อาโปโต๋เต๋ retweetledi
อาโปโต๋เต๋
23.5K posts

อาโปโต๋เต๋
@apo_wave
🩹@EWaraha 🫀รีวิวร้านชำของผม #ค่าขนมของน้องฮิคุง🙅🏻♀️🍅
Katılım Aralık 2017
118 Takip Edilen5.2K Takipçiler
อาโปโต๋เต๋ retweetledi
อาโปโต๋เต๋ retweetledi
อาโปโต๋เต๋ retweetledi
อาโปโต๋เต๋ retweetledi

อาโปโต๋เต๋ retweetledi

เมื่อก่อนเป็นคนที่แคร์คนรอบตัวมากๆ พร้อมเคลียร์เวลาให้เสมอถ้าใครต้องการ แต่กลายเป็นว่าเค้านึกถึงเราแค่ตอนที่มีปัญหาจริงๆ สุดท้ายพอทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติ แฮปปี้ ก็ไม่มีเราในวงจรนั้นละ ไปเที่ยวกับคนอื่นได้ แต่แค่ตอบข้อความเราสักนิดกลับทำไม่ได้ ตอนนี้ let them เลือกตัวเองมาเป็นอันดับแรก ใครทำอะไรให้เรามาแบบไหน เราก็ให้กลับเท่ากันพอ สบายใจกว่า
9@thoupmk
รู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นก็ตอนที่ตัดสินใจตัดคนออกจากชีวิตโดยไม่ร้องขออะไรแล้ว ถ้าเค้าไม่เลือกเรา เราก็เลือกตัวเองก่อน
ไทย
อาโปโต๋เต๋ retweetledi
อาโปโต๋เต๋ retweetledi

อิงล็อตทำดีๆ 🫣
4E FIRST FAMILY TIME
#Unveiling4Elements
#englot #อิงล็อต




อาโปโต๋เต๋ retweetledi

อาโปโต๋เต๋ retweetledi

อาโปโต๋เต๋ retweetledi
อาโปโต๋เต๋ retweetledi
อาโปโต๋เต๋ retweetledi

อาโปโต๋เต๋ retweetledi

คนไทยเป็นอะไรกับคนเก่างับบบบบบบบบบบ555555555555555555555555555555555555555555555555555555555

ชลน แมวส้มแท้ๆ 🐱@chaleenajaja
พรุ่งนี้พระโคจะกินอะไร
ไทย
อาโปโต๋เต๋ retweetledi
อาโปโต๋เต๋ retweetledi
อาโปโต๋เต๋ retweetledi
อาโปโต๋เต๋ retweetledi

กรณีนี้..ถ้ามองในมุมมองของศาล
..จริงๆ ศาลจะไม่ตัดสินจากอารมณ์โซเชียลว่าใครน่าสงสารกว่า แต่จะดูว่า “ใครกระทำอะไร” และ “การกระทำนั้นทำให้เกิดความเสียหายหรือไม่” โดยแยกเป็นช่วงๆ แบบนี้..
1. โพสต์แรกของเจ้าของเรื่อง..
ประเด็นสำคัญคือ เขาพิมพ์ชื่อ อิงฟ้า วราหะ พร้อมข้อความที่ทำให้คนทั่วไปอาจเข้าใจได้ ว่าอิงฟ้าใช้อภิสิทธิ์ ใช้การ์ดกันห้องน้ำเพื่อให้ตัวเองสะดวก ทั้งที่ข้อเท็จจริงคืออิงฟ้าไม่ได้เข้าห้องน้ำ และการ์ดก็เป็นของงาน..
ตรงนี้ในเชิงกฎหมาย ศาลจะดูว่า
ข้อความนั้นสื่อถึงตัวบุคคลชัดไหม..ซึ่งชัดเพราะมีชื่อ
คนอ่านเข้าใจไปในทางเสียหายไหม..ถ้าคอมเมนต์ด่าเยอะ มีคนเชื่อว่าอิงฟ้าเป็นคนใช้อำนาจนั้นจริงก็เข้าข่าย
ผู้โพสต์รู้ข้อเท็จจริงหรือไม่..อันนี้สำคัญมาก ถ้าเขาเข้าใจผิดจริง และไม่ได้มีเจตนาใส่ร้าย ศาลอาจมองว่าเป็นการโพสต์โดยประมาทหรือเข้าใจคลาดเคลื่อน ไม่ใช่เจตนาหมิ่นเต็มรูปแบบ แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีความรับผิด เพราะการโพสต์ชื่อคนโดยยังไม่รู้ข้อเท็จจริงครบ ก็อาจถือว่าทำให้ชื่อเสียงเสียหายได้อยู่ดี..
พูดง่ายๆ คือ ไม่รู้จริง แต่พูดจนคนอื่นเสียหาย ก็ยังถือว่ามีปัญหาได้
2. การตอบกลับของอิงฟ้า
อิงฟ้ามีสิทธิ์ออกมาชี้แจงและปกป้องชื่อเสียงตัวเอง เพราะตัวเองถูกพาดพิงก่อน
ศาลจะดูว่า สิ่งที่อิงฟ้าตอบกลับนั้นเป็นการอธิบายข้อเท็จจริงหรือเป็นการด่าทอ ดูหมิ่น เหยียด ประจานเกินจำเป็น
ถ้าเป็นแค่การชี้แจงว่า ไม่ได้เข้าห้องน้ำ การ์ดไม่ใช่การ์ดส่วนตัว และการโพสต์แบบนี้ทำให้คนเข้าใจผิด
อันนี้โดยหลักถือว่าเป็นการป้องกันชื่อเสียงตัวเอง มีน้ำหนักปกติ..
3. คนที่โควทชมศิลปินอีกคน
อันนี้เป็นจุดที่บริบทสำคัญมาก
แม้เขาจะไม่ได้พูดตรงๆ ว่า อีกคนดีกว่าอิงฟ้า แต่ถ้าเข้ามาชมอีกคน “ในจังหวะดราม่า” คนจำนวนมากก็สามารถตีความได้ว่าเป็นการแขวะเปรียบเทียบ
ศาลจะมองที่ “เจตนาโดยบริบท” และ “ความเข้าใจของคนทั่วไป”
ดังนั้นตอนอิงฟ้าตอบว่า “เราสามารถชมคนอื่นได้โดยไม่กดอีกคน” จริงๆ มันเป็นประโยคกลางๆ ที่ตีความได้ว่า กำลัง >> เตือนเรื่องมารยาททางสังคม<< ไม่ใช่การด่าศิลปินอีกคน
ตรงนี้ถ้าขึ้นศาล โอกาสที่อิงฟ้าจะผิดจากประโยคนี้อย่างเดียวค่อนข้างยาก เพราะไม่ได้กล่าวหาอีกฝ่ายเสียหายโดยตรง
4. ประเด็นที่อิงฟ้าทำให้ศิลปินอีกคนโดนด่า..อันนี้ในทางกฎหมายค่อนข้างพิสูจน์ยากมาก
เพราะต้องพิสูจน์ว่า
อิงฟ้ามีเจตนาให้แฟนคลับไปโจมตี
หรือใช้ข้อความปลุกปั่นโดยตรง
แต่ถ้าแค่พูดเชิงเตือน แล้วคนในโซเชียลเอาไปตีความต่อเอง ศาลมักมองว่าเป็น “พฤติกรรมของบุคคลที่สาม” ไม่ใช่ความรับผิดตรงของผู้พูด เว้นแต่ข้อความจะชี้นำชัดมาก
5. สรุปแบบภาพรวม ถ้าศาลมองตามเหตุการณ์นี้
คนที่เสี่ยงที่สุด คือ ต้นโพสต์ เพราะเป็นคนเริ่มโยงชื่อบุคคลกับพฤติกรรมเสียหาย ทั้งที่ยังไม่รู้ข้อเท็จจริงครบ
อิงฟ้ามีน้ำหนักของ ผู้เสียหายที่ออกมาชี้แจง
ส่วนประเด็นโควทชมศิลปินอีกคน เป็นเรื่องมารยาทและบริบททางสังคมมากกว่าความผิดกฎหมายชัดๆ
และการที่แฟนคลับหรือชาวเน็ตไปตีกันต่อ มันเป็น “ผลต่อเนื่องในโซเชียล” ซึ่งกฎหมายแยกออกจากต้นเหตุโดยตรง เว้นแต่มีการปลุกปั่นชัดเจน..
.
.
ไทย
อาโปโต๋เต๋ retweetledi




















