mr.diia
6.6K posts

mr.diia
@KritinDiamond
Art student at MUIC
Nonthaburi, Thailand Katılım Eylül 2016
202 Takip Edilen49 Takipçiler
Sabitlenmiş Tweet
mr.diia retweetledi
mr.diia retweetledi
mr.diia retweetledi
mr.diia retweetledi

อันนี้ก็หนึ่งในวิธีที่ใช้หลอกสมอง
สมองเรามีความไวต่อความคิดลบมาก
อย่างเช่นตัวตัวอย่างในคลิปบอกว่า
"อย่ากินบนโซฟา" สมองมันจะต่อต้านและคิดถึงโซฟาทันที
กลับกันให้เราบอกสมองไปเลยว่า
"ไปกินบนโต๊ะ"
สมองมันก็จะคิดว่าเราต้องไปกินบนโต๊ะ
ทริคนี้ดีมาก เวลาเรามองเรื่องอะไร ถ้าเราโฟกัสอยู่กับปัญหา มันก็จะเจอแต่ปัญหา
แต่ถ้าเรามองหาทางออก มันก็จะเจอทางออก
มันก็เป็นความคิดเชิง manipulate ตัวเองได้เหมือนกัน
ถ้าเรามีสติตั้งใจ ไม่ว่าเรื่องไหนเราก็ทำได้
Hustlerz Hub@HustlerzHub
Only focus on what you want.
ไทย
mr.diia retweetledi

แทบทั้งห้องคือใช้ของ looms 55555 จ่ายเองหมดไม่ถึงหมื่น มีช่างมาประกอบให้ถึงที่ จบ


morpor🍋@morpormorpaeng
ใครกำลังจะเข้าวงการแต่งบ้าน อยากแนะนำเฟอร์นิเจอร์ของ looms มาก เครือเดียวกับ sb คุณภาพคล้ายกันแต่ถูกกว่าหลายเท่า ใช้มาหลายปีก็ยังทน มีช่างมาประกอบให้ถึงที่ ไม่มีคชจ เตียง+ตู้เสื้อผ้า+โต๊ะไม่ถึงหกพัน อย่างคุ้ม
ไทย
mr.diia retweetledi

สกคที่พส.เกาและญป พร้อมใจกันเชียร์จริงๆ และเราก็เป็นผู้ใช้เหมือนกันยืนยันว่าดี และพสบอกว่าผิวแดงผิวมีสิว 345 ทำให้ผิวสงบลงได้ แต่สังเกตุเลขดีๆเวลาซื้อจะมี 147 ด้วย ต่างกันตรง 345 เหมาะกับผิวผสม เนื้อเบากว่า 147 ผิวแห้งมากๆมาทางนี้ แต่ส่วนตัวหันมาใช้แบบสเปรย์ ดีชห
なるちゃん@垢抜け研究👼🏻@Narururu_v
分かりますこれゲロ好き、海外で鬼バズってる投稿見て買ったんだけどニキビ出来る系敏感肌には一生手放したくないくらい名品。 冷房ガンガンの部屋で一晩寝ても朝の乾燥ゼロでしっかり保湿してくれるのに、テクスチャ軽くて敏感肌でも荒れない。空気みたいなクリーム。なのに荒れは防ぐ唯一無二なの。
ไทย
mr.diia retweetledi

นี่เป็นสาเหตุที่เราทำ Reshelf ขึ้นมาเลยค่ะ ถ้าใครไม่ติดเรื่องหนังสือมือสอง ลองแวะมาหาหนังสือที่ reshelf.xyz ก่อนได้นะคะ🙏🥺
หนังสือที่ออกมาใหม่ อาจจะยังไม่มีแต่เราเป็นอีกทางเลือกนึงสำหรับชาวหนอนเสมอนะ
33@33readss
หนังสือภาษาอังกฤษเหมือนจะแพงขึ้นเลย ปกติดูราคาจะอยู่ราวๆ300-500 แต่ตอนนี้เล่ม500++ แล้ว บางเล่มเกือบเหยียบพัน ละคือไม่ใช่ limited edition ด้วยนะ เล่มธรรมดาๆบางๆนี่แหละ เห็นราคาแล้วมันก็แอบสะอึก
ไทย
mr.diia retweetledi

ล่าสุดตอนผมไปเที่ยวญี่ปุ่นก็ได้ยินประกาศตั้งแต่บนเครื่องเลย ใครไปญี่ปุ่นระวังนะครับ ญี่ปุ่นเค้ากำหนดโทษหนักสำหรับเรื่องนี้เลย
misa@MisaKokubo
日本政府から相当ブチギレ💢られてる模様
ไทย
mr.diia retweetledi
mr.diia retweetledi
mr.diia retweetledi

วีดีโอนี้ดี เลยแปลมาให้อ่านกันครับ
นี่คือวิธีที่จะใช้พลังการคิดมากของคุณให้เป็นประโยชน์เสียที และด้วยเหตุนี้ ยินดีต้อนรับสู่ Stoicism (ลัทธิสโตอิก) ในฉบับที่น่ารัก ที่ซึ่งฉัน ลูอีส จะสอนจิตวิทยาเบื้องหลังปรัชญาสโตอิก เพื่อให้คุณสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิต
วันนี้เราจะคุยกันเรื่อง "Negative Visualization" (การจินตนาการถึงสิ่งลบ) เซเนกากล่าวว่า "ผู้ที่คาดการณ์ถึงความโชคร้ายที่กำลังจะมาถึงไว้ล่วงหน้า ย่อมพรากอำนาจของมันไปในปัจจุบัน" ซึ่งหมายความว่า คุณควรซ้อมรับมือกับอุปสรรคต่างๆ ในใจ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อมันเกิดขึ้นจริง และเทคนิคนี้เรียกว่า Negative Visualization หรือ Premeditatio Malorum
ในตอนนี้ สมองของคุณคงกำลังจำลองสถานการณ์หายนะอยู่ตลอดเวลา บ้าจริง "ถ้าฉันล้มเหลวล่ะ?", "ถ้าพวกเขาทิ้งฉันไปล่ะ?", "ถ้าทุกอย่างพังทลายล่ะ?" และสิ่งนี้ทำให้คุณคิดวนเวียนดิ่งลงสู่ความสิ้นหวัง โดยไม่มีแผนรับมือและมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด
แต่ประเด็นคือ ถ้าคุณจะจินตนาการถึงเรื่องเลวร้ายที่สุดอยู่แล้ว คุณก็ควรทำในแบบที่เตรียมความพร้อมให้ตัวเอง แทนที่จะแค่ทำให้ตัวเองวิตกกังวลมากยิ่งขึ้น
แล้วความแตกต่างระหว่างการคิดมากแบบ "แย่" กับแบบ "ดี" คืออะไร?
การคิดปรุงแต่งเรื่องหายนะด้วยความกังวลนั้นควบคุมไม่ได้ มันเกิดขึ้นแบบสุ่มตลอดทั้งวัน และเอาจริงๆ มันทำให้คุณรู้สึกแย่เหมือนตกนรก
แต่ Negative Visualization แบบสโตอิกนั้นเกิดจาก "ความตั้งใจ" คือคุณเป็นคนเลือกเวลาที่จะทำ มันมี "กำหนดเวลา" ที่ชัดเจน และมันเปลี่ยนความทุกข์ทรมานนั้นให้กลายเป็น "แผนการ" (ถ้าเกิดเรื่องนี้ ฉันจะทำแบบนี้) หรือกลายเป็น "การยอมรับ" (ฉันรับมือไหว) และนั่นคือความแตกต่างระหว่างการคิดวนเวียนกับการวางกลยุทธ์
นี่คือวิธีทำจริงๆ นะคะ
อย่างแรก ให้แบ่งเวลามา 5-10 นาที โดยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและสงบ และคุณอาจจะอยากหยิบสมุดบันทึกมาด้วย จากนั้นให้จินตนาการถึงความยากลำบากที่เจาะจงอย่างตั้งใจ เช่น การตกงาน ความสัมพันธ์จบลง หรือปัญหาสุขภาพ อะไรทำนองนี้
แล้วให้ถามตัวเองว่า "ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ฉันจะทำอย่างไร?" และให้คุณเขียนวิธีรับมือออกมาเป็นข้อๆ ที่ชัดเจน ถ้าเป็นสถานการณ์ที่คุณควบคุมไม่ได้เลยแต่อย่างใด ให้ฝึกการยอมรับว่านี่คือความเป็นไปได้ที่อาจเกิดขึ้น
จากนั้น สำคัญมากคือ คุณต้อง "หยุด" โอเคไหม ปิดสมุดบันทึกเล่มนั้น แล้วไปใช้ชีวิตต่อ
ฟังนะ ฉันไม่ได้บอกว่าการคิดมากของคุณจะหายไปในชั่วข้ามคืน โอเคไหม เพราะนั่นมันไม่สมจริง แต่ในขณะที่คุณกำลังทำงานกับรูปแบบความคิดที่ฝังรากลึกเหล่านั้น อย่างน้อยคุณก็สามารถเบี่ยงเบนการคิดมากที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แล้ว ไปสู่สิ่งที่มีประโยชน์มากขึ้น
เปลี่ยนจากคำถามว่า "ถ้าทุกอย่างพังล่ะ?" ให้กลายเป็น "ถ้าเรื่องนี้พัง นี่คือสิ่งที่ฉันจะทำ" เพราะการคิดมากสามารถทรมานคุณ หรือฝึกฝนคุณก็ได้ และความแตกต่างอยู่ที่วิธีที่คุณกำกับมัน
สำหรับสิ่งที่อยากให้จำวันนี้คือ ฉันอยากให้คุณจำไว้ว่า คุณกำลังจินตนาการถึงเรื่องเลวร้ายที่สุดอยู่แล้วใช่ไหม? ดังนั้นคำถามคือ คุณกำลังทำมันในแบบที่ทำให้คุณหมดหนทาง หรือทำในแบบที่เตรียมความพร้อมให้คุณ?
Art of Life 🦋@Art0fLife_
How to use your overthinking powers for good:
ไทย
mr.diia retweetledi
mr.diia retweetledi

📣 เซฟไว้เลย! วิธีส่งเมลสมัครงานฉบับเด็กจบใหม่ประสบการณ์น้อย จะเขียนยังไงให้เข้าตาและถูกต้อง 👩💻🙌 ให้ดูน่าเรียกสัมภาษณ์ เข้าตา HR แบบจังๆ ลองแพทเทิร์นนี้ที่แอดเอามาฝากดูนะ แล้วก่อนส่งเมลไปก็อย่าลืมตรวจเช็กความถูกต้อง เช็กไฟล์ให้เรียบร้อยกันก่อนด้วยน้าา
#SaleHere #เซลเฮียร์

ไทย
mr.diia retweetledi
mr.diia retweetledi
mr.diia retweetledi
mr.diia retweetledi
mr.diia retweetledi
mr.diia retweetledi


















