เบบี๋🥳

18.2K posts

เบบี๋🥳 banner
เบบี๋🥳

เบบี๋🥳

@ThanamolRu

Katılım Haziran 2022
326 Takip Edilen71 Takipçiler
เบบี๋🥳 retweetledi
Noppakow kongsuwan
Noppakow kongsuwan@SAHINOP·
”แดงจำนวนนับ“ ตลอด 20 ปีของเส้นทางที่คนเสื้อแดงเดินมา แม้วันแรกเดินไปด้วยความคิดที่สอดรับกันในระดับกอดคอร่วมกันสู้ แต่ในปัจจุบันนั้น แต่ละคนก็ต่างมีเส้นทางและความคิดของเป็นของตนเอง บางคนยังเดินอยู่บนเส้นทางเดิม กับเพื่อนคนเก่า หลายคนจำนวนน้อย เลือกเส้นทางใหม่ มิตรสหายใหม่ นี่เป็นเรื่องปกติธรรมดาของวันเวลาและความคิดคน ที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน ผ่านความเหนื่อยล้า และความเจ็บตาย แต่สิ่งที่มิอาจปฏิเสธได้เลยคือ การเป็น “จำนวนนับ” ของคนเสื้อแดง ในหลายการต่อสู้ทางการเมือง จะว่าไปก็ตั้งแต่ก่อนมีเสื้อแดงเสียด้วยซ้ำ เราต่างเป็นจำนวนนับให้การต่อสู้ของเราเอง ตั้งแต่ปี 2549 2551 2552 2553 ยาวไปจนถึงรัฐประหาร 2557 และการไปเป็นแนวร่วมและเป็นจำนวนนับ ให้กับอีกหลายการต่อสู้ที่เกิดขึ้น ปฏิเสธไม่ได้อย่างเด็ดขาด ขบวนการนักศึกษาหลังต่อต้านรัฐประหาร 2557 การชุมนุมของคนรุ่นใหม่ ในปี 2563-2564 ที่มี “คนเสื้อแดง” ร่วมเป็นจำนวนนับ เติมเต็ม สนับสนุน ยืนเคียงข้าง แม้ในวันที่อันตรายที่สุด ในวันที่หลายคนเดินเข้าคุก-ออกคุก หรือในวันที่ยังมีเข้าใจไม่มากพอว่าคนกลุ่มนั้นๆ กำลังต่อสู้เพื่ออะไร แต่ก็มี “คนเสื้อแดง” นี่แหละ ที่พร้อมจะเข้าใจ แม้ว่าจะยืนอยู่ข้างๆ ไม่ได้ เพราะกลัวภาพว่าจะแปดเปื้อน ก็ไปยืนแอบๆ เก็บซ่อนตัวตนไว้อย่างมิดชิด แต่ก็เป็นจำนวนนับให้เติมเต็ม ผมเห็นภาพคนเสื้อแดงที่หน้าเรือนจำ จำนวนนับเท่าไหร่ไม่อาจทราบได้ มารอรับคุณทักษิณหน้าเรือนจำ ผมเห็นหลายคนที่ผมเห็นหน้ากันมาเป็นสิบปี ยืนดูอยู่ฝั่งตรงข้าม บางคนมายืนหลบๆ มุมไม่แสดงตัว แต่ผมจำพี่ได้ หลายคนมาจากต่างจังหวัด เสียค่าเครื่องบิน เสียค่ารถ ค่าน้ำมัน ทนนั่งมาเป็นวันๆ มาแล้วก็ถูกถ่มถุย เวลาตอบคำถามว่า "ทำไมคุณยังชอบทักษิณอยู่" ก็ยังคงถูกเหยียดว่าเป็นพวกรับจ้าง เป็นชาวบ้านไม่มีสติปัญญา เป็นคนโง่ ถูกกดด้วยมุมมองที่แทบจะไม่เหลือศักดิ์ศรีความเป็นคน สิ่งนี้เกิดขึ้นจริงในโลกอินเตอร์เน็ต และเป็นสิ่งที่โดนมาซ้ำๆ เหมือนที่เคยโดนมาในอดีต ทำให้ผมนึกถึงเป็น “จำนวนนับ” ของคนเสื้อแดง หลายคนผมเห็นเขาใส่เสื้อแดงตัวเดิมมา บางคนเขาก็เอาสัญลักษณ์สีแดงที่เก็บซ่อนไว้ตั้งแต่ปี 53 ถือมาด้วย เขามีความสุขกับการแสดงตัวตนที่ชัดเจน เขารักใคร และเหตุผลที่ยังให้ใจกันอยู่คืออะไร เขามาทำอะไร และมีจุดยืนต่อความเชื่อของเขาอย่างไร วันนี้เขาเปิดออกมาหมด และทุกคนยอมรับในตัวตนของเขา เคารพในความเชื่อและการแสดงออกของกันและกัน ไม่ต้องหลบซ่อนเหมือนการเป็น “จำนวนนับ” ในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมาในอดีต ประหนึ่งว่า การเป็น “จำนวนนับ” เพื่อรับคุณทักษิณออกจากเรือนจำในวันนี้ คือการเป็นจำนวนนับให้กับคนที่เขามองว่าเป็น ”เพื่อนร่วมรบ“ ที่ผ่านความทุกข์ยากมายาวนานร่วมกัน ผ่านวันที่ยืนเคียงกัน ผ่านวันที่ต้อนจูนความคิดกัน จนในวันนี้คนเสื้อแดงที่ยังยืนอยู่และเข้าใจสิ่งที่อดีตนายกฯคนหนึ่งต้องเผชิญชะตากรรม กับตัวคุณทักษิณเอง กลายเป็น “เนื้อเดียวกัน” ที่ต่างไม่ต้องหลบซ่อนตัวตนซึ่งกันและกันอีกต่อไป ระหว่างการกลับมาพบกันในครั้งนี้ ทราบดีว่าเส้นทาง 20 ปีนี้มีร่องรอยของความเจ็บปวดที่ไม่อาจประสาน มิตรหลายคนหล่นหายระหว่างทาง บางคนเลือกเดินหันหลังให้ไปตลอดกาล ซึ่งเราทำได้เพียงเคารพในรอยร้าวและทางเลือกของกันและกัน เพราะนั่นคือหลักฐานเดียวที่พอจะยืนยันได้ว่าสิ่งที่พวกเราเผชิญร่วมกันมาตลอดสองทศวรรษนั้นคือเรื่องจริง แต่มันก็เพียงพอจะยืนยันได้ว่า การมาเป็น “แดงจำนวนนับ” ในวันนี้ คือการยืนยันศักดิ์ศรีว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้จะเป็นจำนวนนับ แต่เราไม่ใช่เพียงแค่มีไว้นับ เราคือมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ ผู้ซื่อสัตย์ต่อความคิดของตนเอง และไม่ใช่แค่การมาเป็นส่วนประกอบ และในวันที่ไม่ต้องหลบซ่อนตัวตนอีกต่อไป “แดงจำนวนนับ” เหล่านี้คือ Owner ของประวัติศาสตร์หน้านี้ ที่เขาขอเขียนเองว่าพวกเขามาทำไม และมาทำอะไร “แดงจำนวนนับ” ที่มีหัวใจ แด่เพื่อนร่วมทางที่ถูกกระทำมาร่วม 20 ปีพอๆ กัน ที่ชื่อ #ทักษิณ ชินวัตร
Noppakow kongsuwan tweet mediaNoppakow kongsuwan tweet media
ไทย
19
953
1.2K
28.4K
เบบี๋🥳 retweetledi
sirinuchpich
sirinuchpich@sirinuchpich·
@geminiiiii69 คุณโต้งเขียนอธิบายดีมากๆเลยค่ะ ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ ไม่ใช่ดีแต่พูด ศักดิ์ศรีแบบด่าทอ กดคนอื่นให้ต่ำ อย่าเรียกว่ามีจุดยืนแบบมีศักดิ์ศรีเลย มันไร้ค่าซ่ะเปล่า
ไทย
0
6
14
896
Jan
Jan@JantanaL·
@geminiiiii69 ส่วนคนที่เคยถูกกระทำก็ต้องยอมรับ และต้องทำอะไรก็ได้ ยังไงก็ได้ เพื่อเป็นรัฐบาลให้ได้ ..อืมมม อันไหนแย่กว่ากันระหว่างคนมีศักดิ์ศรีกับคนไม่มีศักดิ์ศรี
ไทย
2
0
3
985
Tomakung ✨
Tomakung ✨@geminiiiii69·
“ถามว่ากรณีนี้จะสู้กลับยังไง ถึงที่สุดคือก็ต้องเป็นรัฐบาลให้ได้ ถึงจะมีอำนาจในการคุมงบประมาณ แล้วเลือกให้เงินสนับสนุนกับสิ่งที่ส่งเสริม สิ่งที่เล่าเรื่องเพื่อพาสังคมไปข้างหน้า อะไรที่จะพาสังคมย้อนอดีต ถอยหลัง ก็อย่าสนับสนุน แค่นั้นเอง” สิ่งที่พาสังคมไปข้างหน้าคือการเปิดพื้นที่ให้คนคิดต่างได้ อยู่ร่วมกันได้ ไม่ถูกกีดกันออกไป ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันบนความหลากหลาย สิ่งนี้ไม่ใช่หรอที่เราต้องการ สส คนนี้เขียนราวกับชอบให้ทุกคนคิดคิดเหมือนรัฐบาล เลือกสนับสนุนเฉพาะเรื่องที่ตัวเองเห็นด้วย รู้ทันความคิดตัวเองบ้างเถอะ จากชุดความคิดที่เสนอมาประชาชนจะเป็นคนตัดสินว่าใครก้าวหน้า ใครถอยหลัง วัดได้เป็นรูปธรรมจากผลงาน ทัศนคติ วิสัยทัศน์ในการทำงาน เราอยู่ฝ่ายก้าวหน้า ฝ่ายก้าวหน้า ฝ่ายก้าวหน้า ท่องไว้
Rukchanok Srinork@nanaicez

ละครเรื่อง สอดสร้อยมาลา เป็นหนึ่งในโครงการที่ได้รับสนับสนุนงบประมาณการผลิตละคร/ซีรีส์ ภายใต้นโยบายส่งเสริม Soft Power เป็นโครงการที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการ THACCA (Thailand Creative Content Agency) โดยคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี และแอนิเมชัน ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ให้ทุนอุดหนุนสนับสนุนการผลิต เป็นละครที่ได้รัฐเงินสนับสนุนจากรัฐไทย ผ่านกระทรวงวัฒนธรรม แม้จะเป็นโครงการที่ดูก้าวหน้า โครงเรื่องก็ดูเหมือนจะก้าวหน้า แต่ในที่สุดก็เผยให้เห็นว่าแท้จริงแล้วก็คงเป็นส่วนนึงของการทำโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อกระทำอย่างเป็นระบบ ให้ประวัติศาสตร์ ถูกเล่าออกมาในรูปแบบที่รัฐไทยอยากให้เป็นเท่านั้น ในบริบทนี้คือ คณะราษฎรเป็นพวกหัวก้าวหน้าที่เลวทรามไม่รู้คุณคน ตอกย้ำวาทะกรรม ชิงสุกก่อนห่าม สุดท้ายพวกหัวหน้าก้าวก็เหลิงอำนาจ และย้ำแนวคิดประเทศนี้บ้านนี้เมืองนี้ไม่ใช่ของประชาชน อำนาจเถสูงสุดไม่ใช่ของประชาชน เห็นหรือยังเวลาไม่ได้อยู่ข้างเรา เวลาอยู่ข้างคนที่ลงมือทำอะไรสักอย่าง ซึ่งอนุรักษ์นิยมสมัยใหม่เค้าก็ไม่ได้อยู่เฉยๆเค้าสู้กลับ ด้วยทุกเครื่องมือที่เค้ามี ถามว่ากรณีนี้จะสู้กลับยังไง ถึงที่สุดคือก็ต้องเป็นรัฐบาลให้ได้ ถึงจะมีอำนาจในการคุมงบประมาณ แล้วเลือกให้เงินสนับสนุนกับสิ่งที่ส่งเสริม สิ่งที่เล่าเรื่องเพื่อพาสังคมไปข้างหน้า อะไรที่จะพาสังคมย้อนอดีต ถอยหลัง ก็อย่าสนับสนุน แค่นั้นเอง ให้งบประมาณกับอะไร ก็แปลว่าให้ความสำคัญกับสิ่งนั้น ซึ่งก็คือการแสดงเจตจำนงทางการเมืองแบบนึง อ้างอิง : thestandard.co/thacca-support…

ไทย
4
275
185
25.3K
เบบี๋🥳 retweetledi
ซ้อขอเล่า
หลายคนสรุปเรื่องหนี้ BTS สายสีเขียวสั้น ๆ ว่า ถ้าศาลตัดสินเร็วขึ้น คนจ่ายหนี้ก็คืออัศวินแทนชัชชาติ แต่จริง ๆ เรื่องนี้ไม่ได้ง่ายแค่นั้น เพราะความต่างสำคัญ ไม่ใช่แค่ ใครอยู่ตอนศาลตัดสิน แต่คือ ใครเลือกแก้หนี้แบบไหนต่างหาก ข้อเท็จจริงคือ - ปี 2562 ยุครัฐบาล คสช. มีคำสั่ง ม.44 โอนภาระหลายส่วนของรถไฟฟ้าสายสีเขียวมาให้ กทม. - หลังจากนั้นหนี้ค่าเดินรถเริ่มสะสมต่อเนื่อง - และในยุคผู้ว่าอัศวิน แนวทางหลักคือ “ต่อสัมปทานแลกหนี้” ยาวไปถึงประมาณปี 2602 พูดง่าย ๆแทนที่จะหาเงินมาจ่ายหนี้ทันที ก็ใช้วิธีขยายสัญญาเดินรถเพิ่มอีกประมาณ 30 ปี แลกกับการเคลียร์หนี้ ช่วงนั้นจึงมีการพูดกันเรื่องค่าโดยสารประมาณ 65 บาท และยังมีประกาศที่เปิดทางให้ค่าโดยสารสุดสายแตะ 104 บาทด้วย สุดท้าย BTS เริ่มฟ้อง กทม. ช่วงปี 2564 ก่อนเลือกตั้งผู้ว่าฯ ปี 2565 ไม่ถึง 1 ปี พอชัชชาติเข้ามา จริง ๆ ก็ยังมีทางเลือกจะเดินแนว ต่อสัมปทานแลกหนี้ต่อก็ได้ แต่สิ่งที่ชัชชาติทำคือใช้เงินสะสม กทม. จ่ายหนี้แทน เพราะชัชชาติมองว่า - ถ้าต่อสัมปทานยาวเพิ่มอีก 30 ปี - ต้นทุนระยะยาวของประชาชนจะสูงมาก - และการทำค่าโดยสารในอนาคตจะยากขึ้นมาก ดังนั้น เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ใครอยู่ตอนศาลตัดสินก็ต้องจ่าย แต่มันคืออัศวินเลือกแนวทาง ต่อสัมปทานแลกหนี้ ในขณะที่ ชัชชาติเลือกใช้เงินจ่ายหนี้เพื่อไม่ผูกสัมปทานยาวเพิ่ม ซึ่งมันคนละเรื่อง คนละอย่าง อัศวินไม่เคยมีความคิดใช้หนี้ BTS เลยด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่ชัชชาติทำ คือเคลียร์หนี้ และสิ่งที่เถียงไม่ได้ คือ หนี้ BTS ถูกเคลียร์ในยุคของผู้ว่าชัชชาติ และงานนี้ชัชชาติสมควรได้รับคำชื่นชมและเครดิต มากกว่าจะมาโจมตีด้วยข้อความอันเป็นเท็จแบบนี้
ถือแถน@pran2844

หนี้ BTS เกิดจากประยุทธ์ใช้คำสั่งตาม ม.44 โอนรถไฟฟ้า BTS จากความรับผิดชอบของ รฟม.ให้มาอยู่กับ กทม.ในปี 2562 พอรถไฟฟ้า BTS มาอยู่กับ กทม.หนี้ค่าจ้างเดินรถจึงตามมาด้วย และ คำสั่งตาม ม.44ดังกล่าวยังสั่งให้ กทม.ทำสัญญาร่วมทุนกับเอกชน และ ครม.ในยุครัฐบาลคสช.ก็อนุมัติร่างสัญญาดังกล่าว ในระหว่างขั้นตอนร่วมทุนกับเอกชน จึงไม่มีการจ่ายหนี้สินต่างๆในช่วงเวลา 2 ปี BTS จึงฟ้องศาลเรียกชำระหนี้ตอนกลางปี 64 ก่อนจะมีการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.ได้ผู้ว่าชัชชาติในปี 65 จะเห็นว่า ในยุคผู้ว่าอัศวินไม่ได้มีเจตจำนงค์ในการชำระหนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับศาลตัดสินช้าหรือเร็ว เพราะถ้ามีเจตจำนงค์ที่จะชำระหนี้ เอกชนคงไม่ได้ฟ้องคดีต่อศาลเพื่อบังคับชำระหนี้ คนทำงานตั้งใจให้เกิดการชำระหนี้ สร้างความเป็นธรรมต่อทั้งรัฐและเอกชนผู้ประกอบการ ทำไมจะให้เครดิตกับผลงานเขาไม่ได้ ชีวิตจะมีแต่จิตริษยา เอาแต่ด้อยค่าคนอื่นไปถึงไหน

ไทย
20
2.2K
901
184.9K
เบบี๋🥳 retweetledi
Thongtham Wechayachai
Thongtham Wechayachai@ThongthamW·
สิ่งที่ #เพื่อไทย กำลังทำ แต่คนนอกยังมองไม่เห็น จุดยืนที่ไทยต้องสร้าง กับการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างเป็นระบบ สิ่งที่โลกกำลังเปลี่ยน และเราถูกบังคับให้เลือกระหว่าง ปรับ หรือ ตกขบวน ขอบคุณ คุณหมี – คุณโก้ @themomentum สำหรับบทสนทนาที่ทำให้คิดมากวันนี้ครับ 🙏 #กอป่าน #ธงธรรมเวชยชัย #bholder ____________ ฟังบทสัมภาษณ์เต็มได้ที่👇 youtu.be/xAER8qdyAkk?si…
YouTube video
YouTube
Thongtham Wechayachai tweet mediaThongtham Wechayachai tweet mediaThongtham Wechayachai tweet media
ไทย
0
146
243
4.2K
เบบี๋🥳 retweetledi
Khaosodonline
Khaosodonline@KhaosodOnline·
ไม่มีกำแพง ไม่มีแก้รัฐธรรมนูญ ไม่มีอะไรทั้งนั้น นอกจาก ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าตั๋ว ค่าน้ำมัน ค่าภาษี และอื่นๆอีกมากมาย 1..2..3.. ใจฟู . จ๋าย ไททศมิตร นักร้องดัง โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก
Khaosodonline tweet media
ไทย
32
2.8K
1.9K
55.5K
น้องเป้แดง🎒
มึงว่าถ้าหลังสงครามแล้ว นายกเพื่อไทยไปจับมือกับเขมรแบบนี้จะโดนอะไร
น้องเป้แดง🎒 tweet media
ไทย
34
276
246
14.6K
guru x
guru x@godguru2561·
@silvousplait248 @MagaTrony อันนี้ก็ไม่รู้หรอก ว่าเขาร่วมมือกันหรือเปล่า แต่ที่คนทั้งประเทศรู้และได้ยินคือ "ท่านอยากได้อะไรก็บอกมา" อารมณ์คน ผลลัพธ์ในตอนนั้นจึงออกมาแบบนั้น หรือคุณว่าอย่างไร
ไทย
2
0
0
19
aasreiei
aasreiei@aasreiei·
@raiyounggarden ครม. = ภจท + พท แต่ผลงาน พรรค ปชป สภาพนางแบกอะเนาะ
ไทย
1
2
1
373
Parit Wacharasindhu (Itim)
[ หาก ครม. ปล่อยให้ร่าง รธน. เดิมตกไป โดยไม่สัญญาว่าจะยื่นร่าง รธน. ฉบับใหม่เข้ามา แสดงว่า ครม. ไม่จริงใจในการทำตามคำสั่งของประชาชนจากผลประชามติ | หากรัฐบาลเอาปัญหาเศรษฐกิจมาเป็นข้ออ้าง ก็ฟังไม่ค่อยขึ้น เพราะการแก้ปัญหาปากท้อง-รัฐธรรรมนูญทำคู่ขนานกันได้ + การ ออก พ.ร.ก. เงินกู้ ที่เอาเงินเยียวยาประชาชนเป็นตัวประกัน เพื่อหวังสอดไส้การตีเช็คเปล่าเรื่องโครงการอื่น ก็ไม่ใช่แนวทางที่เอาปากท้องประชาชนเป็นตัวตั้งอยู่ดี ] . เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา ประชาชนทั่วประเทศได้เดินเข้าคูหาเพื่อออกเสียงประชามติ ว่าเขาเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ . แม้มีประชาชน 11.2 ล้านคน ที่ลงคะแนน “ไม่เห็นชอบ” (ซึ่งเป็นความเห็นที่เราต้องคำนึงถึงและทำความเข้าใจ) แต่การที่มีประชาชนสูงถึง 21.6 ล้านคน ที่ลงคะแนน “เห็นชอบ” สะท้อนให้เห็นชัด ว่าสังคมมีฉันทามติร่วมกันในระดับหนึ่ง (และในระดับที่กว้างกว่าแค่ผู้สนับสนุนพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง) ว่ารัฐธรรมนูญ 2560 เป็นรัฐธรรมนูญที่มีปัญหารุนแรงถึงขั้นที่การแก้ไขรายมาตราอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ . ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมาหลังจากประชามติ ผมเชื่อว่าสังคมเรามีแต่เห็นถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญ 2560 ชัดขึ้นกว่าเดิม เช่น - กกต. ที่ทำงานอย่างเต็มไปด้วยข้อพิรุธ (เช่น การรายงานผลที่ล่าช้า / การนับคะแนนที่ผิดพลาด / การออกแบบบัตรที่มีบาร์โค้ด) แต่กลับไม่มีช่องทางให้ประชาชนยื่นถอดถอน กกต. ได้ - สตง. ที่ยังไม่มีผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองหรือรับโทษใดๆ 1 ปี หลังเหตุการณ์ตึกถล่ม โดยมีแต่เพียงการปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลงใหม่ - คะแนนความโปร่งใสของประเทศ ที่ตกต่ำสุดในรอบ 10+ ปี จนทำให้นายกฯ “อับอาย” และตอกย้ำชัดว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันปราบโกงไม่ได้ - ป.ป.ช. ที่ยกคำร้องและออกแถลงการณ์ฟอกขาวให้กับ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ แม้ข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่ามีการซุกหุ้นและการขัดกันแห่งผลประโยชน์ - สว. 130+ คน ที่ถูกกล่าวหากรณีการฮั้ว สว. แต่อาจจะกำลังจะถูกฟอกขาวหรือเป่าคดีในเร็วๆนี้ โดย กกต. ที่ สว. เหล่านี้ เป็นคนรับรองให้เข้ามาเอง - ประธานสภา (วันนอร์) ที่ใช้อำนาจและดุลพินิจของตนเอง 1 วันก่อนยุบสภา เพื่อปัดตกการเข้าชื่อร้องเรียน ป.ป.ช. ของ สส. ฝ่ายค้าน กรณีคลิปหลุดร่วมกันระหว่าง กรรมการ ป.ป.ช. กับ ประธานวันนอร์ เอง . ในเมื่อผลประชามติออกมาชัดเจนว่าประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเป็นผลที่ต้องผูกมัดทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ในเชิงกระบวนการ ขั้นตอนถัดไปที่ต้องดำเนินการ คือการผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 เกี่ยวกับกลไกในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ผ่านความเห็นชอบ 3 วาระของรัฐสภา . วันนี้ ครม. จึงมี 2 ทางเลือก เพื่อเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ . ทางเลือกที่ 1 คือการมีมติก่อนวันที่ 14 พ.ค. เพื่อยืนยัน ให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 ทั้ง 2 ฉบับ (1 ฉบับของพรรคภูมิใจไทย / 1 ฉบับของพรรคประชาชน) ที่เคยผ่านวาระ 1 ของรัฐสภามาแล้ว ได้ไปต่อ - หากเป็นเช่นนั้น ทั้ง 2 ร่าง ก็จะต้องถูกพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการ ก่อนถูกเสนอกลับมาที่รัฐสภาในวาระ 2 และ 3 . ทางเลือกที่ 2 คือการที่ ครม. ไม่ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 ทั้ง 2 ฉบับ ซึ่งหมายความว่ากระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะไปต่อได้ ต่อเมื่อมีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 เข้ามาใหม่อีกรอบหนึ่ง โดย ครม. สมาชิกรัฐสภา หรือ ภาคประชาชน เพื่อเริ่มพิจารณาในวาระที่ 1 . แต่ล่าสุด ดูเหมือนรัฐบาลจะไม่เลือกแม้แต่ทางเลือกเดียว . หาก ครม. ปล่อยให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 ที่ค้างจากรัฐสภาชุดที่แล้ว ตกไป โดยไม่มีคำสัญญาว่า ครม. จะเสนอ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 เข้ามาใหม่หรือไม่เมื่อใด สะท้อนชัดว่ารัฐบาลขาดความจริงใจในเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามคำสั่งของประชาชนจากผลประชามติ . ข้ออ้างของรัฐบาลว่า ครม. ไม่สามารถมีมติยืนยันร่าง รธน. เดิมหรือให้คำสัญญาเรื่องการยื่นร่าง รธน. ใหม่ได้ เพราะต้องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจก่อน เป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้น เพราะนอกจากการแก้ปัญหาปากท้องและปัญหารัฐธรรมนูญสามารถทำควบคู่กันได้ (โดยแท้จริงแล้วเป็นปัญหามีความเชื่อมโยงกัน) แต่การที่รัฐบาลตัดสินใจออก พ.ร.ก. เงินกู้ 400,000 ล้านบาท ที่เอาเงินเยียวยาประชาชนเป็นตัวประกัน เพื่อหวังสอดไส้การตีเช็คเปล่าเรื่องโครงการด้านการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน ก็สะท้อนชัดว่ารัฐบาลทุกวันนี้ ก็ไม่ได้ดำเนินนโยบายโดยยึดการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นตัวตั้งอยู่ดี
Parit Wacharasindhu (Itim) tweet media
ไทย
10
625
742
11.5K
เบบี๋🥳 retweetledi
Jom Srichomkwan
Jom Srichomkwan@JomSuksit·
2 วันที่ผ่านมา ได้ติดตามท่านรองนายกยศชนัน ไปเยี่ยมหน่วยงานที่ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร ให้มีข้อมูลเกี่ยวกับ "น้ำ" ในมือ สามารถนำไปใช้ในการเตรียมการรับมือกับทั้งปัญหาน้ำท่วม และน้ำแล้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีนี้ สสน. (สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ) เป็นคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ ที่มีข้อมูลภาคพื้นดินทั้งหมดและสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่าพื้นที่รายตำบลไหนจะท่วม ตำบลไหนจะแล้ง และตำบลไหนจะทั้งท่วมทั้งแล้ง รวมถึงใช้ข้อมูลในการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศสุดขั้วที่อาจจะเกิดในประเทศไทย หนึ่งในเครื่องมือที่ สสน. ใช้คือดาวเทียมจาก GISTDA ซึ่งเป็นหน่วยงานหัวหอกในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของประเทศไทย ปัจจุบันพี่น้องในภาคเกษตร จะสามารถคาดการณ์ได้ว่า พื้นที่ที่เราทำการเพาะปลูก ช่วงไหนจะท่วม ช่วงไหนจะแล้ง ผ่าน “เช็คแล้ง” เครื่องมือติดตามความเสี่ยงด้านน้ำระดับพื้นที่ ซึ่งจะนำมาใช้ประเมินความเสียหายของพืชเกษตรและความต้องการน้ำได้อย่างแม่นยำระดับแปลง ไม่ใช่แค่เตือนล่วงหน้า แต่บอกคำแนะนำในการรับมือภัยแล้งด้วย ในส่วนหน่วยงานภาครัฐสามารถใช้ข้อมูลวางแผนการเยียวยาเกษตรกรได้เร็วมากขึ้น ในกรณีที่เกิดความเสียหายหนัก สิ่งนี้ไม่ใช่แค่แนวคิด แต่ได้มีการนำร่องใช้จริงไปแล้วทั้งหมด 6 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร ร้อยเอ็ด สุรินทร์ นครราชสีมา อุทัยธานี และ กำแพงเพชร และมีศักยภาพที่จะพัฒนาให้ครอบคลุมทั้งประเทศต่อไป นอกจากนี้ ผมยังได้ไปที่ ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ (NAIT) มาดูความก้าวหน้าของการพัฒนาดาวเทียมและเทคโนโลยีอวกาศของประเทศไทย เพื่อใช้ประโยชน์ในการวางแผนและเตรียมพร้อมต่อสถานการณ์ภัยพิบัติ ฝุ่นควัน และไฟป่า ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่เป็นหนึ่งในตัวอย่างการทำงานระหว่างหน่วยงาน (synergistic government) ของท่านรองนายกยศชนัน ที่จะนำเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาร่วมมือกันใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนครับ
Yodchanan Wongsawat@YodchananW

“อวกาศ”…คือโอกาส วันนี้ผมมาที่ GISTDA ศรีราชา พร้อมกับท่าน รมช.เกษตรฯ (คุณโฮม ปิยะรัฐชย์) เพื่อมาให้กำลังใจคนทำงาน และขอยืนยันว่า "คนไทยทำได้ และทำได้ดีระดับโลกด้วย" หลายคนอาจมองว่าอวกาศเป็นเรื่องไกลตัว แต่ความจริงแล้ว อวกาศคือกลไกสำคัญที่จะเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยผ่าน New Growth Engine ที่เรากำลังขับเคลื่อนอย่างจริงจัง ที่ผ่านมาเราอาจจะเป็นแค่ผู้ซื้อซอฟต์แวร์หรือใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศ แต่วันนี้เรากำลังเปลี่ยนสถานะครับ ดาวเทียม THEOS-3 คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด เพราะนี่คือดาวเทียมที่ฝีมือคนไทยเข้าไปอยู่ในทุกจุด ตั้งแต่การออกแบบ พัฒนา ไปจนถึงการประกอบและทดสอบในประเทศ (National Satellite Assembly and Test Center) กว่า 50% ของชิ้นส่วนและระบบคือฝีมือผู้ประกอบการไทยครับ! ผมตั้งใจให้ GISTDA เป็นมากกว่าแค่หน่วยงานวิจัย แต่ต้องเป็น "แพลตฟอร์ม" ของโอกาส อย่างเช่น "ระบบเช็คแล้ง" ที่เราเปิดตัวในวันนี้ คือการเอาข้อมูลอวกาศมาผสมกับ AI เพื่อดูแลพี่น้องเกษตรกรได้ถึงหน้าสวน ระบบนี้บอกได้ล่วงหน้าว่าตรงไหนจะแล้ง ตรงไหนขาดน้ำ เพื่อให้เราวางแผนรับมือภัยแล้งปี 2569 ได้อย่างแม่นยำที่สุด นี่คือการพิสูจน์ว่า "นวัตกรรมอวกาศไทย แก้ปัญหาปากท้องได้จริง" ครับ หัวใจของความสำเร็จคือความร่วมมือครับ เราไม่ได้ต้องการแค่กลุ่มคนเก่ง Aerospace เท่านั้น แต่เราต้องการวิศวกรเครื่องกล ไฟฟ้า นักการตลาด และสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ๆ เข้ามา Matching ข้อมูลที่เรามี เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้กับประเทศ ผมจะเร่งผลักดัน พ.ร.บ. กิจการอวกาศ เพื่อให้ระบบนิเวศอวกาศไทยแข็งแกร่งและดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก สุดท้าย…ผมอยากบอกคนทำงานในวงการอวกาศทุกคนว่า ”อย่าเพิ่งท้อครับ“ งานอวกาศคืองานที่สำเร็จยากและใช้เวลา แต่ถ้าเราทำสำเร็จ ผลลัพธ์ที่ได้จะมหาศาล ผมและทีมงาน อว. ทุกคนพร้อมเป็นผู้สนับสนุนให้ทุกคนเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นใจ เราจะร่วมกันหาจุดที่ "คนไทยเก่งที่สุดในโลก" ให้เจอ เพื่อให้วันหนึ่งทุกซอฟต์แวร์หรือทุกดาวเทียมในโลกต้องเรียกใช้เทคโนโลยีจากประเทศไทย เพราะอวกาศคือโอกาส...และโอกาสนั้นเป็นของคนไทยทุกคนครับ

ไทย
2
163
323
8.1K
เบบี๋🥳 retweetledi
Thongtham Wechayachai
Thongtham Wechayachai@ThongthamW·
ต้องทำอย่างไรให้ทุกคน “เติบโตได้จริง” บนเศรษฐกิจดิจิทัล ? (นิยามกลุ่มเป้าหมาย - ออกแบบสวัสดิการใหม่ – สร้างกลไกที่โปร่งใส – มองให้ไกลกว่าแค่ผู้รับงาน – ถอดบทเรียนจากประเทศรอบด้าน และวางแนวทางให้สอดคล้องกับประเทศไทย) จากการอภิปรายเรื่อง “แนวทางการคุ้มครองสิทธิ สวัสดิการ และคุณภาพชีวิตแรงงานแพลตฟอร์มและแรงงานอิสระ” ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกฯ หลายท่านคงเห็นตรงกันว่า ปัญหาแรงงานแพลตฟอร์มไม่ใช่แค่เรื่องแรงงาน แต่เชื่อมโยงกับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมโดยตรง และปัญหานี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข เพื่อให้สอดคล้องกับโลกเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป 📍โจทย์สำคัญของรัฐวันนี้ คือ “เราจะออกแบบระบบใหม่อย่างไร ให้เศรษฐกิจแพลตฟอร์มเติบโตได้ โดยไม่ผลักความเสี่ยงทั้งหมดไปที่แรงงานและผู้ประกอบการรายเล็ก” และทำให้เศรษฐกิจดิจิทัลไม่ใช่แค่ “ทางรอด” แต่เป็น “จุดเริ่มต้น” ของคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่าน 5 แนวทางสำคัญครับ การสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัลที่สมดุลอาจเป็นเรื่องใหญ่และท้าทาย แต่ผมเชื่อว่าเราทำได้ หากเริ่มจากความตั้งใจ และมีเป้าหมายร่วมกัน เป้าหมายของเราควรเป็นระบบที่ “แฟร์” กับทุกฝ่าย ให้แพลตฟอร์มเติบโตได้ แรงงานมีความมั่นคง และ SME เดินหน้าต่อได้อย่างแท้จริงครับ 💪 📌รายละเอียดทั้ง 5 ข้อ สามารถมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ m.facebook.com/story.php?stor… #ธงธรรมเวชยชัย #กอป่าน #GigEconomy #แรงงานแพลตฟอร์ม #SME
Thongtham Wechayachai tweet media
ไทย
0
69
101
3.4K
เบบี๋🥳 retweetledi
Yodchanan Wongsawat
Yodchanan Wongsawat@YodchananW·
“อวกาศ”…คือโอกาส วันนี้ผมมาที่ GISTDA ศรีราชา พร้อมกับท่าน รมช.เกษตรฯ (คุณโฮม ปิยะรัฐชย์) เพื่อมาให้กำลังใจคนทำงาน และขอยืนยันว่า "คนไทยทำได้ และทำได้ดีระดับโลกด้วย" หลายคนอาจมองว่าอวกาศเป็นเรื่องไกลตัว แต่ความจริงแล้ว อวกาศคือกลไกสำคัญที่จะเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยผ่าน New Growth Engine ที่เรากำลังขับเคลื่อนอย่างจริงจัง ที่ผ่านมาเราอาจจะเป็นแค่ผู้ซื้อซอฟต์แวร์หรือใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศ แต่วันนี้เรากำลังเปลี่ยนสถานะครับ ดาวเทียม THEOS-3 คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด เพราะนี่คือดาวเทียมที่ฝีมือคนไทยเข้าไปอยู่ในทุกจุด ตั้งแต่การออกแบบ พัฒนา ไปจนถึงการประกอบและทดสอบในประเทศ (National Satellite Assembly and Test Center) กว่า 50% ของชิ้นส่วนและระบบคือฝีมือผู้ประกอบการไทยครับ! ผมตั้งใจให้ GISTDA เป็นมากกว่าแค่หน่วยงานวิจัย แต่ต้องเป็น "แพลตฟอร์ม" ของโอกาส อย่างเช่น "ระบบเช็คแล้ง" ที่เราเปิดตัวในวันนี้ คือการเอาข้อมูลอวกาศมาผสมกับ AI เพื่อดูแลพี่น้องเกษตรกรได้ถึงหน้าสวน ระบบนี้บอกได้ล่วงหน้าว่าตรงไหนจะแล้ง ตรงไหนขาดน้ำ เพื่อให้เราวางแผนรับมือภัยแล้งปี 2569 ได้อย่างแม่นยำที่สุด นี่คือการพิสูจน์ว่า "นวัตกรรมอวกาศไทย แก้ปัญหาปากท้องได้จริง" ครับ หัวใจของความสำเร็จคือความร่วมมือครับ เราไม่ได้ต้องการแค่กลุ่มคนเก่ง Aerospace เท่านั้น แต่เราต้องการวิศวกรเครื่องกล ไฟฟ้า นักการตลาด และสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ๆ เข้ามา Matching ข้อมูลที่เรามี เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้กับประเทศ ผมจะเร่งผลักดัน พ.ร.บ. กิจการอวกาศ เพื่อให้ระบบนิเวศอวกาศไทยแข็งแกร่งและดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก สุดท้าย…ผมอยากบอกคนทำงานในวงการอวกาศทุกคนว่า ”อย่าเพิ่งท้อครับ“ งานอวกาศคืองานที่สำเร็จยากและใช้เวลา แต่ถ้าเราทำสำเร็จ ผลลัพธ์ที่ได้จะมหาศาล ผมและทีมงาน อว. ทุกคนพร้อมเป็นผู้สนับสนุนให้ทุกคนเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นใจ เราจะร่วมกันหาจุดที่ "คนไทยเก่งที่สุดในโลก" ให้เจอ เพื่อให้วันหนึ่งทุกซอฟต์แวร์หรือทุกดาวเทียมในโลกต้องเรียกใช้เทคโนโลยีจากประเทศไทย เพราะอวกาศคือโอกาส...และโอกาสนั้นเป็นของคนไทยทุกคนครับ
Yodchanan Wongsawat tweet mediaYodchanan Wongsawat tweet mediaYodchanan Wongsawat tweet mediaYodchanan Wongsawat tweet media
ไทย
5
345
567
20.7K
Ch7HD
Ch7HD@Ch7HD·
ดร.โจ ชัยวัฒน์ ว่าที่ผู้สมัคร “ผู้ว่าฯ กทม.” #พรรคประชาชน ยอมรับ อาสาลงสมัครแทน “วิโรจน์” ที่โดนคดี แม้เก่งไม่เท่า #ชัชชาติ แต่จะใช้องคาพยพทั้งหมดของ #พรรคส้ม แก้ปัญหาให้ชาว #กทม. . #Ch7HDNews #ข่าวออนไลน์7HD 📌 ติดตามข่าวช่อง 7HD ทุกช่องทางออนไลน์ที่ : linktr.ee/ch7hdnews
Ch7HD tweet media
ไทย
23
166
436
9.2K