AJ retweetledi
AJ
19 posts


เชื่อว่ามี เพราะระบบดาวมีเป็นล้านๆดวงคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่จะมีแค่ระบบสุริยะของเราที่จะมีสิ่งมีชีวิต
wa wa@heng88888888luy
ทุกคนเชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวไหม 1.เชื่อ 2.ไม่เชื่อ แล้วเพราะอะไรถึงเชื่อหรือไม่เชื่อ
ไทย
AJ retweetledi

@BEIBIISTICKERS เท่าที่สังเกตุดูนะ ต้องโพสเรียกทัวร์ครับ 555 เปิดวอร์กับติ่งอะไรสักอย่างถึงแน่นอน
ไทย
AJ retweetledi
AJ retweetledi

ชั้นเป็นคนเดียวมั่ยที่รู้สึกว่าเงินมันหายากกว่าเมื่อก่อน
Glory💲FIRE🔥@FIREMetotheMoon
ยุคนี้หาเงินง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก ช่องทางสร้างตัวเพียบ หลายคนอยู่บ้านทำงานผ่านมือถือก็ได้เงินแล้ว หรือเที่ยวไป ทำงานออนไลน์ ฟรีแลนซ์ไป ไม่ทำงานประจำก็มีมาก
ไทย
AJ retweetledi

ลาออกอย่าไปทำ tiktok ด่าบริษัทนะ เพราะ HR เขาส่อง social media เป็นเรื่องปกติ
YippeeTweet ·͜·♡@YippeeTweet
ขอประโยคดึงสติ... ให้คนคิดจะลาออกจากงานประจำค่ะ
ไทย
AJ retweetledi
AJ retweetledi

🏔️ เผยเทรนด์ #AlpineDivorce กำลังระบาดในอมเริกาและยุโรป เมื่อการเดินป่ากลายเป็นจุดจบความรักและอันตรายถึงชีวิต
#NTFTnews
กลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างเผ็ดร้อนบนโลกออนไลน์ เมื่อเกิดเทรนด์ที่เรียกว่า “Alpine Divorce” หรือการทิ้งคู่รักไว้กลางทางระหว่างเดินเขาจนนำไปสู่การเลิกรา โดยจุดชนวนมาจากคลิปวิดีโอไวรัลใน TikTok ที่มียอดวิวกว่า 25 ล้านครั้ง เผยให้เห็นหญิงสาวรายหนึ่งถูกแฟนหนุ่มทิ้งให้ลงเขาเพียงลำพังขณะที่เธอกำลังเหนื่อยล้า จนกลายเป็นกระแสวิจารณ์ถึง สัญญาณอันตรายในความสัมพันธ์ที่ผู้หญิงทั่วโลกกำลังหวาดกลัว
🔍 เจาะลึกที่มาและความหมายของ ‘Alpine Divorce’
1. นิยามของความใจดำ:
คำว่า "Alpine Divorce" ไม่ได้หมายถึงการหย่าร้างตามกฎหมาย แต่เป็นคำแสลงที่ใช้เรียกสถานการณ์ที่ฝ่ายชายตั้งใจเดินทิ้งห่างแฟนสาวในพื้นที่ทุรกันดารหรือบนภูเขาสูง โดยไม่สนใจว่าเธอจะเหนื่อย บาดเจ็บ หรือเผชิญอันตรายเพียงใด เพื่อมุ่งหน้าไปสู่ยอดเขาคนเดียว พฤติกรรมนี้ถูกมองว่าเป็นการบอกเลิกทางอ้อมที่โหดร้ายที่สุด เพราะเป็นการทอดทิ้งในสภาวะที่ร่างกายและจิตใจของฝ่ายหญิงเปราะบางที่สุด
2. จากเรื่องสั้นปี 1893 สู่ศัพท์ไวรัลปี 2026 : ชื่อนี้มีที่มาจากเรื่องสั้น "An Alpine Divorce" ของ Robert Barr (ตีพิมพ์ปี 1893) ซึ่งเป็นเรื่องตลกร้ายเกี่ยวกับสามีที่วางแผนฆาตกรรมภรรยาโดยการพาไปเดินเขาที่เทือกเขาแอลป์เพื่อผลักตกหน้าผาให้ดูเหมือนอุบัติเหตุ ปัจจุบันชาวเน็ตหยิบคำนี้มาใช้เพื่อเสียดสีพฤติกรรมของแฟนหนุ่มที่ ‘ทอดทิ้ง’ คู่รักในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน
3. คดีจริงที่จบลงด้วยความตาย : ประเด็นนี้ไม่ได้มีแค่ในโซเชียล แต่มีกรณีสะเทือนขวัญเกิดขึ้นจริงในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เมื่อศาลออสเตรียตัดสินจำคุก Thomas Plamberger นักปีนเขาผู้เชี่ยวชาญ ในข้อหาประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หลังเขาทิ้งแฟนสาวที่กำลังป่วยจากสภาวะตัวเย็นจัดไว้เพียงลำพังบนยอดเขา Grossglockner เพื่อลงไปขอความช่วยเหลือเพียงคนเดียว จนฝ่ายหญิงหนาวตายอย่างโดดเดี่ยว
4. มุมมองทางจิตวิทยาที่ต่างกัน:
ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่านี่คือความขัดแย้งของเป้าหมาย :
• ผู้ชาย: มักมองว่าการเดินเขาคือ ‘ภารกิจ’ ที่ต้องทำให้สำเร็จ
• ผู้หญิง: มักมองว่าคือ ‘การใช้เวลาร่วมกัน’
เมื่อฝ่ายชายให้ค่ากับ ‘ยอดเขา’ มากกว่า ‘คนข้างๆ’ ความสัมพันธ์จึงพังทลายลงทันทีที่เท้าแตะพื้นดินเบื้องล่าง
© ตต : gratefulforthegym
ไทย
AJ retweetledi















