Sabitlenmiş Tweet

ม่านแห่งราตรีกาลกลืนดวงดาราสิ้นแสง หนาวเหน็บกลางสายลมพัดผ่าน
ยามนั้นเจ้านึกย้อนคืนสู่วันวาน ไถ่ถามเพียงว่าเจ้านั้นกระทำความผิดใด
ด้วยสงสัยจึงเอ่ยถาม ด้วยสัตย์จริงจึงเชื่อมั่น ด้วยศรัทธาจึงไร้ข้อโต้แย้ง
แล้วด้วยเหตุอันใดเล่า, ฟ้าดินเป็นพยาน แต่ท่านทั้งหลายหาได้สดับฟัง
ด้วยใจอันมืดบอด ท่านกล่าวว่า “เรา” เป็นผู้ผิดแผก แปลกประหลาด
อ้างถึงการชำระล้างบาป ต้อนเราขึ้นเรือมุ่งสู่สรวงสวรรค์อันศักดิ์สิทธิ์
เสกสรรวาจาอันโป้ปดด้วยคำหวาน ลวงเราไปอัปปางไร้ตัวตน
จมสู่ท้องทะเลลึก สิ้นไร้หนทางในความมืดมิดอันห่างไกล
แดนสวรรค์อันใดที่ท่านว่า เห็นจะมีเพียงความตรอมตรมดับเสียง
ร่ำไห้ อดอยาก ยากเผชิญ, ท่านหวังให้เราถูกคลื่นทะเลกลบหาย
ดูเถิด นี่คือ “เรา” , คนเขลาผู้ยืนหยัดกลางลมฝนพายุซัด
จงฟัง ! ด้วยนามแห่งเราจักถูกขับขานไปทั่วทุกแห่งหน
—— แสงไฟส่องลงกลางเวที ราวแสงจันทราส่องสว่างเด็ดเดี่ยวท่ามกลางความมืด และความตื่นเต้นจากผู้ชมซึ่งรอคอยการเปิดตัวการแสดงเช่นทุกครั้ง ปรากฏร่างของชายผู้หนึ่ง, ผู้คอยจดจำทั้งชื่อและเรื่องของคนเขลาทุกคน ผู้ที่ยังหล่อเลี้ยงแสงแห่งความหวัง ต่อต้านผู้ริอาจขีดเขียนชะตาผู้อื่น
นักแสดงผู้เจิดจรัส กัปตันแห่งคณะละครคนเขลา เปลวเพลิงผู้หวนคืน , เขาดีดนิ้วส่งสัญญาณ แสงไฟขยายกว้าง เผยม่านสีแดงที่ถูกไฟแผดเผา
ยามที่ใบหน้าอีกด้านหันเข้าหาผู้ชม เสียงเชียร์ก็ทยอยดังขึ้นพร้อมกับหมวกของเขาที่ถูกโยนขึ้นฟ้า นำสายตาทุกผู้ไปสู่แสงแสบสันของพลุจากหลังเวทีดังสนั่น มันแต่งแต้มค่ำคืนอันมืดมิดด้วยแสงประกาย
“สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทั้งหลาย ! การแสดงอันยิ่งใหญ่อลังการของเรากำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว !”
การเปิดตัวอย่างเงียบ ๆ น่ะ มันไม่ใช่แนวของเขาหรอก
ความเงียบเหรอ? ไม่เลย, ทุกคำพูดจะดังชัด
ความมืดมิดเหรอ? เปล่าเลย, แสงสีทุกประกายจะส่องสว่างไปถึงอดีตและอนาคต
ใช่แล้ว , เพราะพวกเขาจะไม่มีวันถูกลืม

ไทย





















