Sabitlenmiş Tweet
BLINK7 ( iMos Thailand )
155.4K posts

BLINK7 ( iMos Thailand )
@L77
📺Youtube Chanel : BLINK7 📷 IG : BLINK7 📱Line ID : @BLINK7.NET (งด DM มันไม่แจ้งเตือน)
BKK Katılım Mart 2009
191 Takip Edilen10.9K Takipçiler

iPhone 17 Pro Silver ติดกันเลนส์กล้อง iMos สีส้ม + ฟิล์มกระจกหน้าจอ iMos AR CPF60 + เคสกันกระแทก iMos สีดำ #iMos
ไทย
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweetledi

วันนี้ อยากชวนคุยเรื่องนี้ครับทุกคน
ที่ผ่านมา เราได้ยินเสียงเตือนเหล่านี้บ่อยมาก
"อเมริกาจะล่มเพราะหนี้!"
"USD จะหมดความเป็นสกุลเงินสำรอง!"
"ทองคำและ Bitcoin คืออนาคต เพราะ Fiat กำลังตาย"
มองอีกด้านนะ ถ้าหนี้รัฐบาลแย่ขนาดนั้นจริง ทำไมญี่ปุ่นที่หนี้ 260% ของ GDP (และไม่มีสถานะ Reserve Currency เลยด้วยซ้ำ) ถึงยังอยู่รอดมาตั้ง 30 ปี?
ตกลงเรื่องนี้ เราควรมองยังไง ไปดูกันจ้า
---------------------------------
หนี้รัฐบาล ≠ หนี้ครัวเรือน
นักเศรษฐศาสตร์ Wynne Godley เคยนำเสนอแนวคิดที่เรียกว่า "Sectoral Balances Identity" เป็นกฎทางบัญชี (ไม่ใช่ทฤษฎีนะครับ)
หลักการง่ายๆ คือ ในระบบเศรษฐกิจแบบปิด การขาดดุลของภาคหนึ่ง = การเกินดุลของอีกภาค
แปลว่า ทุกๆ ดอลลาร์ที่รัฐบาลใช้เกินภาษี จะวิ่งไปอยู่ใน Balance Sheet ของใครซักคน ซึ่งก็คือ ภาคเอกชน (ครัวเรือน + บริษัท) หรือต่างประเทศ
ตัวอย่างเช่น
ปีงบประมาณ 2024 รัฐบาลสหรัฐฯ ขาดดุล $1.8 ล้านล้าน
เงินก้อนนี้ (หักส่วนที่ไหลออกต่างประเทศ) สุดท้าย ก็กลายเป็น ทรัพย์สินทางการเงินสุทธิ ของครัวเรือน ของบริษัท และของกองทุนบำนาญอเมริกา
ถ้ายกเลิกหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ทั้งหมดในวันพรุ่งนี้ มันอาจจะแปลว่า มูลค่าทรัพย์สินทางการเงินกว่า $28 ล้านล้าน ที่ถือโดยกองทุนบำนาญ ผู้ออม ธนาคาร และ Fed จะหายวับไปทันที
ถ้าเป็นแบบนั้นจริง นั่นแหละคือ วิกฤตการเงินครับ
---------------------------------
หนี้ vs ทรัพย์สิน
ยกตัวอย่างนะ สมมติ ผมได้เงินเดือน $100,000 มีบ้านมูลค่า $360,000 + กู้ Mortgage $300,000
ถ้าใช้ตรรกะหนี้ท่วม คนจะคิดแบบนี้ว่า "หนี้สูงถึง 3 เท่าของรายได้! ล้มละลายแน่!"
แต่ธนาคารไหนในโลกก็จะบอกว่า เขาไม่ได้ล้มละลายเลย เพราะหนี้มีทรัพย์สิน (คือบ้าน) + รายได้ที่มั่นคงค้ำอยู่
หนี้สหรัฐฯ ก็เหมือนกันครับ สามารถคิดในมุมนี้ได้
ตัวเลขทางการ FY 2024:
ทรัพย์สินตามบัญชี: $5.7 ล้านล้าน
หนี้สินรวม: $45.5 ล้านล้าน
"Net Position" ติดลบ
แต่บัญชีนี้ ไม่รวม "Stewardship Assets" ที่เรียกว่า Off-Balance-Sheet เลย
ที่ดิน 640 ล้านเอเคอร์ ของรัฐบาลกลาง (ประเมินมูลค่า $1.8-$5 ล้านล้าน)
สิทธิแร่ธาตุและคลื่นความถี่ทั่วประเทศ
โครงสร้างพื้นฐาน + อุทยานแห่งชาติ + ฐานทัพทั่วโลก
อำนาจการเก็บภาษีจากเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก (สำคัญที่สุด)
รัฐบาลสหรัฐฯ เก็บภาษีได้ปีละ $5 ล้านล้าน (คิดเป็น 17% ของ GDP ที่ $30 ล้านล้าน) นี่คือ Cash Flow ที่เยอะที่สุดในโลก
อัตราส่วนหนี้/รายได้ของสหรัฐฯ คือ $37.6T / $5.1T ประมาณ 7.4 เท่า
ฟังดูแย่? เทียบกับคนเงินเดือน $100K ถือ Mortgage $300K (3 เท่า) ก็แย่กว่า
แต่อย่าลืมว่ารัฐบาลสหรัฐฯ มี "ที่ดิน 640 ล้านเอเคอร์ + Pentagon + Hollywood + Wall Street + Silicon Valley" ค้ำอยู่ด้วย
---------------------------------
แต่กรุงโรมก็เคยสูญสลายเพราะหนี้สินล้นพ้นตัวไม่ใช่หรอ?
ยุคนั้น อาณาจักรโรมใช้เหรียญเงินจริง (Denarius → Antoninianus)
ยุค Gallienus (253–268 AD) เหรียญถูกลดเนื้อเงินจาก 50% เหลือ ต่ำสุด 2.5% ในเวลา 2 รุ่นเท่านั้นครับ เพราะทนต้นทุนผลิตไม่ไหว
แต่นี่คือการ "Debasement" ของจริง ผูกกับโลหะ ทำได้แค่ลดเนื้อแร่
ไม่มีทาง "พิมพ์เงิน" ใหม่ เพราะข้อจำกัดทางวัตถุที่หายากในสมัยนั้น
แต่สหรัฐฯในวันนี้
หนี้ทุกบาททุกสตางค์อยู่ใน USD ที่ Fed สร้างได้ไม่จำกัด
ไม่มีหนี้ในสกุลเงินต่างประเทศแม้แต่ดอลลาร์เดียว
Mechanism ที่ทำลายกรุงโรม ไม่มีอยู่ในระบบสหรัฐฯ เลย
ดังนั้น ความเสี่ยงของสหรัฐฯ ไม่ใช่ Default (ผิดนัดชำระหนี้) แต่เป็น Inflation หรือเงินเฟ้อครับ
และ 2 ปัญหานี้ต้องการ "ยา" ที่คนละแบบกันเลย ดังนั้น อย่าเปรียบเทียบสหรัฐฯ กับกรุงโรมในอดีตกันแบบตรงๆครับ
---------------------------------
แต่ก็ไม่ใช่ว่าหนี้ไม่มีต้นทุนนะครับ เพราะมันมีต้นทุนจริงๆ
ต้นทุนจริงของสหรัฐฯที่ต้องระวังก็คือ
ดอกเบี้ยจ่ายสุทธิ FY 2025 = $1.2 ล้านล้าน (~4% ของ GDP)
กลายเป็นรายจ่ายอันดับ 2 ของรัฐบาลกลาง รองจาก Social Security และสูงกว่างบกลาโหมแล้วไปแล้ว
และมีงานวิจัยจาก Jones & De Rugy พบว่า "การใช้จ่ายของรัฐที่มากเกินไป มี Multiplier ติดลบ" - หมายถึง ยิ่งรัฐใช้เยอะ ภาคเอกชนยิ่งหดตัว
ความเสี่ยงจริง ก็คือ Disinflation/Stagflation มากกว่า Default ครับ
สรุปคือ หนี้เยอะๆ มันจะดูดเงินเราไปจ่ายดอกเบี้ยหมด แทนที่จะลงทุนใน Productive Asset
ผลที่ตามมาคือ เศรษฐกิจค่อยๆ ฝืดในระยะยาว
---------------------------------
พอมองในมุมนี้ ผมตีความยังไงกับค่าเงินดอลล่าร์ในปัจจุบัน?
1. อย่าเทขาย USD เพราะกลัว "อเมริกาล่ม" ครับ
USD ยังเป็น Reserve Currency อันดับ 1 และ Mechanism ที่ทำลาย กรุงโรม ไม่มีอยู่ในสหรัฐฯ การถือ USD ผ่านพันธบัตร/หุ้นยังเป็นการกระจายความเสี่ยงที่ดี
2. ทอง + Bitcoin คือ Hedge ไม่ใช่ Replacement ของ USD
ถือไว้บางส่วนเป็นประกัน Inflation ก็ดี แต่อย่าทุ่มหมดหน้าตักเพราะเชื่อว่า Fiat จะตาย เพราะตามที่ผมเขียนข้างบน Fiat USD ไม่ได้กำลังตายแบบที่เล่ากัน
3. ระวังหุ้นสหรัฐฯ ที่พึ่ง Government Spending สูง
ถ้ารัฐบาลสหรัฐฯ ตัดงบจริง (เพื่อแก้ปัญหาดอกเบี้ยจ่าย $1.2T) — Defense Contractor, Healthcare ที่พึ่ง Medicare, บริษัทรับจ้างรัฐ จะกระทบหนัก
4. ติดตาม Inflation มากกว่า Debt-to-GDP
ถ้า CPI สหรัฐฯ พุ่งเกิน 4-5% ต่อเนื่อง → เฟดไม่มีทางเลือกนอกจากขึ้นดอกเบี้ย → รัฐต้องดอกเบี้ยจ่ายเพิ่ม ... นั่นคือสัญญาณว่าระบบเริ่มสะดุดจริง
แต่ถ้า CPI ยังอยู่ 2-3% หนี้ที่สูงขึ้นยังจัดการได้ครับ
---------------------------------
โลกการลงทุนมีการเล่าเรื่องที่ดราม่ามากเกินไปครับ
"อเมริกาจะล่มสลาย" เป็นเรื่องเล่าที่ขายดีมากบน Social Media (และผมเองก็เคยหลงเชื่อไปด้วย)
แต่พอเจาะตัวเลขจริงๆ แล้ว เราต้องระวังการตัดสินใจลงทุนบนเรื่องเล่าที่ฟังง่ายแต่ผิดในรายละเอียด
ผมไม่ได้บอกว่า "หนี้สหรัฐฯ ไม่มีปัญหา" นะ ปัญหามีจริง (ดอกเบี้ยจ่ายปีละ $1.2T เป็นเรื่องใหญ่) แต่ปัญหาจริงคือ Inflation และการใช้จ่ายของรัฐบาลที่มากเกินจนไปเบียดเบียนภาคเอกชน
ส่วนตัวผมว่า ใน 5-10 ปีข้างหน้า สหรัฐฯ จะต้องเผชิญกับการเลือกที่ยากมากๆ
1. ตัดงบ Social Security/Medicare (ผู้สูงอายุซวย + พรรคที่ทำเรื่องนี้ เลือกตั้งแพ้แน่นอน)
2. ปล่อยให้เงินเฟ้อกัดกินค่าเงินช้าๆ (คนออมเงินเแยๆคือซวย + เคนถือ Bond ก็ขาดทุน เพราะดอกเบี้ยขึ้นเอาๆ)
ทั้ง 2 ทางเจ็บคนละแบบ และนั่นแหละคือเรื่องที่นักลงทุนต้องดูกันต่อครับ
Mr.Messenger รายงาน

ไทย
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweetledi

Get 1 free month of Bevel Pro 🎉
Use code 4V17IR when you sign up or enter it in Settings.
join.bevel.health/4V17IR
English
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweetledi
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweetledi

“…. คนญี่ปุ่นประท้วงการก่อสร้างมัสยิดแห่งแรกในเมืองฟูจิซาวะ มัสยิดที่ถูกเสนอจะมีขนาดใหญ่กว่าศาลเจ้าชินโตใกล้เคียงมาก ซึ่งเป็นการยั่วยุ …”
Dr. Maalouf @realMaalouf
JAPAN: Thousands gathered to protest the construction of the first mosque in Fujisawa. The proposed mosque would be much larger than the nearby Shinto shrine, an act of provocation. “We don’t want a single mosque, or Muslim cemetery here!”
ไทย
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweetledi

การเจรจารอบแรกระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจบลงแล้วนะครับ
โดยใช้เวลายาวนานกว่า 15 ชั่วโมงทีเดียว
บทสรุปคือ ยังไม่มีข้อสรุป แต่ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเจรจาต่อในวันอาทิตย์นี้
และนี่คือ ประเด็นที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นในการเจรจาครับ
1️⃣ รายงานข่าวบอกว่า บรรยากาศการพูดคุยเต็มไปด้วยความตึงเครียด คณะทูตอิหร่านแต่งกายชุดดำและนำสิ่งของของเด็กที่เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ มาแสดงเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความสูญเสีย เพื่อกดดันสหรัฐฯ
2️⃣ อิหร่านตั้งเงื่อนไขแข็งกร้าว 4 ข้อ ได้แก่:
1. อำนาจอธิปไตยเบ็ดเสร็จเหนือช่องแคบฮอร์มุซ
2. สหรัฐฯ ต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงคราม
3. ต้องคืนสินทรัพย์ที่ถูกอายัดไว้แบบไม่มีเงื่อนไข
4. ต้องมีการหยุดยิงถาวรทั่วทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง (รวมถึงอิสราเอลต้องหยุดยิงในเลบานอน)
3️⃣ ในขณะที่กำลังเจรจา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งการให้เรือพิฆาตติดขีปนาวุธของสหรัฐฯ 2 ลำ เข้าไปในช่องแคบฮอร์มุซเพื่อปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิด โดยไม่สนใจว่าการเจรจาจะสำเร็จหรือไม่
4️⃣ ถึงจะมีความตึงเครียด แต่มีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันยักษ์ (VLCC) 3 ลำ (ที่ขนส่งน้ำมันให้จีน) สามารถเดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการหยุดยิงชั่วคราว ทว่าทรัมป์ยังคงไม่พอใจอย่างมากและกล่าวหาว่าอิหร่านแอบเก็บ "ค่าผ่านทาง"
5️⃣ อิสราเอลยืนยันว่าจะเดินหน้าถล่มกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนต่อไป (ยอดผู้เสียชีวิตทะลุ 2,000 ราย) และไม่ยอมให้ปฏิบัติการนี้ไปผูกติดกับข้อตกลงหยุดยิงของสหรัฐฯ-อิหร่าน
6️⃣ แม้จะมีกำหนดการให้เลบานอนและอิสราเอลเจรจากันที่วอชิงตันในวันอังคารที่จะถึงนี้ แต่นายกรัฐมนตรีเลบานอนได้ประกาศเลื่อนการเดินทางแล้ว เนื่องจากมีผู้ประท้วงชาวเลบานอนจำนวนมากต่อต้านการเจรจากับอิสราเอลครับ
สรุป จนถึงตอนนี้ สถานการณ์ปัจจุบันเข้าข่าย "การเจรจาบนปากกระบอกปืน" อย่างแท้จริงครับ
การที่สหรัฐฯ ส่งเรือรบเข้าไปกู้ระเบิดในขณะที่ทูตกำลังคุยกัน ถือเป็นการยกระดับความเสี่ยงด้านการทหารอย่างจงใจ ซึ่งอาจนำไปสู่การปะทะด้วยอาวุธโดยไม่ตั้งใจได้ตลอดเวลา
Mr.Messenger รายงาน

ไทย
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweetledi

• คุณเจ้าของโพสบ่นถึงทำเลสิคแล้วตาแห้งใช้ชีวิตยากขึ้น
• หมอเลสิคมาโควทเรื่องตาแห้งว่าต้องตรวจเข้ม
• เจ้าของโพสมาเมนชั่นหมออีกทีว่าทำกับหมอเลยค่ะ วันที่ทำมีอาการตาแห้ง หมอบอกว่ามารักษาตาแห้งทีหลังได้
pameilin@nsnromeo
@DrSasiYaisawang เคสนี้ ในวันผ่าตัดเราทำกับคุณหมอเลยค่ะ 🙏🏻 ซึ่งวันนัดผ่ามีอาการตาแห้ง (ต่างจากวันตรวจที่หมอแจ้งว่าไม่มีปัญหาตาแห้ง) แต่ทางคุณหมอศศิบอกตาแห้งนิดหน่อย วันนี้ผ่าตัดได้ ค่อยรักษาตาแห้งหลังผ่าตัดได้ค่ะ
ไทย
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweetledi

อย่างที่ทุกคนรู้กันแล้วนะครับ ว่า สหรัฐฯ และอิหร่านยอมตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์
ซึ่งก็ต้องให้เครดิตกับปากีสถาน ที่เป็นคนกลางไกล่เกลี่ยในครั้งนี้ จนมีความคืบหน้าที่ชัดเจน
และเพียงแค่มีข่าวตกลงหยุดยิงออกมาเท่านั้น ก็สร้างคลื่นแห่งการมองโลกในแง่ดี ให้กับนักลงทุนได้มหาศาลเลยครับทุกคน
เพราะ นี่ถือเป็นความหวังแรก นับตั้งแต่สงครามก่อตัวขึ้นเมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ที่มีโอกาสเห็นการลดระดับความรุนแรงลงเลยครับ
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์จริงบนพื้นดิน เรายังเห็นความตึงเครียดและจุดยืนที่ห่างไกลกันระหว่างทั้งสองฝ่ายครับ
--------------------------
จุดยืนที่ห่างไกล มีอะไรบ้าง ไปดูกันครับ
เรื่องแรก เรายังเห็นสื่อรายงานข่าวว่า อิสราเอลยังคงเดินหน้าถล่มกรุงเบรุต ในประเทศเลบานอนอย่างหนักจนมีผู้เสียชีวิตถึง 182 รายในวันเดียว
ซึ่งอิสราเอล (เนทันยาฮู) ออกมายืนกรานว่าการหยุดยิงนี้ "ไม่ครอบคลุม" ถึงปฏิบัติการในเลบานอน
แต่อิหร่านต้องการให้อิสราเอลยุติการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลง
และเมื่ออิสราเอลยังไม่หยุดยิง
อิหร่าน ก็เลยต่อรองเพิ่ม โดยบอกว่า จะยอมเปิดช่องแคบก็ต่อเมื่อสหรัฐฯ ยุติการคุกคาม และอิสราเอลต้องหยุดยิงในเลบานอนด้วย
ซึ่งจากรายงานข่าวล่าสุดตอนนี้ การสัญจรยังคงเป็นอัมพาต และอิหร่านได้บีบให้เรือพาณิชย์ทุกลำต้องขออนุญาตจากกองกำลัง IRGC ก่อนเดินเรือ
แล้วพออิหร่านยังไม่ยอมเปิดช่องแคบ
ทรัมป์ ส่งสัญญาณบอกทันทีว่า กองทัพสหรัฐฯ จะไม่ถอนกำลังออกไปจนกว่าจะได้ "ข้อตกลงที่แท้จริง"
ซึ่งเงื่อนไขตายตัว ที่ทรัมป์บอกต่อรองไม่ได้ ก็คือ อิหร่านต้องล้มเลิกโครงการนิวเคลียร์ และต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ถ้าอิหร่านไม่ยอมตกลง สหรัฐฯ ก็พร้อมจะกลับมาเปิดฉากยิงทันที
วิกฤตครั้งนี้เป็นเหมือนการ "งัดข้อ" ที่ไม่มีใครยอมใครครับ
สหรัฐฯ โฟกัสไปที่เรื่องความมั่นคงทางนิวเคลียร์และราคาน้ำมัน ในขณะที่อิหร่านพยายามใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องต่อรองเพื่อปกป้องพันธมิตรในเลบานอน
แล้วการเจรจาอย่างเป็นทางการอีกรอบ กำลังจะเริ่มขึ้นในเช้าวันเสาร์นี้ที่กรุงอิสลามาบัดแล้ว
รอบนี้ สหรัฐฯ ส่งทีมชุดใหญ่ นำโดยรองประธานาธิบดี JD Vance พร้อมด้วยที่ปรึกษาคนสำคัญอย่าง Jared Kushner และ Steve Witkoff (ทรัมป์ คงไม่กล้าบินไปเอง กลัวไม่ได้กลับบ้าน)
ถ้าสมการสันติภาพนี้ยังไม่ลงตัว ความเสี่ยงที่การเจรจาจะล้มเหลวและกลับมาปะทะกันใหม่หลังหมดเวลาหยุดยิง 2 สัปดาห์ยังมีอยู่สูงมากครับ
ตลาดที่กำลังวิ่งรับข่าวดีในตอนนี้ อาจเผชิญแรงเทขายรุนแรงได้ทุกเมื่อหากผลการเจรจาออกมาน่าผิดหวัง
จนถึงตอนนี้ ผมว่าเส้นต้ายที่แท้จริง ไม่ใช่วันอังคารที่ผ่านมาครับ แต่มันคือเสาร์นี้ต่างหาก เพราะถ้าโต๊ะเจรจาล้มไม่เป็นท่า คงยากที่จะกลับมาคุยกันได้ในเวลาอันสั้น
และแรงเทขายในตลาดหุ้นอาจกลับมาหลอกหลอนนักลงทุนอีกครั้ง
Mr.Messenger รายงาน

ไทย
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweetledi

เปิดโรงพยาบาลศูนย์สแกมเมอร์ช่องจอม มีตั้งแต่ห้องรักษา ทำฟัน ยันทำคลอด!
.
#ศูนย์สแกมเมอร์ #ช่องจอม #โรงพยาบาล #ศูนย์สแกมเมอร์กัมพูชา #กัมพูชา #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36
ไทย

iPhone 17 Pro Max กันเลนส์กล้อง ฝุ่นเข้า หลุด 1 ดวง เปลี่ยนนกันเลนส์กล้อง iMos สีรุ้ง #iMos
lshopee Shopee 👉🏻 shope.ee/9KDTHEQ59E (จัดส่งอย่างเดียว ไม่มีบริการติดหน้าร้าน)
ไทย
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweetledi

มือถือแบรนด์อื่นจะซูม 100X ถ่ายตึก หรือ ซูม 200X ถ่ายดวงจันทร์ชัด ก็สู้ iPhone ไม่ได้
เมื่อนักบินอวกาศใช้ iPhone 17 Pro Max ถ่ายรูปดาวโลกจากอวกาศ
ภาระกิจ Artemis II ที่ NASA ส่งยาน Orion พร้อมนักบินอวกาศ บินอ้อมดวงจันทร์ ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่ส่งมนุษย์เข้าใกล้ดวงจันทร์ขนาดนี้ ซึ่งครั้งก่อนต้องย้อนไปสมัย Apollo 17 ราว 53 ปีก่อนที่มนุษย์ได้เดินบนดวงจันทร์
โดย NASA ได้เผยแพร่รูปในภาระกิจครั้งนี้ให้ผู้ที่สนใจเข้าไปดู โดยมีอยู่ 2 รูปที่นักบินอวกาศใช้กล้องหน้า iPhone 17 Pro Max ถ่ายตัวเองบริเวณหน้าต่างยานอวกาศเพื่อให้เห็นดาวโลกไปด้วย
ถือเป็นภาพประวัติศาสตร์ของ iPhone ก็ว่าได้ เพราะภาพแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาได้ตลอดเวลาที่นึกอยากออกไปตั้งกล้องที่ไหนก็ถ่ายได้ แต่ต้องออกไปอวกาศถึงจะได้ภาพแบบนี้
ช่วงเวลาที่ iPhone ได้เข้าไปอยู่ในหนึ่งในภารกิจสำคัญที่สุดของยุคนี้
========
สำหรับกล้องหลักในภาระกิจ Artemis II ที่นักบินอวกาศใช้เท่าที่ดูข้อมูลจะเป็น Nikon D5 และ Nikon Z9
ส่วนเลนส์ที่ใช้เท่าที่เห็นข้อมูลจากภาพมีทั้ง
14-24mm f2.8
17-35mm f2.8
VR50-500mm f4.5-6.3G
28-300mm f3.6-5.6
35mm f2.0
Sigma 14mm f1.4 DG DN Art




ไทย
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweetledi

@WHOOP just filed a lawsuit against us.
A $10B company with 800+ employees is scared of us, a 20-person team making health tracking accessible to all.
Rather than focusing on product and innovation, Whoop has decided to use its newly raised capital on lawfare.
In this video, I share our side of the story, explain why their claims are baseless, and why we believe fighting back is the right thing to do.
English







