Call me P

11.3K posts

Call me P banner
Call me P

Call me P

@pasitnat

👨‍🏫 Assoc Prof | 🩺 GP & Palliative Care | 💡 Health & Policy Advocate | 🏃 Jogger | ✨ Wellness & simple happiness | ⚖️ Curious about people & power

Thailand Katılım Mart 2010
226 Takip Edilen1.3K Takipçiler
Sabitlenmiş Tweet
Call me P
Call me P@pasitnat·
เฝ้าติดตาม - ปัญหาชายแดน-สแกมเมอร์ - ทุนเทา - กำหนดกติกาผู้ค้ารายย่อยไม่เสียเปรียบสินค้านำเข้าราคาถูก ไม่มีมาตรฐาน - ปัญหาฝุ่น pm2.5 - ปัญหาปลาหมอคางดำ - การจัดการน้ำท่วม น้ำแล้ง - การแก้ไขรัฐธรรมนูญ - คดีฮั้ว สว - คดีเขากระโดง - คดีตึก สตง ถล่ม - ความผิดปกติของการใช้งบขององค์กรอิสระ - GDP, ค่าเงินบาท - CPI, GINI - ตลาดหุ้น - นิรโทษกรรมคดีทางการเมือง เมื่อ สว องค์กรอิสระ และ สส เป็นเนื้อเดียวกัน ลองดูว่าประเทศจะเป็นอย่างไร
ไทย
1
10
13
1.4K
Call me P retweetledi
Ton Veerayooth
Ton Veerayooth@Ton_Veerayooth·
[ แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม “ฉบับพรรคประชาชน” ] ในเวที “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ที่รัฐบาลจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 มี.ค.) แม้เราจะเห็นการยอมรับผิดของนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ว่าปัญหาวิกฤตน้ำมันในช่วงที่ผ่านมาเกิดจากการใช้มาตรการตรึงราคาน้ำมัน 15 วันของรัฐบาลเอง แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ขาดหายไปจากเวทีดังกล่าวกลับเป็นชื่อหัวข้อของงานว่า ตกลงแล้วประเทศไทยจะมี “แผนรับมือ” วิกฤตครั้งนี้อย่างไร ❓ . นี่คือ แผนรับมือ “ฉบับพรรคประชาชน” สำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ 👇🏻 1️⃣การบริหารจัดการราคาน้ำมัน - ปรับภาษีเพื่อจัดการราคาน้ำมันแบบขั้นบันได เอาผิดรายใหญ่ลักลอบ-กักตุน 2️⃣มาตรการสนับสนุนเพื่อการปรับตัวของประชาชน 3️⃣มาตรการด้านปุ๋ยเคมี 4️⃣แนวทางเตรียมการในช่วงสงกรานต์ —————— 1️⃣ ปรับภาษีเพื่อจัดการราคาน้ำมันแบบขั้นบันได เอาผิดรายใหญ่ลักลอบ-กักตุน . ถึงแม้รัฐบาลจะประกาศเลิกตรึงราคาน้ำมัน แต่ก็ไม่ได้ประกาศชัดเจนว่าจะ “ลอยตัว” หรือไม่ บอกเพียงว่าจะ “ลดอัตราการอุดหนุนกองทุนน้ำมัน” ซึ่งยังไม่สามารถคลี่คลายความกังวลของประชาชนและผู้ประกอบการ ▶️พรรคประชาชนเห็นว่า รัฐบาลควรประกาศให้ชัดเจนว่าจะใช้หลักการใดในการปรับราคาน้ำมันในอนาคต เช่น การเพิ่มลดราคาน้ำมันเป็นขั้นบันได ล้อไปกับตลาดโลก แต่ไม่กระชาก โดยใช้กองทุนน้ำมันประคองการทยอยขึ้นของราคา เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกแบบฉับพลัน ดังที่เกิดขึ้นในคืนวันที่ 25 มี.ค. ที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร จำเป็นต้องเร่งใช้มาตรการที่รัฐบาลมีในมือที่สามารถลดต้นทุนในโครงสร้างราคาน้ำมันต่อ 1 ลิตร (ราคา ณ วันที่ 27 มี.ค. 69) ได้แก่ 🟠 ภาษีสรรพสามิต ที่คิดเป็นต้นทุน 7.50 บาทสำหรับเบนซิน 95 และเป็นต้นทุน 6.92 บาท สำหรับดีเซลหมุนเร็ว 🟠 ภาษีเทศบาล ที่คิดเป็นต้นทุน 0.75 บาทสำหรับเบนซิน 95 และเป็นต้นทุน 0.69 บาท สำหรับดีเซลหมุนเร็ว 🟠 ภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่คิดเป็นต้นทุน 2.92 บาทสำหรับเบนซิน 95 และเป็นต้นทุน 2.45 บาท สำหรับดีเซลหมุนเร็ว 🟠 การเก็บเงินเข้ากองทุนอนุรักษ์พลังงาน ที่คิดเป็นต้นทุน 0.05 บาท ทั้งนี้ ต้องประเมินร่วมกับผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลด้วย เพื่อให้เพียงพอสำหรับปีงบประมาณ 2569 ซึ่งภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มชะลอตัว นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องเร่งรัดมาตรการป้องกันการกักตุน นอกจากกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 และมาตรา 10 ต้องรายงานการขาย, ราคา, สต็อกทุกสิ้นวันแล้ว ยังต้องตรวจสอบเส้นทางการวิ่งรถขนส่งน้ำมันแบบ real time เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการรายงานและเส้นทางการขายน้ำมัน โดนตรวจสอบข้อมูลที่รายงานในช่วงวิกฤตเทียบกับข้อมูลการขายน้ำมันในช่วงก่อนวิกฤต เพื่อหาพฤติการณ์เสี่ยงของการกักตุนน้ำมัน —————— 2️⃣ มาตรการสนับสนุนเพื่อการปรับตัวของประชาชน . ถึงแม้นายกฯ อนุทินจะยอมรับความผิดพลาดในการบริหารงาน แต่กลับเสนอให้ประชาชน “ประหยัดน้ำมันครอบครัวละ 1 ลิตร” เพื่อแก้ปัญหา โดยไม่ได้มีมาตรการสนับสนุนการปรับตัวของประชาชนเลย ▶️ พรรคประชาชนเห็นว่าการประหยัดน้ำมันหรือพลังงานนับเป็นความจำเป็นและมีประโยชน์สำหรับสถานการณ์นี้ แต่รัฐบาลจำเป็นต้องมีมาตรการสนับสนุนให้ชัดเจนด้วย อาทิ 🔴 การขนส่งสาธารณะ : ออกมาตรการสนับสนุนผู้ที่พร้อมปรับวิธีการเดินทางไปใช้การขนส่งสาธารณะ เช่น หาจุด “จอดแล้วจร” ที่เป็นของเอกชนแล้วมาเข้าร่วมโครงการ โดยรัฐช่วยสนับสนุนลดค่าจอดรถ 🔴 Work from Home : ออกมาตรการอุดหนุนค่าไฟฟ้า-ค่าอินเตอร์เน็ตสำหรับการทำงานที่บ้าน รวมทั้งสร้างแรงจูงใจให้กับสถานประกอบการที่จัดระบบ Work from Home ให้กับพนักงาน 🔴 พี่น้องครัวเรือนเกษตรกรอาจจะลดการใช้นำ้มันวันละลิตรได้ ถ้ามีโครงการรับแลกเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้น้ำมัน เช่น เครื่องสูบน้ำ มาเป็นเครื่องสูบน้ำที่ใช้ไฟฟ้าและโซลาร์เซลล์แทน แรงจูงใจที่มีคือ ส่วนลดเพื่อช่วยให้เกษตรกรตัดสินใจได้เร็วขึ้น เพราะเครื่องมือเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการประหยัดพลังงานในระยะยาว 🔴 สำหรับเครื่องจักรขนาดใหญ่ขึ้น เช่น อีแต๋นไฟฟ้า แทรกเตอร์ไฟฟ้า รัฐบาลก็อาจจะสามารถจัดหาระบบเช่าซื้อดอกเบี้ยต่ำมาเป็นการเสริมหนุนให้เกษตรกร หรือผู้ให้บริการทางการเกษตรสามารถลงทุนในเครื่องจักรที่ลดน้ำมันได้ เป็นต้น 🔴 สำหรับ SMEs ที่เป็นโรงงานผลิตขนาดเล็ก หรือระบบขนส่งสินค้า หากกระทรวงพลังงานร่วมกับสถาบันการศึกษาทำคูปองตรวจสอบการประหยัดพลังงาน หรือ Energy audit พร้อมเสนอแนะแนวทางในการลดการใช้พลังงาน ไม่ว่าจะเป็นการปรับจูนเครื่องจักร การปรับกระบวนการผลิตใหม่ การเปลี่ยนเครื่องจักรบางประเภท พร้อมกับการมีสินเชื่อเพื่อการลงทุน แบบนี้ SMEs จำนวนมากคงประหยัดได้มาก และยังช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ด้วย 🔴 เร่งออกนโยบาย ผ่อนเทคโนโลยีประหยัดพลังงานผ่านบิลค่าไฟได้ (On-Bill Financing) เช่น โซลาร์เซลล์, เครื่องปรับอากาศประหยัดไฟฟ้ารุ่นใหม่, ตู้แช่น้ำเย็นประหยัดไฟฟ้า, เครื่องทำน้ำเย็น (Chiller) ประหยัดพลังงาน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชน และ SMEs เข้าถึงเทคโนโลยีประหยัดพลังงานได้ โดยไม่ต้องรอมีเงินก้อน —————— 3️⃣ มาตรการด้านปุ๋ยเคมี . ไทยนำเข้าปุ๋ยปีละประมาณ 500,000 ตัน โดยเป็นปุ๋ยจากตะวันออกกลางถึง 1 ใน 3 ของการนำเข้าปุ๋ยทั้งหมด อย่างไรก็ตาม แนวทางการแก้ปัญหาที่รัฐบาลมักเลือกใช้เป็นธงนำอย่างโครงการ “ปุ๋ยธงเขียว” ในทางปฏิบัติพบว่าช่วยเกษตรกรได้ในวงค่อนข้างจำกัด เช่นในปีงบประมาณที่ผ่านมา มีการจำหน่ายปุ๋ยธงเขียวราคาพิเศษจำนวน 5 ล้านกิโลกรัม จากความต้องการใช้ปุ๋ยทั้งประเทศ 5.6 ล้านตัน จึงเข้าถึงเกษตรกรเพียง 0.1% ของความต้องการใช้ทั้งหมด ▶️ พรรคประชาชนเสนอให้ (ก) กระทรวงพาณิชย์แจ้งราคาขาย (ที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์) ให้เกษตรกร (ข) เกษตรกรจะได้ทราบและตรวจสอบกันง่ายๆ ว่า ร้านใดขายเกินราคา และจะได้ดำเนินการทันที และ (ค) หากพบให้แจ้งผ่าน LineOA ซึ่งสามารถส่งหลักฐานแสดงป้ายราคา หรือใบเสร็จรับเงิน รวมถึงตำแหน่งที่ตั้งได้ทันที 🟢 นอกจากนี้ รัฐบาลสามารถปรับเปลี่ยนมาตรการเป็นการแจกคูปองส่วนลดให้เกษตรกรไปซื้อกันเอง เช่นคูปองลดราคาได้ไร่ละ 500 บาท ไม่เกิน 10 ไร่/ราย เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงโครงการโดยทั่วกัน พร้อมกับการควบคุมราคาจำหน่ายปุ๋ยตามกลไกที่กระทรวงพาณชย์มีอยู่ 🟢 มาตรการในระยะกลาง รัฐบาลควรแนะนำการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยสำหรับเกษตรกร เช่น มีบริการการตรวจวิเคราะห์ค่าดินแบบเร่งด่วนฟรี และคำนวณสัดส่วนปุ๋ยผสม/ปู๋ยสูตรสำเร็จด้วยตัวเองในสวนได้ โดยควรมีแรงจูงใจเช่นส่วนลดหรือเครดิตการค้าเพิ่มเติมสำหรับเกษตรกรที่ดำเนินการเช่นนั้น 🟢 หากจะรัฐบาลจะส่งเสริมให้มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยชีวภาพมากขึ้น รัฐบาลควรผลักดันให้การขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยอินทรีย์เคมี ทำได้สะดวกและรวดเร็วกว่านี้ เพราะความลำบากและล่าช้าทำให้ผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์เลี่ยงไปจดแจ้งว่าเป็นวัสดุปลูก ซึ่งไม่ต้องตรวจค่าอินทรีย์วัตถุและธาตุอาหาร ผลที่ตามมาคือ เกษตรกรนำไปใช้แบบไม่ทราบคุณภาพที่แท้จริง และไม่มีการควบคุมคุณภาพปุ๋ยอินทรีย์อย่างที่ควรจะเป็น —————— 4️⃣ แนวทางเตรียมการในช่วงสงกรานต์ . สงกรานต์เป็นเทศกาลสำคัญที่สุดของคนไทยทั้งในด้านวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ สร้างมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนกว่า 100,000 ล้านบาท ผ่านธุรกิจการท่องเที่ยว ร้านอาหาร และขนส่ง ▶️ พรรคประชาชนเห็นว่า รัฐบาลจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเพื่อสนับสนุนการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้สะดวกและราบรื่น ด้วยแนวทางดังต่อไปนี้ 🔵 เตรียมระบบขนส่งสาธารณะให้พร้อม เพื่ออำนวยความสะดวก ลดค่าใช้จ่ายและลดการใช้น้ำมัน เช่น การเพิ่มเที่ยว/ขบวนรถทัวร์ รถไฟ การดูแลความปลอดภัยและความสะดวกที่สถานีขนส่งและจุดบริการต่างๆ 🔵 สร้างความมั่นใจในระบบการส่งน้ำมันเชื้อเพลิงยังสถานีบริการทั่วประเทศ พร้อมทั้งแสดงข้อมูลสถานะของปริมาณน้ำมันในแต่ละสถานีที่สามารถตรวจแบบเรียลไทม์ได้ทั้งประเทศ 🔵 ประกาศราคาน้ำมันคงที่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อป้องกันความสับสนและความกังวลใจของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 🔵 เตรียมความพร้อมของระบบการแพทย์ฉุกเฉิน การสำรองเวชภัณฑ์ และการดูแลภาระงานและสวัสดิการของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครด้านการแพทย์ 🔵 ดูแลสาธารณภัยและความปลอดภัยทางถนน จัดเตรียมจุดรับ (หมายถึง ฟรี) และจุดซื้อ (หมายถึง ลดราคา) ของฝากจากเกษตรกร เพื่อระบายผลผลิตที่ยังมีปริมาณผลผลิตส่วนเกิน และ/หรือ ราคาตกต่ำ โดยมีงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ และมีการประสานงานระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ และจังหวัดต่างๆ ทั้งสำหรับขาจากเมืองไปบ้าน (เช่น มะพร้าวน้ำหอม มะม่วง) และขากลับจากบ้านกลับมาเมือง (เช่น สินค้าท้องถิ่น) โดยควรจัดจุดรับและจุดซื้อ ทั้งสำหรับผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัว และขนส่งสาธารณะ —————— ยิ่งสถานการณ์โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เราเห็นว่ารัฐบาลยิ่งจำเป็นต้องมีมาตรการที่ชัดเจนอย่างน้อยใน 4 ด้านข้างต้น เพื่อช่วยให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นใจในการดำเนินชีวิตรายวัน และสามารถวางแผนการเดินทางช่วงสงกรานต์ได้อย่างราบรื่น @WoraphopV @SupachotChai @Decharut114
Ton Veerayooth tweet media
ไทย
23
1K
1.2K
21.3K
Call me P
Call me P@pasitnat·
ปฏิมากรรม
สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว@sorrayuth9111

สน.สุทธิสาร บันไดขึ้นชั้น 2 ไม่ได้ พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ เมื่อวันก่อนได้มีโอกาสผ่านไปที่ สน.สุทธิสาร เห็นอาคารใหม่แล้วต้องบอกเลยว่า “สวยจริง” ดูทันสมัย น่าใช้งานมากครับ แต่พอลองสังเกตดี ๆ ก็เริ่มงงนิด ๆ… บันไดที่สร้างไว้ ขึ้นไปชั้น 2 ไม่ได้ 🤔 เลยแอบสงสัยว่า ตอนออกแบบหรือก่อสร้าง คนทำชั้น 1 กับชั้น 2 เขาได้คุยกันไหมนะ 555 ถ้าจะปรับแก้ ดูแล้วคงต้องเลือกสักทาง…จะทุบบันไดชั้น 1 หรือจะเจาะพื้นชั้น 2 ดี ยังไม่นับรวมทางขึ้นอาคารจอดรถที่แคบและเลี้ยวยากมาก กับห้องทำงานใต้ลานจอดรถ ที่มีหน้าต่าง…แต่ดันตรงกับเสาใหญ่พอดี ทั้งหมดนี้ทำให้อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า งบประมาณที่ใช้สร้าง “คงไม่ใช่น้อย ๆ” แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมีรายละเอียดที่น่าเสียดายแบบนี้ ก็ได้แต่รู้สึกเสียดายแทนพี่น้องประชาชนที่เสียภาษี และเห็นใจตำรวจที่ต้องมาทำงานในอาคารที่ควรจะดีกว่านี้ ปล. ไม่มีตำรวจคนไหนมาบ่นให้ฟังนะครับ ผมแค่เดินไปชื่นชมความสวย…แล้วบังเอิญเห็น “ความสร้างสรรค์” บางอย่างด้วยตัวเอง 😅

ไทย
0
0
0
58
Call me P
Call me P@pasitnat·
ส่วนเช้านี้ ฝุ่นนรกมาก
Call me P tweet media
THE STANDARD@thestandardth

เชียงใหม่วิกฤตฝุ่น PM2.5 พุ่งอันดับ 1 ของโลก ปภ. เตือนภัยระดับ 3 วันนี้ (28 มีนาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจและติดตามสถานการณ์มลพิษจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ยังคงอยู่ในระดับที่น่ากังวล ล่าสุด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันของรัฐ ระบุว่าค่าฝุ่นละอองในพื้นที่อยู่ในระดับเตือนภัยที่ 3 (สีเหลือง) ซึ่งเป็นระดับที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประชากรเปราะบางและกลุ่มเสี่ยง สถานการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานข้อมูลคุณภาพอากาศจากเว็บไซต์ IQAir โดยเมื่อเวลา 10.00 น. พบว่าค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (US AQI) พุ่งสูงถึงระดับ 235 ส่งผลให้จังหวัดเชียงใหม่ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 1 ของเมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลกในช่วงเช้า ก่อนที่ปริมาณฝุ่นควันจะทรงตัวอยู่ในระดับใกล้เคียงกันตลอดทั้งวัน กระทั่งเวลา 16.00 น. ค่า US AQI จึงปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 122 (อันดับ 4 ของโลก) ซึ่งคุณภาพอากาศโดยรวมยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน จากการลงพื้นที่สังเกตการณ์ พบว่าวิกฤตฝุ่นพิษในครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบต่อทัศนวิสัยในการมองเห็นทั่วบริเวณตัวเมืองเชียงใหม่อย่างรุนแรง โดยมีกลุ่มหมอกควันหนาทึบปกคลุมพื้นที่ตลอดทั้งวัน ทำให้ไม่สามารถมองเห็นแนวทิวเขาที่ล้อมรอบตัวเมืองได้อย่างชัดเจน ท้องฟ้ามีลักษณะขาวขุ่นขมุกขมัว ขณะที่แสงแดดถูกกรองจนหม่นลงกว่าสภาวะปกติ ภาพ: พงศ์มนัส ทาศิริ #TheStandardNews #TheStandardPhoto #พงศ์มนัสทาศิริ

ไทย
0
3
3
144
Call me P
Call me P@pasitnat·
เมื่อ “กินไม่ได้” ไม่ได้แปลว่า “ต้องให้อาหารเสมอไป” ในการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย คำถามที่ครอบครัวถามบ่อยมากคือ “ถ้าคนไข้กินไม่ได้ เราควรให้อาหารทางสายยางหรือทางเส้นเลือดไหม?” คำตอบของคำถามนี้ ไม่ได้มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน เพราะคำว่า “กินไม่ได้” ในคนไข้แต่ละกลุ่ม มีความหมายไม่เหมือนกัน และประโยชน์ของการให้อาหาร ก็ไม่เท่ากัน ผู้ป่วยระยะท้ายกลุ่มหนึ่ง คือคนที่ยังพอมีแรง ยังเคลื่อนไหวได้ดี ยังมีความต้องการใช้ชีวิตในแต่ละวันพอสมควร แต่มีอุปสรรคเชิงกายภาพที่ทำให้อาหารผ่านเข้าไปไม่ได้ เช่น มีก้อนขวางอยู่ที่ปาก คอหอย หลอดอาหาร หรือ ลำไส้เล็ก ในคนไข้กลุ่มนี้ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ร่างกาย “ไม่ต้องการอาหาร” แต่อยู่ที่ “อาหารเข้าไปไม่ถึง” ดังนั้น การให้สารอาหารผ่านสายยางหรือทางหลอดเลือดดำ อาจช่วยให้ผู้ป่วยมีเรี่ยวแรงมากพอ ที่จะประคองการใช้ชีวิต ช่วยเหลือตัวเองได้มากที่สุด และคงคุณภาพชีวิตไว้ในช่วงเวลาที่ยังเหลืออยู่ การให้สารอาหารในลักษณะนี้ จึงอาจเป็นการรักษาที่มีเป้าหมายชัดเจน คือช่วยพยุงร่างกาย ในช่วงที่โรคยังเปิดโอกาสให้ใช้ชีวิตได้บางส่วน และเมื่อโรคดำเนินไปจนเรี่ยวแรงลดลงตามธรรมชาติ หรือเข้าสู่ระยะสุดท้ายจริง ๆ การหยุดการให้สารอาหาร ก็อาจเป็นสิ่งที่เหมาะสมตามบริบทของโรค แต่อีกกลุ่มหนึ่ง คือผู้ป่วยที่ติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยมาก ไม่ค่อยรู้สึกหิว และร่างกายเข้าสู่ภาวะที่ต้องการอาหารลดลงอย่างชัดเจน ในคนไข้กลุ่มนี้ การให้อาหารทางสายยางหรือทางหลอดเลือดดำ อาจไม่ได้เพิ่มพลังชีวิตอย่างที่หลายคนหวัง ตรงกันข้าม อาจเพิ่มภาระให้ร่างกายที่กำลังอ่อนล้า เช่น อาหารย่อยไม่ดี อาหารค้าง ท้องอืด แน่นท้อง มีน้ำเกินจนแขนขาบวม หรือมีโอกาสสำลักจนเกิดปอดติดเชื้อ ท้ายที่สุดอาจทำให้ต้องกลับเข้าโรงพยาบาล ทั้งที่สิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้ช่วยให้คนไข้สบายขึ้นเลย นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญว่า การตัดสินใจเรื่องอาหารในผู้ป่วยระยะท้าย ไม่ควรถามเพียงว่า “ให้ได้ไหม” แต่ควรถามต่อด้วยว่า “ให้ไปเพื่ออะไร” “ช่วยให้คนไข้ดีขึ้นจริงไหม” และ “สิ่งที่ทำอยู่ เพิ่มคุณภาพชีวิต หรือเพิ่มความทุกข์กันแน่” การดูแลที่ดี ไม่ใช่การยื้อทุกอย่างไว้ให้นานที่สุดเสมอไป แต่คือการเลือกสิ่งที่เหมาะกับสภาพร่างกายของคนไข้ในเวลานั้น เลือกสิ่งที่ให้ประโยชน์จริง และหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจกลายเป็นความทรมานโดยไม่จำเป็น เพราะในระยะท้ายของชีวิต “อาหาร” ไม่ได้มีความหมายแค่เรื่องการอยู่รอด แต่ยังเกี่ยวข้องกับความสบาย ศักดิ์ศรี และคุณภาพของช่วงเวลาที่เหลืออยู่ด้วย การให้สารอาหาร คือการประคับประคองที่มีคุณค่า แต่บางครั้ง การไม่ให้เพิ่ม ก็อาจเป็นการดูแลอย่างอ่อนโยนและเหมาะสมที่สุดเช่นกัน สิ่งสำคัญที่สุด คือการตัดสินใจบนความเข้าใจโรค เข้าใจเป้าหมายการดูแล และพูดคุยร่วมกันอย่างตรงไปตรงมา ระหว่างทีมรักษา คนไข้ และครอบครัว เพื่อให้ทุกการตัดสินใจ ไม่ใช่แค่ “ทำได้” แต่เป็นสิ่งที่ เหมาะสมและมีความหมาย สำหรับชีวิตของคนคนนั้นจริง ๆ หมอนัท เพราะความตายออกแบบได้
ไทย
0
0
2
93
Call me P
Call me P@pasitnat·
เราจะไม่ยอมเห็นแค่คนเดียว สตง. 1 ปี ตึกถล่ม ทวงปมไร้คำตอบ youtu.be/D4N4XXGRphs?si… via @YouTube
YouTube video
YouTube
ไทย
0
3
3
132
Call me P
Call me P@pasitnat·
เมื่อ “ความหวัง” ของคนหนึ่ง กลายเป็น “ความทุกข์” ของอีกคนหนึ่ง ทุกครั้งที่ต้องพบกับครอบครัวที่ยังไม่พร้อมจะหยุดการยื้อชีวิต ผมมักรู้สึกถึงความรัก…ที่กำลังต่อสู้กับความกลัว ความรักที่ไม่อยากเสียคนสำคัญไป และความกลัว…ที่จะรู้สึกว่าตัวเอง “ปล่อยให้เขาจากไป” ผมเข้าใจเสมอว่า การตัดสินใจหยุดการรักษา ไม่เคยเป็นเรื่องง่าย และไม่มีใครควรถูกเร่งให้ตัดสินใจในวันที่หัวใจยังไม่พร้อม ในบทบาทของแพทย์ ผมไม่สามารถบังคับให้ใคร “เลือกปล่อย” ได้ และในหลายครั้ง…ผมก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจใครได้เช่นกัน สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าในแต่ละวัน คือภาพของคนไข้ที่ค่อย ๆ สูญเสียความเป็นตัวเองไป มีสายระโยงระยาง มีเครื่องช่วยหายใจแทนลมหายใจของเขา มีรอยเจาะเลือดซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางครั้ง…ต้องถูกผูกมือผูกเท้า เพื่อให้ “การรักษา” ดำเนินต่อไปได้ และในบางช่วงเวลา มันแทบไม่เหลือภาพของ “คนคนหนึ่ง” ที่เคยมีชีวิต มีความรู้สึก มีเรื่องราว ผมรู้สึกสงสารและเวทนาทุกครั้ง แต่สุดท้ายแล้ว หน้าที่ของผมไม่ใช่การตัดสินแทนใคร หากคือการ “อยู่ตรงนั้น” อย่างไม่ตัดสิน รับฟังอย่างแท้จริง และค่อย ๆ ประคองทั้งคนไข้และครอบครัว ผ่านช่วงเวลาที่ยากที่สุดนี้ไปด้วยกัน แม้จะยังต้องเดินต่อบนเส้นทางของการยื้อชีวิต ผมก็ยังพยายามทำให้ทุกช่วงเวลาที่เหลืออยู่ สงบที่สุด เจ็บปวดน้อยที่สุด และมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มากที่สุด เพราะในบางครั้ง “การดูแลที่ดีที่สุด” อาจไม่ใช่การยื้อชีวิตให้นานที่สุด แต่คือการทำให้การจากไป เป็นไปอย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หมอนัท เพราะความตายออกแบบได้
ไทย
0
0
3
156
Call me P retweetledi
ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ Suphanat Minchaiynunt
ครบ 1 ปี #ตึกสตง. ❌ ป.ป.ช.ยังสอบสวนจนท.สตง.กว่า 70 คนไม่จบ ❌ สตง.ยังไม่ขึ้น blacklist บริษัทที่เกี่ยวข้อง ทำให้ทุกบริษัทยังคงเข้าประมูลโครงการรัฐได้ตามปกติ ❌ สตง.ยังไม่มีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย แม้แต่ยอดความเสียหายก็ยังไม่รู้ว่าเท่าไร ❌ คดีที่ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินยังไม่ได้ข้อสรุป ❌ คกก.สืบสวนข้อเท็จจริง ไม่ยอมเปิดเผยรายงานผลการสืบสวน ✅ ตึกสตง.คือ ตัวอย่างความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรมไทยอย่างสมบูรณ์
พรรคประชาชน - People's Party@PPLEThai

ครบ 1 ปี ตึก สตง. ถล่ม สิ่งที่สังคมต้องการ ไม่ใช่เพียงการรำลึกความสูญเสีย แต่คือความจริง 1 ปีผ่านไป มีคำถามที่สังคมยังค้างคาใจ รอคำตอบและทวงถามความรับผิดชอบจาก สตง. @BankSuphanatMin

ไทย
9
1.6K
1.3K
49K
Call me P
Call me P@pasitnat·
ฝุ่นภาคเหนือ #ฝุ่น #เหนือ
Call me P tweet media
ไทย
0
1
0
53
Call me P
Call me P@pasitnat·
โปรดทราบ หน่วยงานรัฐที่มีข้อมูลประชาชนและสิทธิการรักษาเกือบ 65 ล้านคน โดนแฮกเอาข้อมูลไปขายในตลาด ราคาพันกว่าบาท โปรดระวังมิจจี้โทรหาแล้วพ่นข้อมูลพวกนี้ใส่ ไม่รับ ไม่โอนเด็ดขาด
Call me P tweet media
ไทย
1
687
199
16.5K
Call me P retweetledi
The Kobeissi Letter
The Kobeissi Letter@KobeissiLetter·
BREAKING: The S&P 500 officially posts its lowest close in 232 days, erasing another -$1 trillion of market cap today. This brings total S&P 500 losses since the Iran War began to -$4.8 trillion.
The Kobeissi Letter tweet media
English
272
1.1K
5.3K
504.4K
Call me P retweetledi
suthichai
suthichai@suthichai·
suthichai tweet media
ZXX
132
5.4K
5.5K
131.3K
Call me P retweetledi
เรื่องเล่าเช้านี้
เดือนเดียวขึ้น 3 รอบ! สหกรณ์ฯ แจ้งปรับขึ้นราคาไข่ไก่หน้าฟาร์มฟองละ 20 สตางค์ หรือแผงละ 6 บาท มีผล 28 มี.ค.นี้ อ่านข่าว : ch3plus.com/news/economy/m… #เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวเศรษฐกิจ
เรื่องเล่าเช้านี้ tweet media
ไทย
7
1.4K
575
53.5K
Call me P retweetledi
FM91 Trafficpro
FM91 Trafficpro@fm91trafficpro·
27 มี.ค. 69 เวลา 19.00 น. เพจเฟซบุ๊ก "กระแสข่าว" แจ้งปชส. ผู้ใช้เส้นทาง เจ้าหน้าที่ปิดการจราจรชั่วคราว ในช่องทางคู่ขนาน ให้รถเข้าช่องทางหลัก ถ.ราชพฤกษ์ ขาออก ตรงข้ามตลาด 18 คอร์ด เพื่อทำการยกเสาป้ายจากอุบัติเหตุที่มีรถยนต์กระบะชนเสาได้รับความเสียหายช่วงเย็นที่ผ่านมา โดยจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ให้รถทุกคันที่จะเบี่ยงซ้ายไปทางบางบัวทอง หรือจะขึ้นต่างระดับเพื่อไปสะพานพระราม 4 โปรดไปกลับรถใต้สะพานข้ามคลองข่อย #ข่าวจราจร #ข่าวสวพ91 #FM91 Cr. Wuttikrai Satjamanee
ไทย
0
2
7
5.6K
Call me P retweetledi
ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ Chutiphong Pipoppinyo
ข้อเสนอถึงนายกอนุทินครับ นาทีนี้ควรเอาคุณพิพัฒน์ที่เป็นนายทุนน้ำมันที่อาจโดนครหาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนออกจากผอ.ศบก. แล้วตั้งคุณศุภจีทำหน้าที่แทน ตอนนี้คนไทยอยากเห็นมือเศรษฐกิจมือหนึ่งของรัฐบาลมากู้วิกฤติแล้วครับ ลุยเลย สู้ๆ รอชมครับ
ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ Chutiphong Pipoppinyo tweet media
ไทย
9
171
321
7.6K
Call me P retweetledi
THE STANDARD
THE STANDARD@thestandardth·
นักวิเคราะห์ข้อมูลจาก iLaw ได้นำเสนอรายงานสรุปการวิเคราะห์ข้อมูลระบบรายงานผลการเลือกตั้ง ECT Report 69 จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ โดยได้วิเคราะห์ข้อมูล 47 Snapshot ในช่วง 24 ชั่วโมงหลังปิดคูหา ซึ่งพบความผิดปกติหลายประการ ตั้งแต่ความคลาดเคลื่อนของผลคะแนน และการหยุดชะงักเป็นห้วงๆ ของระบบรายงานผลที่ควรจะเป็น ‘เรียลไทม์’ ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ระบบมีการรายงานคะแนนที่ไม่ต่อเนื่อง และมีช่วงที่การรายงานผลคะแนนหยุดชะงักไป 2 ครั้ง หรือที่เรียกว่า GAP 1 เป็นเวลา 55 นาที และ GAP 2 เป็นเวลา 106 นาที นอกจากนั้น ตามหลักความเป็นจริง ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง 1 คน จะได้รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบพร้อมกัน คือบัตรสีเขียว (สส. แบบแบ่งเขต) และบัตรสีชมพู (สส. แบบบัญชีรายชื่อ) ในการรายงานผลเรียลไทม์ จำนวนบัตรทั้ง 2 ประเภทจึงควรเท่ากัน ทว่าข้อมูลกลับแสดงผลผิดไปจากหลักความจริงนั้น โดยเวลา 20:49 น. เป็นจุดที่จำนวนบัตรทั้งสองประเภทต่างกันสูงสุด คือมากถึง 906,825 ใบ และเมื่อเวลา 22.35 น. ได้พบว่า มีการ ‘ปรับลดคะแนน’ ของผู้สมัคร สส. เป็นรายบุคคล จำนวน 2,157 กรณีด้วยกัน จากผู้สมัคร 1,384 ราย ใน 179 เขต 62 จังหวัด คิดเป็นยอดคะแนนที่ถูกลดทอนรวม 118,635 คะแนน แม้การลดคะแนนส่วนนี้จะไม่ทำให้ผลแพ้-ชนะเปลี่ยนไปก็ตาม อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ thestandard.co/ilaw-thailand-… ภาพ: ฐานิส สุดโต #เลือกตั้ง69 #เลือกตั้ง2569 #TheStandardNews #TheStandardPhoto #ฐานิสสุดโต
THE STANDARD tweet media
ไทย
12
803
606
66.5K
Call me P retweetledi
Parit Wacharasindhu (Itim)
หลังจากได้ฟังสัมภาษณ์ของรองนายกฯ พิพัฒน์ เมื่อเช้าในรายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ ผมยังยืนยันความเห็นผมที่ได้อภิปรายในสภาเมื่อวันก่อน ว่า นายกฯ ควร “เปลี่ยนตัว” ผู้รับผิดชอบหลักเรื่องวิกฤตพลังงานจาก รองนายกฯ พิพัฒน์ เป็นคนอื่น เพื่อเคลียร์ข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน . ในช่วงหนึ่ง [นาที 39-40] รองนายกฯ พิพัฒน์ เล่าว่านายกฯเคยหารือกับเขาเกี่ยวกับเรื่องการขึ้นราคาน้ำมัน โดย “เรียกประชุมเป็นกลุ่มเล็กโดยไม่มีผู้ประกอบการ เพราะเรื่องนี้เราไม่สามารถให้ผู้ประกอบการรู้ได้ (ว่าจะขึ้นราคาน้ำมันเท่าไหร่) เพราะเราก็กลัวว่าผู้ประกอบการรู้ เขาอาจจะปิดสถานีบริการก่อนหรือกักตุน…” . แต่ “ช้างในห้อง” คือตัวท่านรองนายกฯ พิพัฒน์ เองก็เป็นส่วนหนึ่งของผู้ประกอบการเช่นกัน . 1. รองนายกฯ พิพัฒน์ ยังถือหุ้นอยู่ 5% ใน บริษัท “รัชกิจ โฮลดิ้ง จำกัด” ที่เป็นผู้ถือหุ้นหลัก (25%) ในบริษัท PTG Energy (โดยมีน้องชายเป็นกรรมการและผู้บริหาร) . 2. แม้รองนายกฯ พิพัฒน์ จะพยายามปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับการบริหารธุรกิจ แต่มีหลายครั้งตลอดการสัมภาษณ์ที่รองนายกฯ พิพัฒน์ มักใช้คำว่า “เรา” หรือ “พวกเรา” เวลาพูดถึงการดำเนินการของบริษัท PTG Energy [เช่น นาที 70-72] . 3. แม้ PTG Energy ไม่ได้มีโรงกลั่นของตนเอง แต่ รัชกิจ โฮลดิ้ง หรือ PTG Energy ถือหุ้นในหลายบริษัทที่ครอบคลุมแทบทุกขั้นตอนอื่นในห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน - จากข้อมูลล่าสุดที่ผมมี: . มีการถือหุ้นในผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่หรือคลังน้้ำมัน (ม.7) = อย่างน้อย 2 บริษัท - บริษัท 1: PTG ถือหุ้น 70.50% - บริษัท 2: PTG ถือหุ้น 40% . มีการถือหุ้นในผู้ค้าน้ำมันรายย่อยหรือจ็อบเบอร์ (ม.10) = อย่างน้อย 6 บริษัท - บริษัท 1: PTG ถือหุ้น 100% - บริษัท 2: PTG ถือหุ้น 99.98% - บริษัท 3: PTG ถือหุ้น 99.98% - บริษัท 4: PTG ถือหุ้น 99.98% - บริษัท 5: PTG ถือหุ้น 99.97% - บริษัท 6: PTG ถือหุ้น 99.97% . มีการถือหุ้นในผู้ขนส่งน้ำมัน (ม.12 = อย่างน้อย 4 บริษัท - บริษัท 1: PTG ถือหุ้น 100% - บริษัท 2: รัชกิจ โฮลดิ้ง ถือหุ้น 25% - บริษัท 3: รัชกิจ โฮลดิ้ง ถือหุ้น (ทางอ้อม) 25% - บริษัท 4: รัชกิจ โฮลดิ้ง ถือหุ้น (ทางอ้อม) 19% . 4. หนึ่งในบริษัทผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ (ม.7) ที่ PTG ถือหุ้น เป็นธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันไบโอดีเซล ที่ย่อมได้ประโยชน์จากนโยบายของรัฐบาลที่เสนอให้เพิ่มอัตราส่วนผสมน้ำมันไบโอดีเซล (เช่น B10 หรือ B20) . ผมย้ำว่าผมไม่ได้กล่าวหาว่าบริษัทเหล่านี้ทำอะไรที่ผิดไปแล้ว แต่ผมอยากชี้ให้เห็นว่า หากสมมติผมเป็นบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่มีเครือข่ายบริษัทน้ำมันอย่างกว้างขวางในแทบจะทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน และหากผมรู้มาก่อนว่านโยบายของรัฐบาลในแต่ละวันถูกกำหนดมาอย่างไร สถานการณ์แบบนี้จะเปิดช่องมหาศาลให้ผมสามารถเก็งกำไรได้บนความเดือดร้อนของประชาชน . ท่านรองนายกฯ พิพัฒน์ ก็ทราบดีถึงข้อกังขานี้ เพราะท่านพูดในลักษณะตัดพ้อหลายครั้งในรายการว่าท่าน “พูดอะไรไป ก็ไม่มีใครเชื่อ” . ดังนั้น ไม่ว่าที่ผ่านมาจะมีหรือไม่มีการใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของเครือข่ายธุรกิจตนเอง แต่ตราบใดที่รัฐบาลยังคงออกแบบโครงสร้างการบริหารจัดการวิกฤตพลังงานครั้งนี้ โดยให้ผู้กำหนดนโยบายหลักกับผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายธุรกิจน้ำมัน เป็นคนๆเดียวกัน ก็ยากที่ประชาชนจะเชื่อมั่นในความตรงไปตรงมาหรือความโปร่งใสในการดำเนินการของรัฐบาล . ผมจึงเห็นว่า หากรัฐบาลต้องการเคลียร์ข้อครหาตนเองเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน: . ท่านนายกฯ ควรเปลี่ยน ผอ. ศบก. หรือผู้รับผิดชอบหลักเรื่องวิกฤตพลังงานจาก รองนายกฯ พิพัฒน์ เป็นคนอื่น . หรือหากท่านนายกฯไม่กล้าตัดสินใจ ท่านรองนายกฯ พิพัฒน์ จะพิจารณาถอนตนเองก็ได้ครับ . . —- . ที่มา: . รายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ กับรองนายกฯ พิพัฒน์: youtube.com/watch?v=jxw_my… . คำอภิปรายผมในประเด็นนี้ในสภา: facebook.com/reel/449337888…
YouTube video
YouTube
Parit Wacharasindhu (Itim) tweet media
ไทย
43
4.2K
3.3K
109.3K