หมูแมว
8.9K posts


กก.สอบจริยธรรม ปชน. เตรียมพิจารณาบทลงโทษพรุ่งนี้ ปม “ภัณฑิล” พาดพิงกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมประสานมหาดไทย ขอโทษกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านอีกครั้ง อ่านข่าว : ch3plus.com/news/political… #เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวการเมือง #พรรคประชาชน


เลิกตามดาราไทยไปหมดตั้งแต่วัคซีนที่ดีที่สุดคือวัคซีนที่เร็วที่สุด บีเลือก SinoVac ค่ะ กับที่พรี่ชมพู่อารยาออกมาเขียน IG ยืดยาวมากว่าฉีด SinoVac กุ เลิกกกกกกกกกก

ศาลฎีกา มีลุ้นกว่าศาลรัฐธรรมนูญจริง แต่ก็อย่าลืมว่าศาลฎีกาเนี่ยแหละ ที่ตัดสิทธิ์คุณช่อตลอดชีวิตเพราะโพสต์ตั้งแต่ยุคสำริด







สมาคมนักข่าวฯ ออกแถลงการณ์ขอหยุดใช้ IO คุกคามฐปณีย์-บิดเบือนข้อเท็จจริง กรณีตั้งคำถามปมลอบยิง สส.กมลศักดิ์ วันนี้ (15 เมษายน) สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดยฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ มีความกังวลอย่างยิ่งต่อกรณีที่มีการใช้ปฏิบัติการข่าวสาร (IO) คุกคามสื่อมวลชนอย่างรุนแรงต่อ ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว The Reporters หลังจากปฏิบัติหน้าที่ตั้งคำถามในที่แถลงข่าวของแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4 เกี่ยวกับเหตุลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ตอบกลับด้วยประโยคว่า “ถ้าเป็นผม ไม่ปล่อยให้รอดหรอก” ซึ่งเป็นท่าทีที่สร้างความตระหนกต่อสังคม โดยเฉพาะในตำแหน่งผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพ สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ หลังจากการตั้งคำถามดังกล่าว พบว่ามีเพจโซเชียลมีเดียจำนวนมากพากันเผยแพร่ข้อความใส่ร้ายฐปณีย์อย่างพร้อมเพรียงกัน ในลักษณะที่มีการประสานงานและมีเป้าหมายชัดเจน จนปรากฏเต็มหน้า ฟีดของผู้ใช้งานทั่วไป พฤติการณ์ที่รวดเร็วผิดปกติเช่นนี้สะท้อนถึงลักษณะของปฏิบัติการข่าวสารที่มีผู้อยู่เบื้องหลัง มิใช่การแสดงความคิดเห็นตามธรรมชาติของประชาชน เราขอยืนยันว่า ผู้สื่อข่าวมีสิทธิและหน้าที่โดยสมบูรณ์ในการตั้งคำถามในประเด็นที่ประชาชนสงสัย โดยเฉพาะการตั้งคำถามต่อเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่แถลงข่าว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำหน้าที่สื่อมวลชน ปัญหาจึงมิได้อยู่ที่ ‘คำถาม’ ของผู้สื่อข่าว แต่อยู่ที่ท่าทีของผู้มีอำนาจ ซึ่งไม่อาจถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลในการตอบโต้ โจมตี หรือสร้างกระแสความเกลียดชังเพื่อคุกคามความปลอดภัยของสื่อมวลชน ปัญหาการใช้ปฏิบัติการข่าวสาร (IO) โดยหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางมาอย่างยาวนาน ทั้งในเวทีรัฐสภาและภาคประชาสังคม ในลักษณะการสร้าง ‘เรื่องเล่า’ เพื่อปั่นกระแสและตีตราบุคคลหรือกลุ่มที่เห็นต่าง ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ภาคประชาชน หรือสื่อมวลชน ปัจจุบันปฏิบัติการเหล่านี้ได้ยกระดับเป็นการคุกคามสื่อในรูปแบบใหม่ที่มุ่งทำลายความน่าเชื่อถือของผู้ที่ตั้งคำถามตรวจสอบอำนาจรัฐ ถือเป็นการละเมิดเสรีภาพสื่ออย่างร้ายแรง และเป็นความพยายาม ‘ปิดปากสื่อ’ ด้วยวิธีการที่ตรวจสอบได้ยากแต่สร้างความเสียหายแก่สังคม สมาคมนักข่าวฯ จึงขอประณามพฤติกรรมที่ใช้ปฏิบัติการข่าวสารคุกคามสื่อมวลชน และขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบและยุติการใช้นโยบายที่สร้างความแตกแยก เนื่องจากสื่อมวลชนต้องสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจรัฐได้อย่างเสรีและปลอดภัย เพื่อรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์สูงสุดของสาธารณชนและระบอบประชาธิปไตย #TheStandardNews


Hungary… WOW 🤩🇭🇺

เปิดคำร้อง ป.ป.ช. ร้องศาลฎีกา คดี 44 สส. ยื่นแก้ไข ม. 112 ชี้แม้เป็นการใช้สิทธิตาม รธน. แต่การกระทำมีความมุ่งร้ายที่จะทำลายล้างสถาบันฯ ไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข #TheStandardNews

ป.ป.ช. ส่งสำนวนศาลฎีกาฟัน 44 อดีต สส.ก้าวไกล ปมแก้ ม.112 จับตาอนาคตการเมืองแกนนำพรรคประชาชน วันนี้ (9 เมษายน) เวลา 09.15 น. ที่ อาคารศาลฎีกา (สนามหลวง) เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้นำรถตู้จำนวน 3 คัน บรรทุกสำนวนคดีจำนวนหลายสิบลัง เดินทางมายังศาลฎีกา เพื่อส่งมอบสำนวนคำร้องขอให้ศาลพิจารณาพิพากษาคดีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ของอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคก้าวไกล จำนวน 44 คน กรณีร่วมกันลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 บรรยากาศบริเวณหน้าอาคารศาลฎีกา พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจศาลและเจ้าหน้าที่ศาลนำรถเข็นมารอรับและทยอยขนย้ายกล่องบรรจุสำนวนจากรถตู้ของ ป.ป.ช. ขึ้นไปยังอาคารศาลฎีกา โดยมีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และเจ้าหน้าที่ศาลร่วมกันตรวจเช็กจำนวนและรายละเอียดของสำนวนอย่างใกล้ชิดและรัดกุม ซึ่งกระบวนการขนย้ายและตรวจรับสำนวนดังกล่าวใช้เวลาดำเนินการประมาณ 30 นาทีจึงแล้วเสร็จ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. จะเดินทางเข้าไปยังภายในอาคารเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป สำหรับที่มาของคดีสำคัญดังกล่าว สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์เมื่อปี 2564 ที่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้เป็นแกนนำรวบรวมรายชื่อ สส. ในพรรคจำนวน 44 คน ยื่นเสนอชุดร่างกฎหมายคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกและสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชนจำนวน 5 ฉบับ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ยื่นต่อประธานรัฐสภา จนนำมาสู่การถูกร้องเรียนและ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดในเวลาต่อมา ทั้งนี้ ประเด็นที่สังคมและวงการการเมืองให้ความสนใจเป็นอย่างมาก คือในจำนวนอดีต สส.พรรคก้าวไกล ทั้ง 44 คนที่ถูก ป.ป.ช. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกานั้น ปัจจุบันมีจำนวน 10 คน ที่ยังคงดำรงตำแหน่งเป็น สส. สังกัดพรรคประชาชน ประกอบด้วย สส.แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 8 คน ได้แก่ 1. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 2. ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค 3. รังสิมันต์ โรม 4. นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง 5. ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล 6. ณัฐวุฒิ บัวประทุม 7. สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ 8. ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และ สส.แบบแบ่งเขต จำนวน 2 คน ได้แก่ ธีรัจชัย พันธุมาศ และ เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กรุงเทพมหานคร ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลฎีกาในอนาคตจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถานภาพและอนาคตทางการเมืองของบุคคลเหล่านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ #TheStandardNews



‘วาฬไรซ์’ 50 ตัวสุดท้ายเสี่ยงสูญพันธุ์ หลังสหรัฐเปิดทางให้ขุดน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกได้เต็มที่ งดใช้กฎหมายสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ อ้างเพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน คณะกรรมการชุดพิเศษที่รู้จักกันในนาม “God Squad” ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกลางหกคน โหวตผ่านมติยกเว้น “พระราชบัญญัติสัตว์ใกล้สูญพันธุ์” ในอ่าวเม็กซิโก เพื่อเปิดทางให้บริษัทน้ำมันขุดเจาะได้เต็มที่ โดยให้เหตุผลด้านความมั่นคงทางพลังงาน ทำให้ต้องเร่งผลิตพลังงานในประเทศโดยไม่ให้มีกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมมาขวางทาง การตัดสินใจครั้งนี้อาจทำให้ “วาฬไรซ์” ที่เหลือเพียง 50 ตัวสุดท้ายของโลกสูญพันธุ์ คณะกรรมการชุดนี้ได้รับฉายาว่า “God Squad” เนื่องจากสามารถยกเว้นข้อกฎหมาย เพื่อเอื้อต่อโครงการที่มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจหรือความมั่นคงระดับชาติ ซึ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการตัดสินใจว่าสิ่งมีชีวิตชนิดใดควรอยู่หรือตาย พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ผลักดันให้มีการยกเว้นโดยอ้างเหตุผลด้าน “ความมั่นคงแห่งชาติ” โดยระบุว่าความขัดแย้งกับอิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้สหรัฐจำเป็นต้องเร่งผลิตน้ำมันภายในประเทศ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางทหารและเศรษฐกิจ เฮกเซธเน้นย้ำในการประชุมว่า การผลิตพลังงานในอ่าวเม็กซิโกเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องประเทศจากความผันผวนของสถานการณ์โลก โดยเขาเชื่อว่าการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดเกินไป อาจกลายเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางไม่ให้สหรัฐบรรลุเป้าหมายด้านความมั่นคงในยามวิกฤติ การประชุมลับใช้เวลาเพียงประมาณ 15 นาที โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงต่างเห็นพ้องต้องกันเป็นเอกฉันท์ให้ถอดถอนมาตรการคุ้มครองสัตว์ป่าในอ่าวเม็กซิโก มตินี้ระบุอย่างชัดเจนว่า อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ในพื้นที่ดังกล่าวอีกต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลนพลังงาน “วาฬไรซ์” (Rice’s whale) อาศัยอยู่เฉพาะในพื้นที่ตอนเหนือของอ่าวเม็กซิโกซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกับที่มีการขุดเจาะน้ำมัน เพิ่งได้รับการจำแนกเป็นสปีชีส์ใหม่ในปี 2021 หลังจากที่นักวิทยาศาสตร์พบว่าพวกมันมีความแตกต่างทางพันธุกรรมและโครงสร้างกะโหลกจากวาฬบรูด้าที่ดูคล้ายกัน วาฬเหล่านี้ มักถูกเรือชนในเส้นทางเดินเรือที่พลุกพล่าน รวมถึงเสียงจากการสำรวจคลื่นไหวสะเทือนยังรับกวนการสื่อสารและการหาอาหารของพวกมันอีกด้วย นอกจากนี้ เหตุการณ์การรั่วไหลของน้ำมันดิบจากแท่นขุดเจาะดีพวอเทอร์ฮอไรซัน ในปี 2010 ยังเคยคร่าชีวิตประชากรวาฬไรซ์ไปถึงเกือบ 20% ของทั้งหมดที่มีอยู่ อ่านต่อ: bangkokbiznews.com/sustainability… #กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจSustain #กรุงเทพธุรกิจEnvironment

ทักษิณกำลังจะได้พักโทษ ส่วนคนที่เป็นส่วนหนึ่งให้ทักษิณติดคุกกำลังจะโดนศาลฟัน เราบ่ผิดท่านมล้างดาบนั้นคืนสนอง มากกก








