PLEB | ContributionDAO 🥚

10.6K posts

PLEB | ContributionDAO 🥚 banner
PLEB | ContributionDAO 🥚

PLEB | ContributionDAO 🥚

@theplebth

Co-Founder @contributedao

Katılım Mayıs 2013
459 Takip Edilen11K Takipçiler
Gun (Kingbund)
Gun (Kingbund)@KingBund·
@theplebth 3 อย่างคือความเห็นผม คล้ายกันมากครับผม ฝั่งผมให้ 3 อย่างนี้มากกว่า trading นิดหน่อย
ไทย
1
0
0
3
PLEB | ContributionDAO 🥚
ตอนนี้ผมกำลัง Bearish ใน Defi (My opinion) และ Bullish ใน 3 ideas เหล่านี้ ผมทำ List ไว้เผื่อท่านใดสนใจอ่านต่อครับ #Defi Bearish : 1. TVL ที่เห็นส่วนใหญ่ไม่ใช่ของจริง ผมแบ่งออกเป็น2รูปแบบ - แบบแรก: Fake TVL ที่ล็อกแล้วใช้ไม่ได้จริง เช่น Restaking, Liquid Staking ต่างๆ - แบบสอง: เงินที่พุ่งเข้ามาจาก Incentive Farming ชั่วคราว พอรางวัลหมดก็หาย 2. โอกาสพังจากภายในและภายนอกสูงมาก > โดน Hack, Exploit บ่อย ล่าสุดก็ Stablecoin อย่าง USDR >ทีมทะเลาะกัน เช่น AAVE 3. TVL ขึ้นลงตามราคาเหรียญเป็นหลัก ไม่ใช่เงินไหลเข้าใหม่ เช่น ถ้า ETH SOL ราคาตก TVL ก็ตกตามทันที 4. Incentive จบแล้วเงิน mercenary ไหลออกเร็วสุด เช่น หลายโปรเจกต์ใช้พอยต์แอร์ดรอปพอง TVL พอแคมเปญจบ ผู้ใช้ย้ายไปฟาร์มตัวใหม่หมด 6. Yield จริงๆ ต่ำมากหลัง incentive หาย APY เหลือน้อย 7. Liquidity แยก chain เยอะเกินไปครับ 8. Yield จาก Traditional Finance ให้ผลตอบแทนในระดับเดียวกับ Crypto แต่ปลอดภัยกว่า #Bullish : ส่วนตัวผมมองว่า Product marketfit แล้วในตอนนี้ มี2อย่าง คือ 1. Trading 2. Payment อีกตัวที่กำลังจะมาคือ Tokenization หากใครเป็น Builder ลองดู3 ideas นี้นะครับ คิดว่ามีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จเนื่องจาก Tools + Infra ดีๆเยอะมาก ทำให้ Cost ถูก. ตอนนี้สู้กันที่ Niche market อย่างเดียว
ไทย
3
17
44
3.9K
Gun (Kingbund)
Gun (Kingbund)@KingBund·
@theplebth Bullish 1. Stablecoins 2. Payment 3. Tokenization Bearish Almost every else
English
1
0
4
133
benjacker.base.eth.hl.avnt.dime
@theplebth ว่าจะศึกษา payment (crypto card) อยู่ครับ ยังไม่เห็นของไทยเลย ตอนแรกนึกว่ากลุ่มธนาคารจะสนใจทำ
ไทย
1
0
0
387
PLEB | ContributionDAO 🥚
@100x_roiex ทำคนเดียว ได้เท่านี้คือเก่งแล้วครับ. ที่อยากแนะนำเพิ่ม 1. ส่วนตรงกราฟ แนะนำให้ใช้ lib ของ Tradingviewครับ + ทำ socket ดีๆ ครับ ลองให้ Claudเรียกดู 2.ตรง wallet ลองใช้ Privy ดูครับ ง่ายในการ manage
ไทย
1
0
1
257
100x
100x@100x_roiex·
เท่าที่ลองทำ Builder Code ของ Hyperliquid #Hyperliquid #BuilderCode ตอนนี้ - เทรด Perp + HIP-3 ได้ (รอ HIP-4 prediction markets อยู่นะจ๊ะ) - ต่อ ref + ค่าคอม builder code ได้ ข้อดีคือ - ทำ PerpDex ได้ด้วยการทำแค่หน้าบ้าน จะเรียก PerpDex ได้มั้ยก็ไม่รู้ เพราะรู้สึกเหมือนเป็นแค่ Channel นึงในการรับส่งคำสั่งไปยัง Hyperliquid เฉยๆ 😂 - ทุนต่ำ (อันนี้โจทย์ส่วนตัวนะครับตั้งเป้าให้ใช้ cost น้อยที่สุด) ตอนนี้ค่า cost ที่คิดออกคงมีแค่ Cluade มั้ง คุยกับมันทั้งวันจนต้องจ่ายรายเดือน ไม่นับค่าแรกค่าน้ำมูกน้ำมันเด้อออ ปล.ยังไม่ได้มี user จริง จุดยากคือ UX - ทำไงให้มัน smooth ทั้ง sync กับ setting เดิม เช่น ถ้าเราปรับ leverage บน Builder Code บน Hyperliquid ก็ควรอัพเดทด้วย กลับกัน ไปปรับบน Hyperliquid เราก็ควรแสดงล่าสุดด้วย - การจะเริ่มเทรดได้ มันมีกระบวนการอยู่ ต้องเชื่อม wallet ต้อง sign เอา agent key จะจัดการส่วนนี้ยังไงให้ง่ายต่อ user ทำครั้งเดียวแล้ว เทรดได้เรื่อยๆ มันมีทั้งท่าฟรี และเสียตัง - เรื่องฟังก์ชันต่างๆ Hype มันมีเยอะมาก ใช้เวลาไปพอสมควรกับการปรับให้ใช้งานง่าย อะไรที่ซ้ำซ้อนยุบได้ยุบ อะไรไม่ได้ใช้ตัดได้ตัด - กราฟ ทำไงให้ท่าฟรีแต่ออกมาดูพอใช้ได้ เห็นจุด history จุดเข้า จุด Liq. พวก limit order อื่นๆ Technical - ช่วงแรกทำ Web3 ใหม่ๆ เรื่องจัดการ wallet พวกการ Sign ต่างๆ ก็เอาเรื่องอยู่ ต้องมีร้อนบ้างแหละ - เรื่อง API บางที Claude มันเดาบ้าง ก็มีบ่นมันว่าให้เสิร์ชหาข้อมูลดีๆ กว่าจะเทรดได้ กว่าจะทำให้ข้อมูลมันถูกต้อง รายละเอียดยิบย่อยมันเยอะ แล้วพอทำให้มันรองรับ HIP-3 ดันได้หน้าแตกหลัง 😂 แล้วก็ บางทีมาตายน้ำตื่น แก้ไม่ได้สักที จนต้องไปดู Docs ของ Hype ต้นทางถึงพบว่า builder_address ต้องเป็นตัวเล็กหมด AI พาออกทะเลไปสะไกล หัวจาป๊วดดดดด - จัดการเรื่อง fetch ระวังโดน rate limit พอโดนแล้วจัดการการแสดงผลยังไง ข้อมูลที่แสดงผลอยู่ๆมาๆหายๆหรอ มีหลายจุดที่ UI คนละส่วน แต่ใช้ข้อมูลร่วมกัน แล้วก็บางที AI มันอาจทำเกิน อย่าง HIP-3 ที่เราเปิด position อยู่ มันต้องการข้อมูลบางอย่าง ทีแรกไป fetch มาหมด เราลดเอาแค่ที่เราใช้พอ จบและ มีอะไรถามได้ครับ ผมเชียร์นะ เพราะส่วนตัว ผมค่อนข้างติดตาม HYPE มาระดับนึง และเก็บเรื่อยๆ อยู่แล้ว การที่มีคนมาทำ มันยิ่งขยาย ยิ่งเป็นผลดีต่อทั้ง HYPE และผมด้วย 😁
100x tweet media100x tweet media100x tweet media100x tweet media
ไทย
4
9
18
1.4K
PLEB | ContributionDAO 🥚
ผมเข้าใจดีเลยครับ อย่างผมมาจาก จังหวัดตราด อำเภอติดชายแดน ที่บ้านมีโรงกลึงเหล็กเล็กๆ ไว้ให้บริการเรือประมง ตอนป.1 - ม.3 ช่วยที่บ้านเก็บเศษเหล็กขาย , เศษเหล็กคือเศษเหล็กจริงๆ แบบผงที่เกิดจากกระบวนการกลึงเหล็ก เก็บพวกนั้นขายนั่นแหละ. ชีวิตพึ่งมาเข้าสู่สังคมเรียนจริงๆ ตอน ม.4 และ เข้า กรุงเทพครั้งแรกตอน เรียน ป.ตรี ที่ ธรรมศาสตร์ ตอนนี้ผมอายุ 31 ปีแล้ว ผมคิดว่าผมแค่โชคดีที่มองเห็นโอกาสเรื่อง Digital Asset ก่อนใครแค่นั้นแหละ ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงทำได้ดีกว่าผมแน่ๆ ครั้งแรกที่เข้าวงการ Crypto คือ ขอเงินแม่ 10,000 บาท
วัวทุกภาคส่วน@ppppcuddle

คนมาจากครอบครัวปานกลางล่าง - ล่าง จะเปลี่ยนฐานะได้ต้องใช้ความมุ่งมั่นห้าเท่าสิบเท่า ยากจริงๆ ทั้งยากเข็นและยากเข็ญ สังคมรอบตัวรายล้อมแต่คนที่"คิดได้แค่นั้น" แรงเสียดทานมันเยอะมาก ขอเป็นกำลังใจให้คนที่พยายามสู้อยู่ มีแค่เราเท่านั้นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของตัวเราเองได้

ไทย
1
5
31
5.6K
PLEB | ContributionDAO 🥚
ตอนปี 2020 Doge ขึ้นจาก 0.003$ ไป 0.7$ ใช้เวลาแค่เพียง5เดือน ได้เกือบ240x ผมคิดว่าในยุค Hyper Gambling Society อาจจะมีโอกาสเกิดแบบนี้ขึ้นได้อีกครั้ง แต่ผมไม่รู้จริงๆว่าเป็นตัวไหน เพราะถ้าผมรู้ ผมไม่ต้องทำงานให้ปวดหลังแล้วครับ
PLEB | ContributionDAO 🥚@theplebth

ก่อนที่ผมจะเขียนเรื่อง Hyper Gambling Society ตอนต้นปี 2026 ผมกลับมานั่งดูพอร์ตตัวเอง + สถานการณ์ของตลาด Crypto ทั้งหมด ผมก็รู้สึกว่า โลก Web3 กำลังเปลี่ยนไป. . จากเดิมคนที่เป็น Cypherpunk หลายๆ คนเริ่มเปลี่ยนจาก Fundamental Play กลายเป็น Ideology Play กันเยอะมาก . ถ้าเป็นโลก หุ้นปกติ เกมในการวิเคราะห์มันค่อนข้างชัดเจน เช่นคุณต้องดูพวก >Revenue >Profit >P/E >ROE >Free Cash Flow >และอื่นๆ ถ้าตัวเลขดี = ซื้อ ถ้าตัวเลขแย่ = ขาย . แต่ตอนนี้คนใน Crypto เริ่มมองทุกโปรเจกต์ด้วยแว่นตา Web2 analysis เต็มตัว เช่น ดู revenue, user growth, tokenomics แบบ startup ทั่วไป, TVL, DAU อะไรพวกนั้น ซึ่งมันทำให้โปรเจกต์ยุคใหม่ เกิดยากขึ้นมากเพราะไม่ได้รับโอกาส เอาจริงๆ Crypto นี่แม่ง Fake Traction กันได้โครตง่าย ไม่ว่าจะ TVL , DAU , Volume , On-chain revenue บลาๆ ไปดูเหตุการณ์พวกนั้นได้เลย เยอะมากๆๆๆๆๆ ที่ Pump ขึ้นมา. ตัวอย่างที่ผมมักจะยกในเคสนี้คือ Berachain. จาก TVL ที่มี $3,000m ผ่านไป 1 ปี เหลือ $90m. [OMG, What da hell ลงขนาดนี้] . ตอนนี้ผมมองว่า Crypto ไม่ได้เป็นสงครามของตัวเลข แต่มันเป็น สงครามของความเชื่อ และอุดมการณ์ . ลองดูตัวอย่างง่าย ๆ เช่น 1.Bitcoin > ไม่มี Metrics ใดๆ ในเชิงธุรกิจ ถ้าเอา logic ของหุ้นมาดู มันแทบจะวิเคราะห์อะไรไม่ได้เลย แต่สิ่งที่ Bitcoin มี คือ narrative เรื่อง Sound Money และการต่อต้านระบบเงินเฟ้อของรัฐ ซึ่งเป็น narrative ที่แข็งแรงมาก แข็งแรงพอที่คนทั้งโลกจะถือมันเป็นสิบปี โดยไม่สนใจ volatility . 2.Zcash อยู่ก็เป็นประเด็นขึ้นในโลก Twitter ที่คนพูดถึง Privacy meta ซึ่งเหมือน Bitcoin เลย มันไม่ได้มีรายได้หรือMetrics ใดๆ ในเชิงธุรกิจ แต่ community ของมันเชื่อในเรื่อง Privacy แบบจริงจังมาก ทำให้ราคาขึ้น 20x เพียงแค่ 1-2 เดือน . ทั้ง2เหรียญนี้ มันเป็นเรื่องของ Ideology มากกว่าการลงทุนชัดๆ . พอคิดแบบนี้ ผมเริ่มรู้สึกว่า การวิเคราะห์ Crypto ด้วย ตัวเลขอย่างเดียวมันไม่พอ เพราะตัวเลขในโลกนี้ จริง ๆ แล้วมัน manipulate ได้ง่ายมากอย่างที่ผมบอกไป แต่มีอย่างหนึ่งที่ manipulate ยาก คือ "belief" . คุณอาจ fake volume ได้ แต่คุณ fake conviction ของ community ยากมาก. ไม่งั้นพวก Meme อย่าง Doge , PEPE มันไม่ได้มาไกลขนาดนี้แน่ๆ . อีกหนึ่งเหตุผลที่ผมรู้สึกว่า คนจำนวนมากเริ่มเล่น Ideology มากขึ้น คือ ความซับซ้อนของ Defi . ผมบอกได้เลยว่าตอนนี้ระบบของ Defi เริ่มซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ เช่น > smart contract ซ้อนกันหลายชั้น > ยิ่งเกี่ยวกับ Price ทำให้ความเสี่ยงที่เกิดจาก Oracle มีโอกาสมากขึ้น เช่นเหตุการณ์ของ AAVE ที่อัพเดท Price ไม่ Current โดนไป $21M. . เหตุการณ์ที่เราเห็นปกติได้ในทุกสัปดาห์ของ Defi คือ >Hack >Rug >Error . ผมไม่ได้คิดว่า DeFi ล้มเหลวนะ แต่ผมคิดว่ามันเป็นตัวอย่างที่ดีว่า ยิ่งระบบซับซ้อน , อุดมการณ์ยิ่งเลือนหายไป. . แล้วช่วงนี้ผมทำอะไร ? 1. ก็ทำProduct ใหม่อยู่ ใกล้เปิดตัวแล้วครับ ฝากติดตามด้วยนะครับ 2. ทำ Research ในพวก Ideology meta เพื่อหา alpha , ผมเริ่มสนใจ asset ที่มีลักษณะแบบนี้มากขึ้น เช่น > อุดมการณ์ชัด > community แข็ง > คนถือเพราะ belief ไม่ใช่เพราะ yield . metrics ที่ผมดูตอนนี้ มันเลยไม่เหมือนตอนเล่นหุ้นครับ ผมดูพวก 1. คนถือยาวไหม 2. community defend project แค่ไหน 3. narrative ยังมี momentum หรือเปล่า 4. คนนอก web3 ใช้มัน หรือพุดถึงมันหรือป่าว 5.บางทีผมดู culture มากกว่าดู dashboard ด้วยซ้ำตอนนี้ 555+ . และในโลกที่กำลังกลายเป็น Hyper Gambling Society บางทีสิ่งที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่ตัวเลข แต่คือ Conviction ก็ได้. . เหมือนเดิมครับ บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน เพราะการลงทุนมีความเสี่ยงชิบหายครับผม

ไทย
2
6
28
6K
Xaypanya Thipphavong
Xaypanya Thipphavong@xaypanya_·
@theplebth ผมอ่านแล้วเศร้าเลย เพิ่งจะเรียน ม. ปีแรก
ไทย
1
0
1
54
PLEB | ContributionDAO 🥚
PLEB | ContributionDAO 🥚@theplebth·
ผมตั้งใจเขียนโพสนี้มากๆ ด้วยความที่ผมกำลังสร้าง Project ที่มีไอเดียในการแก้ปัญหานี้. . ผมสัมผัสได้ว่า Financial Nihilism กำลังก่อตัวขึ้นในระดับที่น่ากลัวมากๆ ทั้งในไทย และทั่วโลก และมันกำลังจะนำสังคมไปสู่ Hyper Gambling Society โดยเฉพาะ Gen Z และ Gen Alpha . นิยามสั้นๆ ของ 1. Financial Nihilism ในบริบทนี้ = ความรู้สึก "ช่างมันเถอะ ทำยังไงก็ไม่รวย" ซึ่งไม่ว่าจะทำงานหนัก , ประหยัด, หาความรู้หรือเดินตามเส้นทางอย่างปลอดภัย สุดท้ายก็ยัง ตามไม่ทันเกมความมั่งคั่งสักที ต่อให้ทำทุกอย่างถูกต้อง ก็ยังไม่มีทางรวยแบบรุ่นก่อน . 2. Hyper Gambling ในบริบทนี้ = โลกที่แทบทุกอย่างในชีวิตกลายเป็นการพนันเพื่อหาอนาคตที่ดีกว่า . _________________________________ . สัญญาณที่เห็นทุกวัน 1. Ai จะครองโลก 2. คนจะตกงาน / การเลิกจ้าง 3. สงคราม 4. การโกง / การคอรัปชั่น 5. ความรู้ทางการเงิน [ เยอะมาก โครตเยอะ ซึ่ง ยุคนี้เยอะโครตๆ เสมือนทุกคนจะกลายเป็นกูรูกันไปหมดแล้ว ] 6. การปิดกิจการ และอื่นๆ อีกมากมาย . ผมมองว่าสิ่งที่บีบบังคับให้สังคมเราตอนนี้ มุ่งไปสู่ Financial Nihilism มีอยู่ด้วยกัน 4 มิติ #มิติที่ 1. การบีบอัดของเศรษฐกิจที่รุนแรงมาก . ระบบเศรษฐกิจกำลังบีบตัวแบบนี้ คนรวย = รวยขึ้นเร็วมาก คนจน = ตามไม่ทันมากขึ้นเรื่อยๆ ภาพชัดเจนคือ > ใครที่ถือสินทรัพย์อยู่แล้วจะยิ่งรวยขึ้นเร็ว > แต่คนที่มีแค่แรงงานจะยิ่งตามไม่ทัน . ตัวอย่างที่เห็นชัด > ข้าวของแพงมากขึ้น สวนทางกับรายได้ > ราคาบ้านโตเร็วกว่ารายได้หลายเท่าตัว > สินทรัพย์ทางการเงินโตเร็วกว่าค่าแรงมากๆ > หนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนของหลายประเทศอยู่ในระดับสูง > ทุกประเทศต่างก็พิมพ์เงินออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ . การเก็บเงินแบบเดิมแทบไม่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อและราคาสินทรัพย์ได้ . ทำให้ผมรู้สึกว่า เศรษฐกิจยุคนี้มันไม่เหมือนเดิมที่แบบว่า “ทุกคนโตไปพร้อมกัน” แต่มันเริ่มกลายเป็น "โตเพื่อกินรวบคนเดียว" และระบบเศรษฐกิจแบบปัจจุบันเริ่มสร้างความรู้สึกว่าเกมนี้ถูกออกแบบมาให้บางคนชนะตั้งแต่แรก. . และนั่นคือจุดที่สังคมเริ่มไหลเข้าสู่ Hyper Gambling . เพราะถ้าเส้นทางปกติไม่สามารถพาไปถึงอนาคตที่ต้องการ ได้ ดังนั้น "การเสี่ยงครั้งใหญ่ อาจดูเป็นทางเลือกที่ “สมเหตุสมผล” มากกว่า" . #มิติที่ 2.ความเหลื่อมล้ำทางสังคม *ทุกคนรู้อยู่แล้วแหละ ผมเลยขอข้ามข้อมูลตรงนี้ #มิติที่ 3.ความเร็วของการเปลี่ยนแปลงที่เร็วกว่าอัตราการปรับตัวของสังคมมนุษย์ * อีกแรงกดดันหนึ่งของยุคนี้ คือ ความเร็วของความรู้ที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่าความสามารถของสังคมในการปรับตัว. . ในอดีต การเปลี่ยนแปลงของความรู้มักเกิดเป็นช่วงเวลา เช่น > เทคโนโลยีใหม่ ยกตัวอย่าง เช่น Internet > โมเดลธุรกิจใหม่ ยกตัวอย่าง เช่น การกิน Buffet > แนวคิดใหม่ๆ ยกตัวอย่าง เช่น Startup Model . โดยปกติแล้ว การปรับตัวมักใช้เวลาหลายสิบปีในการแพร่กระจาย ทำให้สังคมมีเวลาปรับตัว ส่งผลให้ระบบการศึกษาเปลี่ยนตามและทักษะในตลาดแรงงานค่อย ๆ ปรับ ทำให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้จากคนรุ่นก่อนได้ . แต่ในโลกปัจจุบัน วงจรนี้กำลังถูกทำลายไปแล้วครับ > ความรู้ใหม่เกิดขึ้นเร็วมาก และกระจายทั่วโลกแทบจะทันที . สิ่งที่เกิดขึ้นคือ . 1.ประสบการณ์ของคนรุ่นก่อน เริ่มใช้กับโลกของคนรุ่นหลังได้น้อยลงเรื่อย ๆ ในเชิงสังคมวิทยา นี่คือภาวะที่เรียกว่า breakdown of generational knowledge transfer หรือก็คือ "ความรู้ที่เคยถูกถ่ายทอจากรุ่นสู่รุ่นเริ่มไม่สามารถใช้อธิบายโลกปัจจุบันได้" . ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด เช่น > อาชีพที่มั่นคงในอดีต อาจไม่มั่นคงอีกต่อไป > ทักษะที่เคยใช้ได้ทั้งชีวิต วันนี้อาจล้าสมัยในไม่กี่ปี > เส้นทางชีวิตแบบเดิม เช่น เรียน , ทำงาน , เกษียณ เริ่มไม่แน่นอน. . ภาพที่ชัดเจนคือ "ปรากฏการณ์ ใบปริญา ไร้ความหมาย" . เมื่อสังคมไม่สามารถให้ “แผนที่ชีวิต” ที่ชัดเจนได้เหมือนเดิม คนรุ่นใหม่จึงต้องใช้ชีวิตในโลกที่ > ไม่มีคู่มือที่เชื่อถือได้ . สังคมจึงเข้าสู่ช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยคำถามมากมาย เช่น > เส้นทางชีวิตแบบไหนควรเลือก > ทักษะอะไรจะยังมีค่าในอนาคต . นี่คือหนึ่งในสภาพแวดล้อมที่ทำให้ > ความไม่แน่นอน > ความเสี่ยง > และการทดลอง กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมยุคใหม่ และมันคืออีกหนึ่งแรงที่ผลักสังคมเข้าใกล้ . #มิติที่ 4 เงินคือพระเจ้า. " เงินเริ่มกลายเป็นตัวชี้วัดคุณค่าของชีวิตแทบทุกมิติ " ใครๆก็อยากรวย รวมถึงผมด้วยเช่นกัน เพราะรวยแล้วชีวิตดี, สุขภาพดี. คำถามคือ แล้วเราจะรวยได้ยังไงในยุคนี้ ? . ทุกคนรู้อยู่แล้วอะ อย่างที่บอกเลย ถ้าความรู้มีอยู่เต็มไปหมด แล้วทำไมคนส่วนใหญ่ยังไม่รวย ? . นั่นสินะ เป็นคำถามที่ยากจะหาคำตอบจริงๆ เพราะบริบทของบุคคลนั้นไม่เหมือนกัน. . ___________ . ทำไมการพนัน / การเสี่ยงโชค ถึงไม่เคยหายไป และมันก็ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ . คำถามคือ ทุกคนรู้ว่าการพนันมีโอกาสเสียมากกว่าได้ แต่ทำไมมันถึงยังมีคนใช้งานเยอะมาก. ป้าข้างบนผมทำงานได้วันละ 500 บาท แต่เก็บเงินไว้ซื้อ ล็อตเตอรี่วันละ 80 บาทได้ทุกวัน . ผมถามเขาว่า ป้าไม่เก็บเงิน 80 บาททุกวัน ได้เดือนละ 2,400 บาท นำไปลงทุน ไม่ดีกว่าเหรอ ? . ป้าคนนั้นบอกผมว่า "เอาเวลาไปหาความรู้พวกนั้น มาทำงานใช้แรง แล้วซื้อลอตเตอรี่ดีกว่า อย่างน้อยมันมีโอกาสได้ 8 ล้านบาท ป้าเห็นคนถูกหวยทุกวันเลย ป้าอยากเป็นคนนั้น ป้าอยากเปลี่ยนชีวิต" . ผมได้ฟังแล้วก็รู้สึกว่า อืม ก็เป็นไอเดียที่น่าสนใจนะ ผมเลยลองคำนวนดู > สมมติว่าเก็บเงินได้ปีละ 28,800 บาท ต่อให้ลงทุนและได้ผลตอบแทน 8% ต่อปี มันก็ยังห่างไกลจากคำว่า “เปลี่ยนชีวิต” แต่ลอตเตอรี่ต่างออกไป แม้โอกาสจะต่ำมาก แต่ payoff ของมันคือ "การเปลี่ยนชีวิตทันที" . ผมคิดว่าในมุมของคนที่รายได้จำกัด การเลือก “โอกาสเล็ก ๆ ที่จะได้ 8 ล้าน” อาจดูสมเหตุสมผลกว่าการสะสมเงินทีละเล็กทีละน้อย ซึ่งอาจต้องใช้เวลา 20–30 ปี. . ผมมีมุมมองหนึ่ง คือ เส้นทางการสร้างความมั่งคั่งแบบปกติ ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจสำหรับคนจำนวนมาก เมื่อระบบ ณ ปัจจุบัน มีลักษณะแบบ Financial Nihilism. . ส่งผลให้ > ผู้คนจึงหันไปหา ลอตเตอรี่ , การพนัน , การเก็งกำไร หรือสินทรัพย์เสี่ยงสูง . เพราะมันเป็น เครื่องมือไม่กี่อย่างที่เปิดโอกาสให้ชีวิตเปลี่ยนแบบก้าวกระโดด และนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ . > การพนันไม่เคยหายไปจากสังคม และในโลกที่ความมั่งคั่งกระจุกตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ พฤติกรรมแบบนี้ อาจไม่ได้ลดลง แต่มันอาจจะ เพิ่มขึ้นนำไปสู่ Hyper Gambling Society . ________ แล้ว Crypto อยู่ตรงไหนของเรื่องนี้? . หลายคนเคยบอกว่า crypto ไม่ใช่ gambling แต่ถ้าพูดกันตรงๆในมุมของผม [ย้ำว่าของผมคนเดียว] . Ecosystem บางส่วนของ crypto ตอนนี้มันก็กลายเป็น hyper gambling ไปแล้วครับ . > เหรียญมีมต่างๆ ลง 100 บาท ได้ 1,000,000 บาท > การใช้เครื่องมือทางการเงินชั้นสูง อย่าง Leveraging ในการซื้อ Asset ทุกชนิด เช่น มีเงิน 10,000 บาท อยากซื้อหุ้น Google 50,000 บาท [ Leveraging ช่วยให้คุณทำสิ่งนี้ได้ โดยแลกกับความเสี่ยงที่เงินต้นคุณจะเหลือ 0 ] > Prediction Market โครตฮิตในโลกตอนนี้ > การเข้าถึงของ Capital และ Tooling ได้อย่างอิสระ ไร้รอยต่อ เร่งให้คนสามารถใช้งานพวกนี้ได้ > มีของเล่นใหม่ๆ ที่กระตุ้นโดปามีนของมนุษย์ออกมาได้ตลอด . _________ . เพื่อนๆ คิดว่ายังไงบ้าง ?
PLEB | ContributionDAO 🥚 tweet media
ไทย
17
324
491
76.7K
PLEB | ContributionDAO 🥚
ถ้า Mini-Bull run เกิดขึ้นใน Cycle นี้ ระหว่าง Fundamental-played Vs Ideology-played ตัวไหนจะ Make money ได้มากกว่ากัน. มารอดูกัน
1
1
15
1.6K
PLEB | ContributionDAO 🥚
@meowmeoeow อย่างที่ผมบอกครับ ทุกคนกำลังถูกเปลี่ยนให้เป็นนักลงทุน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง.
ไทย
0
0
0
68
เมี๊ยวๆครับ🔑⚡🌕
@theplebth ผมเห็นต่างครับ จริงอยู่ที่ gambling มันเพิ่มขึ้นแต่ภาพใหญ่คือการเพิ่มขึ้นของการใช้เงินทำงานครับ ในยุคที่ความรู้หาง่าย การหาเงินด้วยแรงงานจึงลดลงและค่อยๆถูกแทนที่ด้วยการหาเงินด้วยเงินทุน
ไทย
1
0
1
56
Tiny Whale 🐳
Tiny Whale 🐳@walker_better·
@theplebth อ่านจนจบอีกคน ต้องยอมรับว่าเขียนและเรียบเรียงได้ดีมากคับ
ไทย
1
0
1
25
PLEB | ContributionDAO 🥚
@Bonfire6996 วงการเทรดหุ้น , อสังหาหลายท่านก็มากันเต็มเลยครับ
ไทย
0
0
0
235
PeeMa ZAMA ⚔️ (❖,❖)
@theplebth เซียนพระยังหันมาเปิดจุ่มหน้าร้านเลยคับ😂
ไทย
1
0
1
376
PLEB | ContributionDAO 🥚
เห็นกระแส การ์ด Onepiece , Naruto , Pokemon ที่ GenY ลงมากำลัง Fomo. พ่อค้าแม่ค้า ย้ายตลาดมา Card Meta กัน นั่นแหละคือ Hyper Gambling. ที่ไหนที่ลงเงิน 1,000 บาท แล้วได้กลับมา 2-100x นี่นั่นจะมีเม็ดเงินไหลเข้าไปเสมอ.
PLEB | ContributionDAO 🥚@theplebth

ผมตั้งใจเขียนโพสนี้มากๆ ด้วยความที่ผมกำลังสร้าง Project ที่มีไอเดียในการแก้ปัญหานี้. . ผมสัมผัสได้ว่า Financial Nihilism กำลังก่อตัวขึ้นในระดับที่น่ากลัวมากๆ ทั้งในไทย และทั่วโลก และมันกำลังจะนำสังคมไปสู่ Hyper Gambling Society โดยเฉพาะ Gen Z และ Gen Alpha . นิยามสั้นๆ ของ 1. Financial Nihilism ในบริบทนี้ = ความรู้สึก "ช่างมันเถอะ ทำยังไงก็ไม่รวย" ซึ่งไม่ว่าจะทำงานหนัก , ประหยัด, หาความรู้หรือเดินตามเส้นทางอย่างปลอดภัย สุดท้ายก็ยัง ตามไม่ทันเกมความมั่งคั่งสักที ต่อให้ทำทุกอย่างถูกต้อง ก็ยังไม่มีทางรวยแบบรุ่นก่อน . 2. Hyper Gambling ในบริบทนี้ = โลกที่แทบทุกอย่างในชีวิตกลายเป็นการพนันเพื่อหาอนาคตที่ดีกว่า . _________________________________ . สัญญาณที่เห็นทุกวัน 1. Ai จะครองโลก 2. คนจะตกงาน / การเลิกจ้าง 3. สงคราม 4. การโกง / การคอรัปชั่น 5. ความรู้ทางการเงิน [ เยอะมาก โครตเยอะ ซึ่ง ยุคนี้เยอะโครตๆ เสมือนทุกคนจะกลายเป็นกูรูกันไปหมดแล้ว ] 6. การปิดกิจการ และอื่นๆ อีกมากมาย . ผมมองว่าสิ่งที่บีบบังคับให้สังคมเราตอนนี้ มุ่งไปสู่ Financial Nihilism มีอยู่ด้วยกัน 4 มิติ #มิติที่ 1. การบีบอัดของเศรษฐกิจที่รุนแรงมาก . ระบบเศรษฐกิจกำลังบีบตัวแบบนี้ คนรวย = รวยขึ้นเร็วมาก คนจน = ตามไม่ทันมากขึ้นเรื่อยๆ ภาพชัดเจนคือ > ใครที่ถือสินทรัพย์อยู่แล้วจะยิ่งรวยขึ้นเร็ว > แต่คนที่มีแค่แรงงานจะยิ่งตามไม่ทัน . ตัวอย่างที่เห็นชัด > ข้าวของแพงมากขึ้น สวนทางกับรายได้ > ราคาบ้านโตเร็วกว่ารายได้หลายเท่าตัว > สินทรัพย์ทางการเงินโตเร็วกว่าค่าแรงมากๆ > หนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนของหลายประเทศอยู่ในระดับสูง > ทุกประเทศต่างก็พิมพ์เงินออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ . การเก็บเงินแบบเดิมแทบไม่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อและราคาสินทรัพย์ได้ . ทำให้ผมรู้สึกว่า เศรษฐกิจยุคนี้มันไม่เหมือนเดิมที่แบบว่า “ทุกคนโตไปพร้อมกัน” แต่มันเริ่มกลายเป็น "โตเพื่อกินรวบคนเดียว" และระบบเศรษฐกิจแบบปัจจุบันเริ่มสร้างความรู้สึกว่าเกมนี้ถูกออกแบบมาให้บางคนชนะตั้งแต่แรก. . และนั่นคือจุดที่สังคมเริ่มไหลเข้าสู่ Hyper Gambling . เพราะถ้าเส้นทางปกติไม่สามารถพาไปถึงอนาคตที่ต้องการ ได้ ดังนั้น "การเสี่ยงครั้งใหญ่ อาจดูเป็นทางเลือกที่ “สมเหตุสมผล” มากกว่า" . #มิติที่ 2.ความเหลื่อมล้ำทางสังคม *ทุกคนรู้อยู่แล้วแหละ ผมเลยขอข้ามข้อมูลตรงนี้ #มิติที่ 3.ความเร็วของการเปลี่ยนแปลงที่เร็วกว่าอัตราการปรับตัวของสังคมมนุษย์ * อีกแรงกดดันหนึ่งของยุคนี้ คือ ความเร็วของความรู้ที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่าความสามารถของสังคมในการปรับตัว. . ในอดีต การเปลี่ยนแปลงของความรู้มักเกิดเป็นช่วงเวลา เช่น > เทคโนโลยีใหม่ ยกตัวอย่าง เช่น Internet > โมเดลธุรกิจใหม่ ยกตัวอย่าง เช่น การกิน Buffet > แนวคิดใหม่ๆ ยกตัวอย่าง เช่น Startup Model . โดยปกติแล้ว การปรับตัวมักใช้เวลาหลายสิบปีในการแพร่กระจาย ทำให้สังคมมีเวลาปรับตัว ส่งผลให้ระบบการศึกษาเปลี่ยนตามและทักษะในตลาดแรงงานค่อย ๆ ปรับ ทำให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้จากคนรุ่นก่อนได้ . แต่ในโลกปัจจุบัน วงจรนี้กำลังถูกทำลายไปแล้วครับ > ความรู้ใหม่เกิดขึ้นเร็วมาก และกระจายทั่วโลกแทบจะทันที . สิ่งที่เกิดขึ้นคือ . 1.ประสบการณ์ของคนรุ่นก่อน เริ่มใช้กับโลกของคนรุ่นหลังได้น้อยลงเรื่อย ๆ ในเชิงสังคมวิทยา นี่คือภาวะที่เรียกว่า breakdown of generational knowledge transfer หรือก็คือ "ความรู้ที่เคยถูกถ่ายทอจากรุ่นสู่รุ่นเริ่มไม่สามารถใช้อธิบายโลกปัจจุบันได้" . ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด เช่น > อาชีพที่มั่นคงในอดีต อาจไม่มั่นคงอีกต่อไป > ทักษะที่เคยใช้ได้ทั้งชีวิต วันนี้อาจล้าสมัยในไม่กี่ปี > เส้นทางชีวิตแบบเดิม เช่น เรียน , ทำงาน , เกษียณ เริ่มไม่แน่นอน. . ภาพที่ชัดเจนคือ "ปรากฏการณ์ ใบปริญา ไร้ความหมาย" . เมื่อสังคมไม่สามารถให้ “แผนที่ชีวิต” ที่ชัดเจนได้เหมือนเดิม คนรุ่นใหม่จึงต้องใช้ชีวิตในโลกที่ > ไม่มีคู่มือที่เชื่อถือได้ . สังคมจึงเข้าสู่ช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยคำถามมากมาย เช่น > เส้นทางชีวิตแบบไหนควรเลือก > ทักษะอะไรจะยังมีค่าในอนาคต . นี่คือหนึ่งในสภาพแวดล้อมที่ทำให้ > ความไม่แน่นอน > ความเสี่ยง > และการทดลอง กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมยุคใหม่ และมันคืออีกหนึ่งแรงที่ผลักสังคมเข้าใกล้ . #มิติที่ 4 เงินคือพระเจ้า. " เงินเริ่มกลายเป็นตัวชี้วัดคุณค่าของชีวิตแทบทุกมิติ " ใครๆก็อยากรวย รวมถึงผมด้วยเช่นกัน เพราะรวยแล้วชีวิตดี, สุขภาพดี. คำถามคือ แล้วเราจะรวยได้ยังไงในยุคนี้ ? . ทุกคนรู้อยู่แล้วอะ อย่างที่บอกเลย ถ้าความรู้มีอยู่เต็มไปหมด แล้วทำไมคนส่วนใหญ่ยังไม่รวย ? . นั่นสินะ เป็นคำถามที่ยากจะหาคำตอบจริงๆ เพราะบริบทของบุคคลนั้นไม่เหมือนกัน. . ___________ . ทำไมการพนัน / การเสี่ยงโชค ถึงไม่เคยหายไป และมันก็ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ . คำถามคือ ทุกคนรู้ว่าการพนันมีโอกาสเสียมากกว่าได้ แต่ทำไมมันถึงยังมีคนใช้งานเยอะมาก. ป้าข้างบนผมทำงานได้วันละ 500 บาท แต่เก็บเงินไว้ซื้อ ล็อตเตอรี่วันละ 80 บาทได้ทุกวัน . ผมถามเขาว่า ป้าไม่เก็บเงิน 80 บาททุกวัน ได้เดือนละ 2,400 บาท นำไปลงทุน ไม่ดีกว่าเหรอ ? . ป้าคนนั้นบอกผมว่า "เอาเวลาไปหาความรู้พวกนั้น มาทำงานใช้แรง แล้วซื้อลอตเตอรี่ดีกว่า อย่างน้อยมันมีโอกาสได้ 8 ล้านบาท ป้าเห็นคนถูกหวยทุกวันเลย ป้าอยากเป็นคนนั้น ป้าอยากเปลี่ยนชีวิต" . ผมได้ฟังแล้วก็รู้สึกว่า อืม ก็เป็นไอเดียที่น่าสนใจนะ ผมเลยลองคำนวนดู > สมมติว่าเก็บเงินได้ปีละ 28,800 บาท ต่อให้ลงทุนและได้ผลตอบแทน 8% ต่อปี มันก็ยังห่างไกลจากคำว่า “เปลี่ยนชีวิต” แต่ลอตเตอรี่ต่างออกไป แม้โอกาสจะต่ำมาก แต่ payoff ของมันคือ "การเปลี่ยนชีวิตทันที" . ผมคิดว่าในมุมของคนที่รายได้จำกัด การเลือก “โอกาสเล็ก ๆ ที่จะได้ 8 ล้าน” อาจดูสมเหตุสมผลกว่าการสะสมเงินทีละเล็กทีละน้อย ซึ่งอาจต้องใช้เวลา 20–30 ปี. . ผมมีมุมมองหนึ่ง คือ เส้นทางการสร้างความมั่งคั่งแบบปกติ ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจสำหรับคนจำนวนมาก เมื่อระบบ ณ ปัจจุบัน มีลักษณะแบบ Financial Nihilism. . ส่งผลให้ > ผู้คนจึงหันไปหา ลอตเตอรี่ , การพนัน , การเก็งกำไร หรือสินทรัพย์เสี่ยงสูง . เพราะมันเป็น เครื่องมือไม่กี่อย่างที่เปิดโอกาสให้ชีวิตเปลี่ยนแบบก้าวกระโดด และนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ . > การพนันไม่เคยหายไปจากสังคม และในโลกที่ความมั่งคั่งกระจุกตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ พฤติกรรมแบบนี้ อาจไม่ได้ลดลง แต่มันอาจจะ เพิ่มขึ้นนำไปสู่ Hyper Gambling Society . ________ แล้ว Crypto อยู่ตรงไหนของเรื่องนี้? . หลายคนเคยบอกว่า crypto ไม่ใช่ gambling แต่ถ้าพูดกันตรงๆในมุมของผม [ย้ำว่าของผมคนเดียว] . Ecosystem บางส่วนของ crypto ตอนนี้มันก็กลายเป็น hyper gambling ไปแล้วครับ . > เหรียญมีมต่างๆ ลง 100 บาท ได้ 1,000,000 บาท > การใช้เครื่องมือทางการเงินชั้นสูง อย่าง Leveraging ในการซื้อ Asset ทุกชนิด เช่น มีเงิน 10,000 บาท อยากซื้อหุ้น Google 50,000 บาท [ Leveraging ช่วยให้คุณทำสิ่งนี้ได้ โดยแลกกับความเสี่ยงที่เงินต้นคุณจะเหลือ 0 ] > Prediction Market โครตฮิตในโลกตอนนี้ > การเข้าถึงของ Capital และ Tooling ได้อย่างอิสระ ไร้รอยต่อ เร่งให้คนสามารถใช้งานพวกนี้ได้ > มีของเล่นใหม่ๆ ที่กระตุ้นโดปามีนของมนุษย์ออกมาได้ตลอด . _________ . เพื่อนๆ คิดว่ายังไงบ้าง ?

ไทย
3
30
62
11.7K
PLEB | ContributionDAO 🥚
@EthereumThaila1 ราคาถูกด้วยครับ + พม่าก็เก่งครับ ในไทย หลายบริษัทรับกลุ่มนี้อยู่ครับ
ไทย
2
0
1
346
PLEB | ContributionDAO 🥚
PLEB | ContributionDAO 🥚@theplebth·
ก่อนที่ผมจะเขียนเรื่อง Hyper Gambling Society ตอนต้นปี 2026 ผมกลับมานั่งดูพอร์ตตัวเอง + สถานการณ์ของตลาด Crypto ทั้งหมด ผมก็รู้สึกว่า โลก Web3 กำลังเปลี่ยนไป. . จากเดิมคนที่เป็น Cypherpunk หลายๆ คนเริ่มเปลี่ยนจาก Fundamental Play กลายเป็น Ideology Play กันเยอะมาก . ถ้าเป็นโลก หุ้นปกติ เกมในการวิเคราะห์มันค่อนข้างชัดเจน เช่นคุณต้องดูพวก >Revenue >Profit >P/E >ROE >Free Cash Flow >และอื่นๆ ถ้าตัวเลขดี = ซื้อ ถ้าตัวเลขแย่ = ขาย . แต่ตอนนี้คนใน Crypto เริ่มมองทุกโปรเจกต์ด้วยแว่นตา Web2 analysis เต็มตัว เช่น ดู revenue, user growth, tokenomics แบบ startup ทั่วไป, TVL, DAU อะไรพวกนั้น ซึ่งมันทำให้โปรเจกต์ยุคใหม่ เกิดยากขึ้นมากเพราะไม่ได้รับโอกาส เอาจริงๆ Crypto นี่แม่ง Fake Traction กันได้โครตง่าย ไม่ว่าจะ TVL , DAU , Volume , On-chain revenue บลาๆ ไปดูเหตุการณ์พวกนั้นได้เลย เยอะมากๆๆๆๆๆ ที่ Pump ขึ้นมา. ตัวอย่างที่ผมมักจะยกในเคสนี้คือ Berachain. จาก TVL ที่มี $3,000m ผ่านไป 1 ปี เหลือ $90m. [OMG, What da hell ลงขนาดนี้] . ตอนนี้ผมมองว่า Crypto ไม่ได้เป็นสงครามของตัวเลข แต่มันเป็น สงครามของความเชื่อ และอุดมการณ์ . ลองดูตัวอย่างง่าย ๆ เช่น 1.Bitcoin > ไม่มี Metrics ใดๆ ในเชิงธุรกิจ ถ้าเอา logic ของหุ้นมาดู มันแทบจะวิเคราะห์อะไรไม่ได้เลย แต่สิ่งที่ Bitcoin มี คือ narrative เรื่อง Sound Money และการต่อต้านระบบเงินเฟ้อของรัฐ ซึ่งเป็น narrative ที่แข็งแรงมาก แข็งแรงพอที่คนทั้งโลกจะถือมันเป็นสิบปี โดยไม่สนใจ volatility . 2.Zcash อยู่ก็เป็นประเด็นขึ้นในโลก Twitter ที่คนพูดถึง Privacy meta ซึ่งเหมือน Bitcoin เลย มันไม่ได้มีรายได้หรือMetrics ใดๆ ในเชิงธุรกิจ แต่ community ของมันเชื่อในเรื่อง Privacy แบบจริงจังมาก ทำให้ราคาขึ้น 20x เพียงแค่ 1-2 เดือน . ทั้ง2เหรียญนี้ มันเป็นเรื่องของ Ideology มากกว่าการลงทุนชัดๆ . พอคิดแบบนี้ ผมเริ่มรู้สึกว่า การวิเคราะห์ Crypto ด้วย ตัวเลขอย่างเดียวมันไม่พอ เพราะตัวเลขในโลกนี้ จริง ๆ แล้วมัน manipulate ได้ง่ายมากอย่างที่ผมบอกไป แต่มีอย่างหนึ่งที่ manipulate ยาก คือ "belief" . คุณอาจ fake volume ได้ แต่คุณ fake conviction ของ community ยากมาก. ไม่งั้นพวก Meme อย่าง Doge , PEPE มันไม่ได้มาไกลขนาดนี้แน่ๆ . อีกหนึ่งเหตุผลที่ผมรู้สึกว่า คนจำนวนมากเริ่มเล่น Ideology มากขึ้น คือ ความซับซ้อนของ Defi . ผมบอกได้เลยว่าตอนนี้ระบบของ Defi เริ่มซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ เช่น > smart contract ซ้อนกันหลายชั้น > ยิ่งเกี่ยวกับ Price ทำให้ความเสี่ยงที่เกิดจาก Oracle มีโอกาสมากขึ้น เช่นเหตุการณ์ของ AAVE ที่อัพเดท Price ไม่ Current โดนไป $21M. . เหตุการณ์ที่เราเห็นปกติได้ในทุกสัปดาห์ของ Defi คือ >Hack >Rug >Error . ผมไม่ได้คิดว่า DeFi ล้มเหลวนะ แต่ผมคิดว่ามันเป็นตัวอย่างที่ดีว่า ยิ่งระบบซับซ้อน , อุดมการณ์ยิ่งเลือนหายไป. . แล้วช่วงนี้ผมทำอะไร ? 1. ก็ทำProduct ใหม่อยู่ ใกล้เปิดตัวแล้วครับ ฝากติดตามด้วยนะครับ 2. ทำ Research ในพวก Ideology meta เพื่อหา alpha , ผมเริ่มสนใจ asset ที่มีลักษณะแบบนี้มากขึ้น เช่น > อุดมการณ์ชัด > community แข็ง > คนถือเพราะ belief ไม่ใช่เพราะ yield . metrics ที่ผมดูตอนนี้ มันเลยไม่เหมือนตอนเล่นหุ้นครับ ผมดูพวก 1. คนถือยาวไหม 2. community defend project แค่ไหน 3. narrative ยังมี momentum หรือเปล่า 4. คนนอก web3 ใช้มัน หรือพุดถึงมันหรือป่าว 5.บางทีผมดู culture มากกว่าดู dashboard ด้วยซ้ำตอนนี้ 555+ . และในโลกที่กำลังกลายเป็น Hyper Gambling Society บางทีสิ่งที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่ตัวเลข แต่คือ Conviction ก็ได้. . เหมือนเดิมครับ บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน เพราะการลงทุนมีความเสี่ยงชิบหายครับผม
ไทย
1
6
35
7K
PLEB | ContributionDAO 🥚
PLEB | ContributionDAO 🥚@theplebth·
@HeyNat Culture Coins สำหรับผมมันคือเหรียญที่ embody วัฒนธรรม ลึกซึ้ง ของชุมชนจริงๆอะครับ
ไทย
0
0
0
220
PLEB | ContributionDAO 🥚
PLEB | ContributionDAO 🥚@theplebth·
ผมคิดว่า Narrative ของ Crypto ต่อไปจะเป็น CultureCoin ที่คน Web2 เข้าถึงได้ ซึ่งคิดว่า Narrative นี้จะยกระดับ MemeCoin ไปอีกระดับหนึ่ง. ตอนแรกผมคิดว่า CultureCoin จะตายไปพร้อมกับ MemeCoin แต่ตอนนี้ คนก็ยังเล่น Meme กันอยู่เลย.
ไทย
3
5
28
3.1K
PLEB | ContributionDAO 🥚
PLEB | ContributionDAO 🥚@theplebth·
@EthereumThaila1 เดี๋ยวรอดู WEb2 เข้าวงการก่อนครับ รับรองว่าซิ่งมันส์แน่นอน
ไทย
0
0
2
372
PLEB | ContributionDAO 🥚
PLEB | ContributionDAO 🥚@theplebth·
ใช่คับผม อันนี้เป็นเหตุผลหลักที่ FTX ล้ม แต่อย่าลืมนะครับว่า Binance เป็นนักลงทุนหลักของ FTX และรู้ภายในของ FTX ด้วยเช่นกัน. คนที่เป็นนักลงทุนของ FTX ทำไมเขาต้องออกมา Call out ให้ Bankrunทำไมนะ 🤔 กลับมาที่ Hype ตรงนี้ก็ไม่ทราบเช่นกันว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไร ก็ต้องรอดูกันต่อไปครับผม. เพราะการลงทุนมีความเสี่ยงอยู่แล้วครับ
ไทย
0
0
1
33
Bayju Ex33.hl
Bayju Ex33.hl@Red2Kd·
@theplebth ไม่ใช่เพราะ FTX นำเงินลูกค้าไปใช้ จนเกิดเหตุการณ์คล้ายกับ Bank run หรอครับ ถ้า FTX ไม่ทำผิดเอง คิดว่า 1 โพสต์จะฆ่าได้ไหมครับ
ไทย
1
0
0
36
PLEB | ContributionDAO 🥚
PLEB | ContributionDAO 🥚@theplebth·
CZ เคยฆ่า $FTX มาแล้ว เพียงแค่1โพส ครั้งนั้นก็ล้ม FTX ที่เป็นเบอร์ 2 ของ CEX ได้. CZ จะฆ่า $Hype ยังไง ? น่าคิดมาก.
ไทย
2
6
61
7.2K