
“เคยไหม… รู้หมดว่าคนอื่นต้องการอะไร
แต่กลับตอบไม่ได้เลยว่าตัวเองต้องการอะไร ความสุขของตัวเองคืออะไร”
นี่คือประโยคที่นักจิตพูดกับเรา แล้วมันทำให้เรานิ่งไปสักพัก
ช่วงที่ผ่านมา เราทำงานหนักมาก เราเป็นคนชอบทำงาน และก็รู้ตัวดีว่าเป็น people pleaser ใครขออะไร เราก็ทำให้หมด ขี้เกรงใจ กลัวทำให้คนอื่นไม่สบายใจ
จนสุดท้าย ความตั้งใจดีในการช่วยเหลือคนอื่น มันค่อยๆ กลายเป็นการทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว
สุดท้ายแล้ว ปลายทางก็คือ… เบิร์นเอาท์
เราเล่าปัญหาทั้งหมดให้นักจิตฟัง ได้รับการสะท้อนในสิ่งที่เรารู้ดีอยู่แล้ว แต่ไม่กล้ายอมรับ เราใช้ชีวิตโดยคิดถึงความต้องการของคนอื่นตลอด มีกรอบให้ตัวเองว่าต้องเป็นแบบนั้น แบบนี้
แล้วเขาถามกลับมาว่า…
“แล้วถ้าเป็นตัวเราล่ะ ต้องการอะไร ความสุขของเราคืออะไร”
คำถามง่ายๆ แต่เรากลับตอบไม่ได้เลย
เพราะแทบทั้งชีวิต เราใช้ไปกับการทำเพื่อคนอื่น จนไม่เคยได้นั่งถามตัวเองจริงๆ ว่าสุดท้ายแล้ว เรามีความสุขกับอะไร และเราอยากไปทางไหนต่อ
ความจริงคือ…
ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่า ต้องทำยังไงถึงจะได้คำตอบนั้น
และสิ่งที่ยิ่งทำให้เราสับสนก็คือ
ตอนนี้เราอยู่ในจุดที่ ตัวเองในอดีตเคยอยากได้ทั้งหมด
ชีวิตที่เหมือนอยู่บน Pinterest board ที่เราเคย manisfest ไว้
สิ่งที่เคยคิดว่า “ถ้าได้แบบนี้นะ จะต้องมีความสุขแน่ๆ”
แต่ทำไม…
กลับรู้สึกว่าว่างเปล่า
หรือไม่ได้มีความสุขอย่างที่คิด
หรือจริงๆ แล้ว
มันอาจไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการจริงๆ ตั้งแต่แรก
หรือบางที สิ่งที่เราต้องการ
อาจไม่ใช่ “มากขึ้น”
แต่อาจเป็นแค่… การได้พัก
พักใจ
พักร่างกาย
พักจากความคาดหวัง
พักจากการต้องเป็นทุกอย่างให้ทุกคน
พอมองย้อนกลับไป ความสุขของเราอาจเป็นอะไรที่เรียบง่ายมากๆ
การมีเวลาว่างแบบไม่ต้องเร่งรีบ
การได้นั่งเบื่อๆ ทำอะไรไปเรื่อย
การได้เล่นกับแมว
การมีเวลาอ่านหนังสือ
การได้ใช้เวลากับครอบครัว
แค่เรื่องง่ายๆ แค่นี้… ก็เคยทำให้เรามีความสุข
แล้วเราก็เริ่มถามตัวเองว่า
หรือจริงๆ แล้ว ชีวิตของเรา พยายามทำให้ทุกอย่างมันซับซ้อนเกินไปหรือเปล่า
เราถูกผลักให้ต้อง “มีมากขึ้น”
ต้องอยากมากขึ้น
ต้องไปให้สูงขึ้น
ทั้งที่บางครั้ง…
เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เราต้องการสิ่งนั้นจริงไหม
ตำแหน่งที่สูงขึ้น
เงินเดือนที่มากขึ้น
การยอมรับจากคนอื่น
สุดท้ายแล้ว หลายอย่างก็ไม่เคยตอบโจทย์จริงๆ
เพราะสิ่งที่เราต้องการจริงๆ อาจไม่ใช่อะไรที่ยิ่งใหญ่เลย แต่อาจเป็นแค่… การได้มีความสุข
นักจิตยังบอกอีกว่า
ให้ลองพูดสิ่งที่เราอยากได้ยินจากคนอื่น
แต่ให้พูดกับตัวเองแทน
แม้ตอนแรก เราจะไม่เชื่อสิ่งที่ตัวเองพูด
ก็ให้พยายามพูดกับตัวเองไปเรื่อยๆ
เหมือนค่อยๆ ฝึกให้ตัวเอง
ได้ยิน ได้ยอมรับ และได้อ่อนโยนกับตัวเองมากขึ้น
อีกสิ่งหนึ่งที่เขาย้ำมาก คือ
“การอยู่กับปัจจุบัน”
ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องที่รู้อยู่แล้วหรือเปล่านะ
แต่พอมาคิดดีๆ ความทุกข์ส่วนใหญ่ของเรา
มักมาจากการคิดถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง
หรือจมอยู่กับอดีตที่แก้ไขไม่ได้
จนลืมไปว่า…
สิ่งเดียวที่เราควบคุมได้จริงๆ
คือ ปัจจุบัน ตรงหน้า
เขาถามต่อว่า มีอะไรไหมที่เราเคยทำแล้วมีความสุขจริงๆ
เราพูดถึงพอดแคสต์ที่เคยทำ
คอมมิวนิตี้ที่เคยสร้าง
การเขียน การจดไดอารี่
ตอนนั้นแหละที่เขาบอกว่า ได้เห็นตาเรามีประกายขึ้นมา
พื้นที่นี้ คือ safe zone ของเรา
ที่ที่เราได้คุยกับตัวเอง
เยียวยาตัวเอง
และซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง
แต่ช่วงหลัง เราหลงทางอีกครั้ง
เพราะเราไม่ได้กลับไปทำสิ่งเหล่านั้น
ไม่ได้กลับไปอยู่กับตัวเองเหมือนเดิม
วันนี้เลยอยากตั้งใจว่า…
เราจะกลับไปตามหาตัวเองอีกครั้ง
ผ่านการเขียน การเล่า และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ตัวเอง
และหวังว่าเส้นทางนี้
จะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครก็ตาม
ที่กำลังหลงทางเหมือนกัน
ถ้าใครยังหาคำตอบไม่เจอ
มาหาคำตอบไปด้วยกันนะ 🤍
ไทย








