Ninja 🥷 retweetledi

หลายคนยังไม่รู้ว่า พอร์ตรวมที่ดูง่าย อาจไม่ได้บอกความจริงทั้งหมดของการลงทุนเรานะคะ
.
เพราะถ้าเรามี 3-4 เป้าหมาย หรือ 2-3 กลยุทธ์ แล้วเอาทุกอย่างไปรวมไว้ในพอร์ตเดียว สุดท้ายเราอาจเห็นแค่ว่า “พอร์ตรวมบวกหรือลบ” แต่ไม่รู้เลยว่าแผนไหนทำงานดีจริง
.
ตัวอย่างง่าย ๆ
สมมติพอร์ตรวมบวก 8% ดูเผิน ๆ เหมือนพอร์ตดีมาก
.
แต่ถ้าแยกดูจริง ๆ อาจเจอว่า
-พอร์ตลงทุนยาวบวก 18%
-พอร์ต DCA บวก 6%
-พอร์ตเงินเก็บยังนิ่ง ๆ
-พอร์ตเทรดสั้นติดลบ 12%
.
พอดูรวมกันหมด ภาพเลยเหมือนพอร์ตยังโอเค แต่พอแยกดูจริง ๆ อาจมีบางกลยุทธ์ที่ควรหยุดทบทวนแล้วก็ได้
.
นี่แหละที่ทำให้ Multiple Portfolio ของ Webull น่าสนใจ
เพราะเราสามารถแยกพอร์ตตามเป้าหมายหรือกลยุทธ์ได้ โดยบัญชีเดียวสามารถสร้างและใช้งานพอร์ตได้สูงสุด 10 พอร์ต เช่น
.
-พอร์ตลงทุนยาว
-พอร์ตเทรดสั้น
-พอร์ตเงินเก็บ
-พอร์ตหุ้นเทค
-พอร์ตทดลองกลยุทธ์ใหม่
.
ทำให้ดูผลแต่ละแผนได้ชัดขึ้น รู้ว่าแผนไหนเวิร์ก แผนไหนควรปรับ และบริหารพอร์ตได้เป็นระบบกว่าเดิม
.
วิธีสร้างก็ไม่ซับซ้อน
1.เข้าแท็บ พอร์ต
2.กด เพิ่มพอร์ตย่อย
3.ตั้งชื่อ แล้วกดบันทึก
.
ใช้เวลาไม่นาน ก็เริ่มแยกพอร์ตตามเป้าหมายของตัวเองได้แล้ว
.
แอดว่า การแยกพอร์ตไม่ได้ทำให้ลงทุนยุ่งยากขึ้น แต่มันช่วยให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่า เงินแต่ละก้อนกำลังทำหน้าที่ของมันได้ดีแค่ไหน
.
ถ้าใครมีหลายเป้าหมาย หลายกลยุทธ์ แต่ยังดูทุกอย่างรวมกันอยู่ ลองเริ่มแยกพอร์ตดูค่ะ
.
บางทีเราอาจเจอว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “พอร์ตทั้งหมด” แต่อยู่ที่ “บางแผน” ที่ต้องปรับเท่านั้นเอง
.
#WebullTH #ฟีเจอร์แยกพอร์ต #จัดพอร์ตให้เป็นระบบ #แยกพอร์ตแยกกลยุทธ์ #ลงทุนอย่างโปรที่Webull
.
การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
.
*โพสต์นี้ ได้รับการสนับสนุนโดย บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด

ไทย






















