duiduiduiduiduidui

2.9K posts

duiduiduiduiduidui banner
duiduiduiduiduidui

duiduiduiduiduidui

@dodgeduidui

Scrolling crypto fulltime | ex-slave for @thecryptobobo

Katılım Ekim 2019
3K Takip Edilen2.7K Takipçiler
duiduiduiduiduidui
duiduiduiduiduidui@dodgeduidui·
ล่าแอร์ดรอป Tempo น่าจะทำให้หลายๆคนรู้สึกกลับมาสนุกกับการล่าแอร์ดรอปอีกครั้ง ส่วนตัวเรื่องโทเคน 50/50 ว่าจะมีมั้ย แต่ Guide ล่าแอร์ดรอปเตรียมคลอด
Tempo@tempo

Tempo Mainnet is live! Starting today, anyone can build on Tempo through our public RPC endpoints. Alongside mainnet, we’re introducing the Machine Payments Protocol, an open standard for machine payments.

ไทย
2
4
38
3.2K
duiduiduiduiduidui
duiduiduiduiduidui@dodgeduidui·
ตอนแรกไม่รู้จะเขียนสรุปไอตัวนี้ดีมั้ยแต่คิดว่าเขียนเผื่อไว้หน่อยๆก็ดี Tempo น่าจะเป็นโปรเจกต์บล็อคเชนที่มาแรงมากแน่ๆ เป้าหมายหลัก: เป็น Layer-1 ที่ถูกสร้างมาเพื่อประมวลผลธุรกรรม Stablecoin, การชำระเงินระดับสถาบัน และระบบแบบ Machine-to-Machine (M2M) โดยเฉพาะ ผู้ผลักดัน: ทำร่วมกันโดย Stripe (ยักษ์ใหญ่ด้าน Payment ที่มีวอลุ่ม $1.4 Trillion/ปี) และ Paradigm (กองทุนคริปโตที่ใหญ่ที่สุด) พาร์ทเนอร์ก็จะมีพวก Anthropic, DoorDash, Mastercard, Nubank, OpenAI, Ramp, Revolut, Shopify, Standard Chartered, และก็ Visa การระดมทุน: ปิดรอบ Series A ไป $500 Million (Valuation $5 Billion) นำโดย Thrive Capital และ Greenoaks โดยที่ Stripe และ Paradigm ไม่ได้ลงทุนในรอบนี้เพื่อรักษาความเป็นกลางของเครือข่าย แต่ก็ถือสัดส่วนในฝั่ง Core Contributor แน่ๆ (Founder ของ Paradigm เป็น Engineer เองเลย) กลยุทธ์กินรวบของ Stripe: Tempo เป็นเหมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายในการคุมระบบ Payment ทั้งหมด ต่อจากการเข้าซื้อ Bridge ($1.1B) เพื่อจัดการ Stablecoin ระดับธนาคาร (ได้ไลเซนส์จาก OCC) และ Privy เพื่อจัดการระบบ Wallet ทำเป็น Closed-loop Ecosystem ที่บริษัทสามารถควบคุมวงจรชีวิตของธุรกรรม ได้ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ โดยไม่ต้องพึ่งพาหรือแบ่งเค้กให้กับโครงสร้างพื้นฐานของ Web3 เจ้าอื่นเลย 1. ต้นน้ำ (Fiat-to-Crypto & Custody): การเข้าซื้อ Bridge มูลค่าดีล: ~$1.1 พันล้านดอลลาร์ (ต้นปี 2025) เป็นประตูเชื่อมระหว่างเงินสดในโลกจริง (Fiat) กับโลกคริปโต ทำให้ Stripe สามารถถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลและออก Stablecoin ให้กับลูกค้าองค์กรได้ทั่วประเทศสหรัฐฯ ทันที โดยไม่ต้องไปนั่งขอใบอนุญาต Money Transmitter Licenses แยกทีละรัฐให้ปวดหัว 2. กลางน้ำ (User Experience & Onboarding): การเข้าซื้อ Privy มูลค่าดีล: เข้าซื้อเมื่อกลางปี 2025 จัดการกระเป๋าเงินดิจิทัล (Wallet Infrastructure) ผ่านระบบ Account Abstraction Privy ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสร้าง Wallet ผ่านการล็อกอินด้วยอีเมล, โซเชียลมีเดีย หรือใช้ FaceID (ผ่าน Passkey) ได้เลย Stripe จึงสามารถดึงผู้ใช้จากโลก Web2 เข้ามาทำธุรกรรมได้ทันทีโดยที่ End-user อาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังใช้งาน Blockchain อยู่ 3. ปลายน้ำ (The Settlement Layer): การสร้าง Tempo Blockchain เป็น Layer-1 สำหรับชำระเงินโดยเฉพาะ ก่อนหน้านี้ ถ้า Stripe เลือกใช้เครือข่ายอื่นอย่าง Ethereum หรือ Solana พวกเขาต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้ เช่น วันดีคืนดีมีการแฮ๊คหรือการฟอกเงินอะไร ก็จะควบคุมไม่ได้ การมี Tempo L1 เป็นของตัวเอง (ที่มี Gas Limit มหาศาล และมีระบบ Dedicated Payment Lanes) ทำให้ Stripe สามารถการันตีให้กับพาร์ทเนอร์อย่าง Visa หรือ Klarna ได้ว่า ธุรกรรมจะสำเร็จภายใน 1 วินาทีเสมอ และค่าธรรมเนียมจะนิ่งอยู่ที่ ~$0.001 ตลอดไป จุดเด่น ทำไม Tempo ถึงเป็นอะไรที่คนจับตามอง? ลาก่อนเหรียญ Gas (TIP-20 Standard): เชนนี้ไม่มีเหรียญ Native แก๊ส เราสามารถจ่ายค่าธรรมเนียมด้วย Stablecoin อย่าง USDC หรือ USDT ได้เลย โดยระบบจะมี "FeeAMM" ซึ่งเป็น DEX ที่ฝังอยู่หลังบ้าน คอยสลับเหรียญจ่ายเป็นค่าตอบแทนให้ Validator แบบอัตโนมัติ สปีดระดับ Enterprise: ใช้ระบบ Consensus แบบใหม่ที่เรียกว่า Minimmit (รันบล็อกละ 0.5 วินาที) และใช้ Reth เป็น Execution Layer รองรับได้ถึง 100,000 TPS โดยที่ค่าธรรมเนียมถูกและนิ่งมาก (เฉลี่ยแค่ $0.001) Stripe คุมเกมหมด: Stripe ค่อยๆ กว้านซื้อโครงสร้างพื้นฐานมาตลอด ทั้ง Bridge (ระบบจัดการ Stablecoin ที่ได้ใบอนุญาตระดับธนาคาร) และ Privy (ระบบ Wallet) พอเอามาประกอบร่างกับ Tempo ทำให้ Stripe ควบคุม Payment Stack ได้ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำโดยไม่ต้องพึ่งเชนอื่น ยุคของ AI Payment (MPP): มาพร้อมมาตรฐาน Machine Payments Protocol (MPP) ที่ให้ AI Agents จ่ายเงินซื้อ API หรือ Data ได้เองแบบ Micro-transaction บอทสามารถจ่ายค่า Data Stream ยิบย่อยด้วย Stablecoin ได้แบบไร้รอยต่อ โอกาสที่ Tempo จะออกเหรียญของตัวเอง (TGE) มีแค่ไหน? ระยะสั้นน่าจะมีโอกาส 0% แต่ผมก็ยังคิดว่า 50/50 ที่ Tempo จะออกโทเคน - ถูกออกแบบมาให้ต่างจากรากฐานของเครือข่ายเดิมๆ อย่าง Ethereum (ที่ผู้ใช้ต้องมี ETH) หรือ Solana (ที่ต้องมี SOL) อย่างสิ้นเชิง มาตรฐาน TIP-20 อนุญาตให้ผู้ใช้จ่ายค่าแก๊สด้วย Stablecoin อย่าง USDC ได้โดยตรง - ตามสไตล์โปรเจกต์ที่ Paradigm แบ็คหลัง (อย่าง Optimism, Starknet, Monad) โอกาสแจก Airdrop ในอนาคตมีสูง - แต่.. - การที่ยักษ์ใหญ่อย่าง Stripe เข้ามาคุมเกม ทำให้ Tempo ต่างจากโปรเจกต์ Web3 ทั่วไป โมเดลธุรกิจของ Stripe ขับเคลื่อนด้วย "ปริมาณธุรกรรมและค่าธรรมเนียม (Processing Volume)" ไม่ใช่การเก็งกำไร การดันทุรังออกเหรียญที่เสี่ยงต่อการถูก ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ตีความว่าเป็น "หลักทรัพย์ (Security)" - แต่... (อีกรอบ) - แหล่งข่าวบอก The Rollup ว่ามีโอกาสที่จะปล่อยเหรียญแต่รอให้สภาพทางกฎหมายและโครงสร้าง Tokenomics ชัดเจนกว่านี้ - แม้ Stripe จะไม่อยากเสี่ยงเรื่องกฎหมาย แต่กลุ่มทุนที่ลงเงินไปกว่า $500M ในรอบ Series A ย่อมต้องการผลตอบแทนที่จับต้องได้ หากไม่ใช่การเสนอขายหุ้น IPO ของ Tempo เอง การทำ TGE เพื่อให้ VC นำไปเทขายทำกำไรจึงเป็นแรงกดดันเชิงโครงสร้างที่โปรเจกต์ต้องหาจุดสมดุลให้เจอ ตอนนี้ก็เลยคิดว่า 50/50 ไม่ค่อยชัวร์ เพราะ Validator ก็รับ reward เป็น Stablecoin Guide ล่าแอร์ดรอปอยู่ใน KoFi 👇
duiduiduiduiduidui tweet media
ไทย
2
32
82
5.6K
duiduiduiduiduidui
duiduiduiduiduidui@dodgeduidui·
GM ตลาดคริปโตสีเขียว Are we back? 🤔
ไทย
6
1
23
1.8K
duiduiduiduiduidui
duiduiduiduiduidui@dodgeduidui·
ถ้าสงครามยืดเยื้อ สิ่งที่ต้องจับตาอาจไม่ใช่แค่ราคาน้ำมัน แต่คือ “เงิน” ที่จะถูกอัดเข้าระบบอีกครั้ง - เริ่มจากสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง - พอราคาน้ำมันสูง คนก็เริ่มกังวลว่าเงินเฟ้ออาจกลับมา - ตลาดพันธบัตรเลยแกว่งแรง ผลตอบแทนพันธบัตรขยับขึ้น ความผันผวนสูงขึ้น - สุดท้ายธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed อาจต้องเข้ามาดูแลเสถียรภาพ และเติมสภาพคล่องเข้าสู่ระบบ - พอ “สภาพคล่อง” กลับมา สินทรัพย์เสี่ยงอย่าง หุ้น และ Bitcoin ก็มักได้ประโยชน์ แน่นอนว่าถ้ามองสงครามแล้ว เราจะชอบคิดแค่ว่า “งั้น Bitcoin ต้องลงสิ เพราะคนกลัวความเสี่ยง” ซึ่งในระยะสั้น มันอาจจริง เพราะเวลาเกิดข่าวแรง ตลาดมักขายทุกอย่างก่อน แต่สิ่งที่ต้องคิดต่อคือ… ถ้าความขัดแย้งลากยาวจนเริ่มกระทบเศรษฐกิจจริง กระทบงบประมาณรัฐ กระทบตลาดการเงิน และทำให้ Fed ต้องกลับมาผ่อนคลายอีกครั้ง ผลลัพธ์ระยะต่อไปอาจไม่เหมือนช่วงแรก พูดง่ายๆ คือ… ข่าวสงครามมาแรกๆ = ตลาดกลัว แต่ถ้าสงครามยืดเยื้อจนไปกดดันให้รัฐต้องใช้เงินมากขึ้น และกดดันให้ Fed ต้องอุ้มระบบมากขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง เราต้องดูว่าสงครามนั้นจะยืดเยื้อแค่ไหนและ Fed จะตอบสนองอย่างไร สิ่งที่ควรจับตาต่อจากนี้มี 3 เรื่อง - ราคาน้ำมันยังยืนสูงต่อหรือไม่ - ตลาดพันธบัตรสหรัฐเริ่มผันผวนแรงขึ้นหรือเปล่า - Fed ส่งสัญญาณดูแลเสถียรภาพ หรือผ่อนคลายนโยบายเร็วขึ้นไหม ถ้า 3 อย่างนี้เริ่มมาในทิศทางเดียวกัน ภาพของตลาดอาจค่อยๆ เปลี่ยน เพราะตลาด Sentiment แย่มากตอนนี้ และถ้ายิ่งสงครามยืดเยื้อ แรงขายอาจจะหดตัวและตลาดเริ่ม price in หวังให้รัฐอัดฉีด แน่นอนครับว่าไม่มีใครอยากให้มันยืดเยื้อหรือแม้กระทั่งเกิดขึ้นเลย อันนี้เป็นการแชร์มุมมองเฉยๆ ไม่มีเจตนาสนับสนุนให้เกิดอะไรแบบนี้ และไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
duiduiduiduiduidui tweet media
ไทย
0
8
22
1.7K
duiduiduiduiduidui
duiduiduiduiduidui@dodgeduidui·
ส่วนคนไทย อดใช้ทั้ง OKX และ Bybit 🤭
ไทย
0
1
1
70
duiduiduiduiduidui
duiduiduiduiduidui@dodgeduidui·
มีรายงานจาก WuBlockchain ว่า Coinbase กำลังเจรจากับ Bybit เรื่อง investment partnership โดยหนึ่งในเป้าหมายที่คนมองกันคือ Bybit อาจใช้ดีลนี้เป็นทางเข้าสู่ตลาดสหรัฐแบบถูกกฎมากขึ้น แต่ตอนนี้ยังเป็นแค่ การพูดคุย ยังไม่มีข้อสรุปสุดท้าย และ Bybit ก็ยังปฏิเสธให้ความเห็นอยู่ เป็นดีลที่น่าสนใจ เพราะ Bybit ก็คงอยากเจาะตลาดสหรัฐฯ ส่วน Coinbase ก็อยากเจาะตลาดรายย่อยรอบโลก เมื่อก่อนหลายแพลตฟอร์มโตได้จากการไปตั้งอยู่นอกสหรัฐ แล้วให้บริการคนทั่วโลก แต่ตอนนี้ ถ้าอยากโตแบบยั่งยืน โดยเฉพาะถ้าอยากแตะตลาดอเมริกา เรื่องใบอนุญาต เรื่องโครงสร้างบริษัท และเรื่องการกำกับดูแล เริ่มกลายเป็นของสำคัญมากขึ้น • Coinbase คือหนึ่งในชื่อที่ตลาดมองว่า “เล่นในกรอบกฎ” มากกว่าเจ้าอื่น • Bybit เป็นหนึ่งใน cex นอกสหรัฐที่ใหญ่อันดับ 2 มีฐานผู้ใช้และสภาพคล่องสูง อีกจุดที่น่าสนใจคือ ช่วงนี้มีดีลลักษณะคล้ายกันเกิดขึ้นต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ ICE เจ้าของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ลงทุนใน OKX ที่มูลค่าประเมินราว 25,000 ล้านดอลลาร์ และมีแผนความร่วมมือด้านตลาดสหรัฐที่ถูกกำกับมากขึ้น ส่วน Coinbase เองก็ปิดดีลซื้อ Deribit แล้วในปี 2025 หลังประกาศข้อตกลงมูลค่า 2.9 พันล้านดอลลาร์ เพื่อขยายเกมในตลาดอนุพันธ์คริปโต ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่มากและทำรายได้ดี ข่าวนี้ยังไม่ใช่ดีลที่ปิดแล้ว แต่ถ้าจริง มันสะท้อนว่า ตลาด US ยังเป็นตลาดที่ใครๆ ก็อยากเข้า
Wu Blockchain@WuBlockchain

Exclusive: Coinbase, the largest cryptocurrency exchange in the US, is in talks with Bybit, the world's second-largest offshore exchange, for an investment partnership. Bybit hopes to use this opportunity to enter the compliant US market. Three sources confirmed this news to WuBlockchain.

ไทย
1
2
4
819
duiduiduiduiduidui
duiduiduiduiduidui@dodgeduidui·
Forbes ยังรายงานไว้อีกว่า อีกเหตุผลที่รวยเร็วเพราะผลประโยช์นทางการเมืองกับพี่หัวส้ม 🤔
ไทย
0
0
0
247
duiduiduiduiduidui
duiduiduiduiduidui@dodgeduidui·
มูลค่าตลาดคริปโต -44% จากยอด แต่ CZ รวยขึ้นเกือบ 10เท่า ใน 3 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้ Forbes ประเมินว่าเขากลับมามีมูลค่าทรัพย์สินสูงสุดเท่าที่เคยมี คือประมาณ 110,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 17 อันดับแรกของคนที่รวยที่สุดในโลก สิ่งที่ทำให้ CZ รวยขึ้นแรง ไม่ได้มาจากการถือบิตคอยน์อย่างเดียว แกนหลักจริงๆ คือมูลค่าของ Binance เอง Forbes มองว่า Binance อาจมีมูลค่าราว 100,000 ล้านดอลลาร์ และจากเอกสารทางกฎหมายก่อนหน้านี้ CZ น่าจะถือหุ้นอยู่ประมาณ 90% ตอนปี 2023 Forbes คาดการณ์ Net Worth ของ CZ ไว้ที่ 10.5 พันล้านดอลลาร์ หรือเท่ากับว่าขึ้นมา 10 เท่าในเวลา 3 ปีเท่านั้น ชาวเน็ตบางคนสงสัยว่าจะโหดไปไหน ตลาดคริปโตซบเซาพอตัวในปี 2025 แต่ Net Worth ก็ขึ้นเอาๆ Networth ของ CZ ตอนนี้มีสูงกว่า Bill Gates และ Michael Bloomberg เสียอีก ปี 2023 = $10B ปี 2024 = $33B ปี 2025 = $62B ปี 2026 = $110B ถ้า Net Worth ยังพุ่งขึ้นแบบนี้ เขาอาจจะแซง Warren Buffet และ Jensen Huang แห่ง Nvidia ที่มี Networth อยู่ $149B - $154B ได้ในเวลาไม่นาน ถ้าปีหน้า Networth ขึ้นไปอีกเท่าตัว เขาจะก้าวขึ้นเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในโลกอันดับ 7 เป็นรอง Mark Zuckerberg ทันที แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เป็นตัวเลขประมาณการณ์จาก Forbes เท่านั้น เราแทบไม่มีทางรู้ได้เลยว่าพี่ CZ แกมีเงินอยู่เท่าไหร่กันแน่
duiduiduiduiduidui tweet media
ไทย
2
10
44
4.4K
duiduiduiduiduidui
duiduiduiduiduidui@dodgeduidui·
โตแบบ "ก้าวกระโดด"
duiduiduiduiduidui tweet media
ไทย
0
0
1
233
omecat
omecat@omecat·
@dodgeduidui คืออะไรหรอครับดุ่ยๆ เป็น NPC เหมือนกัน
ไทย
1
0
0
29
duiduiduiduiduidui
duiduiduiduiduidui@dodgeduidui·
@tnnnxxx โห อันนี้เป็นความผิดของ Uniswap เลยแหะ มันยังมีอยู่ไหมครับ
ไทย
1
0
1
152
W
W@tnnnxxx·
@dodgeduidui ขอเสริมเพิ่มครับ เพราะผมเคยโดน ของผมไม่ได้ไป copy address จากในพวก block explorer แต่ว่าผมใช้ UI send ของ uniswap ตอนกดเลือก address มันจะมี dropdown ให้เลือก แล้ว address โจรที่หน้าตาคล้ายๆเราก็จะโผล่มาแทรกเป็นอันแรกว่าเป็น address ล่าสุดที่เราโอนไป
W tweet media
ไทย
2
0
5
306
duiduiduiduiduidui
duiduiduiduiduidui@dodgeduidui·
🚨 เตือนภัย: Etherscan รายงานว่า Address Poisoning ตอนนี้มีคนโดนกันเยอะมากๆ ถ้าช่วงนี้มีใครสังเกตเห็นยอดโอนเหรียญแปลกๆ เล็กๆ น้อยๆ โผล่มาในประวัติการทำธุรกรรมของกระเป๋าคริปโต อาจจะต้องระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปเลย Address Poisoning คืออะไร? แฮกเกอร์จะใช้บอทอัตโนมัติสร้าง Address ปลอมที่หน้าตา คล้ายคลึง กับ Address ที่เราโอนเงินไปหาบ่อยๆ (มักจะตั้งใจให้ตัวอักษรชุดแรกและชุดสุดท้ายเหมือนกันเป๊ะ) จากนั้นพวกนั้นก็จะโอนเศษเหรียญจำนวนน้อยมากๆ หรือทำธุรกรรมที่มูลค่าเป็นศูนย์เข้ามา เพื่อให้ Address ปลอมนั้นไปฝังตัวเนียนๆ อยู่ในประวัติการโอนของเรา เป้าหมายคืออะไร? ก็เพื่อหลอกให้เราเผลอไปก๊อปปี้ Address ปลอมของพวกนั้นจากหน้าประวัติการทำธุรกรรม ในครั้งถัดไปที่เราต้องการจะโอนเงิน 📈 ทำไมช่วงนี้ถึงระบาดหนัก? ตอนนี้มันกลายเป็นอุตสาหกรรมสแกมขนาดยักษ์ไปแล้ว ด้วยค่าธรรมเนียมบนเครือข่าย Ethereum ที่ถูกลง (หลังจากการอัปเกรด Fusaka ในช่วงปลายปี 2025) ทำให้ต้นทุนในการส่งสแปมพวกนี้ถูกลงตามไปด้วย ข้อมูลระบุว่าการโอนเศษเหรียญสำหรับ Stablecoin อย่าง USDT และ USDC พุ่งสูงขึ้นกว่า 400% ด้วยต้นทุนที่ต่ำมาก แฮกเกอร์แค่หวังผลสำเร็จเพียง 0.01% (หลอกสำเร็จแค่ 1 ใน 10,000 ครั้ง) ก็ทำกำไรมหาศาลแล้ว ล่าสุดมีเหยื่อรายหนึ่งสูญเงินไปถึง 50 ล้านดอลลาร์เพราะทริกง่ายๆ แค่นี้เลย 🛡️ วิธีป้องกันตัวเอง (กฎเหล็กที่ต้องจำให้ขึ้นใจ) 👉 ตรวจสอบ Address ปลายทางก่อนกดโอนเสมอ 👉เลิกก๊อปปี้จากประวัติ 👉ใช้ Address Book 👉 ตั้งชื่อ Name Tags ดูแลตัวเองและทรัพย์สินกันด้วยนะครับทุกคน
etherscan.eth@etherscan

x.com/i/article/2031…

ไทย
5
42
81
16.4K