ᥫᩣ Bright is my bright 🤍 ☀️

239K posts

ᥫᩣ Bright is my bright 🤍 ☀️ banner
ᥫᩣ Bright is my bright 🤍 ☀️

ᥫᩣ Bright is my bright 🤍 ☀️

@aphirada18

Katılım Kasım 2013
839 Takip Edilen996 Takipçiler
ᥫᩣ Bright is my bright 🤍 ☀️
@MorningNewsTV3 ก็ 10 กว่าปีที่ผ่านมา หนึ่งในองคมนตรีปัจจุบันเป็นคนทำรัฐประหารไง มันจะเป็นปกติได้ไง
ไทย
0
0
0
5
เรื่องเล่าเช้านี้
ปภ.ชี้แจง “9 องคมนตรี” ร่วมประชุมภัยแล้ง เผยมีการเข้ามาสังเกตการณ์ ตั้งแต่ปี 2560 ถ่ายทอดข้อมูลสาธารณภัยที่หลายท่านได้ประสบในพื้นที่ ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ในการประกอบการทำงานบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน อ่านข่าว : ch3plus.com/news/political… #เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวการเมือง
เรื่องเล่าเช้านี้ tweet media
ไทย
80
45
62
20.3K
ᥫᩣ Bright is my bright 🤍 ☀️ retweetledi
Chol Bunnag
Chol Bunnag@cholbunnag·
ถ้าทำมาตั้งแต่ก่อนรัฐประหาร 49 ก็จะยอมรับว่าอ้อ ทำกันมาเป็นปกติ แต่การทำตั้งแต่ปี 60 น่ะ มันไม่ปกติ มันยิ่งยืนยันว่ารัฐบาลคสช. เข้ามาเพื่อทำให้สถาบันเข้ามามีส่วนในการบริหารราชการแผ่นดินเกินบทบาทตามรัฐธรรมนูญ และทำให้เกิดคำถามว่าหากการมีส่วนร่วมทำให้เกิดผลกระทบหรือบริหารงานผิดพลาด ใครจะเป็นคนรับผิดรับชอบ? ถ้าให้รัฐบาลรับผิดรับชอบ รัฐบาลตัดสินใจสวนทางจากคำแนะนำขององค์มนตรีได้ไหม?
เรื่องเล่าเช้านี้@MorningNewsTV3

ปภ.ชี้แจง “9 องคมนตรี” ร่วมประชุมภัยแล้ง เผยมีการเข้ามาสังเกตการณ์ ตั้งแต่ปี 2560 ถ่ายทอดข้อมูลสาธารณภัยที่หลายท่านได้ประสบในพื้นที่ ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ในการประกอบการทำงานบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน อ่านข่าว : ch3plus.com/news/political… #เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวการเมือง

ไทย
9
174
133
6.7K
ᥫᩣ Bright is my bright 🤍 ☀️ retweetledi
Nataphol Tovichakchaikul
Nataphol Tovichakchaikul@NatapholTo·
โครงการของรัฐบางโครงการที่เกิดขึ้นในบางพื้นที่ ผมเคยได้ยินคำพูดมาประมาณว่า “องคมนตรีจะทำ องคมนตรีจะเอา” ในมุมนึงอาจมองได้ว่านี่เป็นช่องทางลัดที่ทำให้โครงการเกิดขึ้นได้เร็วและมักจะไม่ค่อยถูกตั้งคำถาม แต่ในมุมใหญ่ที่สำคัญกว่า คือการไปข้องเกี่ยวกับการจัดทำโครงการและการใช้งบประมาณของหน่วยงานรัฐต่างๆ มันเป็นการใช้อำนาจเหนือที่ล้นเกินไป เป็นการก้าวข้ามกระบวนการบริหารราชการแผ่นดิน และเป็นการข้ามหัวข้าราชการคนทำงานที่อยู่ในตำแหน่งหน้าที่ ณ ปัจจุบันด้วย
พรรคประชาชน - People's Party@PPLEThai

[ รัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ]  . ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งปี 2569 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นกลไกปกติของรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายและมาตรการรับมือวิกฤตตามฤดูกาล . แต่สิ่งที่ไม่ปกติและแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คือการปรากฏตัวของคณะองคมนตรีหลายท่าน ได้แก่ พลากร สุวรรณรัฐ, พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ, พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท, พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง และเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อ “ให้กำลังใจและคำแนะนำ” ในการรับมือภัยแล้งครั้งนี้ . มองเผินๆ นี่อาจดูเหมือนความห่วงใยต่อประชาชนในยามวิกฤต แต่ในอีกด้านหนึ่ง การที่องคมนตรีเข้า "คลุกวงใน" กับการทำงานของฝ่ายบริหารอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ ชวนให้ตั้งคำถามสำคัญถึงความเหมาะสมในทางหลักการ . ตามหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง เพื่อรักษาความเป็นกลางและเสถียรภาพของสถาบันโดยไม่ทรงเข้ามาข้องเกี่ยวโดยตรงกับอำนาจบริหาร . ขณะที่องคมนตรี ซึ่งมีขอบเขตหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญชัดเจนว่าเป็นผู้ถวายคำปรึกษาต่อพระมหากษัตริย์ ย่อมต้องวางตัวเป็นกลางเพื่อรักษาดุลยภาพนั้น และต้องไม่มีบทบาททางการเมืองเด่นชัดต่อสาธารณะอันอาจถูกตีความได้ว่าเป็นการแทรกแซงฝ่ายบริหาร . ในความเป็นจริง เส้นแบ่งระหว่างการ “ให้คำแนะนำ” กับ “การมีอิทธิพลต่อการบริหารราชการแผ่นดิน” นั้นบางเบาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในบริบทสังคมไทย “คำแนะนำ” จากผู้สวมหัวโขนที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ ย่อมถูกปฏิเสธได้ยาก และมักได้รับน้ำหนักเหนือกว่าข้อสั่งการหรือแนวนโยบายของผู้ปฏิบัติงานจริงที่หน้างาน . คำถามสำคัญคือ รัฐบาลและข้าราชการในที่ประชุม บกปภ.ช. จะสามารถปฏิเสธหรือตั้งคำถามต่อ “คำแนะนำ” เหล่านั้นได้จริงหรือ? ในทางปฏิบัติคงเป็นไปได้ยากยิ่ง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมองคมนตรีจึงไม่ควรเข้าร่วมประชุมสำคัญของฝ่ายบริหาร เพราะหน่วยงานรัฐจำเป็นต้องรับคำแนะนำเหล่านั้นแทบทั้งหมดไปปฏิบัติโดยอัตโนมัติ . และที่สำคัญที่สุดคือหลักความรับผิดรับชอบ (Accountability) ในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลคือฝ่ายที่ประชาชนเลือกเข้ามา มีหน้าที่ใช้อำนาจบริหารและต้องรับผิดชอบต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวผ่านกลไกตรวจสอบของรัฐสภา ต่างจากองคมนตรีที่มีที่มาจากการแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย และไม่มีกลไกที่จะต้องรับผิดชอบทางการเมืองหรือกฎหมายต่อสาธารณะ . หาก “คำแนะนำ” เหล่านั้นถูกนำไปปฏิบัติแล้วเกิดความล้มเหลว สังคมจะสามารถเรียกหาความรับผิดชอบจากผู้ให้คำแนะนำได้หรือไม่? หรือสุดท้ายรัฐบาลต้องเป็นผู้แบกรับแทน?  . พรรคประชาชนเห็นว่ารัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การปล่อยให้เกิดสภาวะเช่นนี้รังแต่จะสร้างความสับสนว่า ใครคือผู้บริหารประเทศตัวจริง ระหว่างผู้ที่ประชาชนเลือกเข้ามา หรือผู้ที่ไม่มีสถานะทางการเมืองโดยตรงแต่มีบทบาทในกระบวนการบริหารอย่างต่อเนื่อง . ไม่มีใครปฏิเสธความปรารถนาดีต่อประชาชน แต่ในระบอบประชาธิปไตย “ความหวังดี” ต้องอยู่บนฐานของความถูกต้องตามหลักการ . องคมนตรีจึงต้องวางตัวอย่างระมัดระวังที่สุด ไม่ให้ “คำแนะนำ” กลายสภาพเป็น “ข้อสั่งการ” โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประชาชนนับล้าน ซึ่งสมควรเป็นหน้าที่และการตัดสินใจของฝ่ายบริหารที่จะต้องรับผิดชอบต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย

ไทย
24
768
475
101K
ᥫᩣ Bright is my bright 🤍 ☀️ retweetledi
ᥫᩣ Bright is my bright 🤍 ☀️ retweetledi
new 🐈‍⬛🏳️‍🌈🏳️‍⚧️ #ปกป้องโฉนดชุมชน
‘ประชาธิปไตยครึ่งใบ’ จบลงตั้งแต่รัฐประหาร คสช. แล้ว มีการใช้ รธน. 60 โอนทรัพย์สิน-โอนทหารให้วังไปหมดแล้ว ถ้าใครยังฝันหวานว่าแค่เลือกตั้งให้ชนะแล้วพวกขุนศึกศักดินาจะยอมถอยให้เฉย ๆ ก็ขอให้คิดใหม่ ประชาธิปไตยไทยมันคืออดีต การปฏิวัติ 2475 กำลังถูกถอนรากถอนโคนต่อหน้าต่อตาเราทุกคน
✴ คุณอุ๋ง@oonginlavender

การที่องคมนตรีตรี 9คนลงมาให้คำแนะนำรัฐบาลอนุทินอย่างเป็นทางการ เป็นการแสดงสัญญะทางการเมืองอย่างเข้มข้นและเป็นรูปธรรมที่สุดในรอบหลายทศวรรษที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านี่ทำให้เส้นแบ่งระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับสถาบันทางการเมืองพร่าเบลอเลือนลางลงและยิ่งเพิ่มความเป็นเนื้อเดียวกัน

ไทย
11
611
359
14.7K
ᥫᩣ Bright is my bright 🤍 ☀️ retweetledi
moonchild🌕💫 #freepalestine
รู้ยังว่าทำไมฮีไม่ให้แก้ 112 เพราะจะเอาไปเป็นเครื่องมือยัดคดีทางการเมืองต่อเรื่อย ๆ ไง พรรคการเมืองหรือสส.ที่อยากแก้ก็โดนตัดสิทธิ ยุบพรรค คือบรรทัดฐานผิด ๆ ที่กำลังถูกสร้างขึ้น และคนไทยจะแตะอะไรไม่ได้อีกต่อไป
べんごし ทแนะทนัย ⚖️@scopi_no

มหกรรม ยัด 112 เริ่มแล้ว วันนี้

ไทย
2
13K
4K
255.5K
ᥫᩣ Bright is my bright 🤍 ☀️ retweetledi
ᥫᩣ Bright is my bright 🤍 ☀️ retweetledi
iLawClub #เขียนรัฐธรรมนูญใหม่
#องคมนตรี มีหน้าที่อะไรหนอ 🤔 เปิดรธน. 2560 ระบุหน้าที่หลักคือถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นๆ ตามที่รธน. กำหนด แต่รธน. ไม่ได้เขียนหน้าที่เกี่ยวกับราชการแผ่นดินอื่นๆ ไว้ เงินประจำตำแหน่ง ได้หลักแสนต่อเดือน ilaw.or.th/articles/57898
iLawClub #เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ tweet media
ไทย
16
938
441
23.8K
ᥫᩣ Bright is my bright 🤍 ☀️ retweetledi
สหัสวัต คุ้มคง
รัฐธรรมนูญใหม่ ควรเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของคนที่ถูกเลือกกันเองในสภา ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยที่กำลังถูกพูดถึงขณะนี้ อาจมีความพยายามสื่อสารว่า “เปิดทางมี สสร.” แต่เมื่อดูรายละเอียดจริง กลับเต็มไปด้วยเงื่อนไขที่ทำให้ประชาชนไม่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และเปิดช่องให้เกิดการผูกขาดอำนาจในการออกแบบกติกาสูงสุดของประเทศ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ประชาชนกว่า 21 ล้านเสียง เพิ่งลงประชามติแสดงเจตจำนงชัดเจนว่า “ต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” แต่สุดท้าย คนที่จะเลือก สสร. กลับไม่ใช่ประชาชน ร่างนี้กำหนดให้สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้คัดเลือก สสร. ทั้ง 100 คน โดยแบ่งเป็นตัวแทนจังหวัด 77 คน และผู้เชี่ยวชาญอีก 23 คน พร้อมคัดเลือกรายชื่อสำรองอีก 300 คน เพื่อไปเป็นกรรมาธิการยกร่างและกรรมาธิการรับฟังความเห็น ปัญหาคือ วิธีแบบนี้ทำให้ สสร. เสี่ยงกลายเป็นตัวแทนของพรรคการเมือง มากกว่าจะเป็นตัวแทนของประชาชนในเชิงพื้นที่ กลุ่มสังคม หรือความคิดทางการเมืองที่หลากหลาย . ผมคิดผมสามารถพูดได้อย่างชัดเจนว่า ตอนเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาประชาชนเลือกคนไป “บริหารประเทศ” ไม่ได้เลือกไป “ยกร่างรัฐธรรมนูญ” คนที่เหมาะจะเป็นผู้ร่างกติกาสูงสุดของประเทศ อาจไม่ใช่คนเดียวกับที่ประชาชนเลือกมาเป็นรัฐบาล . ดังนั้น ประชาชนต้องมีสิทธิเลือก สสร. ผ่านคูหาเลือกตั้ง ให้ผู้สมัครแสดงจุดยืน แข่งขันกันทางความคิด และให้ประชาชนตัดสินใจเองว่าใครควรเป็นคนร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งแนวทางนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะรัฐสภาเองเคยมีมติรับหลักการไว้แล้วเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 . ส่วนข้ออ้างเรื่องคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ก็ต้องพูดตรงๆ ว่า คำวินิจฉัยที่ 18/2568 ไม่เคยอธิบายเลยว่าทำไมประชาชนจึงไม่มีสิทธิเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง และการเอาคำวินิจฉัยดังกล่าวมาใช้อ้างเพื่อจำกัดอำนาจประชาชน ก็เท่ากับเป็นการรับรองอำนาจที่ไม่ชอบธรรม เพราะในหลักการประชาธิปไตย และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเองก็ยืนยันว่า“อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน” . อีกปัญหาสำคัญ คือ การล็อกเงื่อนไขให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ต้องได้เสียง สว. เห็นชอบไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 หรือ 50 คน เรื่องนี้ไม่ใช่การคุ้มครองเสียงข้างน้อย แต่คือการสร้าง “อำนาจยับยั้ง” ให้คนส่วนน้อยเหนือเสียงของประชาชน ต่อให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านเสียงเห็นชอบจากรัฐสภาเกินกึ่งหนึ่ง เช่น 376 เสียง แต่ถ้า สว. เห็นชอบไม่ถึง 50 เสียง ร่างก็ “ตก” ทันที นี่คือสิ่งที่ ศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี เรียกว่า “เผด็จการเสียงข้างน้อย” และยิ่งไปกว่านั้น ยังเปิดช่องให้ สว. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง มีอำนาจต่อรองเหนือเนื้อหารัฐธรรมนูญใหม่ เพราะ สสร. จะต้องคอยเกรงใจเสียง สว. อยู่ตลอดเวลา . ในต่างประเทศ การคุ้มครองเสียงข้างน้อย มีเป้าหมายเพื่อสร้างฉันทามติร่วมกัน ไม่ใช่การให้ “อภิสิทธิ์พิเศษ” กับคนบางกลุ่มในการคว่ำเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ . รวมถึงการพยายามล็อกหมวด 1 หมวด 2 ก็เป็นปัญหาเช่นกัน เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 255 ก็มีกลไกคุ้มครองรูปแบบของรัฐและระบอบการปกครองอยู่แล้ว การล็อกเพิ่มจึงเป็นเรื่องการเมืองมากกว่าเรื่องกฎหมาย . ที่สำคัญ มันสะท้อนความไม่ไว้วางใจในประชาชน ทั้งที่ท้ายที่สุด คนที่จะลงประชามติรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญใหม่ ก็คือประชาชนทั้งประเทศอยู่ดี หลักการที่เราต้องยืนยันมีง่ายๆ ประชาชนต้องได้มีส่วนร่วมเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ต้องไม่เปิดทางให้กลุ่มใดผูกขาดการออกแบบกติกาสูงสุดของประเทศ ต้องไม่มีอภิสิทธิ์พิเศษให้ สว. มีอำนาจในการยับยั้งรัฐธรรมนูญ . และต้องยอมรับว่า ถ้ายังเดินหน้าแบบนี้ การทำรัฐธรรมนูญใหม่จะไม่มีวันจบ สุดท้ายประชาชนก็อาจจะออกมาโหวต “ไม่รับ” ซ้ำแล้วซ้ำอีก ตั้ง สสร. กันไม่รู้กี่ชุด เสียทั้งเวลา เสียทั้งงบประมาณ แต่ไม่เคยได้รัฐธรรมนูญที่ประชาชนรู้สึกว่า “เป็นของตัวเอง” จริงๆ
ไทย
18
678
595
10.8K
ᥫᩣ Bright is my bright 🤍 ☀️ retweetledi
Sirote Klampaiboon
Sirote Klampaiboon@sirotek·
หลุดคดีตามคาด! DSI แจงผลสอบ 6 โรงกลั่น สรุปไม่ได้กักตุนน้ำมัน แต่กรอกข้อมูลไม่ครบ น้ำมันไม่ได้หาย
ไทย
43
3.3K
906
66.9K
ᥫᩣ Bright is my bright 🤍 ☀️ retweetledi
ᥫᩣ Bright is my bright 🤍 ☀️ retweetledi
Ingrid
Ingrid@IngridFromSpace·
สภาสหรัฐเตือนว่า ตอนนี้เครือข่ายเบน สมิธกำลังครอบงำรัฐไทย และเงินผิดกม.ของเครือข่ายสแกมเมอร์กำลังถูกนำมาใช้ในการสร้างอิทธิพลและบิดเบือนการบริหารประเทศไทย
Tom Wright@TomWrightAsia

กมธ.วิสามัญเกี่ยวกับจีนของสภาผู้แทนฯ สหรัฐฯ เตือน สภาวะการครอบงำรัฐในไทยโดยเครือข่ายเมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ เบน สมิธ กำลังสร้างความเสี่ยงต่อประเทศที่เป็นพันธมิตรหลักของสหรัฐฯ 1/2

ไทย
25
13.2K
3.8K
682.6K
ᥫᩣ Bright is my bright 🤍 ☀️ retweetledi
Mamimon
Mamimon@shitabthpp·
ห๊าาาาาา มึงเอาองคมนตรี???? “ผู้แทนพระองค์” มายุ่งการเมือง??? HELLO 😭😭😭😭😭😭😭😭 Where is king อยู่เหนือการเมือง ทำไมตัวแทนพระองค์ต้องมานั่งร่วมประชุมเรื่องภัยแล้ง กูไม่เก็ท มาทำไม เกี่ยวอะไร กูไม่เข้าใจค่ะพี่ 😭 เหี้ยอะไรเนี่ย มีเรื่องแบบนี้มานานรึยังวะ ทำไมปล่อยให้มีได้ มึงบ้าเปล่า กูช็อค
อีกหนึ่ง ทัศนคติ@paichewee65779

การที่องค์มนตรีทั้ง 9 มาร่วมประชุม ซึ่งไม่เคยเจอมาก่อน คำถาม/ข้อใดถูกต้องที่สุด 1. อนุทินและรมต. ไม่มีความสามารถ ไม่ได้รับการไว้วางใจ 2. องค์มนตรี มาแทรกแซงการทำงานของรัฐบาล 3. ผู้บริหารประเทศตัวจริงคือองค์มนตรี 4. ถูกทุกข้อ

ไทย
56
24.5K
6.5K
695.3K
ᥫᩣ Bright is my bright 🤍 ☀️ retweetledi
อีกหนึ่ง ทัศนคติ
การที่องค์มนตรีทั้ง 9 มาร่วมประชุม ซึ่งไม่เคยเจอมาก่อน คำถาม/ข้อใดถูกต้องที่สุด 1. อนุทินและรมต. ไม่มีความสามารถ ไม่ได้รับการไว้วางใจ 2. องค์มนตรี มาแทรกแซงการทำงานของรัฐบาล 3. ผู้บริหารประเทศตัวจริงคือองค์มนตรี 4. ถูกทุกข้อ
อีกหนึ่ง ทัศนคติ tweet media
ไทย
308
5.2K
2.4K
1.3M
ᥫᩣ Bright is my bright 🤍 ☀️ retweetledi
Khaosodonline
Khaosodonline@KhaosodOnline·
ชาญชัย ส่งคำชี้แจง ศาลรธน. ชี้ กกต. ยอมรับเอง บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สืบย้อนถึงตัวผู้ลงคะแนนได้-พิมพ์บัตรผิดเงื่อนไข TOR ซัดคนคุมกฎทำผิดเอง
Khaosodonline tweet media
ไทย
46
10.3K
3.4K
188.5K
ᥫᩣ Bright is my bright 🤍 ☀️ retweetledi
☔️🐕✈️🎄It's raining cats and dogs🏡🌈
คือคนไทยมุงเถอะ อันนี้น่ากลัวมากๆ แบบมาก เหมือนรัฐประหารเงียบ เหมือนล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอะมึง ตอนนี้คือทำอะไรได้บ้าง คือเหมือนพวกชนชั้นนำไม่สนใจอะไรเลยจริงๆ สื่อหลักก็ไม่รู้จะเล่นเรื่องนี้ไหม คือมันเรื่องใหญ่และน่ากลัวมากอะ
พรรคประชาชน - People's Party@PPLEThai

[ รัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ]  . ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งปี 2569 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นกลไกปกติของรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายและมาตรการรับมือวิกฤตตามฤดูกาล . แต่สิ่งที่ไม่ปกติและแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คือการปรากฏตัวของคณะองคมนตรีหลายท่าน ได้แก่ พลากร สุวรรณรัฐ, พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ, พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท, พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง และเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อ “ให้กำลังใจและคำแนะนำ” ในการรับมือภัยแล้งครั้งนี้ . มองเผินๆ นี่อาจดูเหมือนความห่วงใยต่อประชาชนในยามวิกฤต แต่ในอีกด้านหนึ่ง การที่องคมนตรีเข้า "คลุกวงใน" กับการทำงานของฝ่ายบริหารอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ ชวนให้ตั้งคำถามสำคัญถึงความเหมาะสมในทางหลักการ . ตามหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง เพื่อรักษาความเป็นกลางและเสถียรภาพของสถาบันโดยไม่ทรงเข้ามาข้องเกี่ยวโดยตรงกับอำนาจบริหาร . ขณะที่องคมนตรี ซึ่งมีขอบเขตหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญชัดเจนว่าเป็นผู้ถวายคำปรึกษาต่อพระมหากษัตริย์ ย่อมต้องวางตัวเป็นกลางเพื่อรักษาดุลยภาพนั้น และต้องไม่มีบทบาททางการเมืองเด่นชัดต่อสาธารณะอันอาจถูกตีความได้ว่าเป็นการแทรกแซงฝ่ายบริหาร . ในความเป็นจริง เส้นแบ่งระหว่างการ “ให้คำแนะนำ” กับ “การมีอิทธิพลต่อการบริหารราชการแผ่นดิน” นั้นบางเบาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในบริบทสังคมไทย “คำแนะนำ” จากผู้สวมหัวโขนที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ ย่อมถูกปฏิเสธได้ยาก และมักได้รับน้ำหนักเหนือกว่าข้อสั่งการหรือแนวนโยบายของผู้ปฏิบัติงานจริงที่หน้างาน . คำถามสำคัญคือ รัฐบาลและข้าราชการในที่ประชุม บกปภ.ช. จะสามารถปฏิเสธหรือตั้งคำถามต่อ “คำแนะนำ” เหล่านั้นได้จริงหรือ? ในทางปฏิบัติคงเป็นไปได้ยากยิ่ง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมองคมนตรีจึงไม่ควรเข้าร่วมประชุมสำคัญของฝ่ายบริหาร เพราะหน่วยงานรัฐจำเป็นต้องรับคำแนะนำเหล่านั้นแทบทั้งหมดไปปฏิบัติโดยอัตโนมัติ . และที่สำคัญที่สุดคือหลักความรับผิดรับชอบ (Accountability) ในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลคือฝ่ายที่ประชาชนเลือกเข้ามา มีหน้าที่ใช้อำนาจบริหารและต้องรับผิดชอบต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวผ่านกลไกตรวจสอบของรัฐสภา ต่างจากองคมนตรีที่มีที่มาจากการแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย และไม่มีกลไกที่จะต้องรับผิดชอบทางการเมืองหรือกฎหมายต่อสาธารณะ . หาก “คำแนะนำ” เหล่านั้นถูกนำไปปฏิบัติแล้วเกิดความล้มเหลว สังคมจะสามารถเรียกหาความรับผิดชอบจากผู้ให้คำแนะนำได้หรือไม่? หรือสุดท้ายรัฐบาลต้องเป็นผู้แบกรับแทน?  . พรรคประชาชนเห็นว่ารัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การปล่อยให้เกิดสภาวะเช่นนี้รังแต่จะสร้างความสับสนว่า ใครคือผู้บริหารประเทศตัวจริง ระหว่างผู้ที่ประชาชนเลือกเข้ามา หรือผู้ที่ไม่มีสถานะทางการเมืองโดยตรงแต่มีบทบาทในกระบวนการบริหารอย่างต่อเนื่อง . ไม่มีใครปฏิเสธความปรารถนาดีต่อประชาชน แต่ในระบอบประชาธิปไตย “ความหวังดี” ต้องอยู่บนฐานของความถูกต้องตามหลักการ . องคมนตรีจึงต้องวางตัวอย่างระมัดระวังที่สุด ไม่ให้ “คำแนะนำ” กลายสภาพเป็น “ข้อสั่งการ” โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประชาชนนับล้าน ซึ่งสมควรเป็นหน้าที่และการตัดสินใจของฝ่ายบริหารที่จะต้องรับผิดชอบต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย

ไทย
59
42.1K
12.8K
1.1M
ᥫᩣ Bright is my bright 🤍 ☀️ retweetledi
พรรคประชาชน - People's Party
[ รัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ]  . ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งปี 2569 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นกลไกปกติของรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายและมาตรการรับมือวิกฤตตามฤดูกาล . แต่สิ่งที่ไม่ปกติและแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คือการปรากฏตัวของคณะองคมนตรีหลายท่าน ได้แก่ พลากร สุวรรณรัฐ, พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ, พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท, พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง และเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อ “ให้กำลังใจและคำแนะนำ” ในการรับมือภัยแล้งครั้งนี้ . มองเผินๆ นี่อาจดูเหมือนความห่วงใยต่อประชาชนในยามวิกฤต แต่ในอีกด้านหนึ่ง การที่องคมนตรีเข้า "คลุกวงใน" กับการทำงานของฝ่ายบริหารอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ ชวนให้ตั้งคำถามสำคัญถึงความเหมาะสมในทางหลักการ . ตามหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง เพื่อรักษาความเป็นกลางและเสถียรภาพของสถาบันโดยไม่ทรงเข้ามาข้องเกี่ยวโดยตรงกับอำนาจบริหาร . ขณะที่องคมนตรี ซึ่งมีขอบเขตหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญชัดเจนว่าเป็นผู้ถวายคำปรึกษาต่อพระมหากษัตริย์ ย่อมต้องวางตัวเป็นกลางเพื่อรักษาดุลยภาพนั้น และต้องไม่มีบทบาททางการเมืองเด่นชัดต่อสาธารณะอันอาจถูกตีความได้ว่าเป็นการแทรกแซงฝ่ายบริหาร . ในความเป็นจริง เส้นแบ่งระหว่างการ “ให้คำแนะนำ” กับ “การมีอิทธิพลต่อการบริหารราชการแผ่นดิน” นั้นบางเบาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในบริบทสังคมไทย “คำแนะนำ” จากผู้สวมหัวโขนที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ ย่อมถูกปฏิเสธได้ยาก และมักได้รับน้ำหนักเหนือกว่าข้อสั่งการหรือแนวนโยบายของผู้ปฏิบัติงานจริงที่หน้างาน . คำถามสำคัญคือ รัฐบาลและข้าราชการในที่ประชุม บกปภ.ช. จะสามารถปฏิเสธหรือตั้งคำถามต่อ “คำแนะนำ” เหล่านั้นได้จริงหรือ? ในทางปฏิบัติคงเป็นไปได้ยากยิ่ง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมองคมนตรีจึงไม่ควรเข้าร่วมประชุมสำคัญของฝ่ายบริหาร เพราะหน่วยงานรัฐจำเป็นต้องรับคำแนะนำเหล่านั้นแทบทั้งหมดไปปฏิบัติโดยอัตโนมัติ . และที่สำคัญที่สุดคือหลักความรับผิดรับชอบ (Accountability) ในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลคือฝ่ายที่ประชาชนเลือกเข้ามา มีหน้าที่ใช้อำนาจบริหารและต้องรับผิดชอบต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวผ่านกลไกตรวจสอบของรัฐสภา ต่างจากองคมนตรีที่มีที่มาจากการแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย และไม่มีกลไกที่จะต้องรับผิดชอบทางการเมืองหรือกฎหมายต่อสาธารณะ . หาก “คำแนะนำ” เหล่านั้นถูกนำไปปฏิบัติแล้วเกิดความล้มเหลว สังคมจะสามารถเรียกหาความรับผิดชอบจากผู้ให้คำแนะนำได้หรือไม่? หรือสุดท้ายรัฐบาลต้องเป็นผู้แบกรับแทน?  . พรรคประชาชนเห็นว่ารัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การปล่อยให้เกิดสภาวะเช่นนี้รังแต่จะสร้างความสับสนว่า ใครคือผู้บริหารประเทศตัวจริง ระหว่างผู้ที่ประชาชนเลือกเข้ามา หรือผู้ที่ไม่มีสถานะทางการเมืองโดยตรงแต่มีบทบาทในกระบวนการบริหารอย่างต่อเนื่อง . ไม่มีใครปฏิเสธความปรารถนาดีต่อประชาชน แต่ในระบอบประชาธิปไตย “ความหวังดี” ต้องอยู่บนฐานของความถูกต้องตามหลักการ . องคมนตรีจึงต้องวางตัวอย่างระมัดระวังที่สุด ไม่ให้ “คำแนะนำ” กลายสภาพเป็น “ข้อสั่งการ” โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประชาชนนับล้าน ซึ่งสมควรเป็นหน้าที่และการตัดสินใจของฝ่ายบริหารที่จะต้องรับผิดชอบต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย
พรรคประชาชน - People's Party tweet media
ไทย
152
16.5K
6.8K
1.5M