JRT@JRTDesk
Post ของลงทุนแมน.. ไอ้แสบ (ลูกสาวเพื่อน ผมเคยเป็น mentor ให้ ตอนนี้เรียกมันว่า apprentice ไม่ได้ละ เพราะทำงานได้เหมือนพนักงานคนนึงละ) ให้ผมแปลให้ฟัง.. ผมก็แปลให้มันฟัง แล้วก็ถามมันว่าคิดว่ายังไง? ถ้าเป็นยู ยูจะหา 20,000 THB ต่อเดือน จาก 2,000,000 ยังไง?
ไอ้แสบบอกว่า..
โจทย์แต่แรกจริงๆ มันคือการสร้าง income generation นะ.. ไม่ใช่ growth.. จะใช้ growth fund แล้วหวังถอนเงิน 12% ต่อปี มันก็ผิดวิสัยแต่แรกแล้ว..
มันบอกว่ายังไงๆ ก็ต้อง active.. ซึ่งถ้าเป็นมัน มันคิดว่าทำได้หลาย strategies.. หลายวิธี โดยใช้ Options..
ผมถามกลับว่ามันจะใช้อะไรได้มั่ง? มันบอกว่า เช่น..
- Covered Call ซึ่ง basic สุด ซึ่งมันคงจะใช้วิธีถือ ETF เช่น $VT หรือ $SPY แล้วขาย Call ทับบน position ไปทุกเดือน ซึ่ง $SPY ATM monthly call premium ที่ 1.5%~2.5% ต่อเดือนได้อยู่ ขึ้นอยู่กับ IV.. เดือนไหนสูงๆ อาจได้ 3%.. แต่ upside ก็จะมี cap.. ถ้าตลาดวิ่งแรงก็พลาด upside.. ถ้าตลาดลง premium ก็เป็นcushion ได้ ถึงแม้จะไม่หมด ยังมี downside risk เต็มๆ จาก underlying..
- หรือจะยกระดับขึ้นมาหน่อยเป็น wheel strategy.. Covered Call + Cash Secured Put วน loop ไปเรื่อยๆ เป็น income machine ที่เป็น cash income จริงๆ ไม่ใช่ total return ที่ต้อง liquidate..
- หรือใช้ Barbell strategy ร่วมกับ Covered Call Overlay.. โดย 60% อาจจะแบ่งเป็น REIT + หุ้นปันผล ไว้เป็นฐานที่มั่นคง.. ส่วน 40% เอาไปลง $VT หรือ $SPY แล้วขาย covered call มันบอกว่าข้อดีคือ REIT + Dividend เป็น income ที่ predictable ได้ง่ายหน่อย.. ส่วน covered call ช่วยลด downside และช่วย generate income จาก premium.. ถ้าตลาดลง REIT ส่วนนึงช่วยเป็น buffer ส่วน premium ก็ช่วยเป็น cushion.. ถ้าตลาดขึ้น.. growth ก็ช่วยชดเชย yield ที่อาจจะต่ำลง..
โดยมันยังพูดอีกว่า... แต่ 12% ก็อาจจะถือว่าเป้าสูงไป.. ถ้าใครที่อยากจะ conservative กว่านี้ และไม่อยากแตะ Options.. มันคงแนะนำให้ลองใช้ Bond Ladder คู่กับ dividend.. โดยใช้ ladder 1Y, 2Y, 3Y, 4Y, 5Y ทุกๆ ปีครบกำหนดก็ reinvest ไปที่ปลาย ladder ไอ้ 5Y นั่น.. และลงทุนพวกหุ้นปัันผลคู่ไปด้วย
ซึ่ง ผมถือว่าไอ้แสบคิดออกมาได้ดีสำหรับเด็กอายุเท่านี้ แต้ก็มีบางจุดที่อยากเสริมหน่อย.. ไอ้ทุกๆ strategies ที่พูดมา... ประเด็นที่สำคัญกว่าเรื่อง average return คือ.. ลำดับของ return มันสำคัญกว่าตัวเลขเฉลี่ย.. เรื่อง sequence of return risk.. ถ้าปีแรกตลาดลง -30% แล้วต้องถอน income ออกด้วย เงินต้นกร่อนในจังหวะที่แย่ที่สุด ต่อให้ปีถัดไปตลาดฟื้น 40% ก็ไม่ได้คืนกลับมาเต็มๆ เพราะ base เล็กลงไปแล้วเพราะฉะนั้นทุกคนควรมี Cash Buffer แยกออกมาต่างหาก แยกเป็น emergency สำหรับช่่วงตลาดลงหนักแล้วไม่อยากขายของในราคาต่ำ..
และเวลาพูดๆ กันว่าขาย Options.. กิน premium.. ฟังดูง่ายแต่สิ่งสำคัญคือ execution.. Theta Decay ไม่ได้เป็น linear.. 1-3 อาทิตย์ก่อน expiry จะ decay เร็วมาก.. เพราะฉะนั้นพวก weekly, 0DTE ใฟ้ Theta สูงกว่าแบบ monthly ต่อหน่วย แต่ก็ต้อง manage บ่อยขึ้น.. เวลาหุ้นวิ่งหา strike price แล้วต้องตัดสินใจว่าจะ roll ออกไป หรือยอม assign ก็ต้องมีการตัดสินใจที่เป็น framework จริงๆ วางไว้แต่แรก ไม่ใช่ไปด้นสดหน้างาน..
และการขาย Options ก็อาจจะต้องใช้พวก IBKR หรือพวก brokers จากอเมริกา.. และ dividend ก็มี tax.. Premium จาก options ก็ถือว่าเป็น capital gains ซึ่งที่ไทยยังไม่เก็บภาษี แต่ในอนาคตก็ไม่แน่..
และ net premium จริงๆ ต่ำกว่า quoted premium เพราะค่า commission + bid-ask spread ยิงถ้าเจอ volume ต่ำ
ใดๆ strategy พวก Options พวกนี้โอกาสได้ 12% มีสูงกว่าจริงๆ แต่ก็ aggressive อยู่ดี ซึ่ง aggressive ก็หมายถึงว่าต้องมี active + skill + ความเสี่ยง..
และถ้าพูดกันแบบ realistic สำหรับคนส่วนใหญ่.. 2 ล้านไม่พอสำหรับ 20,000 ต่อเดือน โดยที่ถ้าเงื่อนไขคือ ยั่งยืน sustainable.. และไม่กินทุน..
อาจจะต้องใช้าะัก 3-4 ล้าน แล้วทำให้ conservative ลงมา และ sustainable จริงๆ..
ถ้าจะเอา 20,000 ต่อเดือนด้วย 2,000,000 จริงๆ ก็ต้องแลกกับการ active management และความไม่แน่นอน..