มาถึงหน้าบ้านแล้วครับ

533 posts

มาถึงหน้าบ้านแล้วครับ banner
มาถึงหน้าบ้านแล้วครับ

มาถึงหน้าบ้านแล้วครับ

@PixelRider5149

ไรเดอร์สายอินดี้ ที่มีสกิล introvert อย่างเหลือล้น

Thailand Katılım Ağustos 2021
600 Takip Edilen189 Takipçiler
มาถึงหน้าบ้านแล้วครับ retweetledi
RYOUGI Ilakya
RYOUGI Ilakya@RY0UGI·
@imtheroarhun คือต้องบอกว่า AI มันก็แค่คลื่นลูกที่ 3 ในชีวิตคนวาดภาพที่เกิดก่อนปี 90 อะครับ เด็กๆก็มีแต่วาดมือเท่านั้น สักพักดิจิตอลเพนท์มา สักพัก 3D มา AI มันก็ไม่ต่างจากข้างบน ตอนเด็กๆเคยช่วยพ่อเขียนป้าย โตมาแทบไม่มีแล้ว ปรินท์ไวนิลกันทั้งนั้น อุปกรณ์เปลี่ยน อาชีพเปลี่ยน ปกติ
ไทย
4
2
5
4.2K
มาถึงหน้าบ้านแล้วครับ retweetledi
มาถึงหน้าบ้านแล้วครับ retweetledi
≽^•⩊•^≼ มัมเหมียว
Hand Drawing Stop Motion เมื่อก่อนก็คงแมสๆเหมือนการ์ตูน 2d 3d ในยุคนี้ เราแค่อยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลง mass production แค่นั้นเอง มันไม่มีอะไรหายไปแต่มีบางอย่างน้อยลง และมีแบบใหม่เพิ่มขึ้นมา ส่วนสัดส่วนในตลาดก็เปลี่ยนแปลงไปตามความนิยมของลูกค้า+สภาพเศรษฐกิจในแต่ละยุคสมัยแค่นั้นเอง
ไทย
2
2
7
65K
มาถึงหน้าบ้านแล้วครับ retweetledi
SleeplessBKK
SleeplessBKK@SleeplessBKKNew·
ถ้าคุณเรียกตัวเองว่าเป็นศิลปิน รับจ้างวาดรูปแลกกับเงินค่าจ้าง แต่กลัวว่า AI จะทำให้คุณตกงานเพราะลูกค้าจะหันไปจ้างคนอื่นที่ใช้ AI ผลิตงานให้เขา ก็แปลว่างานของคุณมันไม่มีคุณค่าพอที่ลูกค้าเขาจะยอมจ่ายเงินมาซื้อไงครับ ง่ายๆแค่นั้นเลย .. ถ้างานของคุณมันมีคุณค่าพอ สามารถสร้างมูลค่าให้เขาได้ ลูกค้าเขาก็ยอมควักเงินจ่ายอยู่แล้วครับ ลูกค้าคุณเขาไม่ได้โง่ขนาดไม่สามารถประเมินคุณค่าของงานว่ามีค่าสำหรับเขากี่บาทครับ ลูกค้าทุกคนเขามีมูลค่าของงานที่เขาจะจ้างคุณอยู่ในใจอยู่แล้ว ถ้าราคาที่คุณเสนอมันเกินมูลค่าในหัวเขาไปมากเกินไป เขาก็จะตัดสินใจไม่จ้างคุณ ที่ผ่านมาที่เขายังจ้างคุณก็เพราะเขาไม่มีทางเลือกอื่น และราคาที่คุณเสนอเขามันยังไม่เกินมูลค่าคาดหวังในหัวเขามากเกินไป แต่ตอนนี้ที่เขามีทางเลือกอื่นที่คนทำมาเสนอเขาในราคาที่ถูกลง และราคาส่วนเกินที่เขาต้องจ่ายเพื่อมาซื้องานของคุณแทน มันไม่สร้างอรรถประโยชน์เพิ่มมากพอสำหรับเขา เขาจึงไม่ตัดสินใจเปลี่ยนมาซื้องานของคุณแทนงานที่ผลิตด้วย AI ที่คุณต่อต้าน AI ก็เพราะในใจลึกๆคุณรู้ว่างานของคุณมันไม่ได้เหนือกว่างาน AI มากพอ คุณควรพัฒนางานของคุณให้มีคุณค่าสูงทิ้งห่างงาน AI ให้มากพอ และสร้างมูลค่าให้ลูกค้า จนมีคนมาจ้างคุณครับ
ไทย
8
19
48
8.8K
มาถึงหน้าบ้านแล้วครับ retweetledi
นักการตลาดล่าง
เพิงบอกพนง.กราฟฟิกที่เรียนจบใหม่ว่า ขอแสดงความเสียใจด้วยที่คุณจบมาในวันที่ค่าแรงต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ถ้าไม่รีบถีบตัวเองให้สั่ง AI ทำงานได้ คุณจะกลายเป็นปลายแถวต่อหลังคนปกติที่เจนภาพอีก ยิ่งว่ามี Fastwork ไปอีก งานกราฟฟิกบริษัทแทบไม่จำเป็น หาบรรจุยากแท้
CAMPZZZ@campzzz_nft

ในฐานะที่ผมเคยเป็น Graphic Designer มาก่อน ผมเข้าใจความรู้สึกของต้นโพสต์ได้ดีครับ แล้วมันเป็นมานานแล้วด้วย ย้อนไปช่วงก่อนโควิด ตอนนั้นงานด้านกราฟฟิคดีไซน์เริ่มมีผลกระทบแล้ว เพราะคนเริ่มใช้ Canva ในการออกแบบมากขึ้น ราคาลดลง การจ่ายงานก็น้อยลง ซึ่งยุคนั้นไม่มี AI เลย แต่เข้ามา disrupt ด้วยความง่ายกว่า เหมาะเหมาะสำหรับคนทั่วไป ไม่ต้องจ่ายเงินให้ Adobe รายเดือนแพง ๆ ตอนนั้นผมเริ่มกระทบแล้ว มันยังมีทางเลือกอย่างการส่งภาพกราฟิกลง Adobe Stock หรือสร้างไฟล์ PNG เพื่อลงขายใน Etsy, ขายสติกเกอร์ LINE แต่ก็นั่นแหละ คนเริ่มแห่ทำกันเยอะขึ้น ความท้าทายมากขึ้นเป็นกอง จนกระทั่งการมาของ AI ราคางานกราฟฟิคลดลง และงานน้อยลง โดยปกติ ในเว็บฟรีแลนซ์อันดับหนึ่งของประเทศไทยเค้าจะเอาหมวดหมู่กราฟิกขึ้นไปเป็นอันดับแรกในช่วงนั้น แต่ในปัจจุบัน หมวดหมู่นี้ถูกซ่อนให้ค้นหาเอาเอง เพราะมันไม่เป็นที่ต้องการในตลาดฟรีแลนซ์เหมือนเมื่อก่อน และตอกย้ำด้วยฟีเจอร์ของ ChatGPT Images 2.0 ที่สามารถสร้างงานกราฟฟิคเพียงแค่ prompting ลงไป ตัวน่าจะเป็นจุดจบของอาชีพนี้เลยมั้ง ถามว่ากราฟฟิกดีไซเนอร์ในปัจจุปัจจุบันต้องปรับตัวยังไง มีอยู่สองอย่างคือ ไปสายที่เฉพาะมากขึ้น อย่างกราฟฟิกดีไซเนอร์ในโรงพิมพ์ นักออกแบบแพคเกจ, UX designer, นักออกแบบโลโก้, นักออกแบบ CI ซึ่งตรงนี้ยังใช้ฝีมือของมนุษย์อยู่บ้าง แต่ถ้าเป็นนักออกแบบกราฟฟิกทั่วไป ประเภทสื่อสิ่งพิมพ์ ตอนนี้โดน AI disrupt จริง ๆ แล้วครับ ส่วนตัวผมออกจากวงการนี้มาหลายปีแล้ว ไปสายอื่น มันเหมือนเราเดินขึ้นภูเขาแล้วมองดูบ้านเก่าที่อยู่ด้านล่าง การหยิบจับเครื่องมือออกแบบกราฟิกหรือโปรแกรมเครือ Adobe ไม่ต่างจากการกลับมามาเยี่ยมบ้านเก่าที่เคยคลุกคลีอยู่ตอนนั้น ซึ่งเส้นทางต่อไปคือการทำอาชีพที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์โดยเฉพาะ

ไทย
0
36
49
8.3K
SleeplessBKK
SleeplessBKK@SleeplessBKKNew·
“I can't breathe” เวอร์ชั่นคนขาว ตอนนี้อังกฤษกำลังใกล้จะเกิดสงครามกลางเมืองกันแล้ว สาเหตุมาจากคดีสะเทือนขวัญที่นักศึกษาผิวขาวคนหนึ่งถูกแขกซิกห์แทง แต่ตำรวจกลับจับเขาใส่กุญแจมือซ้ำเพราะเชื่อคำโกหกของคนร้าย จนเขาเสียชีวิต กลายเป็นชนวนความโกรธแค้นอย่างหนักต่อชาวอังกฤษ Henry Nowak นักศึกษาหนุ่มชาวโปแลนด์วัย 18 ปี ของมหาวิทยาลัยเซาแทมป์ตัน ประเทศอังกฤษกำลังเดินกลับหอพักคนเดียวหลังออกไปเที่ยว เขาเดินไปเจอ Vickrum Singh Digwa ซึ่งเป็นแขกซิกห์ Henry ได้หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปและมีการพูดจากระทบกระทั่งกัน Digwa ได้ใช้มีดกริชที่พกมาพุ่งเข้าแทง Henry ถึง 5 ครั้งจนทะลุหัวใจและปอด Henry บาดเจ็บสาหัสพยายามกระเสือกกระสนหนีไปเพื่อขอความช่วยเหลือ ในคลิปวิดีโอจากกล้องติดตัวตำรวจที่เพิ่งเผยแพร่มาเมื่อวานนี้ เป็นคลิปตอนที่ตำรวจมาถึง Digwa และครอบครัวชิงตัดหน้าโกหกตำรวจว่า Henry เมาและเข้ามาทำร้ายด่าทอเหยียดเชื้อชาติ แถมยังชกจนผ้าโพกหัวหลุด ตำรวจก็หลงเชื่อ และปฏิบัติกับHenry ราวกับเป็นอาชญากรแทนที่จะเป็นผู้บาดเจ็บ Henry พยายามบอกตำรวจซ้ำๆ ว่า "ผมถูกแทง ช่วยผมด้วย ผมหายใจไม่ออก" (I can't breathe) แต่ตำรวจกลับบอกว่า "ถูกแทงเหรอ? ผมว่าไม่น่าใช่นะ" แล้วตำรวจก็จับ Henry ที่กำลังบาดเจ็บใกล้ตายใส่กุญแจมือไพล่หลัง สุดท้าย Henry ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและสลบไป ตำรวจถึงเพิ่งรู้ตัวรีบถอดกุญแจมือและเริ่มปฐมพยาบาล แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว เมื่อคลิปนี้ถูกเผยแพร่ ก็มีการตั้งคำถามเปรียบเทียบเหตุการณ์นี้กับคดีของ George Floyd ในสหรัฐที่ร้องขอชีวิตว่า I can't breathe เช่นเดียวกัน แต่สื่อกระแสหลักไม่สนใจรายงานคดีของ Henry เลยแม้แต่น้อยเพราะคนแทงเป็นคนผิวสีและคนถูกแทงเป็นคนขาว จนมีการนำคลิปมาโพสใน X และสร้างความโกรธแค้นให้ชาวอังกฤษ ออกมาเดินชุมนุมประท้วงแล้ว
ไทย
14
113
198
27.2K
มาถึงหน้าบ้านแล้วครับ retweetledi
PT ชอน ٩( ᐛ )و
เทรน แอโรบิคสวนลุม กำลังตีตลาด เทรน Hyrox คนสมัครแน่น เทรน พีลาทิส สาวๆ กำลังชอบ แล้วก็มาจบด้วยคำว่า ปักปากกา ตลกร้าย
ไทย
0
2
2
786
มาถึงหน้าบ้านแล้วครับ
คนที่ต่อต้าน AI สร้างงานศิลปะ คือพวก AI phobia คือกลัวเอไอมาแย่งงาน และรู้สึกทักษะที่ตัวเองมีอยู่หมดคุณค่าลงไป แต่อ้างคุณค่างานศิลป์ไปงั้นเอง เหมือนยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมช่วงแรกๆ ก็มีพวกต่อต้านเครื่องจักร ที่จะทำให้แรงงานตกงาน ทักษะที่ตัวเองมีอยู่หมดค่า ยังไงยังงั้น เทคโนโลยีเดินไปข้างหน้าตลอด โลกไม่มีวันหมุนย้อนกลับ คนที่ต่อต้านก็จะค่อยๆตกขอบ ถ้าไม่ปรับตัว ก็จมหายไปกับอดีตแค่นั้นเอง
ไทย
1
0
0
212
มาถึงหน้าบ้านแล้วครับ retweetledi
SleeplessBKK
SleeplessBKK@SleeplessBKKNew·
คนที่จะตัดสินงานศิลปะว่ามีคุณค่าหรือไม่ ก็คือสาธารณชนที่เสพงานศิลป์เหล่านั้น ไม่ใช่ศิลปินคู่แข่งที่อยู่ในวงการ งานศิลปะของกลุ่มศิลปินแนว Impressionism ในยุคแรกอย่างงานของ Monet, Renoir, Degas ก็เคยถูกต่อต้าน ล้อเลียน และวิจารณ์อย่างหนักจากศิลปินกลุ่มอนุรักษ์นิยมและสถาบันทางด้านศิลปะในยุคนั้น ภาพวาดของศิลปินหัวก้าวหน้ากลุ่มนี้ที่รวมตัวกันคิดค้นเทคนิคการวาดภาพแนวใหม่แบบนี้ขึ้นมา ถูกล้อเลียนว่าเป็นแค่ "ความประทับใจแรกเห็น (Impression)" เพียงชั่วคราว มีแต่ความฉาบฉวย ดูไม่เสร็จสมบูรณ์ และสู้กระดาษ wallpaper ติดผนังหัองที่ยังพิมพ์ลายไม่เสร็จไม่ได้ด้วยซ้ำ และงานของพวกเขาถูกคณะกรรมการของงานนิทรรศการศิลปะแห่งชาติปฏิเสธไม่ให้ร่วมแสดง พวกเขาจึงต้องจัดนิทรรศการแสดงผลงานกันเองท่ามกลางการโจมตี เยาะเย้ยจากศิลปินในยุคนั้นจนไม่สามารถขายงานได้เลย ภาพ “Impression, Sunrise” ของ Monet คือภาพที่ถูกโจมตีหนักที่สุด และเป็นที่มาของชื่อ “Impressionism” ที่ศิลปินหัวก้าวหน้าเหล่านี้นำคำเยาะเย้ยของนักวิจารณ์มาใช้เป็นชื่อเรียกงานศิลปะแนวนี้ของตนเพื่อท้าทายความเชื่อเดิมๆ ผ่านไปครึ่งศตวรรษกว่าที่คนจะเริ่มมองเห็นคุณค่าในเทคนิคใหม่ๆ ที่ใช้ในการสร้างงาน Impressionism ซึ่งให้มุมมองที่ทันสมัยแตกต่างจากศิลปะก่อนหน้านั้น ปัจจุบัน Impressionism ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในขบวนการศิลปะที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของศิลปะตะวันตก และเป็นจุดเริ่มต้นของศิลปะสมัยใหม่ (Modern Art) หากคุณคิดว่าคุณเองเป็นศิลปิน จงหยุดวิจารณ์งานศิลปะของคนอื่นว่าไม่มีคุณค่า เพราะคุณเป็นคู่แข่งของเขา ปล่อยให้สาธารณชนและกาลเวลาเป็นผู้ตัดสินว่างานของเขามีคุณค่าคู่ควรที่จะเรียกว่างานศิลปะหรือไม่ ผมเห็นงานศิลปะทั้งภาพวาดหรือเพลงที่มีคนสร้างด้วย AI จำนวนมาก 99.9 % มีคุณภาพต่ำกว่างานศิลปะที่สร้างด้วยมนุษย์ อันนี้เป็นเรื่องจริงแน่นอน แต่ยังมีงานศิลปะ AI อีก 0.1% ที่เหลือ ซึ่งในสายตาผม มีคุณภาพสูงกว่างานศิลปะ 99% ที่มนุษย์สร้างขึ้น รวมทั้งสูงกว่างานวาดการ์ตูนลายเส้นของคนใน X ที่กำลังวิจารณ์และเยาะเย้ยงานศิลปะ AI อยู่ในตอนนี้ด้วย
SleeplessBKK tweet media
ไทย
4
9
27
2K
Victorior
Victorior@VictoriorCG·
@PixelRider5149 งบ $500 ได้เป็น Demo 19 นาทีหนะครับ ($300 + พวก Ai ตัวอื่นๆอีกครับ เช่น music , upscale etc)
ไทย
1
0
2
2.4K
Victorior
Victorior@VictoriorCG·
Meet "Tawan" (ตะวัน means “The sun” 🌞) 20-min Demo AI Animated Film experiment (full feature is 90 mins) With a $500 budget and 1.5 months of work, this story is based on my original idea from 2010... and today, the technology is finally ready to bring it to life. AI showed me that solo creators can now manage an entire animation workflow. No need to pitch to big studios—you can fund yourself and bring your own stories to life. Without AI, this would still be stuck in my head. (Of course, the quality is still far from high-budget films from big studios that have 300-600 people behind them, but I think the gap will close step by step in the future.) This animated created by Seedance 2.0 on @dreamina_ai and @kinovi_ai and opening scene by @midjourney - thank you for watching.
English
204
676
2.7K
3.5M
PT ชอน ٩( ᐛ )و
ความจริงของเวย์ตามร้านสะดวกซื้อ 🚨 โปรตีนขวดส่วนใหญ่เป็น Milk Protein ไม่ใช่ Whey Protein ถ้าดูส่วนประกอบ (Ingredients) ของนมโปรตีนสูงที่วางขาย ส่วนใหญ่จะเขียนว่า "นมโค" หรือ "โปรตีนนมเข้มข้น (Milk Protein Concentrate / MPC)" หรือ "โปรตีนนมแยกสาร (Milk Protein Isolate)" - โปรตีนนม (Milk Protein) คือการนำนมวัวมาสกัดเอาไขมันและคาร์โบไฮเดรตออก แต่ยังคงสัดส่วนโปรตีนตามธรรมชาติของนมวัวไว้ ซึ่งประกอบด้วย เคซีน (Casein) 80% และ เวย์ (Whey) 20% ⚠️ ดังนั้น การดื่มโปรตีนขวดส่วนใหญ่ จึงเป็นการดื่ม "โปรตีนนมองค์รวม" ที่มีเคซีนเป็นหลัก ไม่ใช่เวย์โปรตีนล้วน ๆ ครับ * - กลยุทธ์ "Dusting" ใส่เวย์ 1% เพื่อการตลาด เป็นหนึ่งใน "กลยุทธ์สีเทา" ของอุตสาหกรรมอาหารและอาหารเสริมทั่วโลกที่เรียกว่า Fairy Dusting หรือ Pixie Dusting - ผู้ผลิตจะตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ตัวโต ๆ บนหน้าขวดว่า "WHEY" หรือมีคำว่าเวย์ เพื่อดึงดูดใจคนออกกำลังกายที่ฝังหัวว่าอยากสร้างกล้ามต้องกินเวย์ แต่พอเราพลิกดูฉลากด้านหลัง กลับพบว่าใช้ โปรตีนนม 98% และแอบใส่ เวย์โปรตีนไอโซเลทมาแค่ 1% หรือ 0.5% เท่านั้น 🛑 ทำไปเพื่อให้สามารถพิมพ์คำว่า "มีส่วนผสมของเวย์โปรตีน" ลงบนบรรจุภัณฑ์ได้อย่างถูกกฎหมาย โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนค่าวัตถุดิบเวย์โปรตีนแท้ ๆ ที่แพงกว่าโปรตีนนมทั่วไปหลายเท่าตัว ถือเป็นการลวงตาผู้บริโภคด้วยจิตวิทยาการตลาด
ไทย
8
499
375
53.3K
มาถึงหน้าบ้านแล้วครับ
@AsuraTiwa @pasitnat แยกเป็นสองอย่าง งานเลี้ยงชีพ กับงานเลี้ยงหัวใจ ใช้เอไอ หาเงินเลี้ยงชีพ อย่าปฏิเสธเทคโนโลยี แล้วเอาเงินมาทำงานเลี้ยงหัวใจ นั่งวาดรูปตามใจฝัน เป็นงานอดิเรก หรือขายให้คนที่เห็นคุณค่า ทำทั้งสองอย่างได้พร้อมๆกัน
ไทย
0
0
4
1.1K
Asura
Asura@AsuraTiwa·
ได้มีโอกาสได้คุยกะคนที่รวยและประสบความสำเร็จมากๆ เขาเห็นเราวาดรูปอยู่ เขาก็ถามว่าวาดมือเลยหรอ ทำไมไม่ลองใช้ ai เปิดใจกับเทคโนโลยี ลูกค้าไม่สนใจหรอกนะว่าคุณจะทำงานยังไง ทุ่มเทเแค่ไหน เขาสนแค่ว่าเสร็จไวและสวยไหมแค่นั้น ดิ่งมา3วันแล้วตั้งแต่วันนั้น เพราะวาดงกๆไม่ทำให้รวยจริง
ไทย
135
10.4K
12.3K
1.4M
มาถึงหน้าบ้านแล้วครับ retweetledi
SleeplessBKK
SleeplessBKK@SleeplessBKKNew·
ผลที่ตามมาคืออะไรรู้มั๊ย? ขณะที่คนพุทธคนคริสต์ทั้งไทยทั้งเจ๊กกินอาหารมุสลิมได้ แต่มุสลิมจะไม่กินร้านไทยร้านเจ๊ก โดยอ้างว่าไม่ฮาลาล ซึ่งเมื่อประชากรมุสลิมเข้ามาอยู่ในชุมชนนั้นเพิ่มมากขึ้น จะทำให้ร้านไทยร้านเจ๊กที่ไม่ฮาลาลไม่สามารถอยู่รอดได้และต้องออกจากพื้นที่ไป เหมือนที่เกิดขึ้นกับสามจังหวัดชายแดน เป็นการรุกรานยึดครองเมือง แบบที่คุณคิดไม่ถึงเลย สุดท้ายมันจะไม่เป็นสังคม multicultural แต่วัฒนธรรมอื่นๆจะถูกกลืนกินเหลือเพียงมุสลิมโดยไม่รู้ตัว
SleeplessBKK@SleeplessBKKNew

ผมผ่านตลาดนัดหน้าการกีฬาแห่งประเทศไทยบ่อยๆ แต่ไม่เคยแวะเข้าไป วันนึงลองไปหาอะไรกินดู ปรากฎว่ามีแต่ร้านมุสลิมซะ 80%

ไทย
42
1.5K
912
108.8K
อ้าว⛱️
อ้าว⛱️@tumpaikorns·
ความคิดสร้างสรรค์อันดับ 1 ตอนแรกนึกว่าคลิปตปท เอ๊า คนไทยเฉย
ไทย
113
8K
14.3K
1.7M
uha🦦
uha🦦@uhadmeatme·
แอนลีน ร่วมจอยนมโปรตีนแล้วน๊าา ตอนนี้ราคาถูกสุดกว่าทุกแบรนด์
uha🦦 tweet media
ไทย
10
900
660
98.9K
มาถึงหน้าบ้านแล้วครับ
ถ้ากิน 2 หรือ 3 กล่อง ปริมาณแคลอรี่ มากกว่านมขวด 49 ไปมากอยู่นะ และเห็นหลายคนไม่ทราบว่า นมโปรตีนสูง ใส่สารให้ความหวานแทนน้ำตาลหมดนะ ยกเว้นพวกรสนมธรรมชาติ มีบางอันไม่ใส่
park.pk@pk_panpark

คุ้มนะ 1 กล่อง โปรตีน 15g น้ำตาล 3g แล้วซื้อมา 3 กล่อง 49 บาท ได้โปรตีนรวม 45g

ไทย
0
0
0
363