bobxxx

23 posts

bobxxx

bobxxx

@bbboxxy

Years 25 | Height 170 | Weight 58 |

Katılım Haziran 2025
1 Takip Edilen10 Takipçiler
bobxxx
bobxxx@bbboxxy·
อยากมีชีวิตที่ดีเอาง่ายๆเลย โลกทุนนิยมเงินแทบจะเป็นทุกอย่าง ครอบครัวที่มีปัญหาจริงๆก็ไม่พ้นเรื่องเงิน และแค่มีเงินก็กลายเป็นคนมีออร่าขึ้นมาทันที นี่เคยมีคนคุยมา บอกว่ามีเสี่ยเลี้ยงให้เดือนละ 15,000 ตอนนั้นงงๆมาบอกกูทำไม พอมาคิดดูอีกทีก็เข้าใจละ บ่นเสร็จละครับ ขออนุญาตไปทำงานๆๆต่อ
คือผมต้องทราบไหม 🐈‍⬛@pizad_sura

อะไร ที่ทำให้เราอยากหาเงินเยอะ ๆ

ไทย
0
0
0
23
bobxxx retweetledi
haruya.eth.ink | 🦇
อีกคนนึง เพิ่งจะอายุ 25 แต่พอร์ตเกือบแตะ 2 ล้านบาทไปแล้ว สุดยอดครับ - เรียนจบวิศวะ ทำงานได้เงินเดือน 30,000 ไม่มีงานเสริม - แต่สามารถแบ่งมาลงทุนได้เดือนละ 10,000 บาท (~33% จากเงินเดือน) - มีเงินเก็บอยู่แล้วบ้าง เลยเอามาต่อยอด - ​และโชคดีตรงค่าใช้จ่ายยังถือว่าน้อย มีแค่ค่าเดินทางเดือนละ 5-6 พัน + ทำกับข้าวไปกินเองที่ทำงาน - ​สไตล์การลงทุนชัดเจน เน้นอ่านเทคโนโลยีและ Narrative ของบริษัทเป็นหลัก หาข้อมูลเชิงลึกด้วยการฟัง Earning call เองโดยไม่พึ่งกูรู - ​แบ่งเงินซื้อหุ้น 75% อีก 25% ไปซื้อ Call Options ควบคู่ไปกับการ DCA เข้า ETF เป็นแกนหลัก ​- คอยล็อคกำไรทุกครึ่งปีหรือ 1 ปี และจะดึงกำไรไปเข้าพอร์ตระยะยาว รวมถึงถือเงินสดไว้เสมอเผื่อรอช้อน - ​Mindset แข็งแกร่ง ยอมรับความผิดพลาด โดนตลาดเอาคืนจนกำไรออปชั่นหายไปหลักแสน แต่ก็มูฟออน ตั้งหลักใหม่ NFA, DYOR ด้วยนะครับ ผมไม่ได้มาแชร์ให้ทุกคนทำตามเป๊ะๆ แต่ให้ดูเอาไว้เพื่อเป็นกำลังใจในการเริ่มต้นครับ ✌️
haruya.eth.ink | 🦇 tweet mediaharuya.eth.ink | 🦇 tweet media
haruya.eth.ink | 🦇@HolAyau

ล่าสุดเห็นน้องอายุ 14-15 เริ่มลงทุนในหุ้น จนพอร์ตแตะหลักแสนไปแล้ว เลยอยากบอกทุกคนในตอนนี้ว่า การเริ่มต้นไม่มีคำว่าสาย มีแต่ว่าคำว่า เมื่อไหร่ ก็เท่านั้น เพราะสิ่งที่สำคัญ นั่นคือ เวลา ยิ่งมีเวลามาก เราก็ยิ่งมีโอกาสมากขึ้นตาม เพราะหากเราเริ่มเร็ว เริ่มไว ให้เงินได้ทำงานไปตามเวลา ผ่านไป 10, 20 หรือ 30 ปี จากเงินหลักพันที่ดูน้อยในวันนี้ ซักวันมันจะเติบโตเป็นหลักแสนหลักล้านได้ด้วยความกล้า ความมีวินัย และความอดทน และผมขอทิ้งท้ายโพสต์นี้ไว้ด้วยคำถาม "ถ้าย้อนเวลากลับไปตอนอายุ 15 ได้ คุณอยากบอกอะไรกับตัวเองเรื่องการเงิน?" เป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคนนะครับ เราจะเอาชนะเงินเฟ้อไปด้วยกันครับ

ไทย
19
3K
4K
345.6K
bobxxx
bobxxx@bbboxxy·
คืนนี้ใครว่างบ้างครับ #fwbกทม #onsกทม #fwb #ons #rtxxdm
bobxxx tweet media
ไทย
0
0
4
1.4K
bobxxx retweetledi
คือผมต้องทราบไหม 🐈‍⬛
ไอเดียการออม จากเพจ การเงินHardcore คห ผมนะ 10% ต่อเนื่องยาวนาน ทำให้ได้ก่อน อย่างอื่นไม่ต้องไปสนใจ 20,000 จะกินให้พอยังยาก แต่กัดฟันเก็บ 10% ก่อน
คือผมต้องทราบไหม 🐈‍⬛ tweet media
ไทย
2
4.7K
6.7K
419.4K
bobxxx retweetledi
ToppJirayut™
ToppJirayut™@toppjirayut·
ทุกวันนี้หลายคนชินกับอาการอักเสบในร่างกายโดยที่ไม่รู้ตัวครับ - กินเสร็จแล้วง่วง - บ่าย ๆ สมองตื้อ - ท้องอืดหลังมื้ออาหาร - ปวดเมื่อยทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรหนัก - ผิวเปราะบาง สิวขึ้นง่าย เราคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่จริง ๆ แล้ว นี่คือสัญญาณที่ร่างกายกำลังพยายามบอกว่ามีบางอย่างไม่สมดุล ถ้าอยากเปลี่ยนแปลง ต้องกลับมาดูแลพื้นฐานให้ดี ทั้งการกิน การนอน และการออกกำลังกายครับ
ไทย
10
10.1K
8.2K
1.6M
bobxxx retweetledi
เด็กชายคำคม
เด็กชายคำคม@Dekchaikumkom·
อ่านโพสต์นี้แล้วมีประโยชน์มาก 🔥✨ ว่าเราควรซื้อสินค้าชนิดไหนในเดือนอะไร ถึงจะปังที่สุด • iPhone ~ ตุลาคม • ทองคำ ~ มิถุนายนและกรกฎาคม • รถยนต์ ~ ธันวาคม • ตู้แช่เย็น ~ กุมภาพันธ์ • ตู้เย็น ~ ตุลาคม • เครื่องซักผ้า ~ มีนาคม • เครื่องปรับอากาศ ~ มกราคม • โทรทัศน์ ~ ธันวาคม • จักรยาน ~ พฤศจิกายน • แล็ปท็อป ~ กันยายน • หูฟัง ~ พฤศจิกายน • สมาร์ทวอทช์ ~ เมษายน เหตุผลที่ฉันเลือกเดือนนี้เพราะว่า ; • iPhone ~ เปิดตัวรุ่นใหม่ในเดือนกันยายน • ทองคำ ~ ความต้องการลดลงในช่วงฤดูฝน • รถยนต์ ~ การระบายสินค้าคงคลังเก่า • เครื่องทำความเย็น ~ นอกฤดูกาล • ตู้เย็น ~ ส่วนลดเนื่องจากเทศกาล • เครื่องซักผ้า ~ การระบายสินค้าคงคลัง • เครื่องปรับอากาศ ~ นอกฤดูกาล ความต้องการลดลง • ทีวี ~ สิทธิประโยชน์จากธนาคาร
Pratham khanna@Portfolio_Bull

Best Time To Buy These Products 🔥 • iPhone~ October • Gold~ June & July • Cars~ December • Cooler~ February • Refrigerator~ October • Washing Machine~ March • Air Conditioner~ January • Television~ December • Bike~ November • Laptop~ September • Headphones~ November • Smartwatch~ April Bookmark It For Later 🔖

ไทย
28
25.9K
27.6K
2.7M
bobxxx retweetledi
The Black Book of MANIFEST | คิดมาก
“บางคนไม่ได้หายไปจากชีวิตเรา เขาแค่เปลี่ยนขบวนรถไฟของตัวเอง“ มีทฤษฎีหนึ่ง ที่ฉันชอบมาก เขาเรียกมันว่า The Train Station Theory ทฤษฎีสถานีรถไฟของชีวิต ทฤษฎีนี้บอกว่า ชีวิตของเรา ก็เหมือนการเดินทางด้วยรถไฟ เราแต่ละคน คือผู้โดยสารคนหนึ่ง ที่ขึ้นรถไฟมาตั้งแต่วันที่เกิด ระหว่างทาง รถไฟขบวนนี้ จะจอดตามสถานีต่างๆ และในทุกสถานี จะมีผู้โดยสารบางคน ก้าวขึ้นมาในชีวิตเรา บางคน ขึ้นมานั่งข้างเรา พูดคุยกับเรา หัวเราะกับเรา อยู่เป็นเพื่อนเรา ในช่วงเวลาหนึ่งของการเดินทาง แต่ใช่ไหมว่า ไม่ใช่ทุกคน ที่จะนั่งไปกับเราจนถึงสถานีสุดท้าย บางคน นั่งไปกับเราไกลมาก เหมือนจะไปถึงปลายทางเดียวกัน แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อรถไฟจอดที่สถานีหนึ่ง เขาก็ลุกขึ้น ยิ้มให้เรา แล้วเดินลงไป โดยที่เรา ไม่มีสิทธิ์ดึงเขาไว้ บางครั้ง สิ่งที่ทำให้เราเจ็บปวดที่สุด ไม่ใช่การที่ใครสักคนลงจากรถไฟ แต่คือการที่เรา พยายามรั้งคนที่ถึงเวลาต้องลงแล้ว ให้อยู่ต่อไป ทั้งที่ลึกๆ เราก็รู้ว่า นี่ไม่ใช่สถานีของเขาอีกต่อไปแล้ว The Train Station Theory ไม่ได้สอนให้เราเฉยชากับการจากลา แต่มันสอนให้เราเข้าใจว่า การพบกัน ไม่ได้แปลว่าต้องอยู่ด้วยกันตลอดไป คนบางคน เข้ามาในชีวิตเรา เพื่อสอนบางอย่าง สอนให้เรารู้จักรัก สอนให้เรารู้จักระวัง สอนให้เรารู้จักคุณค่าของตัวเอง หรือบางครั้ง สอนให้เรารู้ว่า เราไม่ควรยอมให้ใครทำร้ายหัวใจอีก แม้เขาจะอยู่แค่ไม่กี่สถานี แต่บทเรียนที่เขาทิ้งไว้ อาจอยู่กับเราตลอดชีวิต บางทีนะ บางที เราอาจเคยเสียใจ กับการที่ใครบางคนลงจากรถไฟของเรา เราถามตัวเองว่า ทำไมเขาไม่ไปต่อกับเรา ทำไมเขาไม่เลือกปลายทางเดียวกัน แต่ความจริงข้อหนึ่งคือ ไม่จำเป็นที่ผู้โดยสารทุกคน จะต้องลงเอยที่สถานีเดียวกัน เขามีเส้นทางของเขา เราก็มีเส้นทางของเรา และสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่การทำให้ทุกคนอยู่กับเราให้นานที่สุด แต่คือ การเรียนรู้จากทุกคน ที่เคยขึ้นมานั่งข้างเรา เรียนรู้จากคนที่รักเรา ว่าเราคู่ควรกับความรักแบบไหน เรียนรู้จากคนที่ทำร้ายเรา ว่าเราควรปกป้องหัวใจตัวเองอย่างไร เรียนรู้จากคนที่จากไป ว่าไม่มีอะไรในชีวิต เป็นของเราตลอดไป โตขึ้นจึงรู้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ไม่มีการจากลา แต่คือความสัมพันธ์ ที่แม้ต้องแยกจาก เราก็ยังขอบคุณได้ ที่ครั้งหนึ่ง เคยได้นั่งรถไฟขบวนเดียวกัน เพราะที่สุดแล้ว ชีวิตไม่ใช่การแข่งขัน ว่าใครจะมีคนอยู่ข้างๆ นานที่สุด แต่คือการเดินทาง ที่เรารู้จักเคารพเส้นทางของคนอื่น ในขณะที่ไม่ลืม เส้นทางของตัวเอง หากวันนี้ มีใครบางคน กำลังเดินลงจากรถไฟของชีวิตคุณ อย่ารีบโทษตัวเอง อย่ารีบคิดว่า การจากลานั้นคือความล้มเหลว บางครั้ง มันแค่หมายความว่า ถึงเวลาที่เขาต้องไปต่อ ในเส้นทางของเขา และถึงเวลาที่เรา ต้องเดินทางต่อ ในเส้นทางของเราเช่นกัน จำไว้นะ ไม่ใช่ทุกคน ที่ถูกส่งมา เพื่ออยู่กับเราตลอดทาง แต่ทุกคน ถูกส่งมา เพื่อสอนบางอย่างกับเรา และเมื่อถึงสถานีหนึ่ง ที่ใครบางคนต้องลง สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด ไม่ใช่การร้องขอให้เขาอยู่ แต่คือ การยิ้มให้เขาเบาๆ แล้วพูดกับตัวเองในใจว่า ขอบคุณนะ ที่ครั้งหนึ่ง เราเคยนั่งรถไฟขบวนเดียวกัน #TheBlackBookofMANIFEST #คิดมาก #หนังสือขายดี
The Black Book of MANIFEST | คิดมาก tweet media
ไทย
15
3.8K
3.7K
225.4K
bobxxx
bobxxx@bbboxxy·
ช่วงนี้ขยันชิบหาย
ไทย
0
0
1
142
English Grammar Every Day 🧠
English Grammar Every Day 🧠@iEnglishGrammar·
CURSOS DE INGLÉS PARA SACARSE EL A1, A2, B1, B2, C1, C2 EN 3 MESES Comenta un emoji y te lo mando al DM
English Grammar Every Day 🧠 tweet media
Español
9.5K
2.3K
20.7K
1.1M
bobxxx retweetledi
JRT
JRT@JRTDesk·
ถ้าจะบอกอะไรสักอย่างกับพวก 20s.. คงจะ… ไม่ใช่ 「เก็บเงิน」 ไม่ใช่ 「invest ให้เร็ว」 ไม่ใช่ 「หา passive income」 เพราะคนอื่นๆ บอกไปแล้ว… และส่วนมากก็ไม่ทำอยู่ดี… สิ่งที่อยากบอกจริงๆ คือ… ตอนอายุ 20 คุณกำลัง compound อะไรบางอย่างทุกวัน ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่.. ทุกวันที่บอกตัวเองว่า 「ยังไม่พร้อม」… compound มัน… ทุกวันที่เลือกสบายแทนที่จะเติบโต… compound มัน… ทุกวันที่แค่รับเข้ามา ไม่ได้สร้างอะไรออกไป… compound มัน… พอถึง 30 สิ่งที่ compound มาตลอด 10 ปีนั้น… มันไม่ใช่แค่ความเคยชินแล้ว… มันกลายเป็นตัวตนของคุณไปแล้ว… และตัวตนเปลี่ยนยากกว่าพฤติกรรมมากครับ… เงินที่ไม่ได้ลงทุนตอน 20s เสียโอกาสได้… แต่ version ที่ดีที่สุดของตัวเองที่ไม่ได้สร้างตอน 20s มันไม่ได้เสียโอกาส… มันไม่เคยมีอยู่เลย… เพราะการ compound ของ「ตัวตน」ไม่มี dollar cost averaging… ไม่มี buy the dip.. และ recovery ใช้เวลานานกว่า market crash ทุก cycle ที่เคยเจอ.. 20s คือ capital allocation ที่สำคัญที่สุดในชีวิต… แต่ capital ที่ว่าไม่ใช่เงิน.. มันคือ attention, energy, และ identity ของคุณ… deploy มันกันให้ดีๆ ครับ…
The Black Book of MANIFEST | คิดมาก@kidmakk

คนที่อายุ 30 ปี + อยากบอกอะไรคนอายุ 20 ปี บ้างครับ

ไทย
6
1.7K
2.1K
302.2K
bobxxx retweetledi
ToppJirayut™
ToppJirayut™@toppjirayut·
ถ้ามื้ออาหารของเรามีแต่น้ำตาล ขาดโปรตีนและไฟเบอร์ น้ำตาลจะดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเร็วมากครับ ผลที่ตามมาคือ - น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงแล้วตกวูบ - พลังงานหมดเร็ว - ร่างกายสะสมไขมันมากขึ้น แค่เพิ่มโปรตีนหรือไฟเบอร์เข้าไปในมื้ออาหาร ก็ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล และทำให้พลังงานคงที่ได้ตลอดวันครับ
ไทย
1
88
150
10.6K
bobxxx retweetledi
joe black
joe black@joe_black317·
สรุปดราม่า ONE ฟ้อง #รถถัง เรียกค่าเสียหาย 640 ล้าน ONE Championship เดินหน้าฟ้อง รถถัง จิตรเมืองนนท์ ใน 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ และญี่ปุ่น เหตุจากข้อกล่าวหา “ผิดสัญญาหลายครั้ง” ทั้งให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน และพฤติกรรมที่กระทบองค์กร มูลค่าความเสียหายรวมสูงสุดพุ่ง 640 ล้านบาท ด้าน “รถถัง” ตอบโต้กลับว่า เคยตั้งข้อสงสัยเรื่องสัญญา และอ้างว่าได้รับเอกสารล่าช้า รวมถึงอ่านภาษาอังกฤษไม่ได้ ประเด็นความขัดแย้งรุนแรงขึ้น หลัง รถถัง เคยระบุว่าสัญญาหมดแล้ว แต่ ONE ยืนยัน “ยังมีผลอยู่” นอกจากนี้มีเคสก่อนหน้านี้ รถถัง จิตรเมืองนนท์ มีคิวชกในรายการของ ONE ที่ญี่ปุ่น แต่ต้องถอนตัวกะทันหัน โดยให้เหตุผลว่า “ป่วย สภาพร่างกายไม่พร้อม” แต่ฝั่ง ONE มองว่าเป็นพฤติกรรมที่กระทบการจัดแข่งขัน และอาจเข้าข่าย “ผิดสัญญา” คดีนี้กลายเป็นศึกนอกเวทีระดับโลก ทั้งมูลค่าเสียหายสูงกว่า 640 ล้านบาท และฟ้องพร้อมกัน 3 ประเทศ อาจกระทบอนาคตการชกมวยของ “รถถัง” โดยตรง หากข้อพิพาทยืดเยื้อ !? #รถถังจิตรเมืองนนท์ #OneChampionship #ThaiBoxer
joe black tweet media
Bang Khen, Thailand 🇹🇭 ไทย
37
221
254
132.5K
bobxxx
bobxxx@bbboxxy·
แดดโคตรร้อนจะอาบน้ำน้ำก็ร้อนบ้าไปแล้ว
ไทย
0
0
0
142
bobxxx retweetledi
sutiฯ
sutiฯ@sfkkfs_·
ความจริง 5555555555555555
sutiฯ tweet media
ไทย
14
7.5K
7.3K
277.1K
bobxxx retweetledi
KM
KM@Kerymai_·
12 สิ่งที่ควรมีในความสัมพันธ์ - ชัดเจน - ใส่ใจ - มีเวลาให้ - ทัศนคติที่ดี - ไม่ใจร้อน - ไม่คิดเองเออเองคนเดียว - ไม่ทำให้อีกคนคิดมาก - เคารพเรื่องส่วนตัวของคนอื่น - พูดจาให้เกียรติกัน - รักษาความรู้สึกกัน - ซัพพอร์ตความสบายใจกันและกัน - ให้ความสำคัญกันในทุกเรื่อง
ไทย
7
5.1K
6.1K
252.3K
bobxxx retweetledi
The Black Book of MANIFEST | คิดมาก
5 เทคนิคขั้นสูงการตั้งเป้าหมาย ที่จะช่วยให้เรา Manifest ได้จริง ความจริงข้อนึงคือ หลายคนไม่ได้ล้มเหลวเพราะ “ความฝันเล็กเกินไป” แต่ล้มเหลวเพราะ “เป้าหมายไม่ชัดพอจะพาเราไปถึงมัน” การ Manifest ไม่ใช่แค่การขอ แต่คือการ “ตั้งเป้า” ให้จักรวาลและตัวเราเองเข้าใจตรงกัน และบางครั้ง เป้าหมายแบบเดิม ๆ ก็ยังไม่ลึกพอจะเปลี่ยนชีวิต นี่คือ 5 เทคนิคขั้นสูง ที่ช่วยให้เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่คำสวย ๆ แต่กลายเป็นแรงดึงดูดที่พาเราไปถึงมันจริง ๆ . 1) ตั้งเป้าหมายที่ “วัดได้ด้วยความรู้สึก” ไม่ใช่แค่ตัวเลข ตัวเลขสำคัญ แต่ความรู้สึกสำคัญกว่า อย่าแค่ตั้งว่า อยากมีเงินหนึ่งล้าน อยากมีบ้านหนึ่งหลัง อยากประสบความสำเร็จเร็ว ๆ ให้ตั้งว่า อยากรู้สึก “มั่นคง” อยากรู้สึก “ภูมิใจในตัวเอง” อยากรู้สึก “ใช้ชีวิตได้อย่างไม่ต้องกังวล” เพราะสุดท้ายแล้ว จักรวาลไม่ได้ตอบสนองต่อจำนวนเงิน แต่มักตอบสนองต่อ “พลังความรู้สึก” ที่เราส่งออกไป . 2) ตั้งเป้าหมายแบบ “Identity-Based” ไม่ใช่แค่สิ่งที่อยากได้ แต่เป็นคนที่อยากเป็น คนจำนวนมาก ตั้งเป้าในรูปของสิ่งของ แต่คนที่ Manifest ได้จริง มักตั้งเป้าในรูปของ “ตัวตน” ไม่ใช่ อยากเขียนหนังสือหนึ่งเล่ม แต่คือ อยากเป็น “นักเขียนที่เขียนทุกวัน” ไม่ใช่ อยากมีสุขภาพดี แต่คือ อยากเป็น “คนที่ดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ” เมื่อเราเปลี่ยนเป้าหมาย จาก “สิ่งที่อยากได้” เป็น “คนที่อยากเป็น” พฤติกรรมของเราจะเริ่มเปลี่ยน และชีวิตจะค่อย ๆ เปลี่ยนตามไปด้วย . 3) ตั้งเป้าหมายให้ “ชัดพอจะมองเห็นภาพ” สมองของเรา ตอบสนองต่อภาพ มากกว่าคำพูด อย่าบอกตัวเองว่า อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น ให้บอกตัวเองว่า อยากตื่นกี่โมง อยากทำงานแบบไหน อยากอยู่ในห้องแบบใด อยากใช้ชีวิตในวันธรรมดาอย่างไร ยิ่งภาพชัด พลังการดึงดูดยิ่งแรง เพราะสิ่งที่เรามองเห็นบ่อย มักกลายเป็นสิ่งที่เราเชื่อ และสิ่งที่เราเชื่อ มักกลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง . 4) ตั้งเป้าหมายแบบ “ย้อนกลับจากปลายทาง” บางครั้ง เราเริ่มจากจุดเล็กเกินไป จนลืมภาพใหญ่ ลองเริ่มจากปลายทางก่อน ลองถามตัวเองว่า อีก 3 ปี อยากอยู่ตรงไหน อยากใช้ชีวิตแบบไหน อยากเป็นคนแบบไหน แล้วค่อยย้อนกลับมาว่า ปีนี้ต้องทำอะไร เดือนนี้ต้องเริ่มอะไร วันนี้ต้องขยับอะไรเล็ก ๆ เป้าหมายที่ดี ไม่ใช่แค่สวยงาม แต่ต้อง “มีทางเดินกลับมาให้เราเห็น” . 5) ตั้งเป้าหมายให้ “มีพื้นที่สำหรับการเติบโต” บางทีนะ บางที เราไม่ได้ล้มเหลวเพราะทำไม่ได้ แต่ล้มเหลว เพราะตั้งเป้าแบบไม่มีพื้นที่ให้ตัวเองพลาด เป้าหมายที่แข็งเกินไป ทำให้ใจเราอ่อนล้า แต่เป้าหมายที่ยืดหยุ่น ทำให้ใจเราอยากไปต่อ อย่าตั้งเป้าว่า ต้องสำเร็จทันที ต้องสมบูรณ์แบบ ต้องไม่มีข้อผิดพลาด ให้ตั้งเป้าว่า จะดีขึ้นทีละนิด จะเรียนรู้ระหว่างทาง จะเติบโตแม้ยังไม่เก่ง เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่ Manifest ได้จริง ไม่ใช่คนที่ไม่เคยพลาด แต่คือคนที่ ยังเชื่อในเป้าหมายของตัวเอง แม้ในวันที่ยังไปไม่ถึงมัน . ที่สุดแล้ว การตั้งเป้าหมายที่ดี ไม่ใช่แค่ทำให้เรา “เห็นอนาคต” แต่มันทำให้เรา เริ่มใช้ชีวิต เหมือนคนที่กำลังจะไปถึงอนาคตนั้นแล้ว และนั่นแหละ คือจุดที่การ Manifest เริ่มทำงานจริง ๆ
ไทย
2
119
229
26.8K
bobxxx
bobxxx@bbboxxy·
อายุ 25 หาเรียลหญิงเมคเฟรนฟิลเพื่อนฟิลแฟน แก่กว่าเด็กกว่าได้หมดแต่ขอไม่มาก หาระยะยาวที่ค่อยซัพพอร์ตปรึกษากันได้ค่อยๆทำความรู้จักกันไป ไม่จำเป็นต้องเจอ #fwbกทม #หาเพื่อน
ไทย
0
0
1
720
bobxxx
bobxxx@bbboxxy·
@luvPeterx ขอไปด้วยได้ไหมงับ โดนเพื่อนทิ้งหมดเลย
ไทย
0
0
0
26