
男は「離れてから大切さに気づく」 女は「離れたら必要のなさに気づく」
.
5.8K posts


男は「離れてから大切さに気づく」 女は「離れたら必要のなさに気づく」

เป็นบทเรียนอีกครั้งของบรรดาผู้หญิง คู่ครองคู่ชีวิตเป็นเรื่องสำคัญที่ตัดสินชะตาชีวิตเราข้างหน้า ต้องเลือกให้ดีๆ และดูให้รอบด้าน


พอมีเงินไปพัก รร แพงๆหลายที่ทำให้ค้นพบความย้อนแย้งของโรงแรมอย่างหนึ่งคือ ต่อให้เราเป็นเมมเบอร์เทียร์สูงสุดจ่ายแพงเหมือนกัน แต่ถ้าเราเป็นแขกที่น่ารักไม่โวยวายอะไรก็ได้ จะโดนจัดลงห้องไม่ดีไว้ก่อน กล้าเปลี่ยนห้องเราโดยไม่แจ้ง และไม่ได้สิทธิ์ปกติที่นักโวยวายเค้าได้กัน



"ไขสูตรลับเรื่องเงินของคนรวยระดับ 0.1% แรกของโลก!" New Gen Investor ตอนนี้ดีเลยแหละ คุ้มค่าที่ได้ฟัง เค้าเชิญ คุณเพชร อดีต Private Banker ของ Goldman Sachs ที่มีประสบการณ์ในด้านนี้กว่า 20 ปีมาคุย **ลูกค้า Private Bank จะมี Asset $100 million เป็นขั้นต่ำ ซึ่งที่พี่เค้าเจอมาก็หลัก $billion** - หลักการบริหารจัดการเงินของคนรวยระดับ Ultra High Net Worth และ High Net Worth จะมองว่าทรัพย์สินของตนเองมีอยู่ 2 กระเป๋า โดยมีวัตถุประสงค์และการบริหารจัดการที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน 1. กระเป๋าแรก: Wealth Creation (Active Income) - เป็นส่วนที่สร้างความมั่งคั่งจากการประกอบอาชีพหลักหรือธุรกิจ - มักจะกระจุกตัว (concentrate) อยู่ในธุรกิจที่ตนเองถนัดและเชี่ยวชาญ และเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนั้น ๆ - ผู้ลงทุนกลุ่มนี้จะสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงในธุรกิจหลักของตนเองได้เป็นอย่างดี และคาดหวังผลกำไรระดับสองหลัก (double digit) ขึ้นไป เช่น 20-30% - Mindset ลูกค้ากลุ่มนี้จะมีความมุ่งมั่น โฟกัส (concentrate) กับสิ่งที่ทำ และสนุกกับการหาเงิน ไม่ใช่แค่ตัวเงินเป็นหลัก บทบาทของที่ปรึกษา ที่ปรึกษาจะไม่สามารถเก่งกว่าลูกค้าในการสร้างกระเป๋าแรกนี้ได้ เนื่องจากลูกค้าได้สร้างความมั่งคั่งมาด้วยความเชี่ยวชาญของตนเอง 2. กระเป๋าที่สอง: Wealth Preservation (การรักษาความมั่งคั่ง) - เป็นการรักษาความมั่งคั่งที่สร้างมาแล้วให้ยั่งยืน ยาวนาน และส่งต่อไปยังรุ่นลูกหลานได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายหลักคือ #การชนะเงินเฟ้อ เพื่อให้ "หลานควรจะรวยกว่าปู่ หรือเหลนไม่ด้อยไปกว่ารุ่นทวด" หน้าที่หลักของกระเป๋าใบนี้คือ "ทำไม่ให้ลูกไม่จนลง" - การบริหารจัดการกระเป๋าที่สองนี้ควรมีการ #กระจายการลงทุน** (diversify) เนื่องจากลูกค้าอาจไม่มีเวลาหรือความถนัดในการดูแลสินทรัพย์หลากหลายประเภท - ผลตอบแทนที่คาดหวัง สำหรับพอร์ตโฟลิโอแบบ conservative (เสี่ยงต่ำ) จะอยู่ที่ประมาณ6-8% ต่อปี ในขณะที่ลูกค้าที่มีความเชี่ยวชาญสูงและรับความเสี่ยงได้มาก อาจคาดหวังผลตอบแทนระดับปลายหลักเดียวหรือสองหลักได้ **ขึ้นกับอัตราดอกเบี้ยช่วงนั้นด้วยนะ - การรับความเสี่ยง พบว่า ลูกค้ากลุ่ม Ultra High Net Worth ส่วนใหญ่มีความสามารถในการรับความเสี่ยงได้สูงและมักจะเอนเอียงไปทางการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk) มากกว่า เนื่องจากพวกเขามีสภาพคล่องสูง ไม่จำเป็นต้องใช้เงินทั้งหมดในระยะเวลาอันใกล้ และเข้าใจว่าทุกวิกฤตการณ์ที่ผ่านมา (ซึ่งมักจะเกิดขึ้นไม่นาน) มักจะมีการฟื้นตัวของสินทรัพย์ที่ดี ทำให้พวกเขามองวิกฤตเป็นโอกาสในการ "ช้อนซื้อของถูก" - สินทรัพย์ที่ลงทุน: นอกจากหุ้น (หุ้น) และพันธบัตร (บอนด์) ซึ่งเป็นสินทรัพย์หลักแล้ว ยังมีการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก ทองคำ >> เป็นสินทรัพย์ที่ช่วยพยุงพอร์ตในภาวะวิกฤต Hedge Fund >> ช่วยพยุงพอร์ตในภาวะลำบาก ไม่ใช่การสร้างผลตอบแทนที่สูงมาก (หลายคนมักเข้าใจผิด Private Equity - PE หรือสินทรัพย์นอกตลาด >> มีปริมาณมากกว่าสินทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ (สัดส่วน 9:1 ทั่วโลก) และมีศักยภาพในการเติบโตสูง (3-4 เท่า) แต่การเข้าถึงค่อนข้างจำกัดและสงวนไว้สำหรับนักลงทุนสถาบันหรือรายใหญ่พิเศษ ===== คำแนะนำสำหรับนักลงทุน New Gen 1. ลงทุนให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่าที่มี และ "stay invested" คือลงทุนอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ซื้อมาขายไปเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น แต่ให้ถือสินทรัพย์ที่มั่นใจไว้ระยะยาว การลงทุนอย่างเป็นระบบแม้หวังผลตอบแทน 6-8% ก็สามารถทำให้เงินเพิ่มเป็นสองเท่าใน 13 ปีได้ 2. หลีกเลี่ยงการเป็นหนี้อสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่อายุน้อยในประเทศไทย ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไทยอาจไม่ตอบโจทย์เท่าตลาดในต่างประเทศบางแห่ง เช่น สิงคโปร์ ที่นักลงทุนจะได้เปรียบมากกว่าจากการใช้ leverage 3. พยายามหารายได้เพิ่มเติม เพื่อเร่งสร้างเงินก้อนแรกให้เร็วที่สุด จะได้มีเงินมาสร้างพอร์ตโฟลิโอในกระเป๋าที่สอง (Wealth Preservation) ได้ไวขึ้น #ทิ้งท้าย - แยกบทบาทของสองกระเป๋าเงินให้ชัดเจน หากยังมีเงินไม่มาก การมุ่งหวังผลตอบแทน 15-20% จากกระเป๋าที่ 2 ตลอดเวลา อาจเป็นการรับความเสี่ยงเกินจำเป็นโดยไม่รู้ตัว - Time in the Market สำคัญกว่า Timing the Market การอยู่ในภาวะลงทุนอย่างต่อเนื่องสำคัญมาก เพราะการพยายามจับจังหวะตลาด (market timing) มีโอกาสผิดพลาดสูง #สรุปแล้ว ประเด็นสำคัญ คือ การที่คนรวยระดับโลกมีการแบ่งกระเป๋าเงินเป็นสองส่วน คือ การสร้างความมั่งคั่ง (Wealth Creation)ที่เน้นการโฟกัสและเสี่ยงสูงในธุรกิจหลัก และ การรักษาความมั่งคั่ง (Wealth Preservation) ที่เน้นการกระจายความเสี่ยงและตั้งเป้าหมายเพื่อชนะเงินเฟ้อเพื่อส่งต่อสู่รุ่นต่อไป ขอบคุณ New Gen Investor ครับ #FunManager



นึกถึงที่มีคนไปบนไรสักอย่าง ถ้าได้จะถวายไข่1,000 ฟอง พอได้จริงๆชีถวายไข่ปลา เพราะตอนบนไม่ได้แจ้งรายละเอียดว่าไข่อะไร บิดเก่งชิบหาย555555555

