัดเจน.. - ตอบถูก.. - etc., เวลาทำงานจริงๆ.. - แก้ปัญหาที่ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปตายตัว.. - สร้าง framework ขึ้นมาเอง.. - บริหารจัดการความไม่แน่นอนโดยไม่มีกรอบเวลาชัดเจน - collaborate และ navigate politics ภายในองค์กร.. - ถามคำถามที่ถูก.. . . ที่เคยเจอมาหลายๆ กรณีด้วยตัวเอง (ซึ่งก็สอดคล้องกับที่ได้ยินคนอื่นๆ จากบริษัทอื่นๆ เล่าให้ฟังเช่นกัน).. ้เด็ก 4.0 ที่เข้าสู่สังคมการทำงาน (not all) บางทียังคงติดกับดัก optimization trap อยู่.. คือเล่นเกมที่เก่งในระบบที่มีกติกาตายตัว.. รู้ว่าอาจารย์ชอบอะไร.. exam pattern เป็นยังไง.. ต้องเขียน essay แบบไหนถึงได้ A.. แต่ในองค์กร... ถึงจะมี KPI อยู่ แต่ก็ไม่มีสูตรสำเร็จให้ทำตามแบบชัดเจน.. KPI บอกแค่ว่าต้องไปถึงไหน แต่ไม่มีใครมานั่งบอกว่าต้องเดินยังไง.. ต้อง prioritize อะไรก่อน หรือต้องทำอะไรกันแน่ถึงจะผ่าน งานจริงคือการหาทางไปให้ถึง goal ที่บางทียังมองไม่เห็นชัดด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นทักษะคนละชุดกับการเดินตามแผนที่ที่มีอยู่แล้ว ต่อให้ได้ B+ แต่ถ้าชอบ experiment, ลองผิดลองถูก, รู้จักล้มเลิกสิ่งที่ไม่ work... มักจะ navigate การทำงานในองค์กรได้ดี . . และงานจริงมี human complexity สูงมาก.. เช่นการ negotiate กับเพื่อนร่วมงานที่ไม่เห็นด้วยกับเรา.. การ managing up ดูแลความสัมพันธ์กับ boss.. การ read the room ในห้องประชุม.. การรับ feedback โดยไม่ defensive.. การแจ้งข่าวร้ายให้ลูกค้าโดยไม่เสียความสัมพันธ์.. EQ พวกนี้ไม่มีในหลักสูตร และ GPA ก็ไม่มีความสัมพันธ์กับ EQ เลย.. ด็กที่ขึ้น dean's list ตลอด 4 ปีอาจไม่เคยเจอ conflict จริงๆ ในชีวิตเลยก็ได้ เพราะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับหนังสือ . . ยังมีเรื่อง Risk Tolerance กับการรับมือกับความล้มเหลวอีก.. เด็กเกียรตินิยมบางทีกลัวความล้มเหลวสุดๆ เพราะทั้งชีวิตถูก define ด้วย academic success.. พอเจองานแล้วต้อง take risks.. propose ideas ที่อาจโดน reject.. หรือล้มเหลวต่อหน้าสาธารณะ... จนเกร็งไปหมดเหมือนเป็นอัมพาตไปเลย ในขณะที่คนที่เคยล้มเหลวในมหาลัย หรือมี non-linear path จะ chill กับความไม่แน่นอนกว่า.. เพราะเคยแพ้แล้วลุกขึ้นมาได้ . . ความต่างอีกอย่างคือมหาลัยวัด comprehension เป็นหลัก.. แต่ทำงานต้องการ execution ซึ่งต่างกันมาก รู้ว่า project management framework คืออะไร ≠ ส่ง project ตรงเวลาจริงๆ ได้ เข้าใจ financial model ≠ เอา model นั้นไป pitch นักลงทุนแล้วปิด deal ได้ อ่าน case study เรื่อง leadership ≠ เป็น leader จริงๆ ที่คนอยากตาม Gap ระหว่าง knowing กับ doing คือจุดที่เด็กเกียรตินิยมหลายคนสะดุดอยู่... . . ไหนจะเรื่องเวลาอีก.. มหาลัยให้เวลาเป็น semester ในการเรียนเรื่องนึง แต่งานจริงบางทีให้เวลา 3 วันในการเข้าใจ industry ใหม่ทั้งหมดและ present ให้ C-suite ฟัง.. ความสามารถในการเรียนรู้เร็วภายใต้แรงกดดัน.. ในสถานการณ์ที่วุ่นวายไม่มีระเบียบ.. โดยไม่มีอาจารย์มาชี้นำ เป็นทักษะที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง และบางทีเด็กที่ต้องทำงาน part-time ตลอด 4 ปีเพื่อหาเงินเรียนเองจนไม่ได้ 4.0 (not all.. เพราะบางคนก็ทำงานไปด้วยและยังได้ 4.0 ก็มี) มีทักษะพวกนี้มากกว่าเด็กที่อ่านหนังสือทั้งวัน... . . และเรื่อง Prestige Trap ที่ผมเกริ่นในตอนแรก.. หลายคนที่ได้จบจากทั้งมหาลัยระดับ Top U และยังได้เกียรตินิยม บางทีมี identity ที่ผูกพันกับชื่อเสียงมหาลัยมากเกินไป.. - จนรู้สึก entitled รู้สึกว่าตัวเองสมควรได้ดีโดยอัตโนมัติทั้งที่ยังไม่ได้พิสูจน์อะไรเลย - ไม่อยากที่จะทำงานให้คนที่「ด้อยกว่า」ทางการศึกษา - อาจ dismiss ความรู้ที่มาจากประสบการณ์ของคนอื่นโดยไม่ตั้งใจ - บางคนคิดเยอะไป และ over-engineer ทุกอย่างเพราะถูก trained ให้คิดแบบ academic คนที่ไม่มี pedigree มักจะขวนขวายกว่า.. ปรับตัวยืดหยุ่นในองค์กรกว่า.. และ savvy ด้านการเมืองในองค์กรกว่า . . ⚠️แต่เกียรตินิยมจากมหาลัยดังๆ ก็มีคุณค่าเช่นกันครับ.. - Baseline discipline อย่างน้อยก็มี signal ทำให้เรารู้ว่าคนนี้ทุ่มเทในตอนเรียน.. - Ceiling ของความสามารถทางวิชาการ มีประโยชน์ใน technical roles - Network มหาลัยดังให้ alumni network ที่มีมูลค่าจริงๆ อยู่.. - ช่วยผ่าน HR screening ในบริษัทใหญ่ แต่มันก็คือ entry ticket ขั้นแรก.. ไม่ใช่ guarantee ความสำเร็จ... สรุป.. เกียรตินิยมบอกว่าคนๆ นึง เล่นเกมระบบการศึกษาได้เก่ง.. งานจริงต้องการคนที่เล่นเกมที่ไม่มีกติกาชัดเจน, เปลี่ยนได้ตลอด, และมี human stakes สูง ได้เก่ง.. สองเกมนี้มี overlap บ้าง แต่ไม่ได้ overlap กันมาก.. เพราะฉะนั้นภูมิใจกับเกียรตินิยมได้ครับ แต่ก็อย่าลืมถามตัวเองด้วยว่าเล่นเกมที่สองเป็นหรือยัง? มันไม่เหมือนกับตอนเรียนครับ อย่าสำคัญผิดไป จากที่ผ่านมา.. คนที่ทำงานได้จริงในมุมมองผมไม่ได้พิสูจน์ตัวเองด้วย GPA.. แต่พิสูจน์ด้วยสิ่งที่ทำตอนที่ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปตายตัวให้เลือก เคยมี quant ที่ืทำ model แล้ว overfit อย่างหนักช่วง out-of-sample.. drawdown ออกมาเกิน threshold ที่คุยกันไว้.. แทนที่จะรอให้ผมเห็นตัวเลขเอง เค้าก็โทรมาก่อนเลยเพื่ออธิบาย signal ที่พัง.. walk through ให้ดูว่า regime เปลี่ยนตรงไหน.. และมาพร้อม fallback position ที่ปรับ parameter ใหม่แล้ว.. ไม่รอให้ถูกถาม ไม่โยนให้ market conditions.. ซึ่ง GPA ของเค้าผมไม่เคยรู้เลย.. และก็ไม่ได้สำคัญ.. เพราะสิ่งที่ทำมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเคยได้ 4.0 หรือเปล่า.. แต่ขึ้นอยู่กับว่าเค้าปฎิบัติตัวในการทำงานยังไง และที่พูดมาทั้งหมดนี้ ไม่ได้แปลว่าเด็กเกียรตินิยมทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้นะครับ.. หลายคนทำได้ดีมาก.. แต่ถ้าทำได้ มันก็ไม่ได้มาจากเกียรตินิยม.. มันมาจากสิ่งที่สะสมมาจากนอกห้องเรียน.. จากการเคยล้มเหลว เคยรับผิดชอบอะไรบางอย่างที่ไม่มีในตำรา เคยอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีใครมาบอกว่าต้องทำอะไร.. ระบบการศึกษาไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสอนสิ่งเหล่านี้.. GPA ก็ไม่ได้วัดมัน
ฮ.นกฮูก(สีส้ม)@skongki2000

ผมจะหาเงินให้ได้29,000บ.

ไทย
37
3.8K
3.7K
907.4K
Mookata retweetledi
thaiarmedforce
thaiarmedforce@ThaiArmedForce·
เทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกายอดเยี่ยมมาก ยกเว้นเครื่องซักผ้ากับส้วม 🙄
ไทย
1
13
27
2.4K
Mookata retweetledi
Saira
Saira@AiWithSaira·
Stop telling ChatGPT "Write me an email" Stop telling ChatGPT "Write me an email" Stop telling ChatGPT "Write me an email" Bad request = Bad result. Use these commands instead and you'll see the magic:
English
48
81
431
164.1K
Mookata retweetledi
กัปตันคนเนิร์ด
น้ำเงินที่ปิดประชุมสภา ไม่ให้คุยเรื่องน้ำมันขาดแคลน ... เป็นของคุณแล้วนะครับ 💙 จะเลือก สส.เขต ครั้งหน้าก็ดูไว้ละกันครับ คนทำพื้นที่คนเก่งของคุณ เค้าเข้าไปเลือกใครมาเป็นนายก
กัปตันคนเนิร์ด tweet media
ไทย
90
18.5K
7.9K
317.2K
Mookata retweetledi
Mookata retweetledi
Saul
Saul@SaulWgmi·
Lost $120K on crypto recently. Told my wife it was $160K. Now I have a $40K mental safety net. Risk management is key.
English
181
98
3.6K
112.6K
Mookata retweetledi
Mookata retweetledi
BlackMercy
BlackMercy@BlackMercy·
BBQ Plaza @BarBQPlazaThai ให้สแกน QR สั่งอาหาร แต่ลิงค์เข้าไลน์ขอข้อมูลก่อน 🫤👎🏼👎🏼
BlackMercy tweet mediaBlackMercy tweet media
ไทย
7
3K
1K
920.9K
Mookata retweetledi
messed up cars
messed up cars@messedupcars·
messed up cars tweet media
ZXX
9
115
9.8K
173.4K
Mookata retweetledi
Mookata retweetledi
จิ่ว
จิ่ว@nuiopled·
เลิกสอบตำรวจตั้งแต่ 18 ได้ละอีสัด ไร้วุฒิภาวะกุเหนมานักต่อนัก อีพวกนายสิบอะ เหมือนเอาเด็กกะโปกมาอยู่กับกฎหมาย
ข่าวเวิร์คพอยท์23@wpnews23

เมียร้องขอความเป็นธรรม ผัวโดนจับเพราะตำรวจนึกว่าเมาแล้วขับ ที่แท้เส้นเลือดในสมองแตก พยายามทำสัญญาณมือ SOS ขอความช่วยเหลือแล้วเพราะพูดไม่ได้ แต่ตำรวจไม่เข้าใจ สุดท้ายถึง รพ.ล่าช้า เนื้อสมองเสียหาย ผ่านมาหลายวันยังไม่รู้สึกตัว . (4 มี.ค. 69) ภรรยาของนายธีระมิตร อายุ 42 ปี เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังสามีเกิดอาการสโตรก เส้นเลือดในสมองแตก บังคับรถไม่ได้ จนพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่ขอดอยู่ในปั๊มน้ำมัน พยายามทำสัญญาณมือขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่แล้วแต่ไม่มีใครเข้าใจ ก่อนถูกจับใส่กุญแจมือ หิ้วขึ้นกระบะตำรวจไปเพราะนึกว่าเมาแล้วขับ . น.ส.ชรินทร์รัตน์ อายุ 39 ปี ภรรยาของนายธีระมิตรระบุว่า เหตุการณ์เกิดช่วงเช้ามืดของวันที่ 1 มีนาคม โดย นายธีระมิตรซึ่งมีอาชีพขับรถรับจ้าง ขับรถออกจากบ้านตามปกติ แต่ระหว่างทางเริ่มมีอาการแขนขาอ่อนแรงและพูดไม่ชัด เจ้าตัวพยายามประคองรถเข้าปั๊มน้ำมันเพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่ารถเสียหลักพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ได้รับความเสียหาย . หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ แต่เข้าใจว่าผู้ขับขี่อยู่ในอาการมึนเมา จึงวิทยุเรียกกำลังเสริม ก่อนควบคุมตัวใส่กุญแจมือและนำตัวขึ้นรถกระบะไปยังสถานีตำรวจ โดยไม่มีการประเมินอาการทางการแพทย์ในเบื้องต้น . ต่อมาภายหลังจึงทราบว่า ผู้ป่วยมีภาวะเส้นเลือดในสมองแตก อาการวิกฤต หมดสติ และต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉิน ขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัว แพทย์ระบุว่ามีเนื้อสมองบางส่วนเสียหาย ไม่สามารถฟื้นกลับมาได้ทั้งหมด และต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด . จากการตรวจสอบคลิปวิดีโอของพลเมืองดี พบว่าในช่วงที่เจ้าหน้าที่มาถึง ตัวนายธีระมิตรพยายามยกมือทำสัญญาณ “SOS” เพื่อขอความช่วยเหลือ เนื่องจากไม่สามารถพูดได้ แต่ไม่มีผู้ใดเข้าใจความหมาย ทำให้การช่วยเหลือล่าช้า . ล่าสุดแพทย์แจ้งว่าอาการผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะช็อก ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ก่อนส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา . ทั้งนี้ยืนยันว่า ผู้ป่วยไม่มีประวัติดื่มสุราหรือใช้สารเสพติด และก่อนออกจากบ้านยังพูดคุยเป็นปกติ . กรณีนี้ครอบครัวของนายธีระมิตรตั้งคำถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ว่า เหตุใดจึงไม่เรียกรถพยาบาลหรือประเมินอาการทางการแพทย์ก่อนควบคุมตัว พร้อมฝากเป็นอุทาหรณ์ว่า ในสถานการณ์ฉุกเฉินควรให้ความสำคัญกับชีวิตคนเป็นอันดับแรก . ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ เผยว่า ตนไม่ได้มีเจตนากล่าวโทษเจ้าหน้าที่แต่เพียงฝ่ายเดียว เพราะเข้าใจดีว่าเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ขณะเกิดเหตุมีการตัดสินใจและปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องหรือไม่ . ทั้งนี้ เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปีก่อน โดยผู้ป่วยเกิดอาการสโตรกระหว่างขับรถและถูกเข้าใจผิดว่าเมาสุรา ก่อนถูกนำตัวไปสถานีตำรวจ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศ จึงตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงยังไม่มีการถอดบทเรียนอย่างจริงจัง จนเกิดเหตุซ้ำ . นายเอกภพ ย้ำว่า เจ้าหน้าที่ต้องแยกให้ออกระหว่าง “คนเมา” กับ “คนป่วย” เพราะแม้อาการบางอย่างอาจคล้ายกัน เช่น พูดไม่ชัด หรือควบคุมร่างกายไม่ได้ แต่หากยังไม่มีการตรวจวัดแอลกอฮอล์ หรือตรวจเลือดยืนยัน ก็ไม่ควรสันนิษฐานว่าเป็นผู้กระทำผิด การสันนิษฐานเช่นนั้นอาจขัดต่อหลักกฎหมาย โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 วรรค 2 และอาจเกี่ยวข้องกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หากพบว่าไม่ได้ดำเนินการตามยุทธวิธีหรือมาตรฐานที่กำหนด . นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงความสำคัญของการรับรู้สัญญาณขอความช่วยเหลือ เช่น การชูมือในลักษณะสัญญาณ “SOS” ซึ่งในหลายประเทศถือเป็นสัญญาณสากลสำหรับผู้ที่ไม่สามารถพูดได้ หากเจ้าหน้าที่และประชาชนมีความรู้ความเข้าใจมากพอ อาจช่วยชีวิตผู้ประสบเหตุได้ทันท่วงที . ทั้งนี้เบื้องต้นได้ประสานไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตำรวจภูธรภาค 1 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยในเวลา 14.00 น. วันนี้ จะพาครอบครัวผู้เสียหายเข้าพบผู้บังคับการจังหวัด เพื่อขอความเป็นธรรมและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด . #ข่าวเวิร์คพอยท์23 #ข่าวเวิร์คพอยท์23ออนไลน์ #WorkpointNews

ไทย
0
1
0
35
Mookata retweetledi
อ๊อกกกกก
อ๊อกกกกก@getar125·
โชคร้ายที่ดันไปเจอหนึ่งในอาชีพที่โง่ที่สุดในประเทศอย่างตำรวจไทย
ข่าวเวิร์คพอยท์23@wpnews23

เมียร้องขอความเป็นธรรม ผัวโดนจับเพราะตำรวจนึกว่าเมาแล้วขับ ที่แท้เส้นเลือดในสมองแตก พยายามทำสัญญาณมือ SOS ขอความช่วยเหลือแล้วเพราะพูดไม่ได้ แต่ตำรวจไม่เข้าใจ สุดท้ายถึง รพ.ล่าช้า เนื้อสมองเสียหาย ผ่านมาหลายวันยังไม่รู้สึกตัว . (4 มี.ค. 69) ภรรยาของนายธีระมิตร อายุ 42 ปี เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังสามีเกิดอาการสโตรก เส้นเลือดในสมองแตก บังคับรถไม่ได้ จนพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่ขอดอยู่ในปั๊มน้ำมัน พยายามทำสัญญาณมือขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่แล้วแต่ไม่มีใครเข้าใจ ก่อนถูกจับใส่กุญแจมือ หิ้วขึ้นกระบะตำรวจไปเพราะนึกว่าเมาแล้วขับ . น.ส.ชรินทร์รัตน์ อายุ 39 ปี ภรรยาของนายธีระมิตรระบุว่า เหตุการณ์เกิดช่วงเช้ามืดของวันที่ 1 มีนาคม โดย นายธีระมิตรซึ่งมีอาชีพขับรถรับจ้าง ขับรถออกจากบ้านตามปกติ แต่ระหว่างทางเริ่มมีอาการแขนขาอ่อนแรงและพูดไม่ชัด เจ้าตัวพยายามประคองรถเข้าปั๊มน้ำมันเพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่ารถเสียหลักพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ได้รับความเสียหาย . หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ แต่เข้าใจว่าผู้ขับขี่อยู่ในอาการมึนเมา จึงวิทยุเรียกกำลังเสริม ก่อนควบคุมตัวใส่กุญแจมือและนำตัวขึ้นรถกระบะไปยังสถานีตำรวจ โดยไม่มีการประเมินอาการทางการแพทย์ในเบื้องต้น . ต่อมาภายหลังจึงทราบว่า ผู้ป่วยมีภาวะเส้นเลือดในสมองแตก อาการวิกฤต หมดสติ และต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉิน ขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัว แพทย์ระบุว่ามีเนื้อสมองบางส่วนเสียหาย ไม่สามารถฟื้นกลับมาได้ทั้งหมด และต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด . จากการตรวจสอบคลิปวิดีโอของพลเมืองดี พบว่าในช่วงที่เจ้าหน้าที่มาถึง ตัวนายธีระมิตรพยายามยกมือทำสัญญาณ “SOS” เพื่อขอความช่วยเหลือ เนื่องจากไม่สามารถพูดได้ แต่ไม่มีผู้ใดเข้าใจความหมาย ทำให้การช่วยเหลือล่าช้า . ล่าสุดแพทย์แจ้งว่าอาการผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะช็อก ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ก่อนส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา . ทั้งนี้ยืนยันว่า ผู้ป่วยไม่มีประวัติดื่มสุราหรือใช้สารเสพติด และก่อนออกจากบ้านยังพูดคุยเป็นปกติ . กรณีนี้ครอบครัวของนายธีระมิตรตั้งคำถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ว่า เหตุใดจึงไม่เรียกรถพยาบาลหรือประเมินอาการทางการแพทย์ก่อนควบคุมตัว พร้อมฝากเป็นอุทาหรณ์ว่า ในสถานการณ์ฉุกเฉินควรให้ความสำคัญกับชีวิตคนเป็นอันดับแรก . ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ เผยว่า ตนไม่ได้มีเจตนากล่าวโทษเจ้าหน้าที่แต่เพียงฝ่ายเดียว เพราะเข้าใจดีว่าเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ขณะเกิดเหตุมีการตัดสินใจและปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องหรือไม่ . ทั้งนี้ เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปีก่อน โดยผู้ป่วยเกิดอาการสโตรกระหว่างขับรถและถูกเข้าใจผิดว่าเมาสุรา ก่อนถูกนำตัวไปสถานีตำรวจ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศ จึงตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงยังไม่มีการถอดบทเรียนอย่างจริงจัง จนเกิดเหตุซ้ำ . นายเอกภพ ย้ำว่า เจ้าหน้าที่ต้องแยกให้ออกระหว่าง “คนเมา” กับ “คนป่วย” เพราะแม้อาการบางอย่างอาจคล้ายกัน เช่น พูดไม่ชัด หรือควบคุมร่างกายไม่ได้ แต่หากยังไม่มีการตรวจวัดแอลกอฮอล์ หรือตรวจเลือดยืนยัน ก็ไม่ควรสันนิษฐานว่าเป็นผู้กระทำผิด การสันนิษฐานเช่นนั้นอาจขัดต่อหลักกฎหมาย โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 วรรค 2 และอาจเกี่ยวข้องกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หากพบว่าไม่ได้ดำเนินการตามยุทธวิธีหรือมาตรฐานที่กำหนด . นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงความสำคัญของการรับรู้สัญญาณขอความช่วยเหลือ เช่น การชูมือในลักษณะสัญญาณ “SOS” ซึ่งในหลายประเทศถือเป็นสัญญาณสากลสำหรับผู้ที่ไม่สามารถพูดได้ หากเจ้าหน้าที่และประชาชนมีความรู้ความเข้าใจมากพอ อาจช่วยชีวิตผู้ประสบเหตุได้ทันท่วงที . ทั้งนี้เบื้องต้นได้ประสานไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตำรวจภูธรภาค 1 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยในเวลา 14.00 น. วันนี้ จะพาครอบครัวผู้เสียหายเข้าพบผู้บังคับการจังหวัด เพื่อขอความเป็นธรรมและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด . #ข่าวเวิร์คพอยท์23 #ข่าวเวิร์คพอยท์23ออนไลน์ #WorkpointNews

ไทย
40
24.7K
8K
1.3M
Mookata
Mookata@KWPS8·
@wpnews23 พวกตรแม้งคือเด็กแว๊นอัพเกรด สอบมหาลัยไม่ติดก็ไปเป็นตรกัน
ไทย
0
0
1
296
ข่าวเวิร์คพอยท์23
เมียร้องขอความเป็นธรรม ผัวโดนจับเพราะตำรวจนึกว่าเมาแล้วขับ ที่แท้เส้นเลือดในสมองแตก พยายามทำสัญญาณมือ SOS ขอความช่วยเหลือแล้วเพราะพูดไม่ได้ แต่ตำรวจไม่เข้าใจ สุดท้ายถึง รพ.ล่าช้า เนื้อสมองเสียหาย ผ่านมาหลายวันยังไม่รู้สึกตัว . (4 มี.ค. 69) ภรรยาของนายธีระมิตร อายุ 42 ปี เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังสามีเกิดอาการสโตรก เส้นเลือดในสมองแตก บังคับรถไม่ได้ จนพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่ขอดอยู่ในปั๊มน้ำมัน พยายามทำสัญญาณมือขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่แล้วแต่ไม่มีใครเข้าใจ ก่อนถูกจับใส่กุญแจมือ หิ้วขึ้นกระบะตำรวจไปเพราะนึกว่าเมาแล้วขับ . น.ส.ชรินทร์รัตน์ อายุ 39 ปี ภรรยาของนายธีระมิตรระบุว่า เหตุการณ์เกิดช่วงเช้ามืดของวันที่ 1 มีนาคม โดย นายธีระมิตรซึ่งมีอาชีพขับรถรับจ้าง ขับรถออกจากบ้านตามปกติ แต่ระหว่างทางเริ่มมีอาการแขนขาอ่อนแรงและพูดไม่ชัด เจ้าตัวพยายามประคองรถเข้าปั๊มน้ำมันเพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่ารถเสียหลักพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ได้รับความเสียหาย . หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ แต่เข้าใจว่าผู้ขับขี่อยู่ในอาการมึนเมา จึงวิทยุเรียกกำลังเสริม ก่อนควบคุมตัวใส่กุญแจมือและนำตัวขึ้นรถกระบะไปยังสถานีตำรวจ โดยไม่มีการประเมินอาการทางการแพทย์ในเบื้องต้น . ต่อมาภายหลังจึงทราบว่า ผู้ป่วยมีภาวะเส้นเลือดในสมองแตก อาการวิกฤต หมดสติ และต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉิน ขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัว แพทย์ระบุว่ามีเนื้อสมองบางส่วนเสียหาย ไม่สามารถฟื้นกลับมาได้ทั้งหมด และต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด . จากการตรวจสอบคลิปวิดีโอของพลเมืองดี พบว่าในช่วงที่เจ้าหน้าที่มาถึง ตัวนายธีระมิตรพยายามยกมือทำสัญญาณ “SOS” เพื่อขอความช่วยเหลือ เนื่องจากไม่สามารถพูดได้ แต่ไม่มีผู้ใดเข้าใจความหมาย ทำให้การช่วยเหลือล่าช้า . ล่าสุดแพทย์แจ้งว่าอาการผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะช็อก ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ก่อนส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา . ทั้งนี้ยืนยันว่า ผู้ป่วยไม่มีประวัติดื่มสุราหรือใช้สารเสพติด และก่อนออกจากบ้านยังพูดคุยเป็นปกติ . กรณีนี้ครอบครัวของนายธีระมิตรตั้งคำถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ว่า เหตุใดจึงไม่เรียกรถพยาบาลหรือประเมินอาการทางการแพทย์ก่อนควบคุมตัว พร้อมฝากเป็นอุทาหรณ์ว่า ในสถานการณ์ฉุกเฉินควรให้ความสำคัญกับชีวิตคนเป็นอันดับแรก . ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ เผยว่า ตนไม่ได้มีเจตนากล่าวโทษเจ้าหน้าที่แต่เพียงฝ่ายเดียว เพราะเข้าใจดีว่าเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ขณะเกิดเหตุมีการตัดสินใจและปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องหรือไม่ . ทั้งนี้ เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปีก่อน โดยผู้ป่วยเกิดอาการสโตรกระหว่างขับรถและถูกเข้าใจผิดว่าเมาสุรา ก่อนถูกนำตัวไปสถานีตำรวจ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศ จึงตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงยังไม่มีการถอดบทเรียนอย่างจริงจัง จนเกิดเหตุซ้ำ . นายเอกภพ ย้ำว่า เจ้าหน้าที่ต้องแยกให้ออกระหว่าง “คนเมา” กับ “คนป่วย” เพราะแม้อาการบางอย่างอาจคล้ายกัน เช่น พูดไม่ชัด หรือควบคุมร่างกายไม่ได้ แต่หากยังไม่มีการตรวจวัดแอลกอฮอล์ หรือตรวจเลือดยืนยัน ก็ไม่ควรสันนิษฐานว่าเป็นผู้กระทำผิด การสันนิษฐานเช่นนั้นอาจขัดต่อหลักกฎหมาย โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 วรรค 2 และอาจเกี่ยวข้องกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หากพบว่าไม่ได้ดำเนินการตามยุทธวิธีหรือมาตรฐานที่กำหนด . นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงความสำคัญของการรับรู้สัญญาณขอความช่วยเหลือ เช่น การชูมือในลักษณะสัญญาณ “SOS” ซึ่งในหลายประเทศถือเป็นสัญญาณสากลสำหรับผู้ที่ไม่สามารถพูดได้ หากเจ้าหน้าที่และประชาชนมีความรู้ความเข้าใจมากพอ อาจช่วยชีวิตผู้ประสบเหตุได้ทันท่วงที . ทั้งนี้เบื้องต้นได้ประสานไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตำรวจภูธรภาค 1 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยในเวลา 14.00 น. วันนี้ จะพาครอบครัวผู้เสียหายเข้าพบผู้บังคับการจังหวัด เพื่อขอความเป็นธรรมและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด . #ข่าวเวิร์คพอยท์23 #ข่าวเวิร์คพอยท์23ออนไลน์ #WorkpointNews
ข่าวเวิร์คพอยท์23 tweet media
ไทย
127
9.4K
3.4K
3.8M
Mookata retweetledi
Sir. Louis
Sir. Louis@Louis26Sir·
@MatichonOnline แล้วอาชีพนี้แม่งก็ได้แต่พวกโง่ๆด้วยนะมาทำงาน ไหวพริบปฏิภาณ ความฉลาดไม่เคยมีเลย อะไรควรแยกแยะออกเสือกแยกไม่ออก โง่ทั้งองค์กร
ไทย
15
458
744
72.7K