ปันเจ

4.6K posts

ปันเจ banner
ปันเจ

ปันเจ

@PanJ

Bangkok, Thailand Katılım Ekim 2008
1.2K Takip Edilen7.1K Takipçiler
วชิราภรณ์ นิรันตราภรณ์ (ไพลิน)
ฮัลโหล ๆ ทุกคน กลับมาแล้ว ถือว่าเป็นการไปพักผ่อนมาจริง ๆ หลังเลือกตั้งและน้ำท่วมที่ผ่านมา เหมือนชีวิตมีอะไรต้องทำเยอะไปหมด ตอนนี้กลับมาแข็งแรงสดใสมีกำลังใจทำงานแล้ว (กว่าจะฟื้นคืนชีพคือนานมาก)
ไทย
6
4
51
1.2K
ปันเจ
icon ใหม่ของบริการ Google เน้น Gradient สื่อถึงการเอา AI เข้าไปผสานในบริการต่าง ๆ
ปันเจ tweet mediaปันเจ tweet mediaปันเจ tweet mediaปันเจ tweet media
ไทย
0
4
9
829
ปันเจ
ตามหลักการ รัฐบาลบริหารแย่ ประชาชนด่ารัฐบาล แต่นี่รัฐบาลพลัส
พรรคประชาชน - People's Party@PPLEThai

[ รัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ]  . ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งปี 2569 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นกลไกปกติของรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายและมาตรการรับมือวิกฤตตามฤดูกาล . แต่สิ่งที่ไม่ปกติและแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คือการปรากฏตัวของคณะองคมนตรีหลายท่าน ได้แก่ พลากร สุวรรณรัฐ, พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ, พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท, พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง และเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อ “ให้กำลังใจและคำแนะนำ” ในการรับมือภัยแล้งครั้งนี้ . มองเผินๆ นี่อาจดูเหมือนความห่วงใยต่อประชาชนในยามวิกฤต แต่ในอีกด้านหนึ่ง การที่องคมนตรีเข้า "คลุกวงใน" กับการทำงานของฝ่ายบริหารอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ ชวนให้ตั้งคำถามสำคัญถึงความเหมาะสมในทางหลักการ . ตามหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง เพื่อรักษาความเป็นกลางและเสถียรภาพของสถาบันโดยไม่ทรงเข้ามาข้องเกี่ยวโดยตรงกับอำนาจบริหาร . ขณะที่องคมนตรี ซึ่งมีขอบเขตหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญชัดเจนว่าเป็นผู้ถวายคำปรึกษาต่อพระมหากษัตริย์ ย่อมต้องวางตัวเป็นกลางเพื่อรักษาดุลยภาพนั้น และต้องไม่มีบทบาททางการเมืองเด่นชัดต่อสาธารณะอันอาจถูกตีความได้ว่าเป็นการแทรกแซงฝ่ายบริหาร . ในความเป็นจริง เส้นแบ่งระหว่างการ “ให้คำแนะนำ” กับ “การมีอิทธิพลต่อการบริหารราชการแผ่นดิน” นั้นบางเบาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในบริบทสังคมไทย “คำแนะนำ” จากผู้สวมหัวโขนที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ ย่อมถูกปฏิเสธได้ยาก และมักได้รับน้ำหนักเหนือกว่าข้อสั่งการหรือแนวนโยบายของผู้ปฏิบัติงานจริงที่หน้างาน . คำถามสำคัญคือ รัฐบาลและข้าราชการในที่ประชุม บกปภ.ช. จะสามารถปฏิเสธหรือตั้งคำถามต่อ “คำแนะนำ” เหล่านั้นได้จริงหรือ? ในทางปฏิบัติคงเป็นไปได้ยากยิ่ง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมองคมนตรีจึงไม่ควรเข้าร่วมประชุมสำคัญของฝ่ายบริหาร เพราะหน่วยงานรัฐจำเป็นต้องรับคำแนะนำเหล่านั้นแทบทั้งหมดไปปฏิบัติโดยอัตโนมัติ . และที่สำคัญที่สุดคือหลักความรับผิดรับชอบ (Accountability) ในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลคือฝ่ายที่ประชาชนเลือกเข้ามา มีหน้าที่ใช้อำนาจบริหารและต้องรับผิดชอบต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวผ่านกลไกตรวจสอบของรัฐสภา ต่างจากองคมนตรีที่มีที่มาจากการแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย และไม่มีกลไกที่จะต้องรับผิดชอบทางการเมืองหรือกฎหมายต่อสาธารณะ . หาก “คำแนะนำ” เหล่านั้นถูกนำไปปฏิบัติแล้วเกิดความล้มเหลว สังคมจะสามารถเรียกหาความรับผิดชอบจากผู้ให้คำแนะนำได้หรือไม่? หรือสุดท้ายรัฐบาลต้องเป็นผู้แบกรับแทน?  . พรรคประชาชนเห็นว่ารัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การปล่อยให้เกิดสภาวะเช่นนี้รังแต่จะสร้างความสับสนว่า ใครคือผู้บริหารประเทศตัวจริง ระหว่างผู้ที่ประชาชนเลือกเข้ามา หรือผู้ที่ไม่มีสถานะทางการเมืองโดยตรงแต่มีบทบาทในกระบวนการบริหารอย่างต่อเนื่อง . ไม่มีใครปฏิเสธความปรารถนาดีต่อประชาชน แต่ในระบอบประชาธิปไตย “ความหวังดี” ต้องอยู่บนฐานของความถูกต้องตามหลักการ . องคมนตรีจึงต้องวางตัวอย่างระมัดระวังที่สุด ไม่ให้ “คำแนะนำ” กลายสภาพเป็น “ข้อสั่งการ” โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประชาชนนับล้าน ซึ่งสมควรเป็นหน้าที่และการตัดสินใจของฝ่ายบริหารที่จะต้องรับผิดชอบต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย

ไทย
9
297
259
14.2K
ปันเจ retweetledi
ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร -โจ- Chaiwat Sathawornwichit
Bangkok Red Flag AI | เทคโนโลยีตรวจจับทุจริตจากพรรคประชาชนกรุงเทพ ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างให้โปร่งใส ร่วมกันปกป้องเงินภาษีของคนกรุงเทพ เพื่อให้ทุกบาททุกสตางค์ ถูกนำไปพัฒนาเมืองอย่างตรงจุด . 1. งบประมาณต้องอ่านได้ด้วย AI |การจัดทำคำของบประมาณจากฝ่ายบริหาร ที่ต้องเสนอต่อสภาให้เป็น machine readable เพื่อส่งลง AI ให้ AI นำไปวิเคราะห์ตรวจสอบได้ง่าย ไม่ใช่ไฟล์ที่ให้มาแล้วเอาไปใช้ประโยชน์ต่อไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ข้อมูลแบบ machine reable การวิเคราะห์จับโกงจะเกิดขึ้นได้ยาก ซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่จะผลักดันให้เกิดขึ้น . 2. Red Flag การล็อคสเปค | โดยใช้ AI เข้าไปตรวจหาและระบุสเปกต่างๆว่ามีการระบุสเปกต่างๆแคบจนเกินไหรือไม่ เพื่อให้คนสามารถเข้ามาตรวจสอบต่อได้ว่าโครงการดังกล่าวมีความผิดปกติหรือไม่ . 3. Red Flag ราคาแพง | โดยใช้ AI เข้ามาตรวจสอบราคา โดยเปรียบเทียบราคาสิ่งที่จัดซื้อกับฐานข้อมูลการจัดซื้อในอดีต กับของหน่วยงานรัฐ ของที่ราคาแพงระบบจะตรวจพบและแจ้งเตือนออกมา ให้คนได้ตรวจสอบและเข้าดูทันที . 4. ฐานข้อมูลแคตตาล็อกราคา | เพื่อปิดช่องโหว่ในการสืบราคากลาง กทม.มีการจัดซื้อจัดจ้างหลายอย่าง เป็นไปได้ยากที่ส.ก.หรือผู้ที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบจะรู้ราคากลาง จึงจำเป็นต้องสร้างฐานข้อมูลที่ยึดกับราคาตลาดจริงๆ โดยสามารถทำได้จากราคาที่เอกชนกำหนดในท้องตลาดแล้วมีการอัพเดทข้อมูลจริง . 5. Red Flag TOR | ให้ AI เข้ามาอ่าน TOR แล้ววิเคราะห์เป็นคะแนนความเสี่ยง(Risk Score) ในการทุจริต หากมีความเสี่ยงสูงจพต้องเอาคนเข้ามาดู ทำให้รู้ว่้ามีการกำหนดคุณสมบัติหรือการกีดกันคู่แข่งหรือไม่ และมีการกำหนดเงื่อนไขการส่งมอบที่ผิดปกติเพื่อเอื้อให้หกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ . 6. Red Flag เครือข่ายใกล้ชิด | โดยใช้ฐานข้อมูลและ AI เข้ามาตรวจสอบบริษัทที่เป็นคู่ประมูลเสนอราคาเข้ามา ว่ามีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ โดยหลายโครงการมีหลายบริษัทมาประมูลจริงแต่ กรรมการคนเดียวกัน ผู้ถือหุ้นคนเดียวกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้สายตาคนตรวจยาก แต่สามารถใช้เทคโนโลยีมาช่วยตรวจสอบได้ . 7. ตรวจสอบ DNA เอกสารดิจิทัล หรือ Digital Forensic scan มีหลายครั้งที่บริษัทที่เป็นผู้ชนะการประมูล ส่งไฟล์ใบเสนอราคาให้กับบริษัทอื่น เพื่อให้บริษัทแก้รายละเอียดของใบเสนอราคาเล็กน้อยแล้วเอามาเสนอให้เป็นพิธีเพื่อเกิดคู่เทียบ สิ่งเหล่านี้ระบุได้ทันทีหากเรามีการตรวจสอบ Digital Signature และ Meta dataของไฟล์ ซึ่งเปรียบเสมือนDNAของไฟล์ เพื่อตรวจพบความผิดปกติจากไฟล์ดิจิทัลที่เอื้อต่อการทุจริตได้ . อ่านนโยบายมาตรการตรวจสอบโครงการพิรุธส่อทุจริตงบประมาณได้ในคอมเมนต์ #กรุงเทพง่ายๆ #BangkokMadeEasy #พรรคประชาชน
ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร -โจ- Chaiwat Sathawornwichit tweet media
ไทย
19
354
514
29.7K
ปันเจ
ปันเจ@PanJ·
สำหรับแคมเปญแผนที่กรุงเทพฯง่ายๆ เป้าหมายคืออยากให้เกิดการมีส่วนร่วม และเนื้อหาที่สะท้อนมาจากประชาชนในพื้นที่ เพิ่มขึ้นมาจากเนื้อหาของพรรค แต่ในส่วนความยากง่ายในการใช้งาน ก็ขอน้อมรับ feedback ครับผม 🫡
ไทย
1
14
37
2.2K
ปันเจ
ปันเจ@PanJ·
สำหรับในส่วนของเว็บไซต์ ก็ขอบคุณ feedback ต่าง ๆ เช่นกันครับ ถ้าจะขอพื้นที่ชี้แจงบ้างก็คงเป็นเรื่องที่ว่าดูเหมือนพรรคจะ focus แต่เรื่องเว็บ แต่ไม่สนใจการสื่อสารในภาพรวม ก็ต้องขอชี้แจงว่าทีมทำเว็บเป็นทีมแยกออกมา ดังนั้นไม่ได้มีการดึง focus กันแต่อย่างใด
ไทย
3
19
49
2.3K
ปันเจ
ปันเจ@PanJ·
เมื่อกี้ได้คุยกับทีมแคมเปญกทม. (ผู้ซึ่งงานเดือดตลอดเวลา) เค้ารับทราบ feedback ต่าง ๆ เป็นอย่างดี ตอนนี้ก็อยู่ในระหว่างการปรับปรุงการสื่อสารนโยบายในช่องทางต่าง ๆ อย่างเต็มที่ในทรัพยากรที่มีครับผม
ไทย
6
91
215
9.1K
ปันเจ
ปันเจ@PanJ·
มันจะมีคนกลุ่มนึงออกมาบอกว่า หน้าแหกไหมล่ะ พวกพรรคประชาชนที่ออกมาเปิดประเด็นบริษัทไทยแอบส่งชิปให้จีน เห็นไหมเค้าไฟเขียว คุณพรี่คิดว่าไฟเขียวแปลว่าอะไรฮึ ก่อนไฟมันจะเขียวได้ มันต้องเป็นไฟแดงใช่ไหม แล้วเหตุการณ์มันเกิดช่วงไฟเขียวหรือไฟแดงล่ะ
ปันเจ tweet media
ไทย
7
43
62
17.3K
ปันเจ
ปันเจ@PanJ·
ช่วงใกล้เลือกตั้งผู้ว่ากทม. เริ่มเห็นความพยายามเซ็ต CI แล้ว รหัส #00FF00 เลยทีเดียว เขียวแบบไม่มีใครเขียวกว่านี้ได้แล้ว และเป็น CI เดียวกับส.ก.ทีมนึงด้วย ต้องรอดูว่าทีมเดียวกันไหม
ปันเจ tweet media
ไทย
0
6
16
1.2K
ปันเจ
ปันเจ@PanJ·
@JirayusPumchat เก็บ quota ไว้กับอะไรที่เป็นงานเป็นการฮะ 😂
ไทย
0
1
14
70.1K
Jirayus
Jirayus@JirayusPumchat·
@PanJ คุณปันเจไม่ใช้ Opus 4.7 🫣
ไทย
1
0
2
70.5K
ปันเจ
ปันเจ@PanJ·
ยุค AI นี่อะไร ๆ ก็ง่ายไปหมดด
ปันเจ tweet media
ไทย
13
2.9K
2.4K
795.2K
ปันเจ
ปันเจ@PanJ·
@iacceso ultimate economy of scale ก็คือ 100% market share 😱
English
0
0
1
171
ปันเจ
ปันเจ@PanJ·
@hybridknight พอเรามองคลื่น AI เป็น the inevitable แล้วจะ take action อีกแบบเลย
1
0
0
376
Book 
Book @hybridknight·
เพิ่มวรรณกรรมเด็กเป็น benchmark อีกตัว แล้วดูว่าทำได้กี่ % ของเทพในสายนั้น และ alignment เป็นยังไง ก็น่าจะแตกตื่นละ
n i o l a 🍎 CA11@G18@niola0413

นี่ในฐานะครีเอเตอร์คนนึงคือ… 😧 แต่อยากรู้ว่าสายวรรณกรรมเด็กคิดว่าไงกะเรื่องนี้คะ

ไทย
3
1
2
1.6K
ปันเจ
ปันเจ@PanJ·
@MFPvoter เรียบร้อยครับ ขอบคุณมากครับ 🙏
ไทย
0
0
1
8
ให้โอกาส
ให้โอกาส@MFPvoter·
ฝากเอา อย ออกหลังกรุงเทพหน่อยครับ
ให้โอกาส tweet media
ไทย
1
1
0
28
ปันเจ
ปันเจ@PanJ·
บุคคลผู้รันวงการอยู่ข้างหลัง
Napath Narangsiya (Up)@UUUPPP11

สวัสดีทุกท่านครับ ผม อัพ ณพัทธ์ นรังศิยา รองโฆษกพรรคประชาชนคนใหม่ ขออนุญาตแนะนำตัวอย่างเป็นทางการครับ . หลังการปรับโครงสร้างครั้งล่าสุดของพรรคประชาชน หลายท่านอาจจะเคยเห็นหน้าตาของโครงสร้างใหม่ของพรรค แต่จะมีอยู่คนนึงซึ่งไม่เคยมีข่าวหรืออยู่หน้าสื่ออะไรกับเค้าเลย คนนั้นคือผมเอง . แต่จริงๆ แล้วผมคิดว่าหลายท่านน่าจะเคยเห็นผมแล้ว แต่อาจจะยังไม่รู้จัก เพราะผมที่ทำงานหลังบ้าน ก็จะแอบอยู่ในรูป ในวิดีโอ ในกิจกรรมเกี่ยวกับพรรคมาตลอด . ผมอยู่ที่นี่มาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ จากการชักชวนของรังสิมันต์ โรม ที่ทำกิจกรรมร่วมกันมาตั้งแต่สมัยเรียน เริ่มจากการเป็นผู้ช่วยของ สส.สารวัตรเพียว พออนาคตใหม่ถูกยุบกลายมาเป็นพรรคก้าวไกล ก็ได้รับการชวนมาเป็นผู้ช่วยของพี่ต๋อม ชัยธวัช ตุลาธนเลขาธิการพรรค ดูแลงานสภาและกรรมาธิการ อยู่ได้ซักพัก ก็ขยับมาเป็นผู้ช่วยของพี่ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค เมื่อพี่ทิมถูกยุติปฏิบัติหน้าที่ ก็ได้ย้ายมาเป็นผู้ช่วยของพี่ไหม ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคฝ่ายนโยบาย ทำงานสองขาทั้งฝ่ายนโยบายและฝ่ายกิจการสภา รวมถึงได้ทำงานร่วมกับกองโฆษกพรรคในยุคของไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุด้วย . วันนี้ผมได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่รองโฆษกพรรค ในช่วงเวลาที่ท้าทายทั้งต่อพรรคประชาชน ต่อองคาพยพสีส้มทั้งหลาย และต่อประเทศไทยในภาพรวม งานนี้จะไม่ใช่งานที่ง่ายอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามผมขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกคำวิพากษ์วิจารณ์ที่มีทั้งต่อตัวผมและต่อพรรคที่ผมสังกัด ไม่ว่าจะเป็นคำวิพากษ์วิจารณ์แบบไหน ผมก็ยินดีจะน้อมรับไว้และนำไปปรับปรุงเสมอ . ผมอาจจะเป็นมือใหม่ที่สุดในตำแหน่งนี้ ใครมีข้อแนะนำอะไรในการทำงาน สามารถแนะนำผมได้ตลอด หรือมิตรสหายที่รู้จักผมมาก่อน จะช่วยประชาสัมพันธ์(ด้านดี)ได้ก็จะดีครับ ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกโอกาสที่ทุกคนช่วยให้ผมได้เรียนรู้และเติบโตเป็นอย่างยิ่ง และสัญญาว่าจะทำงานอย่างเต็มที่ครับ😊 . ปล. ใน thread นี้จะลองลงรูปที่มีผมแอบอยู่ในที่ต่างๆ เผื่อจะจำกันได้นะครับ

ไทย
1
20
60
2.8K
ปันเจ retweetledi
JRT
JRT@JRTDesk·
『Land Bridge』จริงๆ ตอนแรกไม่คิดจะพูดถึง แต่เห็นเพื่อนๆ ใน group chat คนฮ่องกง, เวียดนาม.. พูดถึงเรื่องนี้กันแล้วถามความเห็นผม.. เลยขอเขียนถึงหน่อยนึงละกัน ซึ่งเอาจริงๆ คิดว่าความเห็นก็อาจจะคล้ายๆ กับที่หลายคนได้พูดกันไปแล้ว.. 997,000,000,000 บาท... เชื่อมอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน.. ผ่าน deep-sea port 2 ฝั่ง + double-track rail + motorway สัมปทาน 50 ปี... คณะรัฐมนตรีอนุมัติ Jun~Jul นี้.. roadshow investor Q3.. timeline ถือว่าเร็วมากครับ.. แต่ถ้าผมมองในมุมแบบ สมมติผมเป็น infrastructure PE หรือเป็น sovereign fund manager.. ผมคงจะถามก่อนเลยว่า.. 「private IRR จริงๆ อยู่ที่เท่าไหร่」... 🤔 . . คือในด้าน strategic logic มันแข็งแรงก็จริง.. วิกฤตช่องแคบมะละกายังคงเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง.. 80% ของ oil import จีนทั้งหมดผ่านช่องแคบมะละกา.. ถ้า US ปิดช่องแคบนี้ในกรณีปัญหาไต้หวัน.. จีนมีเวลาไม่กี่เดือนก่อนที่เศรษฐกิจจะหยุดชะงัก.. Land Bridge ของไทยในสายตาจีนเลยไม่ใช่เป็นแค่ logistics project แต่เป็น strategic insurance policy ที่ประเมินค่าไม่ได้.. แต่สิ่งนึงที่อย่าลืมคิด.. ดูอย่างกรณี Hormuz ที่เจอ disruption เราจะเห็นว่า shipping lines ส่วนใหญ่ยังเลือก reroute ผ่าน Cape of Good Hope หรือทางอ้อมอื่นมากกว่าเปลี่ยน network ใหญ่.. เพราะการเปลี่ยน network ทั้งระบบมันมี switching cost สูงมาก.. ซึ่งแปลว่า threshold ที่จะทำให้ shipping line commit กับ Land Bridge มันสูงกว่าที่รัฐบาลคิดไว้เยอะมากครับ... narrative ฟังดูดี.. แต่ narrative อย่างเดียวไม่ทำให้ private IRR สูงพอที่พวก top capital จะ commit ด้วย.. . . ซึ่งถ้ามามองดูด้าน Financial ตามความเป็นจริง.. 📖ปัญหาที่ 1...รัฐบาลอ้าง Economic IRR 11-17% ฟังดูดี แต่ Financial IRR ของเอกชนจริง ๆ (จาก OTTPP และฝ่ายค้าน) ไม่ถึง 10% และหลาย analyst มองต่ำกว่านั้นอีก ภายใต้รูปแบบ Public-Private Partnership Net Cost Infrastructure PE ทั่วโลกต้องการขั้นต่ำ 12-15% Gap แบบนี้ไม่ใช่แค่น่าเป็นห่วง… มันเป็น deal ที่แทบไม่มีใครเซ็นได้เลย เว้นแต่จะมี state guarantee หนุนหลัง ซึ่งรัฐบาลยังไม่ได้พูดถึง ผมเคยอ่านงานวิจัยของ Bent Flyvbjerg ซึ่งชี้ว่า.. mega-projects ทั่วโลกมักจะ overestimate ประโยชน์เกินจริงกว่า 50% ถ้า Economic IRR ที่อ้างยังต้องถูกตัดทอนอีกครึ่ง Financial IRR จริง ๆ จะยิ่งแย่กว่านั้นมาก . 📖ปัญหาที่ 2.. time saving 4 วันจริง?? รัฐบาลใช้เรื่องนี้เป็น selling point หลักที่ใช้ขาย project นี้ทั่วโลก... แต่ตัวเลขนี้คือ gross figure ที่ยังไม่ได้หักอะไรเลย... ลองนึกภาพ... เรือมาถึงระนองต้อง unload container ทั้งหมดขึ้นฝั่ง.. ผ่าน customs clearance.. load ขึ้น rail.. วิ่ง 90km.. ข้ามคาบสมุทร.. unload อีกรอบที่ชุมพร... load ขึ้นเรือลำใหม่... แล้วถึงออกเดินทางได้... แต่ละ transshipment คือ delay risk.. damage risk.. cost ที่บวกเข้าใน total cost per TEU ทั้งหมด... net time saving จริงๆ หลังหักขั้นตอนทั้งหมดน้อยกว่า 4 วันมาก... โดยเฉพาะ container cargo ที่ sensitive เรื่อง schedule reliability... shipping line รู้เรื่องนี้กันดีกว่ารัฐบาลไทย... ก็เป็นเหตุผลที่ยังไม่มีใครเซ็น LOI... . 📖ปัญหาที่ 3.. แม้จะมีบริษัทกว่า 100 รายแสดงความสนใจ... แต่พอดูรายชื่อจริงๆ ส่วนใหญ่เป็น local firms + construction companies ที่อยากได้งานก่อสร้าง.. ไม่ใช่ shipping lines ที่จะ commit volume... Singapore ส่งสัญญาณผ่าน Chan Chun Sing ว่า 「สนใจ」... แต่ต้องอ่านให้ขาดว่า Singapore เค้าแค่กำลัง 「monitor」ครับ.. ไม่ใช่ 「commit」ถ้า Singapore monitor หนักขึ้น แปลว่าเขาเห็นว่าเรื่องนี้เป็นอันตรายต่อ Singapore เอง.. มากกว่าเห็น opportunity... DP World จาก UAE เป็นอีกชื่อที่รัฐบาลชอบพูดถึง... แต่ก็ยังอยู่ในขั้น interest.. ไม่ใช่ commitment... ยังไม่มี LOI สาธารณะจาก Maersk, MSC, COSCO หรือ Evergreen สักราย... port infrastructure ไม่ใช่ shopping mall... shipping line ต้องเปลี่ยน route ทั้ง network ถ้าจะใช้ port ใหม่... ในวงการนี้คิดแบบ network optimization ล้วนๆ ไม่ใช่ geopolitics... ถ้าไม่มี anchor tenant.. project มูลค่าล้านล้านก็แค่ infrastructure ที่ได้แต่รอคน... . 📖ปัญหาที่ 4.. ไทยไม่ได้แข่งกับคู่แข่งที่เป็นไก่อ่อน... Singapore กำลัง build Tuas Port ให้รองรับ 65 ล้าน TEU ภายใน 2040s... automated ระดับที่ไม่มีมนุษย์แตะสินค้าเลย... Malaysia Port Klang กำลังขยายเป็น 27 ล้าน TEU... แต่ตัวเลข TEU ยังไม่ใช่ประเด็นหลัก... ประเด็นคือ ecosystem ที่สร้างมาหลายสิบปี... shipping line ไม่ได้เลือก port แค่เพราะ capacity... แต่เลือกเพราะต้องการ feeder network ที่ครบ.. ship repair yard ที่เชื่อถือได้.. maritime finance.. insurance.. legal services ที่ถูก jurisdiction... เรื่องพวกนี้นี้ Singapore สร้างมา 50 ปี... ไทยจะ replicate ด้วย greenfield port ใน 5 ปีคงยังไม่ได้... greenfield port ที่ไม่มี ecosystem คือ port ที่ shipping line จะหลีกเลี่ยงก่อน... . 📖ปัญหาที่ 5.. ลองนับรัฐบาลที่ผ่านมา... ประยุทธ์, เศรษฐา, อุ๊งอิ๊ง, อนุทิน... แต่ละคน rebrand project ใหม่... ปรับงบใหม่... และล่าสุดแม้แต่อนุทินเองก็เพิ่งต้องตั้ง committee ใหม่เพื่อ restudy โครงการทั้งหมดอีกรอบ... เหตุผลคือการต่อต้านจากชาวบ้านและความกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อมที่แรงขึ้นเรื่อยๆ จนสภากดดัน... เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลที่ push project นี้มากที่สุดก็ยังต้องถอยหลังก้าวนึงก่อน.. แล้วใครจะ commit เงินแสนล้าน.. ล้านล้าน.. ใน concession 50 ปีกับ political cycle แบบนี้? . 📖ปัญหาที่ 6.. ชาวบ้านกว่า 5,000 คนในระนองที่พึ่งพาการประมงจะสูญเสียพื้นที่ทำกินถ้าถมทะเล 1,116 hectares.. นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลหลายคนกังวลหนักมากเรื่องการทำลายป่าชายเลนและผลกระทบต่อระบบนิเวศประมง.. บางคนถึงกับชี้ว่าพื้นที่นี้มีศักยภาพพอที่จะขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO ได้ด้วยซ้ำ.. pension fund ยุโรปและ sovereign fund ที่ต้องผ่าน ESG screening จะเข้าไม่ได้เลยถ้า community opposition ยังแรงแบบนี้... institutional capital ฝั่ง West ตัดออกได้เลย... พวกนี้จะเข้ามาลงทุนได้ยากมาก.. . 📖ปัญหาที่ 7.. เรื่อง opportunity cost.. การ upgrade ท่าเรือสงขลาที่มีอยู่แล้วใช้เงินเพียง 100 ล้านบาทต่อปี.. แต่เรากลับจะใช้เงินเกือบล้านล้านสร้างใหม่ ยังมีอีกจุด.. EEC ที่รัฐบาลลงทุนไปมหาศาล ยังไม่เต็มศักยภาพเลย.. แหลมฉบัง Phase 3 ยังขยายต่อได้อีกมาก.. ระบบรถไฟเชื่อมต่อภายในประเทศก็ยังขาดแคลน ถ้าเอางบเกือบล้านล้านนี้ไปพัฒนาโครงการที่มี anchor tenant และ ecosystem อยู่แล้วอย่าง EEC กับแหลมฉบังจะให้ผลตอบแทนต่อบาทสูงกว่า.. และความเสี่ยงน้อยกว่าหลายเท่า การจะสร้าง Land Bridge ใหม่ ทั้งที่โครงการเดิมยังพัฒนาไม่เต็มที่… คือ fiscal logic ที่ถ้าผมเป็นนักลงทุนที่ดูโครงการนี้อยู่ก็คงตั้งคำถามหนักอยู่.. . . ⚠️ แต่ก็มีจุดพลิก game ถ้าจีนเอาจริง.. จีนต้องการ Land Bridge นี้มากกว่าที่หลายคนคิด... วิกฤตช่องแคบมะละกามันอันตรายกว่าที่คิด.. มันคือ existential risk ที่ทำให้จีนเครียดมาหลายสิบปีแล้ว... Land Bridge ของไทยในสายตา PLAN strategic planner เป็น insurance policy ที่จ่ายเงินเพื่อ hedge สงครามได้เลย... ถ้าจีนมาเต็มๆ จริง... ปัญหาหลักทุกข้อที่เขียนมาทั้งหมดหายไปในคืนเดียว... China Development Bank ปล่อยกู้ rate ต่ำกว่า market... COSCO + SOE shipping lines ถูก nudge ให้ใช้ port นี้ทันที... anchor tenant problem หาย... IRR gap หาย... construction timeline เร็วกว่าที่คิดเพราะ CSCEC track record ใน mega-infrastructure นี่สุดตีนแล้ว ไม่มีใครเทียบได้... แต่นั่นแหละคือปัญหา... เพราะทุกอย่างที่แก้ได้ง่ายเกินไปก็มักมีราคาซ่อนอยู่... Sri Lanka เคยคิดแบบเดียวกันก่อนให้สัมปทาน Hambantota Port 99 ปี... Pakistan เซ็น CPEC แล้วเจอว่า corridor นั้นจีนแม่ง operate เองเกือบทั้งหมด... Cambodia เปิด Sihanoukville แล้วได้อะไรกลับมาทุกคนใน region รู้ดี... Thailand ≠ Sri Lanka ในแง่ขนาดเศรษฐกิจก็จริง... แต่ 50-year concession บวกกับ China-backed financing.. พ่วง Chinese operator คือสูตรเดิมที่เราๆ คุ้นตากัน... และ domino ที่จะตามมาก็หนักพอกัน... US จะ react ทันทีเพราะไทยเป็น Major Non-NATO Ally... China-linked deep-sea port บนแผนที่ไทยในสายตา US คือ「ฐานทัพจีนในอนาคต」แน่นอนว่ายอมไม่ได้... Western FDI ใน semiconductor + data center ที่ไทยดึงมาได้ดีในช่วงหลังจะลังเลทันที... India จะ escalate การแสดงกำลังในมหาสมุทรอินเดียทันที.. เพราะระนองตั้งอยู่ติดทะเลอันดามัน ซึ่ง New Delhi มองเป็น backyard เชิงยุทธศาสตร์ของตัวเองมานานแล้ว ไทยจะกลายเป็น friction point กลางมหาอำนาจโดยไม่ได้ตั้งใจ... (หรือแม่งตั้งใจวะ?? 😅) สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในมุม game theory คือ.. ไทยมี bargaining power มากกว่าที่ตัวเองคิด... เพราะจีนไม่มีทางเลือกที่อื่นใน region จริงๆ.. พม่าไม่เสถียร กัมพูชาเล็กเกินไป... ถ้า negotiate เป็น ไทยดึงเงื่อนไขดีๆ ออกมาได้มาก... (ถ้าตั้งใจเจรจาโดยยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลักนะ) แต่ประวัติศาสตร์การ negotiate infrastructure deal ของไทยกับจีน... ทุกครั้งที่นั่งโต๊ะเจรจากับจีน... ไทยยอมเงื่อนไขที่ไม่ดีเสมอ.. ไม่ใช่เพราะไม่เก่ง.. แต่เพราะคนที่เซ็นสัญญาได้ประโยชน์ส่วนตัวจาก deal นั้นอยู่แล้วครับ... (ส่วนนี้ผมดมกาว เขียนนิยายเล่นเฉยๆ นะ ไม่ใช่เรื่องจริงครับ 🙃) China All-In คือ scenario เดียวที่ financial case ปิดได้... แต่ก็เป็น scenario เดียวที่อาจทำให้ไทยเสีย strategic autonomy ไปอีก 50 ปีด้วยครับ... . . สมมติผมเป็นคนที่กำลังดู project นี้อยู่ ถ้าจะให้ผมเปลี่ยนใจ.. ต้องได้ LOI + volume guarantee จาก global shipping majors จริงๆ อย่างน้อย 2-3 ราย... ต้องมี SEZ + industrial cluster มาคู่ ไม่ใช่แค่ transshipment อย่างเดียว... ต้องมี environmental mitigation ที่ verifiable ได้จริง ไม่ใช่แค่ในรายงาน... และถ้าจีนจะเข้ามา ต้องได้ Thai majority operator + ไม่มี military clause ทุกรูปแบบ + มี exit ramp ถ้า debt spiral... ได้ครบทุกข้อแล้วค่อยคุยกัน... ตอนนี้ project นี้ยังเป็น geopolitical lottery ticket มากกว่า pure infrastructure play... ข้อเสียหนักกว่าชัดเจน ประมาณ 65:35... 「build it and they will come」คือ fallacy ที่ infrastructure graveyard ทั่วโลกเต็มไปด้วย project แบบนี้... 😅 คนที่จะลงทุนจริงๆ จะรอ proof of demand ก่อนที่จะ commit เสมอ... ไม่ใช่ลงทุนเพราะ narrative..
JRT tweet media
ไทย
21
739
584
33.8K