Sabitlenmiş Tweet
พูดดีๆไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด |||
20.1K posts

พูดดีๆไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด |||
@Myoklor
มนุษย์มีขีดจำกัด บนความอิสระ
ที่ไหนสักแห่งบนโลกกลมๆใบนี Katılım Haziran 2016
150 Takip Edilen16 Takipçiler
พูดดีๆไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด ||| retweetledi
พูดดีๆไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด ||| retweetledi

เดินหน้าทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรต่อไปครับ
.
วันนี้ศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องของ ป.ป.ช. ที่กล่าวหาอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกลทั้ง 44 คน พร้อมมีคำสั่งเพิ่มเติมให้ สส. ที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ผมจึงขอใช้โอกาสนี้ยืนยันเดินหน้าทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรต่อไป เพื่อรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และเพื่อยืนยันว่า สภาผู้แทนราษฎรยังคงเป็นพื้นที่ในการสร้างการเปลี่ยนแปลง
.
ระบบรัฐสภาเป็นกลไกพื้นฐานที่เปิดโอกาสให้ผู้แทนของประชาชนสามารถผลักดันวาระในการเปลี่ยนแปลงประเทศผ่านกระบวนการตามรัฐธรรมนูญอย่างสันติ เรื่องนี้จึงสำคัญยิ่งกว่าอนาคตทางการเมืองของพวกเรา เพราะเกี่ยวข้องกับอนาคตของประชาธิปไตยไทยว่า เราจะมีระบอบการเมืองที่ยึดหลักการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจอย่างเป็นธรรม ใช้มาตรฐานเดียวกับทุกฝ่าย เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน หรือเราจะปล่อยให้ระบบที่ใช้อำนาจเพื่อปกป้องการแสวงหาผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มดำรงอยู่ต่อไปโดยไม่สามารถถูกตรวจสอบได้
.
เราไม่ต้องการเห็นกระบวนการนิติสงครามถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อรักษาระบอบการเมืองที่เป็นมรดกจากการรัฐประหาร ระบอบที่ลดทอนอำนาจของประชาชน และรวมศูนย์อำนาจไว้ในมือของชนชั้นนำและนักการเมืองบางกลุ่มโดยไม่แยแสต่ออนาคตของประเทศ สิ่งที่เรากำลังต่อสู้ จึงไม่ใช่เพียงเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองในชั้นศาล แต่คือการยืนยันว่าประชาธิปไตยไทยต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่ถอยหลังกลับไปสู่โครงสร้างเดิมที่ปิดกั้นเสียงของประชาชน
.
ผมจะดำเนินการต่อสู้คดีในชั้นศาลฎีกาอย่างถึงที่สุด และในขณะเดียวกัน ผมจะไม่หยุดทำงานในฐานะผู้แทนของประชาชน เพราะพี่น้องประชาชนมากกว่า 11 ล้านคนให้ความไว้วางใจพวกเรา ผมจะยังคงทำหน้าที่ในสภาเพื่อตรวจสอบ ถ่วงดุล และส่งข้อเสนอแนะนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนต่อไป
.
แต่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ไม่ได้เกิดขึ้นจากการลงมือทำโดยผมหรือเพื่อนของผมเท่านั้น แต่เกิดขึ้นจากการลงมือทำโดยพี่น้องประชาชนทุกคนที่ต้องการให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
.
ผมจึงขอยืนยันต่อพี่น้องประชาชนทุกคน ที่ยังเชื่อในการเปลี่ยนแปลง และยังมีความหวังอยู่เสมอว่าประเทศไทยดีกว่านี้ได้ มาร่วมกันเดินหน้าต่อไปกับเรา มาร่วมกันยืนยันอำนาจของผู้แทนราษฎร จนกว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง
.
เพราะเราคือผู้แทนราษฎร เพราะเรามาจากประชาชน




ไทย
พูดดีๆไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด ||| retweetledi

ขอบคุณโรมที่พิสูจน์ให้เห็นว่า สส. คุณภาพคืออะไร แม้ในวันที่พายุวิกฤตกำลังจะพัดผ่าน 44 สส. ความกลัวทำอะไรไม่ได้เลย ขอบคุณที่ยังคงหยัดยืนทำหน้าที่ในสภาอย่างสง่างามจนวินาทีสุดท้าย เพื่อทิ้งบรรทัดฐานและผลงานไว้เป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังได้เดินตาม จดจำในฐานะ สส.ฝ่ายค้านที่มีคุณภาพ
dei@webdevxp
"การที่เขาจะมีสัญญาเงินกู้ 100 กว่าล้านโดยที่ท่านพิพัฒน์เป็นคนให้กู้แล้วบรรดาเครือข่ายนี้ก็มาบริจาคเงินให้พรรคภจท.เนี่ย ผมถึงอยากจะรู้ไงว่าตกลงแล้วเนี่ย ไอ้ที่บอกว่าจะจัดการไอ้โม่งๆๆๆๆๆ วันนี้สังคมเขาสงสัยว่าไอ้โม่งอยู่รบ.ท่าน ... พูดให้ชัดครับ ท่านจะกล้าตรวจสอบพิพัฒน์หรือเปล่า?"
ไทย
พูดดีๆไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด ||| retweetledi
พูดดีๆไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด ||| retweetledi

ไปอ่านเจอมาว่าคนที่ชอบพูดจาไม่ดีกับคนในครอบครัวหรือแฟนหรือคนในบ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ต้องฝืนทนทำงานที่ตัวเองไม่ได้รัก หรืออยู่ในสภาวะที่ต้องเจอกับเพื่อนร่วมงานหรือลูกค้าที่ toxic สุดๆ แล้วตัวเองต้องเก็บกดอารมณ์ที่แท้จริงเอาไว้ตลอดทั้งวัน เลยมาระเบิดที่บ้าน...
น่าเสียดายจริงๆ ที่เราเก็บนิสัยน่ารักสุดๆของเราไว้ให้คนที่เราเกลียด และเผยร่างที่ชั่วร้ายที่สุดของตัวเองให้กับคนที่รักเรา อยู่เสมอ
ไทย
พูดดีๆไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด ||| retweetledi
พูดดีๆไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด ||| retweetledi

บางทีนะ บางทีที่เราบอกว่า
“ทำไม Manifest แล้วไม่เห็นได้ผล”
อาจไม่ใช่เพราะจักรวาลเงียบ
แต่อาจเป็นเพราะ
ใจเรายังไม่อยู่ในความถี่เดียวกับสิ่งที่อยากได้
ความจริงข้อนึงคือ
การ Manifest ไม่ได้เริ่มจากเทคนิค
แต่มันเริ่มจาก Mindset ที่เราใช้ทุกวัน
และนี่คือ 6 Mindset
ที่เหมือนการตั้งค่า GPS ในใจเรา
.
1. Mindset รักตัวเอง
ถ้าใจลึก ๆ ยังเชื่อว่า
“ฉันไม่คู่ควร”
ต่อให้สิ่งดีเข้ามา
เราก็อาจเผลอปล่อยมันหลุดมือ
การรักตัวเอง
คือแม่เหล็กชิ้นแรกของการ Manifest
.
2. Mindset ใจเย็น
ต้นไม้ไม่ได้โตในคืนเดียว
สิ่งที่เราขอ
ไม่ได้ช้าเกินไป
แค่ยังไม่ถึงเวลา
ความนิ่ง
คือความถี่ของการไหลลื่น
.
3. Mindset เชื่อในความเป็นไปได้
ก่อนโลกจะเปิดทาง
เราต้องเปิดใจตัวเองก่อน
เปลี่ยนคำว่า
“เป็นไปไม่ได้”
ให้เป็น
“มันอาจเป็นไปได้ก็ได้นะ”
บางครั้ง
แค่เชื่อ
ชีวิตก็เริ่มขยับ
.
4. Mindset กล้าจินตนาการ
ภาพในใจ
คือหมุดหมายของชีวิต
ถ้าเราไม่เห็นมันในหัว
เราจะไปไม่ถึงมันในโลกจริง
การจินตนาการ
คือการส่งสัญญาณให้จักรวาลรู้ว่า
เราต้องการอะไร
.
5. Mindset ของคนอารมณ์ดี
อารมณ์
คือพลังงาน
ใจที่เบา
ดึงดูดสิ่งดีง่ายกว่าใจที่หนัก
ไม่ต้องยิ้มตลอดเวลา
แค่ดูแลใจตัวเองให้เบา
ให้มีที่ว่างสำหรับสิ่งดี ๆ เข้ามา
.
6. Mindset วางใจในจักรวาล
(หรือจริง ๆ คือ วางใจในตัวเอง)
เรามีหน้าที่ลงมือทำ
ส่วนผลลัพธ์
มีหน้าที่เติบโตของมันเอง
เหมือนปลูกต้นไม้
เรารดน้ำได้
แต่เราเร่งการเติบโตไม่ได้
.
สุดท้ายแล้ว
Manifest ไม่ใช่เวทมนตร์
แต่มันคือการปรับ “ความถี่ของใจ”
ให้ตรงกับชีวิตที่เราอยากมี
และบางที
ชีวิตที่เราขอไว้
กำลังเดินทางมาหาเรา
อยู่เงียบ ๆ
ในทุกวันที่เราไม่ยอมแพ้

ไทย
พูดดีๆไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด ||| retweetledi

10 ข้อคิด จากคนที่เคย “ลาออก” จากงาน
ถึงคนที่ “กำลังตัดสินใจ”
1.อย่าลาออกเพราะอารมณ์
ให้ลาออกเพราะความชัดเจน
วันที่เราเหนื่อยมาก
โดนกดดันมาก
หรือรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว
มันง่ายมากที่จะคิดว่า
“พรุ่งนี้ฉันจะลาออก”
แต่ความจริงคือ
การลาออกไม่ใช่แค่การออกจากที่หนึ่ง
มันคือการพาตัวเองไปอีกเส้นทางหนึ่ง
ถ้ายังโกรธ ยังน้อยใจ ยังเสียใจ
ให้พักก่อน
อย่าเพิ่งตัดสินใจตอนใจร้อน
เพราะการตัดสินใจที่ดี
ควรมาจากสติ
ไม่ใช่อารมณ์
.
2.สุขภาพจิตสำคัญ
แต่การเงินก็สำคัญไม่แพ้กัน
ถ้างานกำลังทำให้คุณป่วยทางใจ
ร้องไห้ทุกวัน
ตื่นมาแล้วไม่อยากใช้ชีวิต
นั่นไม่ใช่เรื่องเล็ก
และไม่ควรถูกมองข้าม
แต่ในขณะเดียวกัน
การลาออกโดยไม่มีเงินสำรอง
ก็อาจทำให้ความเครียดแบบใหม่
เข้ามาแทนที่ความเครียดแบบเดิม
สุขภาพจิตสำคัญ
แต่ความมั่นคงพื้นฐานก็สำคัญ
อย่ารักษาใจ
ด้วยการทำร้ายชีวิตตัวเองในระยะยาว
.
3.อย่าหนีจากที่เดิม
โดยยังไม่รู้ว่าจะไปไหน
หลายคนลาออก
เพราะอยาก “หนี” บางอย่าง
หนีหัวหน้า
หนีงาน
หนีความรู้สึกบางอย่างในใจ
แต่การหนี
ไม่ใช่การแก้ปัญหาเสมอไป
ลองถามตัวเองก่อนว่า
ถ้าออกไปแล้ว
จะไปทางไหนต่อ
ไม่จำเป็นต้องชัด 100%
แต่ควรมีทิศทาง
ไม่ใช่แค่ความอยากหนี
.
4.เงินสำรอง
คือความกล้าที่แท้จริง
ความกล้า
ไม่ใช่การกระโดดโดยไม่คิด
ความกล้า
คือการเตรียมตัวก่อนจะกระโดด
ถ้าคิดจะลาออก
ลองเตรียมเงินสำรองไว้
อย่างน้อย 3–6 เดือน
ไม่ใช่เพราะโลกโหดร้าย
แต่เพราะชีวิตจริง
มีค่าใช้จ่ายที่รอเราอยู่ทุกวัน
ความมั่นคงเล็กๆ
ทำให้การตัดสินใจใหญ่
ไม่กลายเป็นความเสี่ยงที่อันตรายเกินไป
.
5.บางครั้ง
ปัญหาไม่ใช่งาน
แต่เป็นวิธีที่เราทำงาน
ก่อนจะลาออก
ลองถามตัวเองอีกครั้งว่า
สิ่งที่ทำให้เหนื่อย
คืองานจริงๆ
หรือเป็นเพราะเราไม่เคยตั้งขอบเขต
ทำงานเกินเวลา
รับทุกอย่าง
ไม่กล้าปฏิเสธ
บางที
สิ่งที่ต้องเปลี่ยน
ไม่ใช่ที่ทำงาน
แต่อาจเป็นวิธีที่เราใช้ชีวิตในที่ทำงาน
.
6.อย่ามองแค่ว่า “ทนไม่ไหว”
ให้มองว่า “ได้เรียนรู้อะไร”
ทุกงาน
มีบางอย่างให้เราได้เรียนรู้
แม้จะเป็นงานที่เราไม่รัก
หรือที่ทำให้เราเหนื่อย
ก่อนจะลาออก
ลองมองย้อนกลับไป
เราได้ทักษะอะไร
ได้ประสบการณ์อะไร
ได้รู้จักตัวเองมากขึ้นแค่ไหน
เพราะเมื่อคุณออกไป
สิ่งที่ติดตัวไปด้วย
ไม่ใช่ตำแหน่ง
แต่คือบทเรียน
.
7.อย่าลาออก
เพราะเห็นชีวิตคนอื่นสวยกว่า
ยุคนี้
เราเห็นคนลาออก
ไปทำธุรกิจ
ไปทำคอนเทนต์
ไปใช้ชีวิตในแบบที่ดูมีความสุข
และมันง่ายมาก
ที่จะคิดว่า
“ฉันก็อยากมีชีวิตแบบนั้น”
แต่สิ่งที่เราเห็น
อาจเป็นแค่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขา
ไม่ใช่ความเหนื่อย
ไม่ใช่ความล้มเหลว
ไม่ใช่วันที่เขากลัวเหมือนเรา
อย่าตัดสินใจจากภาพของคนอื่น
ให้ตัดสินใจจากชีวิตของตัวเอง
.
8.ถ้าจะออก
ให้วางแผนเหมือนกำลังเริ่มชีวิตใหม่
การลาออก
ไม่ใช่แค่การจบ
แต่มันคือการเริ่ม
ถ้าจะเริ่มใหม่
ให้เริ่มอย่างมีแผน
จะทำอะไรต่อ
ต้องเรียนรู้อะไรเพิ่ม
ต้องใช้เวลาเท่าไหร่
ต้องรับความเสี่ยงอะไรบ้าง
ยิ่งคิดล่วงหน้าได้มากเท่าไหร่
โอกาสพลาดก็จะน้อยลงเท่านั้น
.
9.อย่ากลัวการลาออก
แต่อย่ามองมันว่าเป็นทางหนีง่ายๆ
การลาออก
ไม่ใช่เรื่องผิด
บางครั้ง
มันคือการปกป้องตัวเอง
และการให้โอกาสตัวเองได้เติบโต
แต่ในขณะเดียวกัน
มันก็ไม่ใช่ปุ่มรีเซ็ตชีวิต
ปัญหาบางอย่าง
อาจตามเราไปในที่ใหม่
ถ้าเราไม่เคยเรียนรู้จากที่เดิม
อย่ากลัวที่จะออก
แต่ก็อย่าคิดว่าการออก
จะแก้ทุกอย่างได้ทันที
.
10.เมื่อคุณตัดสินใจแล้ว
อย่าเสียใจกับอดีต
ให้ใช้มันเป็นบทเรียน
ไม่ว่าคุณจะเลือก “อยู่”
หรือเลือก “ลาออก”
สุดท้ายแล้ว
การตัดสินใจนั้น
จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ
ข้างหลัง
คือบทเรียน
ข้างหน้า
คือโอกาส
ไม่มีการตัดสินใจไหน
ที่สมบูรณ์แบบ
มีแค่การตัดสินใจ
ที่เรารับผิดชอบกับมัน
และเติบโตจากมันให้ได้

ไทย
พูดดีๆไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด ||| retweetledi
พูดดีๆไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด ||| retweetledi

พูดดีๆไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด ||| retweetledi

แม่น้ำเป็นพิษไม่ปลอดภัย
.
ถึงเวลาคืนความปกติให้แม่น้ำ กำจัดสารพิษให้แม่น้ำปลอดภัย เป็นเวลากว่า 2 ปีแล้วที่ชาวบ้านถูกทิ้งให้อยู่กับสารพิษที่ปนเปื้อนในแม่น้ำ ทั้งแม่น้ำกก แม่น้ำรวก แม่น้ำสาย แม่น้ำโขง และแม่น้ำสาละวิน จากการทำเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้าน
.
ประชาชนอาศัยแหล่งน้ำเพื่อดื่มกินและใช้ชีวิต พวกเขาต้องทนสัมผัสน้ำ ทนทุกข์ร้อนอยู่กับสารพิษ สารหนูที่เกินมาตรฐานความปลอดภัยที่ร่างกายมนุษย์และสิ่งมีชีวิตจะรับได้ สัตว์น้ำติดเชื้อจากสารพิษ คนป่วย เป็นโรคผิวหนัง ชาปลายมือปลายเท้า ระบบทางเดินหายใจมีปัญหา
.
สิ่งที่พรรคประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลต้องเร่งแสดงความจริงใจ ด้วยการเดินหน้าแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้แล้ว สารพิษเหล่านี้ต้องถูกจำกัดออกไป ควรร่วมมือภายใต้กรอบพหุภาคี มี Action Plan ร่วมกันหลายฝ่ายภายใต้รัฐภาคี อาทิ จีน เมียนมา ลาว ไทย
.
รวมทั้งต้องใช้ พ.ร.บ. แร่ ให้มีการจัดการห่วงโซ่อุปทานทั้งการนำเข้า-ส่งออกแร่ทุกชนิด ต้องให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ นี่คือสิ่งที่พรรคประชาชนเรียกร้องผลักดันมาตลอด แต่ไม่ได้รับการตอบสนองใดๆ จากรัฐบาล
.
นี่จะเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่ทำให้รู้ว่ารัฐบาลจริงจัง จริงใจต่อการแก้ปัญหาเพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนมากน้อยแค่ไหน
@PLeelaphat
ไทย
พูดดีๆไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด ||| retweetledi
พูดดีๆไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด ||| retweetledi

หลังจากเปลี่ยนงานจึงรู้ว่า •.
- ไม่มีที่ไหนเพอร์เฟกต์ 100%
- ความตื่นเต้นในวันแรก หายเร็วกว่าที่คิด
- เงินเดือนอาจดีขึ้น แต่ความกดดันก็เพิ่ม
- การเริ่มใหม่ ทำให้เห็นตัวเองชัดขึ้น
- บางอย่างต้องใช้เวลามากกว่าที่คิด
- บางอย่างที่คิดว่าจะดี กลับไม่ใช่
- บางอย่างที่ไม่คาดหวัง กลับโอเค
- บางครั้งต้องเงียบ เพื่อเรียนรู้ให้มากกว่าเดิม
- ต้องเรียนรู้ระบบใหม่ ตั้งแต่ศูนย์
- เพื่อนร่วมงาน มีผลกับความสุขในการทำงาน
- บางครั้งการลาออกจากที่เดิม ไม่ได้แปลว่ายอมแพ้
ไทย
พูดดีๆไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด ||| retweetledi
พูดดีๆไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด ||| retweetledi
พูดดีๆไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด ||| retweetledi
พูดดีๆไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด ||| retweetledi









