Pommes

924 posts

Pommes

Pommes

@Potto789

Katılım Ekim 2015
310 Takip Edilen6 Takipçiler
Pommes retweetledi
Wild Videos
Wild Videos@FightStorage·
In the UK 🇬🇧 , 18-year-old Millie Taplin went to a nightclub for the first time on her birthday. A stranger offered her a drink, saying, “Try this vodka lemonade.” She took a sip. Within seconds, her face went numb, her fingers started cramping and twisting strangely, and her whole body locked up completely. She was fully conscious the entire time — trapped inside her own body, mentally screaming in panic because she couldn’t move a muscle. Doctors at the hospital suspected she had been given two unknown substances: one to paralyze her and another to knock her out. Tests couldn’t identify them. Her mother later shared the story as a warning: “Never accept a drink from a stranger.” This keeps the flow, tension, and message intact while feeling fresh. Let me know if you want it shorter, longer, or in a different tone!
English
434
1.1K
8.9K
3.9M
Pommes retweetledi
Gublo 🇨🇦
Gublo 🇨🇦@Gubloinvestor·
If Trump was born in other countries 😄
English
4.2K
12.2K
89K
13.5M
Pommes retweetledi
ถือแถน
ถือแถน@pran2844·
พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีตรองผบ.ตร.โพสต์ประกาศเลือกพรรคเพื่อไทย เพราะเคยเห็นเรื่องที่อดีตนายกฯทักษิณเคยถูกกระทำจากการรัฐประหาร ตัวท่านเองเคยถูก คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน หรือ คตส.ที่คณะรัฐประหารตั้งมาเรียกไปสอบ ตรวจทุกกระเบียด เพราะรัฐบาลทักษิณ เอาเงินที่ได้จากการทำหวยบนดิน ส่วนหนึ่งมาเป็นสวัสดิการให้ตำรวจที่บาดเจ็บ หรือ ล้มตายจากการปฎิบัติหน้าที่ คตส.ตรวจสอบจะหาความผิดให้ได้ว่า มีการเอาเงินไปใช้แบบไหน มีทุจริตหรือไม่ ซึ่งท่านเอาหลักฐานการใช้จ่ายให้ตรวจตามสะดวก และเอาภาพตำรวจที่โดนระเบิดจนขาแหลกละเอียดให้กรรมการ คตส.ดู ภาพสยดสยองจนกรรมการบางคนไม่กล้าดู ท่านบอกว่า เงินหวยบนดิน เอาไปช่วยคนแบบนี้ และอีกทีท่านถูกเรียกให้ไปเป็นพยานในศาล เรื่องเดียวกันนี่แหละเพื่อเอาผิดให้ได้ ถูกอัยการซักไซ้สืบพยานอยู่ 3 ชั่วโมง และท่านให้การกับศาลว่า ท่านเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่เข้าถึงระดับชั้นความลับ ที่พอเข้าถึงข้อมูลว่า กระบวนการที่มาล้มรัฐบาลทักษิณในตอนนั้น ได้รับเงินสนับสนุนจากขบวนการยาเสพติด และ เงินจากพวกหวยใต้ดิน ซึ่งมีผู้พิพากษาในองค์คณะถึงกับบอกว่า รู้สึกอึดอัดกับการพิจารณาคดีนี้เหมือนกัน ซึ่งคดีหวยบนดินนี้ เป็น 1 ใน 3 คดีที่ทักษิณถูกเอาผิดจำคุกอยู่ในตอนนี้ ทั้งที่ไม่มีการทุจริต ไม่มีการเอาเงินไปใช้ในทางทุจริต แต่ถูกจำคุกเพราะการขายหวยบนดินไม่มีกฎหมายรองรับ เป็นการหาแง่มุมทางกฎหมายเพื่อเอาผิด ทุกคดีที่ทักษิณถูกตัดสินจำคุก คือเป็นการใช้แง่มุมทางกฎหมายแบบนี้เอาผิด และ คดีเริ่มมาจากการรัฐประหาร เวลาเห็นคนบอกว่าตัวเองหัวก้าวหน้าแบบธนาธร แบบโรม ยอมรับผลพวงการรัฐประหาร จะเป็นจะตายกับทักษิณไม่ติดคุก วนเวียนอยู่ชั้น 14 แต่เราเห็นที่มาที่ไปของการโดนคดี และ ทักษิณไม่ควรโดนตั้งแต่ต้น อย่างหลังนี้เป็นสาเหตุอย่างหนึ่งด้วยที่ทำให้มั่นคงอยู่กับแดง อยู่กับเพื่อไทย เพราะยอมรับพวกต่อต้าน พวกลบล้างผลพวงรัฐประหาร แต่อยากให้เหยื่อรัฐประหารติดคุกพวกนี้ไม่ได้
ไทย
14
494
691
34K
Pommes retweetledi
ถือแถน
ถือแถน@pran2844·
ส.ว.หมดอำนาจโหวตนายกฯไปตั้งแต่การโหวตนายกฯแพทองธารแล้ว แต่พรรคส้มเอาคะแนนเสียง 14 ล้านเสียงไปโหวตอนุทิน ให้อนุทินยุบคดีฮั้วส.ว.สำเร็จ และไม่ยอมแก้รัฐธรรมนูญตาม MOA และเมื่อยุบคดีให้ไปต่อไม่ได้ ส.ว.น้ำเงินก็ตั้งคนเข้าไปคุมองค์กรอิสระ มาเป็นอำนาจอธิปไตยที่ 4 คุมประเทศนี้ โดยพรรคคุณธนาธรเป็นคนตั้งให้มามีอำนาจสูงสุดและทำให้ฝ่ายน้ำเงินกลับมาเข้มแข็งด้วยมือของพรรคส้มเอง
ถือแถน tweet media
ไทย
20
157
219
6.8K
Pommes retweetledi
Rolenda
Rolenda@loreneeliz·
เห็นตอนเบรกอยู่แต่ไม่ไม่ได้ยินเสียง อื้อหือออออออออ
ไทย
21
404
712
111.6K
Pommes retweetledi
Chanon N.
Chanon N.@KillerNay·
ผมเห็นด้วยกับนโยบายนี้เกินล้าน เปอร์เซ็น 1.Soft enforcement ร้านนอกระบบ “หนีไม่พ้น” เมื่อ คู่ค้าต้องการใบเสร็จ เพื่อรักษาสิทธิ์ลุ้นรางวัล” ไม่ออก e-Receipt = เสียลูกค้า และมันก็จะมีคนบางกลุ่มที่ไม่ออกใบเสร็จ เพื่อไม่อยากให้ภาครัฐรับรู้รายจ่าย เช่นกัน นั้นเป็นสิทธิชองท่าน 2.Data-first policy ผมเข้าใจว่า รัฐไม่ได้อยากได้ “เศรษฐีใหม่” รัฐอยากได้ transaction-level data ที่เชื่อถือได้ เพื่อนำมาวิเคราะห์เห็นผลที่แท้จริง consumption,regional demand,subsidy leak ผมยังไม่รู้ว่า กฏเกณท์มันออกมายังไง แต่ถ้าทำระบบกับคน ไทยแล้วต้องระวังเรื่องพวกนี้ จุดเสี่ยงที่ “ต้องปิดให้สนิท” นโยบายนี้ จะดีหรือจะพัง ไม่ได้อยู่ที่สโลแกน แต่อยู่ที่ random logic + anti-gaming design ต้องแยก policy data ออกจาก identity data ถ้าทำดี ร้านนอกระบบหาย VAT โต รัฐมี data จริง ถ้าทำมักง่าย ซอยบิล POS exploit ดราม่า “ใครได้รางวัล”
พรรคเพื่อไทย@PheuThaiParty

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงเจตนารมณ์ของนโยบาย “สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน” ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า นโยบายนี้กำลังถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการแจกเงิน ทั้งที่ในความเป็นจริงคือ “การหาเงินให้รัฐ” โดยต่อยอดความสำเร็จมาจากหลายประเทศ โดยเฉพาะไต้หวัน ที่ใช้ระบบสลากชิงโชคจากใบเสร็จ (Uniform Invoice Lottery) จนสามารถเพิ่มรายได้ภาษีให้ประเทศได้เฉลี่ย 20% ต่อปี นพ.พรหมินทร์ ระบุว่า หากประเทศไทยสามารถดึงเม็ดเงินภาษีเข้าระบบได้เพิ่มขึ้นเพียง 10% กว่าๆ จะทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มถึงปีละ 1 แสนล้านบาท ในขณะที่ใช้งบประมาณในการจัดทำรางวัลเพียงปีละ 3,285 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เมื่อเทียบกับรายได้ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในปัจจุบันที่มีมูลค่า 8-9 แสนล้านบาทต่อปี "เราไม่ได้แค่สร้างเศรษฐีใหม่ แต่เรากำลังสร้างระบบสวัสดิการที่ยั่งยืน รายได้ที่เพิ่มขึ้นจะถูกนำไปพัฒนาประเทศให้ทันสมัย และที่สำคัญที่สุดคือ รัฐจะได้ข้อมูล (Data) มหาศาลในการนำมาใช้กับเทคโนโลยี AI เพื่อวางแผนนโยบายรัฐให้แม่นยำและตรงจุดมากขึ้น" นพ.พรหมินทร์กล่าว #เพื่อไทยเบอร์9 #ยกเครื่องเศรษฐกิจไทย #เพื่อไทยทำได้ #พรหมินทร์ . ผลิตสื่อโดย พรรคเพื่อไทย เลขที่ 197 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 จำนวน 1 ชุด ตามวันเวลาที่ปรากฏ ที่ส่งมาในครั้งนี้

ไทย
13
916
757
78.6K
Pommes retweetledi
...ชามพันล้าน…🥣
รัฐพันลึก หมอสุภัทธและกลุ่มแพทย์ชนบทรอATK ที่ล่าช้าของอนุทินไม่ไหว จนต้องไปหาซื้อมาช่วยชาวบ้านเองใน รพ แถมซื้อราคาถูกกว่าของรัฐอีกนะ โดนสอบ #Saveหมอสุภัทร
ไทย
102
7.9K
4.3K
439.4K
Pommes retweetledi
Dr.Nantana
Dr.Nantana@Dr_Nantana·
EP11 : รัฐธรรมนูญปราบโกงแบบใด 10 ปีผ่านไป จับคนทุจริตไม่ได้แม้แต่คนเดียว ? คุยโม้กันว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับปราบโกง เพราะมีบทบัญญัติว่าด้วย “มาตรฐานจริยธรรม” ที่เอาไว้ตัดสิทธิ์นักการเมือง ผ่านมา 10 ปี ไม่สามารถจับคนทุจริตมาลงโทษทางอาญาได้แม้แต่คนเดียว ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ก็เป็นคดีที่ไปขุดเอาเรื่องสมัยเป็นนักศึกษามาลงโทษ หรือการถอดถอนนายกรัฐมนตรี ที่แต่งตั้งรัฐมนตรีที่เคยติดคุก ส่วนรัฐมนตรีที่เคยติดคุกจริงๆ กลับไม่ถูกถอดถอน หรือการยุบพรรคการเมือง ก็มาจากการแก้ไขกฏหมายตามกระบวนการนิติบัญญัติ แต่พรรคที่พัวพันกับสแกมเมอร์กับอยู่รอดปลอดภัย ฯลฯ ปราบโกงแบบใด ดัชนีคอรัปชั่นจึงพุ่งกระฉูด จนปัจจุบัน ไทยติดอันดับที่ 107 ในการจัดอันดับเรื่องความรับรู้เกี่ยวกับการทุจริตของประเทศต่าง ๆ ในโลก (world ranking of corruption perception index) หากปล่อยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ไปต่อ ไทยอาจจะอยู่อันดับสุดท้ายในอาเซียนก็เป็นได้ “รัฐธรรมนูญปราบโกง” จึงเป็นเพียงวาทกรรม ที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อปกปักษ์รักษาอำนาจของ “รัฐพันลึก” ที่หยั่งรากลึกอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และไม่มีประเทศไหนในโลก ที่นำบทบัญญัติในการ “ปราบโกง” มาใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญ ที่กล่าวอ้างเรื่องปราบโกง จึงเป็นการคุยโม้โอ้อวดสรรพคุณที่ไม่มีอยู่จริง การตรวจสอบถ่วงดุลที่ควรจะนำมาใส่ในรัฐธรรมนูญ เพื่อมิให้ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ใช้อำนาจอย่างฉ้อฉล ก็คือ “องค์กรอิสระ” อันได้แก่ ศาลรัฐธรรมนูญ ปปช. สตง. กกต. ฯลฯ แต่แล้วกลไกนี้กลับล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เพราะที่มาขององค์กรอิสระเหล่านี้ มิได้ยึดโยงกับประชาชน แต่เป็นการเลือกของสว. ซึ่งมาจากการเลือกกันเอง 20 กลุ่มอาชีพ สุดท้ายก็ “ฮั้ว” กันเข้ามาเป็นก้อนใหญ่ๆ เมื่อได้อำนาจในการเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ก็กลายเป็นการเลือกเพื่อเข้ามา “กลบ” คดีต่างๆ กลายเป็นกระบวนการ “ต่างตอบแทน” แบบ ไม่เห็นหัวประชาชน อีกประการหนึ่งที่คนจำนวนมากมองข้ามไป นั่นก็คือ การทุจริตมิได้เกิดจากนักการเมืองเท่านั้น เอาเข้าจริงๆ ระบบราชการทั้งระบบ คือโกงกันจนถึงกระดูก ไม่เว้นแม้แต่พระสงฆ์ ดังนั้นการมุ่งจัดการเฉพาะนักการเมือง จึงเป็นการ “ตัดตอน” ปัญหา ซึ่งหากจะปราบคอรัปชั่นกันจริงๆ ต้องจัดการแบบครบวงจร ต้นน้ำ (ตัวนักการเมืองและเครือข่าย) กลางน้ำ (ข้าราชการและองคาพายพ) และปลายน้ำ (บรรดานักธุรกิจที่ติดสินบน) หากแก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูก เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล ก็เปลี่ยนเหลือบฝูงใหม่ที่เข้ามาแทะกระดูกประเทศไทยเท่านั้น วิธีการที่ดีที่สุดในการจัดการทุจริต ก็คือ “ระบบตรวจสอบถ่วงดุล” ซึ่งกันและกันอย่างจริงจัง คนที่ตรวจสอบก็ต้องถูกตรวจสอบด้วยเช่นกัน มิใช่ระบบตรวจสอบคนอื่นฝ่ายเดียว ดังที่เป็นอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ให้อำนาจองค์กรอิสระในการตรวจสอบนักการเมือง ข้าราชการ แต่ไม่มีหน่วยงานใด ตรวจสอบองค์กรอิสระได้เลย แต่เดิมในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 กำหนดให้ประชาชนเข้าชื่อกัน 50,000 คน สามารถยื่นถอดถอน ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆได้ รัฐธรรมนูญปีพ.ศ.2550 กำหนดให้ประชาชน 20,000 คนเข้าชื่อเพื่อถอดถอนนักการเมืองได้ แต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ได้ลิดรอนอำนาจการ “ถอดถอน” นี้ออกไปจากประชาชนโดยสิ้นเชิง ดังเช่นที่ประชาชนได้แต่มองตาปริบๆ เมื่อตึกสตง.ถล่ม เงินสองพันล้านจมหายไปต่อหน้าต่อตา แต่ไม่สามารถถอดถอนผู้อนุมัติโครงการก่อสร้างนี้ได้เลย รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงจึงไม่มีอยู่จริง กลไกมาตรฐานจริยธรรม เป็นเพียงเครื่องมือ เพื่อบดขยี้ฝ่ายตรงข้ามที่เห็นต่างเท่านั้น มิได้มีไว้เพื่อปราบปรามการทุจริตแต่อย่างใด เราจึงต้องการรัฐธรรมนูญใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน และมีบทบัญญัติที่มีการตรวจสอบถ่วงดุลอย่างแท้จริง #8กุมภากาเห็นชอบ #สวนันทนา #รัฐธรรมนูญประชาชน
Dr.Nantana tweet media
ไทย
18
234
443
5.1K
Pommes
Pommes@Potto789·
@nuling ก็เลือกสิครับ
ไทย
0
0
0
249
บก.ลายจุด
ได้ฟังการสัมภาษณ์ของ อ.เชน กับคุณหนุ่ม เมืองจันทร์แล้วทึ่งมาก ฉลาดและนิ่งตรงไปตรงมา ความเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการ และเติบโตมาในครอบครัวนักการเมืองใหญ่ ทำให้เขาสามารถมองปัญหาแบบภาพใหญ่ มีสมมุติฐานของปัญหา และมองแนวทางหรือวางนโยบายได้อย่างน่าสนใจ เขาคือคนในครอบครัวชินวัตรที่ถูกบ่มเพาะและเข้าสู่การเป็นนักการเมืองแทนคุณทักษิณอย่างแท้จริง นี่แอบคิดถึงอนาคตน้องไปป์ลูกชายของคุณยิ่งลักษณ์ว่าถ้าหมดยุค อ.เชน แล้วก็ยังมีไปป์อีกคนซึ่งมาแนวเดียวกับอ.เชน สิ่งที่ อ.เชน พูดถึงและนำเสนอแสดงถึงความเฉลี่ยวฉลาดในทางยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศ แต่สิ่งที่ยังเป็นคำถามในใจผมคือประสบการณ์ที่เข้ารับแรงปะทะด้วยตนเองในการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ทางการเมืองและการผลักดันกลไกราชการให้เคลื่อนไปตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้ ความนุ่มนวลในแบบนักวิชาการ ทำเราสงสัยว่าถ้าต้องขับเคลื่อนจริงๆจะทำได้หรือเปล่า แต่นั่นเราต้องรอคำตอบเมื่อเขาได้มีโอกาสทำสิ่งนั้นจริงๆ ส่วนประสบการณ์ชีวิตที่เกี่ยวข้องคนส่วนใหญ่ของประเทศ ปัญหาของเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน คนพิการ คนจน ผู้เสพยา มาเฟียอิทธิพล เหล่านี้เรายังไม่เห็นประสบการณ์ชีวิตและการแสดงถึงความเข้าใจของ อ.เชน โลกของแกยังอยู่ในแวดวงวิชาการ มหาวิทยาลัย และผู้คนในหมู่ชนชั้นนำของสังคม แม้การเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่ได้เลือกพรรคเพื่อไทย แต่ผมจะไม่เสียใจเลยหาก อ.เชน มีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีให้ดูสักครั้ง และนับเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดตัวเลือกหนึ่ง ณ เวลานี้ในเชิงตัวบุคคล ไม่เกี่ยวกับนโยบายพรรคหรือบริบทอื่นๆของพรรค ปล.อยากมีโอกาสฟัง อ.เชน กับ คุณเท้ง พูดคุยถกเถียงแลกเปลี่ยนกันยาวๆสัก 2 ชม อยากเห็นว่าใครคมและแข็งแกร่งกว่ากัน
ไทย
77
121
358
64.6K
ฮ.นกฮูก(สีส้ม)
ให้มันได้อย่างนี้ตาเฒ่า #ประกาศชัด เตรียมขึ้นที่ปรึกษาพรรคน้ำเงิน ... .. . Cr. โครตควาย
ฮ.นกฮูก(สีส้ม) tweet media
ไทย
187
748
844
122.2K
Pommes retweetledi
สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว
‘หมอมิ้ง-เพื่อไทย‘ โต้ข้อครหานโยบาย ‘สร้างเศรษฐีวันละ 9 คน’ แจง เป็นการหาเงินให้รัฐ ต่อยอดความสำเร็จมาจากหลายประเทศ ยก ‘ไต้หวัน’ สามารถเพิ่มรายได้ภาษีเข้าประเทศได้เฉลี่ยถึง 20% ต่อปี วันที่ 24 ม.ค.69 นายแพทย์ พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เขาหาว่าเราแจกเงิน?! ความจริงเราหาเงินให้ สร้างอนาคตต่างหาก “นโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน” พัฒนาต่อยอดจากความสำเร็จของหลายประเทศ เช่นไต้หวัน ที่ออกสลากชิงโชคใบเสร็จ ได้รายได้เข้ารัฐเพิ่มต่อเนื่อง เฉลี่ยเพิ่ม 20%ต่อปี หากไทยได้รายได้เพิ่มเพียง 10 กว่า% ก็มีรายได้เพิ่มปีละ 1 แสนล้านบาทแล้ว ด้วยค่าใช้จ่ายปีละ 3,285 ล้านบาท หรือ 3.3% จากเดิม รายได้จาก VAT ปีละ 8-9 แสนล้านบาท ทำให้เพียงพอที่จะดูแลสวัสดิการประชาชนและพัฒนาประเทศก้าวหน้าทันสมัย ทันเทคโนโลยีได้ แถมยังได้ข้อมูลมหาศาลในการวางแผนของรัฐได้อย่างแม่นยำในยุค AI” ขณะที่ เพจ ‘พรรคเพื่อไทย’ ได้อธิบายรายละเอียดทั้งหมดไว้ในเว็บไซต์ของพรรค โดยระบุว่า นโยบายนี้ จะทำการออกรางวัลเงินล้านทุกวัน วันละ 9 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาท โดยใช้ระบบการหมุนเลขรางวัล จากเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และเลขในใบเสร็จ e-Receipt ซึ่งครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง ได้แก่ กลุ่มผู้ยื่นแบบภาษีเงินได้ (1 รางวัล) กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป (1 รางวัล) กลุ่มเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน (1 รางวัล) กลุ่มอาสาสมัครภาคประชาชน เช่น อสม., อาสากู้ภัย, ทสม. และอาสาสมัครหน่วยงานราชการที่ไม่มีเงินเดือนประจำ (1 รางวัล) และ กลุ่มผู้ซื้อสินค้าและบริการที่มีใบเสร็จ VAT อีกจำนวน 5 รางวัล โดยประชาชนสามารถสะสมสิทธิ์ได้จากการขอใบเสร็จทุกการจับจ่ายโดยไม่มีมูลค่าขั้นต่ำ ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าไปจนถึงร้านค้าขนาดเล็ก ซึ่งนอกจากจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจครัวเรือนและสร้างโอกาสเปลี่ยนชีวิตให้ประชาชนแล้ว รัฐบาลจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัย เพื่อใช้ AI ในการออกแบบนโยบายความช่วยเหลือให้ตรงจุดและเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำในการจัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว tweet media
ไทย
56
186
328
27.2K
Pommes retweetledi
ถือแถน
ถือแถน@pran2844·
คดีคุณทวีกับคุณภูมิธรรม ตอนนั้นเขาร้องเพื่อหยุดกระบวนการและถ่วงคดี กันคุณทวีกับคุณภูมิธรรมไม่ให้ใช้อำนาจเดินหน้าคดี พอพรรคส้มไปยกมือให้อนุทินมามีอำนาจ จนยุบคดีไม่ให้ไปต่อ ย้ายพนักงานสอบสวนออกจากการทำคดีสำเร็จแล้ว คดีของคุณทวีกับคุณภูมิธรรมซึ่งไม่ได้ผิดมาตั้งแต่ต้นเพราะทำตามหน้าที่ จึงจบลง ที่น่ารังเกียจก็คือคดีนี้เกิดหลังคดีฮั้วส.ว.แต่คดีเดินเร็วและจบก่อน ส่วนคดีฮั้วส.ว.ตอนนี้อืดเป็นเรือเกลือ จนส.ว.ครบวาระ คดีอาจจะยังไม่ถึงศาลด้วยซ้ำ
ไทย
2
236
259
11.3K
Pommes retweetledi
Yodchanan Wongsawat
Yodchanan Wongsawat@YodchananW·
มาลำพูน 2 จุด รับฟังจริงทั้งสวนลำไยป่าซางและกาดลำพูน ดัน พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ลำไย + Cold Chain เพิ่มมูลค่า ขายได้ราคาดี เดินหน้า 30 บาท AI และ คนไทยไร้จน 3,000 บาท ฝากจ่วยกาเพื่อไทยเน้อครับ 😄 #เพื่อไทยทำได้ #เพื่อไทยเบอร์9 #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #แคนดิเดตนายก #เลือกตั้ง69 _____________ ผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดย พรรคเพื่อไทย เลขที่ 197 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 จำนวน 1 ชุด ตามวันเวลาที่ปรากฏ ที่ส่งมาในครั้งนี้
ไทย
15
339
640
11K
Pommes retweetledi
Sirote Klampaiboon
Sirote Klampaiboon@sirotek·
"ปิยะสวัสดิ์ อัมระนันท์" ประธานผู้บริหารการบินไทยโพสท์หลังสื่อค่ายภูมิใจไทยบอก "เอกนิติ" คือคนฟื้นฟูบริษัทการบินไทย "ผมก็เพิ่งรู้นะว่าเอกนิติเป็นผู้บริหาร แผนฟื้นฟูการบินไทยร่วมกับผมในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา เราประชุมกันทุกอาทิตย์ผมก็เห็นแต่คุณชาญศิลป์ และ พรชัย จาก กระทรวงการคลัง" "ปิยะสวัสดิ์" ดำรงตำแหน่ง ประธานคณะผู้บริหารแผน บริษัท การบินไทย ช่วง 2564 – 2568 และ ผู้ทำแผน บริษัท การบินไทย 2563 – 2564 ส่วน "ชาญศิลป์" คือ "ชาญศิลป์ ตรีนุชกร" ประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหารแผน บริษัท การบินไทย 2564 – 2568 และรักษาการ CEO การบินไทย 2563-2564
Sirote Klampaiboon tweet media
ไทย
32
1.6K
1K
179.7K
Pommes retweetledi
บอล ธนวัฒน์ วงค์ไชย
ยศชนัน ยัน เพื่อไทยเคารพหลักการให้พรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลก่อน ชี้ รอบที่แล้วไม่เคยตั้งรัฐบาลแข่งกับก้าวไกล แต่ช่วยโหวตให้พรรคก้าวไกลถึง 2 ครั้ง #เลือกตั้ง69 #เลือกตั้งล่วงหน้า #เลือกตั้ง69เปลี่ยนใหม่หรือไปต่อ
บอล ธนวัฒน์ วงค์ไชย tweet media
ไทย
69
844
1.2K
96.3K
Pommes
Pommes@Potto789·
@WisuthTalk ช่วยพูดเรื่องการลงคะแนนแก้ รธน. ด้วยสิ ครับ
ไทย
0
0
0
43
Wisuth Komwatcharapong
Wisuth Komwatcharapong@WisuthTalk·
"ใครจะว่าผมโลกสวยก็ยอม" #wisuthtalk #เลือกตั้ง2569
ไทย
9
241
566
19.7K
Pommes retweetledi
Yodchanan Wongsawat
Yodchanan Wongsawat@YodchananW·
สวัสดีครับ ผม “เชน” ครับ หลายคนอาจคุ้นกับผมที่เป็นอาจารย์วิศวะ หรือลูกชายนักการเมือง แต่วันนี้ผมขอแนะนำตัวในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่เชื่อสุดหัวใจว่า “คนไทยก็มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตตัวเองได้” ตลอดชีวิตการทำงานวิจัย (1) #พรรคเพื่อไทย #ยกเครื่องประเทศไทย #เพื่อไทยทําได้
Yodchanan Wongsawat tweet media
ไทย
168
3.7K
3.5K
708.8K
Pommes retweetledi
Dr.Nantana
Dr.Nantana@Dr_Nantana·
ฉีกหน้ากาก “รัฐบาลฝึกงาน” แท้จริงพฤติกรรมเช่น “สแกรมเมอร์” ละครการแก้รัฐธรรมนูญจบสิ้นลงแล้วด้วยการยุบสภา เป็นการฉีก MoA ที่ไม่เกินความคาดหมาย เพราะพรรคภูมิใจไทย ไม่มีเจตจำนงที่จะแก้รัฐธรรมนูญที่ดีไซด์มาเพื่อกลุ่มอำนาจเก่าอยู่แล้ว แต่ที่ลงนามใน MoA ทั้งสี่ข้อก็เพื่อที่จะฉวยโอกาสเข้าสู่การเป็นรัฐบาล แล้วใช้อำนาจรัฐในการเอื้อประโยชน์แก่ตนและพวกพ้อง เพื่อสร้าง “แต้มต่อ” ก่อนการเลือกตั้งเท่านั้น ตลอดเวลา 70 วันของ “รัฐบาลฝึกงาน” เราไม่ได้เห็นการบริหารประเทศที่มีประสิทธิภาพแต่อย่างใด แต่เราได้เห็น การรีบเร่งโยกย้ายข้าราชการมหาดไทย ในตำแหน่งสำคัญที่เชื่อมโยงกับการเลือกตั้ง เกือบทั้งประเทศ การเร่งรัดอนุมัติงบ MotoGP มูลค่า 4,000 ล้านบาท ทั้งที่สัญญาเดิมจะสิ้นสุดในปี 2570 (ทำไมไม่รอรัฐบาลใหม่มาตัดสินใจ) การชะลอการบังคับคดีเขากระโดง การยื้อคดีฮั้วสว. การอายัดทรัพย์กลุ่มสแกรมเมอร์ (ที่เป็นไปอย่างล่าช้าและไม่จับกุมดำเนินคดี) เมื่อบรรลุภารกิจของการสร้าง “แต้มต่อ” เพื่อความได้เปรียบในการเลือกตั้งแล้ว ก็มาถึงการ “ปิดจบ” การแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ให้ไปต่อ โดยการคว่ำมติของกมธ.เสียงข้างมาก ไปโหวตสนับสนุนให้คงอำนาจของสว.หนึ่งในสามไว้ตามเดิม แล้วจึงประกาศ ยุบสภา เพื่อไม่ให้พรรคฝ่ายค้านมาเปิดแผล “ด่าฟรี” นี่คือแผนที่เตรียมการไว้อย่างดี ประดุจดั่งสแกรมเมอร์ ที่ชักชวนให้พรรคประชาชน “ลงทุน” เล่นเกมโหวตนายกรัฐมนตรี แล้วก็ทำเหมือนจะได้กำไรในตอนแรก เพราะสั่งให้สว.มาโหวตแก้รธน.ในวาระหนึ่งได้สำเร็จ แล้วก็ให้ความหวังว่าการแก้รธน.จะไปถึงสุดทางได้จริง เพื่อให้พรรคประชาชน “ค้ำยัน” รัฐบาลต่อไปจนหมดสมัยประชุม หลังจากนั้นชาวสีน้ำเงิน ก็ร่วมกันโหวตคว่ำรธน.ในวาระสองลง ในคืนก่อนเปิดสมัยประชุมสามัญ เพียงไม่กี่ชั่วโมง เป็นการยิงปืนนัดเดียว ได้นกสองตัว คือ ภาระกิจการ “พิทักษ์รัฐธรรมนูญ” โดยไม่มีการแก้ไขใดๆเป็นผลสำเร็จ และไม่ต้องถูกเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อให้ฝ่ายค้านชำแหละผลงานที่ไม่เข้าตาประชาชน ออกมาประจาน การฉีก MoA ครั้งนี้ จึงเปรียบเหมือน พฤติกรรมของสแกรมเมอร์ ที่หลอกเหยื่อให้ “เชื่อ” แล้ว “เชือด” เมื่อปอกลอกผลประโยชน์ได้สำเร็จแล้ว เป็นกระบวนการที่ขุดบ่อไว้ล่อปลามาแต่ต้น หาใช่เหตุสุดวิสัยดังที่ยกมาเป็นข้ออ้าง เมื่อเป็นเช่นนี้ เราควรที่จะ ไล่ล่าสแกรมเมอร์มารับโทษ หรือ ก่นด่า “เหยื่อ” เพื่อความสะใจกันแน่ ? หากเราตระหนักดีถึงพิษภัยสแกรมเมอร์ที่ทำลายผู้คน ประเทศชาติมามากมายแล้ว เราควร “รู้ทัน” สแกรมเมอร์ ในคราบนักการเมือง ที่จะใช้ “ทุนเทา” มาหลอกเอาคะแนนเสียง ไปรวมตัวกันจัดตั้ง “รัฐบาลสแกรมเมอร์” เพื่อ “กินรวบประเทศไทย” อย่าปล่อยให้สแกรมเมอร์ปกครองบ้านเมือง ! #สวนันทนา #รัฐบาลสแกรมเมอร์ #กินรวบประเทศไทย
ไทย
90
869
1.6K
47.7K
Pommes retweetledi
แมวเกเร
แมวเกเร@Unrulycat2511·
จะว่าไปแล้ว "ตาถึก" สื่อส้มคนสำคัญที่ "คัดค้าน" อย่างหนักหน่วงรุนแรงเรื่องการประกาศเลือกแนวทาง "โหวตอนุทิน" ของพรรคส้ม เพราะจากประสบการณ์รู้ว่า "ถูกหลอก 100%" แต่ไม่มีใครนำพา เทไปแนวทางเดียวกัน ดีใจที่ได้แก้รัฐธรรมนูญ ดีใจได้เป็นพวกกับอนุทิน ดีใจได้ยืมมือภูมิใจไทยทำลายเพื่อไทย
แมวเกเร tweet media
ไทย
9
32
81
3K
Pommes retweetledi
พิชัย ชุณหวชิร - Pichai Chunhavajira
📌 “การแก้หนี้ คือการคืนโอกาสให้ประชาชนเริ่มต้นใหม่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี” ผมติดตามข่าวสารและเห็นว่า แนวนโยบายแก้หนี้ครัวเรือนของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยเฉพาะมาตรการ “การซื้อหนี้เสียรายย่อย” ที่มุ่งช่วยลูกหนี้ที่มีหนี้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย กำลังถูกนำมาขับเคลื่อนอย่างจริงจัง ผมดีใจที่แนวคิดและหลักการที่ “ทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย” ได้วางรากฐานการศึกษาและพัฒนาไว้ตั้งแต่ต้น ได้ถูกนำมาสานต่อ เพราะนี่คือแนวทางที่มองเห็น “ประชาชน” อยู่เบื้องหลังตัวเลขหนี้เสมอ แนวทางนี้ไม่ได้เป็นเพียงการช่วยลูกหนี้รายย่อย แต่ยังช่วย “ลดความเปราะบางของระบบการเงิน” ในภาพรวม เพราะหนี้เสียที่กระจายอยู่ในหลายสถาบัน หากถูกบริหารรวมผ่านกลไกกลาง จะช่วยให้ระบบธนาคารกลับมามีสภาพคล่อง สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่เพื่อฟื้นเศรษฐกิจได้เร็วขึ้น 💡 หลักคิด: การจัดลำดับความสำคัญในการปลดล็อกพลังเศรษฐกิจ เมื่อครั้งที่เราศึกษาปัญหา เราพบว่า หนี้ครัวเรือนกว่า 13 ล้านล้านบาท ได้สร้างภาระหนักอึ้งให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นหนี้เสียหรือใกล้เสีย (NPL/SM) กว่า 5 ล้านคน การปล่อยให้คนกลุ่มนี้หลุดออกจากระบบเศรษฐกิจต่อไป ไม่เป็นผลดีต่อการฟื้นตัวของประเทศ การแก้หนี้จึงไม่ใช่แค่การจัดการตัวเลข แต่คือการ “ดึงพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจกลับคืนมา” สิ่งที่เราทำจึงไม่ใช่การ “ยกหนี้” แต่คือการ “สกัด” ไม่ให้หนี้เสียลุกลาม และ “คืนโอกาส” ให้คนที่พร้อมจะลุกขึ้นสู้ 🔧 โมเดลเพื่อไทย: ลงทุนน้อย (ปลดพันธนาการ) ได้มาก หลักคิดเชิงเศรษฐกิจของเราคือการ “จัดลำดับความสำคัญ” และใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 1. สกัดหนี้ใหม่ (กลุ่ม SM): ด้วยการใช้มาตรการ “ปรับโครงสร้างหนี้” และให้รัฐช่วยรับภาระดอกเบี้ยชั่วคราว เพื่อป้องกันไม่ให้หนี้ไหลลงเป็นหนี้เสียเพิ่ม 2. ซื้อหนี้เก่าเพื่อคืนโอกาส (กลุ่ม NPLs): เราพบว่ามีลูกหนี้รายย่อยที่เดือดร้อนกว่า 3 ล้านคน ที่มีหนี้ไม่เกิน 100,000 บาท การใช้กลไกของรัฐ เช่น บริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) เข้าไปซื้อหนี้จากสถาบันการเงิน โดยใช้เงินจากกองทุนที่เกี่ยวข้อง เช่น กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) โดยไม่เพิ่มภาระงบประมาณแผ่นดิน ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด หลักคิดสำคัญคือ “รัฐเข้าไปช่วยปลดล็อก ไม่ใช่แบกรับ” เพราะเงินที่ใช้มาจากกองทุนหมุนเวียนในระบบการเงิน ไม่ได้เพิ่มภาระการคลัง แต่กลับสร้างผลคูณทางเศรษฐกิจสูงกว่าเม็ดเงินที่ลงทุนหลายเท่า ใช้งบประมาณเพียงน้อยนิด แต่สามารถปลดล็อกศักยภาพของคนหลายล้านคนให้กลับมามีกำลังซื้อและลุกขึ้นสู้ได้อีกครั้ง เมื่อพวกเขากลับมามีรายได้ พวกเขาก็จะกลับมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เดินต่อ 🌱 ความยั่งยืน: เศรษฐกิจที่เติบโตคือยารักษาหนี้ที่ดีที่สุด ท้ายที่สุด มาตรการเหล่านี้เป็นเพียง “กลไกประคอง” ในระยะสั้น เพื่อรอให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะยาวส่งผล ดังที่ผมเคยกล่าวไว้ “เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง คือยารักษาหนี้ที่ดีที่สุด” หากเราสามารถสร้าง Trust & Confidence ดึงดูดการลงทุน และทำให้ GDP เติบโตในระดับ 5% ขึ้นไปอย่างยั่งยืน การแก้หนี้ครัวเรือนจะค่อย ๆ คลี่คลายได้ด้วยกลไกของรายได้ที่เพิ่มขึ้นเอง ในระยะต่อไป การดำเนินนโยบายลักษณะนี้ควรเชื่อมโยงกับมาตรการสร้างรายได้ของภาคเกษตรและแรงงาน เช่น การเพิ่มผลิตภาพ การปรับทักษะ และการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ เพื่อให้การแก้หนี้เป็นส่วนหนึ่งของวงจรเศรษฐกิจที่สมบูรณ์ ไม่ใช่เพียงการเยียวยาชั่วคราว เป้าหมายของการแก้หนี้ ไม่ใช่เพียงการล้างตัวเลขในระบบการเงิน แต่คือการ “คืนศักดิ์ศรี และคืนโอกาส” ให้ประชาชนได้กลับมายืนหยัดอีกครั้ง เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริงครับ
พิชัย ชุณหวชิร - Pichai Chunhavajira tweet media
ไทย
13
259
496
15.7K