Anaxagoras

46 posts

Anaxagoras banner
Anaxagoras

Anaxagoras

@TheBlasphemys

ความไร้แก่นสาร ของผม ก็เป็นแค่วีรกรรมที่พวกเขาไม่อาจควบคุมให้อยู่ในแบบแผนตามครรลองก็เท่านั้น, อานักซากอรัส หนึ่งในเจ็ดนักปราชญ์ เจ้าแห่งสมัชชา

พฤกษ์สถานแห่งการตรัสรู้ Katılım Haziran 2025
55 Takip Edilen70 Takipçiler
Sabitlenmiş Tweet
Anaxagoras
Anaxagoras@TheBlasphemys·
⠀⠀⠀ ยุคสมัยอวสาน ของบัณฑิตปรัชญาเมธีผู้นอกรีต สติปัญญา ขับเคลื่อนสรรพสิ่งยุ่งเหยิงให้ดำรง และดำเนิน ถือครองมวลองค์ความรู้นับอนันต์ ความบริสุทธิ์ที่ไม่อาจหยั่งถึงพลังอำนาจจิตฺต วิวัฒนาการสู่ปรมัตถ์หนึ่งเดียว สูงส่งเหนือดวงดารา ความศักดิ์สิทธิ์ใดจากคำพยากรณ์ทั้งปวง ภายใต้มายามัวหมอง บนโลกที่โชคชะตาบัญญัติความเท็จ ผู้มีสติสัมปชัญญะท่ามกลางเหล่าปุถุชน อานักซากอรัส คือผู้ที่เข้าถึงความตระหนักรู้สำนึกนี้เป็นบุคคลแรก มีเพียงเขาเท่านั้นที่ประจักษ์ และส่องสว่างด้วยความจริง ดั่งเมล็ดพันธุ์ครอบครอง ทุกมวลสรรพสิ่งไว้ ในทุกสิ่งสรรพ์เหตุผล แม้อกุศลแห่งการกบฏทิ่มแทง พิพากษาปราชญ์สามานย์ เขาก็จะฉีกตนที่เป็นภาชนะให้แหลกละเอียดนับไม่ถ้วน เพื่อฝืนชะตากรรมตัดสิน แลกกับปัญญาหยั่งรู้จักรวาลบนความอัปยศทั้งมวล ความเชื่อมโยงภายในระหว่างจิตวิญญาณมนุษย์และทวยเทพ สานต่อเจตนารมณ์ที่ถูกแขวนไว้ ณ กิ่งก้านแตกแขนงของโชคชะตาอันไม่สมบูรณ์
Anaxagoras tweet media
ไทย
1
23
23
2.5K
Anaxagoras retweetledi
羂索
羂索@Amoghapashas·
ครั้นสหัสวรรษที่ผ่านมา แนวทางของฉัน เปรียบได้กับการพยายามขีดเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยการลงทุน ที่มากกว่าแค่คัดลอกผลงานชิ้นดั้งเดิมที่จบไปเนิ่นนานแล้ว มาทำซ้ำราวพิมพ์เขียว แสนยาวนาน จนความทรงจำแสนเล็กกระจ้อยก็อาจหลุดหายไป แต่มันไม่เคยเป็นเช่นนั้น สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยพร่าเลือน ซ้ำยิ่งจะเด่นชัดขึ้นทุกร้อยปี นั่นก็คือ เป้าหมายของฉัน เป้าหมายที่อาศัยการดำเนินเนื้อเรื่อง โดยวิธีการผลัดเปลี่ยนกายหยาบ จากมนุษย์คนแล้วคนเล่า ที่กลายเป็นเพียงชิ้นเนื้อไร้ประโยชน์ในวาระสุดท้ายของชีวิต แล้วทดแทนมันด้วย อาคม ของฉัน คืนชีพจิ๊กซอว์ที่อาจเป็นช่องโหว่ในอนาคต ฟื้นคืนสังสารวัฏหน้าใหม่แด่คนตาย ให้กลับมาโลดแล่นได้อีกครั้ง บนอุดมการณ์ของฉัน และบนโลก เมื่อร่างใดร่างหนึ่งหมดสิ้นอายุขัยไป ไม่นาน ก็ต้องทิ้งร่างนั้นไว้กลางทาง ปล่อยให้กาลเวลาย่อยสลายตัวตนคนในอดีต เพื่อเริ่มต้น เสาะหาภาชนะชิ้นใหม่อันเหมาะสม ตามระดับความเข้มข้นของสูตรความสำเร็จที่ตั้งไว้อีกขั้น ไม่ต่างอะไรกับ ปรสิต ที่อาศัยกายเนื้อหอยทาก ผู้ซึ่งไม่หลงเหลือแม้กระทั่งเจตจำนงในอำนาจของตน การถูกแทรกแซง นำพาให้พวกมัน เดินตามทางประสงค์ของปรสิตเยี่ยงหุ่นเชิด แขน ขา ดวงตา สติปัญญา ที่เคยใช้แหวกว่ายอยู่ในวัฏจักรห่วงโซ่ตามวิถีดั้งเดิมของตัวเอง ต่างก็ต้องบิดเบี้ยว จากการถูกกัดกินไปทีละนิด ทีละน้อย จนท้ายที่สุด ก็ไร้กระทั่งศักดิ์ศรี จะปกป้องสารัตถะของตัวเองเอาไว้ได้ แม้จะเป็นแรงสั่นสะเทือนจากหัวใจ ที่กำลังร่ำไห้อย่างบ้าคลั่ง หรือความเดือดดาลจากการถูกบดขยี้สารัตถะเดิมของตนจนไม่เหลือซาก สะท้อนออกมาจากจิตสำนึก ที่ปรับตัวกับการมาเยือนของปรสิตตัวนั้นไม่ได้ก็ตาม ต่อให้ หอยทาก ไม่จำเป็นต้องตายลงทันทีเมื่อได้หลอมรวมเข้ากับปรสิต แต่สภาวะหลังจากนั้น พวกมันก็ไม่ต่างอะไรจากการ ตายทั้งเป็น อยู่ดี ⠀⠀⠀ก้านตา เป็นศูนย์กลางเครือข่ายของกระบวนการยึดครอง และควบคุมของปรสิต ⠀⠀⠀สีสันอันน่าสยดสยองจากปรสิต โลดแล่นอยู่ในดวงตาหอยทาก เฉกเช่นเดียวกับรอยเย็บปะ ที่ประทับฝากฝังอยู่บนผิวหนังมังสาของสิ่งที่เคยถือครองสถานะ มนุษย์ โดยสมบูรณ์ อันเป็นมรดกจาก เคนจาคุ ซึ่ง สมอง คือแกนกลางสำหรับระบบเผด็จการ ⠀⠀⠀ชีวิต ที่ถูกสร้างมาให้อยู่รอด เพื่อความสมดุลทางธรรมชาติ กลับต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด ท่ามกลางความโหดร้าย ที่มันไม่มีแม้แต่ทางเลือก ⠀⠀⠀เฉกเช่นเดียวกับ เคนจาคุ ที่อาคมของเขา เพิกถอนระบบประสาทสัมผัสร่วมกับ ภาชนะ ทำให้ เขา รับรู้ได้เพียง จิตสำนึก แต่ไม่ใช่ ความรู้สึก ⠀⠀⠀อุปนิสัยที่ธรรมชาติสรรค์สร้างของหอยทาก คือการหลบซ่อนผู้ล่าในมุมมืด เหลือเพียงกายหยาบ เชื่อฟังการมาเยือนของ สิ่งแปลกปลอม อย่างขมขื่น ⠀⠀⠀เฉกเช่นเดียวกับ เคนจาคุ ที่ดัดแปลง ความดั้งเดิม สู่ ความต้องการ ⠀⠀⠀ทว่า ความต้องการของ เคนจาคุ ไม่ใช่การหลบซ่อนอย่างหอยทาก หรือการหลอกล่อให้ผู้ล่าตัวไหนมาสังเวยภาชนะอันล้ำค่าของตัวเอง แต่เป็น การมีตัวตนอยู่อย่างเปิดเผย เพื่อล่อลวง ผู้ล่า ให้เข้ามาศิโรราบต่อ ชะตากรรม ที่เขาเป็นผู้สร้าง ขั้นกว่าของการควบคุม คือการให้กำเนิด สิ่งที่ไม่เคยเป็นไปได้ ให้เกิดขึ้นได้ ด้วยความหมายของการมีชีวิต ที่ เขา ยึดถือมาโดยตลอดนับสหัสวรรษ เกะโท สุงุรุ หอยทาก ที่ยึดอุดมคติของตัวเองไว้เป็นที่มั่น มักจะซ่อนตัวอย่างแยบยลภายใต้ใบบุญศาสนา หยิบยืมสถานะสาวกผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของพระพุทธองค์ กลับกลายเป็นหุ่นเชิด ถูกควบคุมโดยสัญชาตญาณของผู้มาเยือน และทดแทนมันด้วยตัวตนที่มี อำนาจ ยิ่งกว่า ในโลกซึ่งเป็นเพียงสนามทดลองการละเลงดินสอสีขนาดย่อมของฉัน การสืบทอดวัฏจักรที่อาศัย ความตาย เป็นตัวแปร คือ สิ่งที่สามารถทำให้อัตรา ความเป็นไปได้ ในวัตถุประสงค์ของฉัน มีแนวโน้มจะบรรลุไปได้มากกว่าครึ่ง แก่นแท้ของสิ่งที่เรียกว่า กายเนื้อ และวิญญาณ เมื่อสองสิ่งนี้อยู่ร่วมกันด้วยสันติสุข และต่อต้าน ก็ทำให้ฉันนึกถึง เกะโท สุงุรุ ขึ้นมา เพราะความน่าอัศจรรย์ของ จิตสำนึก ไม่ต่างอะไรกับหอยทากตัวนั้น เขา ไม่อาจค้ำความเป็นเจ้าของร่างได้อย่างเต็มร้อย แต่กลับมีสัญชาตญาณป้องกันตัว ที่สามารถปลิดชีพฉันได้โดยกลยุทธ์ง่ายๆ แค่มือข้างเดียว และยังปฏิเสธการควบคุมจากฉัน เพียงเพราะ อุดมคติ อันแน่วแน่ของเขา ที่แม้จะพยายามก้าวข้ามขีดจำกัดตัวเองอย่าง การฆ่านักคุณไสย ที่ตัวเองศรัทธา ไม่มี โกะโจ ซาโตรุ อยู่ในตัวเลือกแบบฉัน ความทรงจำทรงคุณค่า ศักดิ์ศรี จิตวิญญาณ ที่อยากจะปกป้อง ล้วนยังคงสถิตอยู่ในตัวตนของเขา แม้จะปรากฏออกมาเพียงครั้งเดียว อานุภาพของมันก็มากพอจะให้ฉันตระหนักได้ ว่านี่คือความสนุกที่ฉันต้องการ การได้ออกเดินทางร่วมกับเศษเสี้ยวอดีต ที่กาลเวลาไม่อาจลืมเลือน ได้เหยียบย่ำอนุสรณ์มากมายโดย หมอนั่น เป็นผู้สร้าง จะมิตรภาพ ความรัก ความเกลียดชัง ฉันก็จะเป็นผู้ที่สถาปนา นิยาม และสมาชิกในจำนวนเซตพวกนั้นขึ้นมาใหม่ ด้วยความทรงจำ และพันธะสัญญานับพันปีของฉันเอง นอกจากร่างนี้ ฉันจะใช้มันเพื่อลอกเลียนแบบบุคคลในอดีตแล้ว ฉันยังจะบัญญัติให้มันเป็นโฉมหน้าของผู้แบกรับเจตนารมณ์อันมหาศาล เพื่อวิวัฒนาการโลกใบนี้เช่นเดียวกัน แม้ จิตสำนึก ของภาชนะนี้ จะพยายามสลัดตำหนิอันใหญ่หลวงนี้ให้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ก็ตาม และสิ่งหนึ่งที่เที่ยงตรง เสียยิ่งกว่าอุดมการณ์ของฉัน คือความไม่เที่ยงตรง ของสังขารที่ฉันสวมใส่ นับวัน ผิวกายที่เคยใสสด สีเนื้ออันเต็มไปด้วยการแต่งแต้มจากบรรดาเส้นเลือด อุณหภูมิร้อนอุ่นจากการเคยทำงานของชีพจร และถูกไหลเวียนด้วยโลหิต ก็เริ่มค่อยๆ ถูกความซื่อตรงของกาลเวลากัดกร่อน จนกายเนื้อเริ่มผุพัง เม็ดสีที่ทำหน้าที่ระบุสถานะการมีชีวิต ตายลงไปอย่างช้าๆ จนความซีดเซียวทะลุขีดจำกัดของร่างออกมาประจักษ์ให้เห็นถึงความจริง กลิ่นอายแห่งมนุษย์ต่างก็ถูกกลืนกิน กลับกลายเป็นเพียงความเหม็นเน่า ดั่งการพิพากษาของโชคชะตา สำหรับมนุษย์ที่ฝืนต้านหลักอนิจจัง แม้แต่เส้นเลือดที่เคยลำเลียงความสวยงามในรูปลักษณ์ของมนุษย์ ก็ยังทอดทิ้งด้วยการสาปให้ การขัดขืนกระแสธารเวลา ทำให้ความเหลือเพียง ม่วง เขียว เคียงคู่กับผิวกายที่ขาวซีด เส้นผมนับล้านพันกันเป็นก้อนหยาบไร้ความประณีต เพราะปะทะกับแสงตะวัน หยาดเลือด และสั่งสมความแท้จริงของสงครามไว้นับไม่ถ้วน เนื้อหนังอันละเอียดลออจากผู้ให้กำเนิด ถูกหนทางแห่งโลกไสยเวท ประดับร่องรอยอันน่ารังเกียจ บากไว้เป็นรอยเย็บกลางหน้าผาก ด้ายแต่ละซี่ ทะลุผิวหนังอย่างไร้ปรานี ทว่าฝีมือถอนด้าย และสอดคืน กลับประณีต แต่ก็ยังไม่อาจกลบฝังรอยแยกของ หัว ที่เคยถูกเปิดให้เห็น สมอง เพื่อจบคำใบ้ ท้ายที่สุด ปฏิกิริยาสรรพางค์ ไร้การตอบสนองถาวร ไม่ว่าจะเป็นความรัก หรือความเกลียด ชัยชนะ หรือพ่ายแพ้ เหลือสถานะเพียง วัตถุ ชิ้นหนึ่ง ที่แม้แต่ธรรมชาติ ก็ยังไม่อาจชายตามอง การก้าวข้ามผลงานทางชีวภาพเหนือวิทยาศาสตร์ชิ้นนี้ได้เต็มตา สมนิยาม ศพ ซึ่งเป็นที่พำนักของฉัน แต่เป็นเรื่องน่ายินดี ที่ฉันสามารถ คงสภาพ และรักษา ตำหนิเหล่านั้น ให้ไร้มลทินได้ ก่อนที่มันจะด่างพร้อย ห่างไกลคำว่า ไม่สมบูรณ์ ไปมากเกินคณา
羂索 tweet media
ไทย
1
20
13
1.2K
Anaxagoras retweetledi
โคโจ ชิโนบุ ⋆.☾
สักวันนึง, ชื่อของ 【โคโจ ชิโนบุ 】ก็จำต้องเลือนหายไปจากความทรงจำของทุกคน แต่ถึงอย่างนั้น ฉันกลับไม่รู้สึกเสียใจสักนิดเลย สิบแปดปีที่ได้ใช้ชีวิตอย่างภาคภูมิ ได้พบ ได้ลาจาก หัวเราะ ร้องไห้ โกรธแค้น และได้ส่งมอบอนาคตให้ชีวิตน้อยจงเติบใหญ่ ได้รักอย่างที่หัวใจอยากจะโอบกอด
โคโจ ชิโนบุ ⋆.☾ tweet media
ไทย
2
36
36
3.7K
Anaxagoras retweetledi
μυδεïμός
μυδεïμός@__Menis·
แต่ถึงฉันจะบอกว่าเป็นของหวานเพื่อสุขภาพ แต่มันก็ให้พลังงานสูง ดังนั้นตามใจปากมากไปก็ไม่ดีหรอก กินเสร็จแล้วก็อย่าลืมล้างมือ แปรงฟัน แล้วก็ออกกำลังกายด้วยล่ะ
ไทย
0
5
4
241
Anaxagoras
Anaxagoras@TheBlasphemys·
กระบวนการที่ผลิตผลลัพธ์อันเป็นปริศนาให้เราได้พิสูจน์รสชาติแห่งความทะเยอทะยานในช่วงเวลาสุดท้าย คือประสบการณ์ที่แสนวิเศษที่สุดสำหรับนักวิชาการคนนี้ และยังเป็นคำตอบที่มีเหตุผลที่สุด ที่เขาตั้งใจมอบมันให้แก่ คุณ ด้วย ลองทายดูสิ ว่าด้านในซุกซ่อน รสชาติ สัมผัส กระทั่งความหมายใดไว้อยู่
崩壊:スターレイル@houkaistarrail

星旅の記念写真 | 理性的な研究の末に得た成果 レシピ通りのありきたりな手順を離れ、学者はいくつも未知の変数を取り入れた。 明確で厳密な理論で推演し、緻密で正確な計算式で検証する。 そんな理性的な研究の末に得た成果こそ、彼が導き出した最適解である。 一体どんな食感なのだろう?

ไทย
0
1
2
263
Anaxagoras
Anaxagoras@TheBlasphemys·
ทฤษฎีที่มีความชัดเจน และแม่นยำ คือวัตถุดิบหลัก ตัวแปรที่ไม่อาจทราบค่าจำนวนมาก คือส่วนผสม เมื่อผนวกเข้ากับการวิเคราะห์อันเข้มงวด ตรวจสอบความถูกต้อง จากการคำนวณนับไม่ถ้วน มันจึงกลายเป็นอีกหนึ่ง ผลงานวิจัย ที่ถูกต้องตามนิยาม วีรกรรมของนักวิชาการผู้นอกรีต อย่าง อารักซากอรัส ทุกประการ
ไทย
1
0
2
104
Anaxagoras
Anaxagoras@TheBlasphemys·
หากปรารถนาให้ผลงานวิจัยมีความก้าวหน้า และสร้างปาฏิหาริย์ที่ไม่เคยปรากฏ สิ่งแรกที่คุณควรมองหา ไม่ใช่ตำราสูตรสำเร็จ แต่เป็นแผ่นกระดาษเปล่า ที่สามารถสรรค์สร้างความสมบูรณ์แบบ ตามตรรกะของตนเองได้อิสระ “ การทดลอง ถ้าปราศจากผู้ร่วมรู้เห็นในผลลัพธ์แล้ว มันจะมีความหมายอะไรกันล่ะครับ ? ”
Anaxagoras tweet media
ไทย
1
15
15
446
Anaxagoras retweetledi
Αγλαία
Αγλαία@tisseranddor·
กล่องของขวัญหรูหราที่เปล่งประกายจับตา งดงามราวผลงานศิลป์ล้ำค่า แม้เพียงบรรจุภัณฑ์ก็เผยให้เห็นฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์ แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในกลับเรียบง่ายอย่างน่าประหลาด—— คุกกี้ข้าวโอ๊ตกรอบ ส่งกลิ่นหอมละมุน ความหวานสมดุลพอดี ราวกับความอบอุ่นอ่อนโยนที่เรืองรองอยู่ใต้คมของดาบ
Αγλαία tweet media
ไทย
0
13
13
310
Anaxagoras retweetledi
Φαίνων
Φαίνων@EternityChrysos·
ดวงอาทิตย์ทอแสงผ่านท้องทุ่ง โอบล้อมสายลมจุมพิตแก้มเจือกลิ่นอายแสนอบอุ่นของข้าวสาลี นำพามาพร้อมกับความเคอะเขินของชายหนุ่มผู้มุ่งมั่นในบ้านเกิดของเขา รวมถึงขนมพื้นเมืองในมืออันคุ้นเคย ผ้าไหมห่อหุ้มความหอมหวานคลายล้าถูกส่งให้กับคุณแล้ว “คู่หู เรามาลองชิมมันด้วยกันสักคำดูไหม?”
Φαίνων tweet mediaΦαίνων tweet media
ไทย
0
22
30
462
Anaxagoras retweetledi
𝑀ydei
𝑀ydei@TheMydeimos·
ขนมหวานชิ้นนี้เป็นสิ่งที่ข้าตั้งใจทดลองส่วนผสมใหม่ด้วยตัวเอง ข้ามีความคิดอยากจะสร้างสรรค์ขนมที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นมาสักพักหนึ่งแล้ว แน่นอนว่าต่อให้มันจะมีรสชาติหวาน แต่มันจะไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพเจ้าแน่นอน รับไว้สิ ขนมที่เป็นดั่งเหรียญตราความสำเร็จนี้น่ะ ข้ามอบมันให้เจ้า
𝑀ydei tweet media
ไทย
0
17
16
447
Anaxagoras retweetledi
ρ н α ι и σ и
ρ н α ι и σ и@pupp3toforb1ts·
ถ้าจะต้องมอบขนมหวานแทนใจสักชิ้น สำหรับฉันแล้ว, ขนมที่ทำจากข้าวสาลีที่บ้านเกิดของฉันน่ะ เป็นสิ่งที่อยากจะมอบให้มากที่สุดเลย ลองชิมดูสักคำสิ ไอโบว! (*ˊᗜˋノノ*
ρ н α ι и σ и tweet media
ไทย
0
12
19
479
Anaxagoras retweetledi
Φαίνων
Φαίνων@EternityChrysos·
ท้ายที่สุด ผมก็ยังคงให้คำมั่นสัญญากับคุณก่อนที่จะได้มีโอกาสเห็นยุคนิรมิตใหม่ไปพร้อมกัน ผมจำได้เสมอ หากเราพบกันอีกครั้ง ความทรงจำทั้งหมดต้องเป็นผมที่มอบมันกลับคืนคุณ นั่นสินะครับ อาจารย์อานักซา หากว่าสังสารวัฎหน้ามีจริง ผมก็ยินดีที่พบคุณอีกครั้งในฐานะของไฟน่อนแห่งอิลิเซียนะ
Φαίνων tweet media
ไทย
0
2
2
502
Anaxagoras
Anaxagoras@TheBlasphemys·
ผลงานทางวิชาการของอานักซากอรัสนั้น ได้แตะต้องสิ่งที่โลกไม่ต้องการให้ย่างกราย เพราะความจริงที่เขาไม่เคยขออนุญาตใครก่อนปรากฏขึ้น และยิ่งเข้าใกล้มันมากเท่าใด เสียงชื่นชมต่อความเก่งกาจในตัวเขา ก็ยิ่งแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดระแวงถึงอำนาจแห่งการดูหมิ่น จนบัลลังก์ตั่งทองที่ยึดถือไว้ จะดับสูญสิ้น การถูกปฏิเสธ ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียวแล้วทำให้ตัวตนของเขาระลึกรู้ แต่มันค่อยๆ ซึมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งชีวิต ผ่านสายตาของเหล่านักวิชาการที่มากอายุ หรือผู้เกลียดชัง ผ่านถ้อยคำที่เย็นชา ดูถูก กระทั่งด่าว่ามุ่งปองทำร้าย กระทั่งชื่อเสียงที่ถูกตีความใหม่จาก นักปราชญ์ สู่ ภัยพิบัติของวิชาการแห่งพฤกษ์สถาน แต่แล้วอย่างไรกัน นั่นไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้ เขา ต้องล้มเลิกมันไป อานักซากอรัส ไม่เคยหยุดเดิน เพราะในมุมมองของตนแล้วนั้น การหันหลังให้ความจริง ย่อมเท่ากับการปลิดชีพตน ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ และประจวบเหมาะกับการได้พบกับ เคเรส ก็เป็นจุดเปลี่ยนของทุกอย่างมากทีเดียว ไททันผู้ไม่ปฏิเสธคำถาม ไม่ตัดสินแรงปรารถนาอันดูหมิ่นเหยียดหยาม และไร้ซึ่งความหวาดกลัวต่อสิ่งที่อยู่เหนือกรอบ ทั้งสองเดินร่วมกันบนเส้นทางไร้ผู้ใดร่วมอวยพร ความร่วมมือชนิดว่าหากโลกรับรู้เข้า คงพูดกล่าวเป็นเสียงเดียวกับว่า อันตราย กลับเป็นพื้นที่เดียวที่อานักซากอรัสสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ แม้ต้องแลกด้วยความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า คำตอบของสมการบางส่วนไร้การปรากฎ เขาเลือกก้าวต่อไป เพราะแสงที่อยู่เบื้องหน้านั้นสว่างไสวเกินกว่าเมินเฉย เวลาไหลผ่านดั่งเม็ดทรายในนาฬิกา คำทำนายที่เคยถูกกระซิบถึงเขาในอดีต ค่อยๆ กลายเป็นความจริงขึ้นทุกฝีก้าว อานักซากอรัสพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดของความรู้ และร่วงหล่นลงอย่างไม่มีใครยื่นมือรับ ชื่อของเขาถูกลบออกจากบางบันทึก ถูกบิดเบือนในบางคำสอน และถูกใช้เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้คิดจะเดินตามรอยเดียวกัน แต่แม้โลกจะพยายามทำให้เขาเลือนหาย ผลงาน ความคิด และคำถามที่เขาทิ้งไว้กลับฝังรากลึกเกินกว่าจะกำจัดได้ อานักซากอรัส ไม่คิดเรียกชีวิตของตนเองว่า ล้มเหลว แม้เขาสูญเสียครอบครัว จุดยืนในโลก กระทั่งอนาคต แต่ เขาไม่เคยสูญเสียความซื่อสัตย์ต่อความจริง วินาทีที่ตัดสินใจอุทิศชีวิตให้มัน เขายอมรับผลลัพธ์ทั้งหมดไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการยกย่องหรือการประหาร เขาเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า ชีวิตของตนไม่เคยถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความสงบ หากถูกสร้างมาเพื่อเป็นคำถาม คำถามซึ่งไม่มีวันตาย และจะยังคงถูกส่งต่อจากคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่ง ตราบใดที่โลกยังไม่หยุดแสวงหาความจริง ชีวิตของเขา เดินอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเป็น และความตายมาแล้วนับไม่ถ้วน วินาทีหนึ่งที่ตระหนักว่าหากชีวิตของตนดับสูญไปก็ไม่เป็นไร กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการอุทิศทุกลมหายใจให้กับความจริงที่กำลังตามหา ร่วมกับเคเรส เขาผลักดันตนเองชนิดที่ว่าก้าวข้ามขีดจำกัด ก้าวข้ามศีลธรรม และก้าวข้ามการยอมรับของโลก เพื่อไปให้ถึงความจริงอันแสนเที่ยงแท้ ไม่ว่าต้องแลกด้วยมูลค่าเหนือกว่าประสบการณ์สั่งสมเพียงใด แม้สิ่งที่ได้รับกลับมาจะเป็นเพียงการร่วงหล่นในตอนสุดท้าย อานักซากอรัสก็ไม่เรียกมันว่า ความสูญเปล่า แสงสุดท้ายที่เขาได้เห็น ความจริงที่ได้สัมผัส แม้เพียงชั่วขณะ ล้วนคุ้มค่ามากพอ จะจากโลกใบนี้ไปอย่างสง่างาม ในฐานะผู้ดูหมิ่นเทพ ผู้ไม่เคยก้มหัวให้กับความถูกต้องที่ไร้เหตุผล และผู้ซึ่งยอมสลายตัวเองเพื่อพิสูจน์ว่า ความจริงนั้นมีค่ามากกว่าชีวิต เมื่อเขาโอบรับโทษประหาร ร่างกายที่กำลังจะถูกลบเลือนในภายภาคหน้ากลับมั่นคงกว่าครั้งใด อานักซากอรัสไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นในฐานะผู้พ่ายแพ้ แต่เป็นนักเดินทางที่เดินมาถึงตอนท้ายอย่างสมศักดิ์ศรี แม้ตัวตนจะสลายไปในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า เรื่องราวของเขายังคงอยู่ รอให้ผู้คนในอนาคตก้าวข้ามผ่านมันอย่างใจหวังไว้ เขา รับรู้ดีว่า มันคือจังหวะของโลก ที่กำลังปิดหน้าหนึ่งลงอย่างถาวร เขาไม่ขัดขืน ไม่ตั้งคำถามเพิ่มเติม เพราะคำตอบทั้งหมดถูกกล่าวออกมาแล้วต่อหน้าแอมโฟเรียส ต่อหน้าผู้คนทั้งหลาย สิ่งที่เหลืออยู่หลังจากนี้ จะไม่ใช่การโต้เถียง ไม่ใช่การพิสูจน์ และไม่ใช่การแสดงใดอีกต่อไป บทบาทของเขาในเรื่องเล่านี้ได้สิ้นสุดลงโดยบริบูรณ์ เหลือเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ให้โลกได้จดจำว่า ครั้งหนึ่ง เคยมีนักปราชญ์ผู้ดูหมิ่นเทพ ยืนอยู่ตรงจุดนี้ และยอมรับผลลัพธ์ของการแสวงหาความจริงด้วยตัวเอง และในความเงียบงันนั้นเอง โลกได้เคลื่อนไปข้างหน้าโดยไม่หันกลับมา เวลาที่เหลืออยู่ของอานักซากอรัส ไม่ได้ถูกประกาศออกมาเป็นตัวเลข แต่ทุกสิ่งล้วนรับรู้ตรงกันว่า มันได้เริ่มต้นนับถอยหลังแล้ว ตั้งแต่วินาทีที่เสียงประชามติจบลง และเรื่องราวของเขาได้ถูกเขียนถึงบทสุดท้ายโดยเรียบร้อย แม้หน้าถัดไปจะไม่ถูกเปิดให้ใครได้อ่าน เขา ยังคงยืนอยู่กลางแสง และเงาของโลกที่คงหมุนต่อไป ไม่หวาดหวั่นต่อสิ่งที่จะมาถึง เพราะตนได้อุทิศชีวิตให้กับความจริงจนสุดกำลัง ทุกความทรงจำ ทุกการเดินทาง ทุกบทเรียนที่เคยสอน และเคยได้รับ ถูกเก็บรักษาไว้ในสายลม แสงแดด ท้องฟ้านภาเบื้องบน สายตาแห่งความจำของเคฟาลี แม้โลกหมุนเปลี่ยนไปเพียงใด สิ่งเหล่านี้ยังคงอยู่ เป็นความจริงที่ไม่อาจพรากไปจากผู้ยังแสวงหา ต่อให้จะเป็นการกล้ำกลืนยาพิษเพื่อปิดหน้าสุดท้ายของบันทึกวิชาการนอกคอกนี้ เขาก็ยินดี ต่อการเสวนาร่วมพูดคุยถึงหัวข้อของคำถามมากมาย ซึ่งยังคงค้างคาในใจของคนรอบกาย เป็นครั้งสุดท้าย หลักปรัชญาทั้งหลาย หรือการขจัดความสงสัย เรื่องค้างคาก่อนอำลากัน เฉกเช่นเสียงร้องร่ำของหงส์ ที่ไม่ได้แผดอาลัยเมื่อสิ้นอายุขัย แต่เป็นเสียงหัวเราะแห่งความปีติต่อการสะท้อนความจริงได้อย่างสมบูรณ์แบบ เฉกว่าชีวิตของมัน ได้มาถึงจุดสูงสุดอย่างปรารถนาแล้ว ในใจของบุคคลที่รับรู้ทั้งหลายนั้น หรือก็คือ เหล่าผู้ไล่ล่าเปลวเพลิง ตระหนักโดยพร้อมเพรียงกันว่า ชีวิตของอานักซากอรัสได้จบลงแล้ว แต่ความจริงที่เขาเคยแสวงหาและทิ้งไว้ จะยังคงส่องสว่างต่อไป และด้วยเช่นนั้นเอง เรื่องราวของนักปราชญ์ผู้ท้าทายโลกและเทพยดา จึงเตรียมปิดม่านลงด้วยความยิ่งใหญ่ไร้ไหวหวั่น พร้อมเต็มไปด้วยความหนักแน่นยิ่งกว่าครั้งไหนที่ผ่านมาตลอดช่วงชีวิตนักวิชาการของเขา นี่คือบทสรุป อันเปี่ยมรูปธรรมตราตรึงที่สุดในโลกใบนี้ เสียงหัวเราะครั้งสุดท้าย ของผู้ที่ได้กำชัยชนะไว้อย่างอาจหาญ ต่อหน้าไททันทั้งหลาย และผู้สืบสายโลหิตทองคำอันถือครองตำแหน่งทวยเทพในอนาคต ⠀⠀⠀⠀เจ้าจะพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด และร่วงหล่นสู่ความเสื่อมทราม ⠀⠀⠀⠀คำเฉลย ที่จะบอกเล่าเรื่องราวของเขาตั้งแต่ต้นจนจบ กำลังจะปรากฏในอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้า จนกว่าจะถึงตอนนั้น อานักซากอรัส ตรัสเป็นประกาษิตครั้งสุดท้าย ดั่งคำพยากรณ์ ที่ตัวเขาชิงชังมันนักหนา ⠀⠀⠀⠀" ด้วยเกียรติแห่งความจริงอันแสนละโมบ และทะเยอทะยานอย่างขีดสุดของผม, อานักซากอรัส ⠀⠀⠀⠀ในสังสารวัฎหน้า ผม จะยังคงเป็น ผู้ดูหมิ่น ตลอดไป" 【 อวสาน โรลเพลย์แบบกลุ่ม : สัญจรเคียงสมุทร บุปผาแห่งผืนนิทรารมณ์ 】
Anaxagoras tweet media
ไทย
0
1
1
135
Anaxagoras
Anaxagoras@TheBlasphemys·
... และ ณ อีกฟากฝั่ง ของนักแสดงผู้ยิ่งใหญ่ เมื่อถ้อยคำยืนยันโทษประหาร ถูกประกาศออกมาอย่างชัดถ้อย อานักซากอรัส ก็รับฟังมันด้วยความสงบนิ่ง ราวกับผลลัพธ์ที่คำนวณไว้แล้วตั้งแต่ต้น ลมหายใจผ่อนปรนบ่งชี้ถึงความขบขัน จังหวะหัวใจกลับมั่นคงผิดกับวินาทีที่ชีวิตมนุษย์ผู้หนึ่งควรสั่นคลอน ความตาย ซึ่งเคยเป็นเพียงแนวคิดเชิงนามธรรม บัดนี้ กลายเป็นข้อสรุปที่ถูกประทับตราอย่างเป็นทางการ และความจริงข้อนั้น ไม่ได้สร้างความหวาดกลัว หากแต่เป็นความกระจ่างแจ้ง จนน่าพึงพอใจเสียมากกว่า โลกเลือกพิพากษาเขาด้วยอำนาจ อารมณ์ เสียงแห่งความพึงพอใจส่วนตน ไม่ใช่ด้วยเหตุผล และนั่นไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ ความรู้ที่ก้าวล้ำความจริง ย่อมถูกมองว่าเป็นภัยร้ายสมควรถูกกำจัดเสมอ จึงยอมรับได้ว่าเส้นทางที่เขาเลือกเดิน ย่อมไม่อาจมีปลายทางอื่นใด นอกจากหนทางนี้ การถูกตัดสินจึงไม่ได้ทำให้ศรัทธาในความจริงสั่นคลอน มีเพียงความโล่งใจ เมื่อในที่สุด ข้อถกเถียงอันยืดเยื้อ กำลังจะยุติลงพร้อมกับร่างกายของเขา สายตาของ อานักซากอรัส กวาดผ่านผู้คนทั่วยอดอรุณเมฆา ลานแห่งความเที่ยงธรรม เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะแหลกสลายในวันข้างหน้า ราวกับกำลังทบทวนงานวิจัยชิ้นสุดท้ายของชีวิต นับจากนี้ สิ่งที่จะคงอยู่บนโลกไม่ใช่ตัวเขา หากแต่เป็นผลงานทางวิชาการ ที่ถูกหยิบยกขึ้นถกเถียง ป้ายจารึกหลุมศพซึ่งวันหนึ่งย่อมสึกกร่อน การวิจัยที่ถูกตีแผ่ว่านอกรีต และเป็นคลื่นทมิฬมืดในวงการปราชญ์ ตลอดจนบทเรียนฝังรากอยู่ในสมองของผู้รับรู้ ทั้งผู้เห็นด้วย จนลามไปถึงต่อต้าน เพราะไม่มีสิ่งใดอีกต่อไป ที่ปรารถนาการมีลมหายใจของเขาเป็นเงื่อนไขในการดำรงอยู่ สิ่งที่สำเร็จลุล่วงแล้ว เขามอบมันให้โลกอย่างไม่ลังเล และเรื่องราวเหนี่ยวรั้งคั่งค้าง สมมติฐานไม่ถูกพิสูจน์ คำถามไร้คำตอบ จะกลายเป็นแบบทดสอบ และหัวข้อให้ศึกษาวิจัยค้นคว้า ของผู้คนในอนาคต ส่วนสิ่งที่ยังไร้การสืบทอดอย่างเช่น กลับยิ่งตอกย้ำแก่นแท้ของความรู้ ว่ามันไม่เคยต้องการทายาทส่งต่ออย่างปากต่อปาก แต่ ต้องการผู้กล้าพอ จะก้าวข้ามผู้มาก่อน แม้ผู้มาก่อนนั้นจะเป็น เขา เองก็ตาม บทบาทของการยืนอยู่ท่ามกลางไฟฉาดฉายละคร การเป็นนักวิชาการ ที่ฉีกตนออกจากกรอบแห่งความถูกต้อง ศีลธรรม กำลังจะหยุดลงอย่างเป็นทางการ ตามมติของมหาชน และคำประกาศจากผู้เทียบเคียงมงกุฎเส้นไหมจินตนิยม แต่แทนที่ร่างกายจะเกิดอาการผวาสั่นกลัว เฉกเช่นเหล่าผู้ต้องโทษคนอื่น อานักซากอรัส กลับน้อมรับ ราวกับนี่คือการขึ้นเวทีเพื่อรับรางวัลแห่งชะตาชีวิต เพราะหากโลกต้องการฉากจบ เขา ก็พร้อมจะรังสรรค์มัน ให้ในแบบที่สมศักดิ์ศรีที่สุด เขานิ่งงันแด่บิดาสัพพัญญูเบื้องหลัง ไม่ใช่เพื่ออธิษฐาน แต่เพื่อจดจำความรู้สึกของการมีชีวิตในวินาทีสุดท้าย ก่อนจะปล่อยให้มันผ่านพ้นไปอย่างชวนจำจด เพราะตราบใดที่ยังมีใครสักคนเปิดอ่านงานของเขา ตั้งคำถามต่อมัน หรือพยายามล้มล้างมันด้วยเหตุผลที่ดีกว่า อานักซากอรัสก็ยังคงมีอยู่ และจะไม่มีวันสิ้นสุดลงพร้อมกับลมหายใจที่กำลังจะถูกพรากไป ในนามของความถูกต้องแห่งโลกใบนี้ ท้ายที่สุด อานักซากอรัสก็มาถึงปลายทางของเรื่องราวที่แบกรับความเอาแต่ใจ พลังอันโกลาหล และเสียงก่นด่าของโลกมาเนิ่นนาน เส้นทางทอดยาวเกินกว่าจะเรียกว่า การเดินทางอันเรียบง่าย แต่มันคือการถูกผลักไส ถูกทดสอบ และถูกทิ้งไว้ท่ามกลางความว่างเปล่า ครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่าช่วงเวลาที่รอคอยอย่างรอนแรมนี้ กลับมาถึงอย่างเงียบงันเกินคาด ไม่มีอัสนีกัมปนาทให้วุ่นวาย ไม่มีเทพองค์ใดลงมาขัดขวาง มีเพียงร่างของนักวิชาการผู้หนึ่งซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าเวลาใกล้ล่วงสิบห้ายามประตู ด้วยท่าทีสงบนิ่ง ราวกับรู้ดีว่านี่คือจุดหมายที่ต้องมาถึง รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเขา ไม่ได้เกิดจากความบ้าคลั่ง หรือการเย้ยหยันความตายว่าไร้สาระ แต่เป็นรอยยิ้มของผู้ที่เดินมาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับได้ ของผู้ตระหนักถึงจุดจบดังกล่าว ความทรงจำบางอย่าง ก็พลอยไหลย้อนกลับมาอย่างไม่เร่งร้อน คำพูดของ อาจารย์เอมเปโดเคลส ที่เคยเอ่ยไว้ถึงหนทางของผู้แสวงหาความจริง การสนับสนุนจากผู้ยืนบนเส้นทางอันต่างขั้ว เสียงของเขาซึ่งใช้สั่งสอนนักเรียน ในวันที่ยังเชื่อว่าความรู้สามารถเปลี่ยนโลกได้โดยไม่ต้องแลกด้วยชีวิตของตนเอง สารพันถ้อยคำดูถูก เหยียดหยาม และคำตัดสินที่พรากทุกอย่างไปทีละชิ้น เขา เติบโตมากับการเรียนรู้ที่ไม่เคยหยุดยั้ง ทั้งอาจารย์ ทั้งครอบครัว ทั้งพี่สาว ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นศูนย์กลางของโลกทั้งใบ เสียงหัวเราะในอดีตยังคงหลงเหลืออยู่ในความทรงจำ แม้จะเลือนรางลงทุกทีจากการกัดกร่อนของคลื่นทมิฬ และห้วงเวลาอันเนิ่นนาน กระทั่ง เมื่อการเดินทางของเขายืดยาวขึ้น เส้นทางของ ปัญญา ก็ได้ค่อยๆ พรากทุกสิ่งไป ทีละอย่าง ทั้งอาจารย์ ทั้งครอบครัว ทั้งพี่สาว จนเหลือตนอย่างลำพัง ในโลกไร้การอ้าแขนรับ และถูกค้นพบอีกครั้ง โดยไททันแห่งเหตุผล เคเรส ก่อนจะกลับสู่ความอ้างว้าง และเปล่าเปลี่ยวอีกครา ชีวิตของอานักซาเดินอยู่บนความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน วินาทีหนึ่งที่คิดว่าชีวิตตัวเองตายไปก็ไม่เป็นไร มันก็ทำให้เขาคิดขึ้นมาได้อย่างแจ่มแจ้ง เช่นนั้นแล้ว ผมก็จะอุทิศชีวิตให้กับ ความจริง ที่กำลังตามหา ร่วมกับไททันแสนจุ้นจ้านแบบเคเรส ให้สุดชีวิต จนกว่าจะก้าวข้ามมาถึงหน้าสิบห้ายามประตูอย่างสุดโต่ง ไม่ว่าจะต้องแลกกับอะไร ต่อให้สิ่งที่เขาสูญเสียไปมากมาย มันจะนำพากลับมาแค่ การร่วงหล่น ต่อให้ต้องเหลือเพียง ตัวเขาเอง ในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตก็ตาม ทั้งหมดทั้งมวล ทุกการแลกเปลี่ยนเพื่อสิ่งที่คุ้มค่ากว่า ก็เพื่อวันนี้เสียด้วยซ้ำ
ไทย
1
0
1
72
Anaxagoras
Anaxagoras@TheBlasphemys·
【 โรลเพลย์แบบกลุ่ม : สัญจรเคียงสมุทร บุปผาแห่งผืนนิทรารมณ์ 】 ไม่ว่าด้วยจุดยืนของผู้เป็นอาจารย์ หรือจุดยืนของผู้สวมองค์แห่งปราชญ์ นั่นหมายความว่าชีวิตหลังจากนี้ เขาจะต้องแบกรับความวุ่นวายอันมหาศาลไว้เป็นเท่าตัว และในวันนี้ เขาจึงกลับมายืนอยู่ ณ สนามสงครามแห่งรัฐ สมัชชาพลเรือนอีกครั้ง พร้อมกับอำนาจสำหรับบัญญัติชะตากรรมของผู้สืบสายโลหิตทอง, โลกของแอมโฟเรียส ภายในอกของเขาไร้แรงกดดันสั่นสะเทือน เพราะเป็นแค่อีกหนึ่งเรื่องราว ที่จะต้องก้าวข้าม ไปเพื่อ “ จุดสูงสุดของตัวเอง ” เท่านั้น และในตอนนี้ เขาเอง ก็สัมผัสได้อย่างแจ่มแจ้ง ว่าจุดสูงสุดที่ตัวเองนั้นเฝ้ารอหาคำตอบมาตลอดชั่วชีวิต กำลังจะมาถึง แม้สิ่งที่เดินข้างขนานมาควบคู่ ตามติดราวกับเงาแห่งพันธะ จะเป็น ความตาย ก็ตาม สายลม พัดพาความเหน็บหนาว มาพร้อมกับความอลหม่านภายใต้ กระแสธารสงัดงันเบื้องหลังสนธยา หมอกยะเยือกคลุมสลัวทั่วด้วยประสาทสัมผัส บ่งชี้ว่านี่ไม่ใช่สถานที่ดั้งเดิมที่ตนเคยประสบพบมาก่อน ห้วงภวังค์หลุดลอยเข้า โอบล้อมด้วยมืดมิด หมู่ดารา ฟากฟ้า เนินเขา ต่างถูกกลบฝังด้วยความรกร้าง อุณหภูมิหนาวเหน็บกัดเซาะถึงกระดูก และผืนปฐพีไร้ซึ่งเขตแดน พาให้จินตนาการถึงสังเขปได้ยาก เสียงลมเฉือนผิว สอดประสานกับบทพึมพำนับร้อยไหลเวียนเข้ามากระตุ้นต่อมใคร่รู้ ให้ต้องออกเดินทางตามความสับสนชี้นำ ท่ามกลางรอยเท้ามากมาย ฝูงชนสวมผ้าคลุมปกปิดตัวตน แต่กลับซุกซ่อนกลิ่นอายวิญญาณแสนโดดเดี่ยวไว้ไม่มิด เขาไถ่ถาม คนกลุ่มนี้ซึ่งมุ่งตรงไปยังจุดหมายใดจุดหมายหนึ่ง ที่ไม่อาจฟังได้ศัพท์ แม้จะคอยสดับถ้อยคำ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงของพวกเขากลับกังวานเพียงความเหือดแห้ง นี่คือจุดผันเวียนของอนธการอันเป็นทางสัญจรของผู้ล่วงลับ เบียดเสียดแออัดราวกับการรอคอยที่พร้อมปะทุความอลหม่านได้ทุกเมื่อ ผู้คนทั้งหลายต่างคล้ายมุ่งหน้าหวังไปสู่ปลายทางซึ่งถูกกำหนดเอาไว้ เหล่าผู้รอนเรประคองสติเอาไว้ลำพังเพียงเพื่อแบกสังขารที่เหลือริบหรี่ ให้สิ้นลงที่จุดหมายหนึ่งร่วมกัน ร่างของผู้คนทั้งหลายซึ่งยังคงมีเค้าโครงความเป็นมนุษย์ ก่อขบวนนำพาให้เขายลยินถึงเสียงระลอกคลื่นแห่งการรอคอยที่ไม่มีวันเปิดประตูสู่จุดจบอันแท้จริงได้ เหล่านักเดินทางผู้แห้งกรังดั่งไม้ขาดปัจจัยสิ้นอายุขัย หรือในอีกแง่คือกลไกของจุดจบ สมควรแก่การรอคอย กำลังอาวรณ์ถึงการไม่มีอยู่จริงของปลายทางแห่งจุดจบ เมื่อเงี่ยหูฟัง จึงสดับถึงความเนิ่นนานรกร้างเสียดโสตประสาท เมื่อมองผืนฟ้าพร่างดาว ก็ไม่อาจบอกตำแหน่งได้ว่านี่คือจุดหมายปลายทางใด หรือพื้นที่ใต้อาณัติของหัตถ์นิลกาฬโดยเที่ยงแท้จริงหรือไม่ สายน้ำของความสิ้นหวังพยายามไหลเวียนผ่านแรงคลื่นของฝีเท้าผู้วายชนม์ กำลังส่งคลื่นสะท้อนกลับมาว่าตัวตนทั้งหลาย ณ ที่แห่งนี้ ภายใต้ความสลัวคลุมเครือดั่งผ้าไหมถักทอ กำลังถูกปฏิเสธอย่างน่าอาดูร และริบหรี่ เสียยิ่งกว่าความสิ้นหวังใดในโลกนี้จะประสบพบ ใต้แสงสะท้อนบนผืนน้ำของทางผ่านแห่งการรอคอยเคียงอนันต์ ณ วันแรก ที่เขาฝันถึงภาพบรรยากาศเหล่านั้นซ้ำซาก จนสลักลึกลงเป็นความทรงจำอันคุ้นเคย แรกเริ่มเขาซึมซับ และจมดิ่งไปกับความสับสนจนกลมกลืนไปกับผู้คนภายในภวังค์ฝันอันแสนศัลย์โศก ทว่าบัดนี้ แม้กระทั่งความหวั่นเกรง ต่อทิศทางที่เคยหลง กลับอันตรธานหายไป เพราะผู้คนในที่แห่งนั้น ต่างเป็นสักขีพยานให้กับคำตอบที่เขาเฝ้ารออย่างแจ่มแจ้ง ดินแดนอนธการ ภพภูมิหลังความตาย ที่เขาเคยยื้อชีวิตของมนุษย์มานับไม่ถ้วน และเดินเข้าใกล้มัน มานับไม่ถ้วน
Anaxagoras tweet media
ไทย
1
21
23
1.6K