omecat

6.3K posts

omecat banner
omecat

omecat

@omecat

I’ve been getting rekt by crypto since 2022, so now I’m hunting for a new S-curve before I end up living in a cardboard box.

Katılım Şubat 2022
2.2K Takip Edilen1.2K Takipçiler
omecat
omecat@omecat·
@shopevtyw นับเฉพาะที่เล่นจริงจังยาวๆ Ragnarok , Pangya , Seal , Aika
1
0
1
31
omecat
omecat@omecat·
@boylahulahu สมัยแรกๆของเกมออนไลน์เลย แต่ตอนนั้นผมเล่น Dragon Raja
ไทย
0
0
0
10
omecat
omecat@omecat·
@Zenestraseven @TACZUS_Kingdomz คนขวาคือตัวจริงนี่เอง ขอบคุณที่มาเตือนครับบ
ไทย
1
0
2
2.5K
Zenestra🃏
Zenestra🃏@Zenestraseven·
น่ากลัวจริงครับ ตอนนี้จะเสพข่าวอะไรต้องกรองก่อนตลอด อนาคต AI น่าจะเนียนขึ้นอีกเยอะด้วยครับ 🚨🥲 ปล.รูปทำให้มาดูเป็นตัวอย่างนะครับ 🙏🏻
Zenestra🃏 tweet mediaZenestra🃏 tweet media
NamKao@MickeyNoonam

นั่งอึ้งกับข่าวที่มีแอคเคาท์ผญ.ทำอ.ล.แฟนได้เงิน5แสน ละตัวจริงเป็นผช.อายุ 47 อะ AI เก่งไปมั้ยวะ55555555

ไทย
26
377
251
542.8K
omecat
omecat@omecat·
@geegissss Cozy สุดๆครับ ใครเป็นแฟนเกม Pokemon ละชอบแต่งบ้าน สร้างบ้าน น่าจะชอบเลย เกมก็เล่นง่าย เสียดายเนื้อเรื่องสั้นไปนิดด
ไทย
0
0
0
65
Geegi Eiei
Geegi Eiei@geegissss·
@omecat pokopia น่าเล่นมากกก ไม่มีเวลาได้เล่นเลย 555
ไทย
1
0
1
207
omecat retweetledi
spin9
spin9@spin9·
ความห่วยของ Facebook นะ ไลฟ์อนาจาร ปล่อยผ่าน คนเห็นมากมาย แล้วค่อยแถลงสามบรรทัดว่า เอ้อ ผิดกฎนะ เราลบให้ละ แต่ถ้ารายงานเพจปลอม เอาหน้าเรา เอาชื่อเราไปหลอกคน หลอกขายของ มันบอกไม่ผิดกฎ ไม่ against our community standards อยากฟาดหน้ามันสักที ทุกวันนี้ไอ่เพจปลอมชื่อนี้ก็ยังอยู่
spin9 tweet mediaspin9 tweet media
ไทย
52
3.4K
1.5K
153.6K
omecat
omecat@omecat·
@gooddream_ntd รักษาไมเกรนมา 1 ปีครึ่งแล้วครับ ทุกวันนี้ใช้ชีวิตดีขึ้นมากไม่ปวดหัว วิธีแก้ระยะสั้นคือ กินพาราถ้าปวดให้กิน ถ้ายังไม่หายค่อยกินยาแก้ปวดไมเกรน ระยะกลาง นอน 6-8 ชม. , เดินชัน ออกกำลัง weight training , ดื่มน้ำวันละ 2-3 ลิตร ระยะยาว กินยารักษาไมเกรนก่อนนอน (ปริมาณตามหมอสั่ง)
ไทย
0
0
0
68
Gooddream.inj 🥷🏻✳️
ชาวไมเกรนน ช่วงนี้อากาศร้อนมาก แต่ละคนมีวิธีรับมือยังไงไม่ให้ปวดกัน บอกตรงๆ ตอนนี้แย่มาก เหมือนตกนรกทุกวัน ปวดจนอ้วก 😫
ไทย
27
18
41
5.7K
omecat
omecat@omecat·
@kik4262 Digimon Adventure ทั้ง ภาคแรก และ 02
1
1
1
64
🍀kuk_kik 🍀🦊🍅
ตอนเด็กๆ ถ้าตื่นเช้าวันเสาร์-อาทิตย์ การ์ตูนช่อง 9 เรื่องโปรดของคุณคือเรื่องอะไร
ไทย
132
91
219
39.5K
omecat
omecat@omecat·
Project X มีแจก Cashdrop นะครับ ใครเคยวาง LP หรือใช้ลองไปเช็คกันดูนะ มันโอนเข้าเป๋าให้เองเลย
omecat@omecat

วาง LP คู่ USDH บน PRJX เก็งแอร์ดรอบ Hyperliquid รอบสอง ผมฝากคู่กับ USDT0 ใครกำลังหาที่ฝากเงินอยู่เรียนเชิญ >> (ref) @omecat" target="_blank" rel="nofollow noopener">prjx.com/@omecat ได้ 10% boost point >> (no ref) prjx.com

ไทย
0
0
0
27
omecat
omecat@omecat·
@Jtpm_ooon คลาสสิคมากแต่ก่อนเอาไว้ดีดเล่นกินเหรียญกับเพื่อน ยังเก็บไว้ครบ ใครสนใจติดต่อได้ครับ มีทั้ง โปเกม่อน , ดิจิม่อน 😁
ไทย
1
0
2
2.8K
เจเจไม่ลับลู้
ก่อนยุคการ์ดโปเกม่อนเคยมีสิ่งนี้ แล้วตอนนี้ขายกันอย่างแพงเมื่อก่อนเป็นของแถมมากับขนม เคยมีอย่างเยอะ ตอนนี้หายไปแล้ว
เจเจไม่ลับลู้ tweet media
Ladar_ON♡@LadarJunny

ขอดู"ปีลึก"ของทุกคนหน่อยค่ะ

ไทย
123
16.2K
9.5K
976.9K
tripleline
tripleline@tripleline_th·
ณ หมู่บ้านคริปโต ค.ศ. 2050 "ป๊าๆ ทำไมบ้านนั้นหลังใหญ่จัง" "เค้าเป็นเศรษฐี SOL น่ะลูก ถือไว้ตั้งแต่ $80 ตอนนี้ $800 แล้ว" "ป๊าๆ ทำไมบ้านหลังนี้ มีรถลัมโบเยอะจัง" "อ๋อ เศรษฐี HYPE ทุน $40 ตอนนี้ $700" "ป๊า! แล้วทำไมบ้านเรายังจนอยู่ ป๊าไม่ซื้อคริปโตหรอ" "อ่อ ป๊าถือแต่ ETH น่ะลูก"
ไทย
4
0
17
350
omecat retweetledi
The Momentum
The Momentum@themomentumco·
อย่าตกหลุมพราง ‘Sealioning’ เทคนิคยั่วโมโหคู่ดีเบต ด้วยการจี้ถามซอกแซกทั้งที่ไม่ได้อยากรู้ หลายคนอาจยังจำกันได้ว่าเมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดยกให้ ‘Rage Bait’ (เรจ เบต) เป็นคำศัพท์แห่งปี โดยให้นิยามไว้ว่าหมายถึงพฤติกรรมจงใจโพสต์คอนเทนต์ยั่วยุให้ผู้อ่านโกรธหรือหงุดหงิด ไม่ว่าจะเพื่อเพิ่มยอดการมีส่วนร่วมบนบัญชีโซเชียลมีเดียของตนเอง หรือด้วยเหตุผลอื่นใดก็ตาม แต่ในสัปดาห์นี้ คอลัมน์ Wisdom จะพาผู้อ่านไปรู้จักพฤติกรรมก่อกวนให้รู้สึกหงุดหงิดอีกแบบหนึ่งที่คล้ายกับ Rage Bait มีชื่อเรียกเล่นๆ ว่า ‘Sealioning’ บทความจากศูนย์วิจัยโลกอินเทอร์เน็ตและสังคมในสังกัดมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าวถึงพฤติกรรมนี้ในฐานะกลวิธีก่อกวนแบบหนึ่ง ซึ่งประกอบไปด้วย “การจี้ถามเรื่องพื้นฐานที่ค้นคว้าคำตอบเองได้ง่าย หรือไม่ก็เป็นประเด็นนอกเรื่อง บางกรณีอาจร้องขอที่มาหรือเอกสารอ้างอิงข้อมูลหยุมหยิม โดยขณะเดียวกันนั้นก็จะย้ำอยู่ตลอดว่า ตนแค่ต้องการดีเบตอย่างมีเหตุผลและสุภาพเท่านั้น” การใช้ภาพแทนและคำว่า Sealion ซึ่งแปลว่าสิงโตทะเลในบริบทนี้ปรากฏขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2014 ในเนื้อหาการ์ตูนช่องสั้นๆ โดยเดวิด มัลกี (David Malki) เล่าเชิงอุปมาถึงเจ้าสิงโตทะเลที่เข้ามาขัดจังหวะบทสนทนาโดยไม่ได้รับเชิญ พร้อมกับสารพัดคำถาม เหตุใดจึงต้องวาดเป็นภาพสิงโตทะเล ไม่มีใครรู้แน่ชัด รู้แต่ว่าเมื่อนึกภาพเจ้าสัตว์น้ำชนิดนี้มาตีหน้าซื่อร้องเสียงดังอุ๋งๆ อยู่ข้างหูก็ฟังดูเข้ากับพฤติกรรมแบบที่เรียกกันว่า Sealioning ดี เผินๆ ดูเป็นเพียงคำถามไร้พิษภัย แต่ถ้าต้องฟังต่อไปเรื่อยๆ ก็มีแต่จะก่อความรำคาญและทำให้รู้สึกเหนื่อย ใต้ฉากหน้าของความพยายามอย่างจริงใจที่จะเรียนรู้และสื่อสาร ชาวเน็ตก่อกวนสายสิงโตทะเลพวกนี้ตั้งใจถามคำถามมากมายเหล่านี้เพื่อบั่นทอนความอดทน สมาธิ และแรงใจการอธิบายของฝ่ายตรงข้าม ก่อนจะเริ่มทำให้อีกฝ่ายดูเป็นคนไม่มีเหตุผลและใช้อารมณ์ เอมี โกลเวอร์ (Amy Glover) นักเขียนชาวอังกฤษจากหนังสือพิมพ์ Huffington Post กล่าวว่าเทคนิคนี้มักถูกนำมาใช้เล่นงานหรือป่วนบทสนทนาเกี่ยวกับประเด็นความยุติธรรมทางสังคม (Social Justice) ในขณะที่ศาสตราจารย์ เจ. มาร์แชล เชพเพิร์ด (J. Marshall Shepherd) นักอุตุนิยมวิทยา ผู้อำนวยการโครงการวิจัยชั้นบรรยากาศของ University of Georgia เขียนในบทความของเขาซึ่งตีพิมพ์กับนิตยสาร Forbes ว่า เคยเห็นกลุ่มผู้ไม่เชื่อเรื่องภาวะโลกรวนใช้วิธีนี้ในการดีเบตประเด็นสิ่งแวดล้อมอยู่บ่อยครั้ง ลักษณะสำคัญที่สังเกตได้ง่ายๆ คือ 1. มักใช้โทนภาษาสุภาพ แต่ตั้งคำถามวนซ้ำไปมา ต่อให้ได้รับคำตอบตรงจุดก็จะแกล้งไม่เข้าใจจนกว่าอีกฝ่ายจะเริ่มจับทางได้ 2. หากสามารถตอบผ่านเรื่องหนึ่งไปได้ ก็จะมีคำถามใหม่มาจี้เรื่อยๆ เป็นวงจรไม่รู้จบ 3. เมื่ออีกฝ่ายเริ่มหงุดหงิดหรือเหนื่อย ไม่อยากเสวนาด้วยแล้ว คนกลุ่มนี้ก็จะเริ่มหาเรื่อง Tone Policing แทน ซึ่งหมายถึงการเบี่ยงประเด็นไปที่อารมณ์ของอีกฝ่าย หรือจับผิดเรื่องภาษาที่ใช้ว่าหยาบคายนั่นเอง ตัวอย่างวงจรคำถามที่พบได้บ่อย “ขอนิยามคำว่า X ของคุณหน่อย” “งั้นแปลว่า Y ใช่ไหม” (บิดสาร) “ทำไมถึงคิดเห็นอย่างนั้น” “อธิบายกระบวนการอย่างละเอียดให้ฟังหน่อย” “มีตัวอย่างไหม” “มีหลักฐานไหม” “มั่นใจแค่ไหน” “รบกวนขอ source อ้างอิงหน่อย” “ข้อมูลนี้อัปเดตล่าสุดเกิน 6 เดือนรึยัง” “วิจัยนี้ peer-review ยังไง” “สถาบันนี้เชื่อถือได้จริงเหรอ” “แค่ถามก็ผิดเหรอ” “ไม่เห็นต้องใส่อารมณ์เลย” “ผม/ฉันก็แค่พยายามดิสคัสอย่างสุภาพชนเองนะ” แม้จะมาจากพฤติกรรมก่อกวนออนไลน์ แต่ Sealioning เป็นกลวิธีที่หลายคนใช้เวลาถกเถียงในชีวิตจริงด้วย ปัจจุบันมีนักวิชาการ นักการเมือง และคนมีชื่อเสียงในโลกการเมืองหลายรายทีเดียวที่ได้รับคำวิจารณ์ว่า ไม่ซื่อตรงและใช้วิธีถกเถียงแบบสิงโตทะเล วิธีรับมือกับนักเถียงสาย Sealion คริส สโตเคิล-วอล์คเกอร์ (Chris Stokel-Walker) นักเขียนสายเทคจากหนังสือพิมพ์ The Guardian ยืนยันว่าวิธีที่ได้ผลชะงัดที่สุดคือการเพิกเฉย ไม่เอาตัวเองไปลงเล่นในเกมของพวกสิงโตทะเล อาจฟังดูยากเพราะหลายคนมักรู้สึกเหมือนตัวเองอาจ ‘แพ้’ หากตัดสินใจบล็อกก่อนที่จะถกเถียงให้จบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออีกฝ่ายยังคงรักษาโทนสุภาพและมีเหตุผล แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า นั่นแหละคือ Sealioning เพราะเป้าหมายของคนกลุ่มนี้ ไม่ใช่การเอาชนะเราตั้งแต่แรก แค่พยายามก่อกวนจนกว่าเราจะปรี๊ดแตกแล้วกลายเป็นฝ่าย ‘หยาบคาย’ ก่อน ส่วนนักเขียนเจ้าของนามแฝง แอลลี (Alli) จาก Everyday Feminism แนะว่า นอกจากการเพิกเฉยไปเลย เราอาจรับมือพวกเขาได้ด้วยวิธีต่อไปนี้ 1. ส่งแหล่งข้อมูลสำคัญๆ ไปให้ 2. ถามคำถามเช็กเจตนา เช่น “ประเด็นที่คุณกังขาเป็นข้อเท็จจริงที่ค้นคว้าเองแล้วเจอได้ง่ายมาก แต่ถ้ายังสับสนจุดไหนเป็นพิเศษก็บอกได้” 3. ถ้าอีกฝ่ายยังดูมีเจตนาจะก่อกวนไม่เลิก อาจลองก่อกวนกลับด้วยเทคนิคเดียวกัน เช่น แกล้งไม่เข้าใจคำถาม หรือยิงคำถามเรื่องหยุมหยิมกลับ แต่เนื่องจากวิธีสุดท้ายจะค่อนข้างเสียเวลา หนำซ้ำสุดท้ายอาจไม่ได้ประโยชน์อะไรกลับมานอกจากได้แก้เผ็ดให้สะใจเล่น แอลลีแนะนำว่าให้เก็บวิธีนี้ไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายจะดีกว่า เรื่อง: ศิรอักษร จอมใบหยก ภาพ: ปราโมทย์ ปิ่นศรี #TheMomentum #Wisdom #Sealioning #จิตวิทยา
The Momentum tweet media
ไทย
5
876
971
227.7K
omecat retweetledi
Em Udomsak (🟣🐻)
Em Udomsak (🟣🐻)@EmUdomsak·
วันนี้คุยกับผู้ใหญ่ท่านนึงเรื่อง Tokenization ถ้ารัฐและหน่วยงานกำกับยังไม่รู้ตัว ในระยะสั้นตลาดหุ้นเราจะพัง และในระยะยาวตลาดการเงินทั้งหมดของเราจะตามไป ตอนนี้กระแส tokenization มาแรงมากๆ ทั้งการเอาทอง น้ำมัน หุ้น กองทุนขึ้น blockchain — ข้อดีของมันคือการที่ใครสามารถซื้อหุ้น ทอง ต่างๆ จากที่ไหนก็ได้ ผ่าน blockchain รัฐบาลบ้านเราสนับสนุนเรื่องการเข้าถึง ซึ่งเป็นเรื่องดีมาก แต่ต้องอย่าลืมว่า มันคือการปล่อยให้เงินที่มาจากหยาดเหงื่อแรงงานในประเทศ ไหลออกไปสู่ต่างประเทศ และทำให้การเติบโต และโอกาสในเชิงธุรกิจในบ้านเราลดลง Tokenization คือ “อาวุธ“ ของ US wallstreet ในการกินรวบทั้งโลก เมื่อหุ้นต่างประเทศ เข้าถึงได้ง่ายมาก คนจะซื้อตรง ไม่ต้องผ่าน brokers ไทย ไม่ต้องผ่านตัวกลาง เงินจะไหลออก ตลาดหุ้นในประเทศจะแห้ง และธุรกิจที่จะเติบโตในอนาคต จะหมดโอกาส หนักกว่านั้น เมื่อ tokenized กองทุนมา เราจะไม่จำเป็นต้องซื้อกองทุนผ่านแบงค์ไทย แล้วแบงค์ไทยก็เอาเงินไปซื้อต่อกับต่างประเทศ กินส่วนต่างและค่าธรรมเนียม มากกว่านั้น กำแพงของรายย่อย ในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินจะถูกพังทลาย ที่เขียนมา จริงๆ เป็นเรื่องดีกับรายย่อยหมดเลย เพราะเราจะสามารถเข้าถึงพันธบัตร HSBC corp bonds ดีๆ ดอก 6-8% ได้แบบไม่ต้องเจอกำแพง แต่ถ้ามองในมุม ”ประเทศ“ นี่คือภัยคุกคามทางการเงิน ที่อาจจะทำลายระบบการเงินของเราได้เลย โดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัว คำถามคือ แล้วเราควรเอายังไงต่อ? แน่นอน คำตอบต้องไม่ใช่การ ”กีดกัน“ คนในประเทศ จาก technogy และ โอกาส แต่คงเป็นคำถามว่ารัฐบาลจะสนับสนุนในประเทศเรา ”คว้าประโยชน์“ จากเรื่องนี้ยังไง ผมขอเสนอให้ 1. สนับสนุนการทำ tokenized ทองคำในประเทศ — แต่ต้องไม่ใช่บน private chains แต่เป็นการ tokenized ทองคำ เพื่อออกไปขายในประเทศเพื่อนบ้าน มองนี่เป็น ”โอกาส“ ในการที่เราจะข้ามพรมแดน ไปดูดเงินจากประเทศอื่นๆ เหมือนกัน 2. ออก “stablecoin” โดยใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นตัว back — ผมเชื่อว่าพวกเราจำนวนมากถือ USDT กันอยู่โดยที่ไม่ได้ทำอะไร ในความเป็นจริง มันคือเรากำลังถือ ”หนี้สหรัฐ“ เพราะ stablecoin ถูก backed ด้วยหนี้สหรัฐ หรือพูดอีกนัยนึงคือเรากำลังเอาเงินให้สหรัฐกู้ทางอ้อม โดยที่ไม่ได้ดอกเบี้ยด้วยซ้ำ Stablecoin คือ ”เชื้อ“ ที่่จะทำให้เงิน แผ่ขยายออกไป และทำให้เราได้กู้เงิน “ในราคาถูก” จากคนทั่วไป โดยที่เค้าไม่ได้จะเอาเงินคืนจากเราด้วยซ้ำ ถ้าเราออก stablecoin โดยรัฐ backed ด้วยพันธบัตรรัฐบาล เราจะเหมือนการที่เราได้เงินกู้ที่ดอกเบี้ยต่ำมากๆ ให้เงินจริงๆ ไหลเข้ามา ในขณะที่คนอื่นเอาเงินดิจิทัลไปถือแทน แล้วพัฒนาชาติ 3. ออก tokenized หุ้นกู้ และหุ้นสามัญ — เราควรเอาหุ้นกู้ หุ้นสามัญ ออกเป็น digital tokens ออกไปให้ต่างชาติที่เป็นเพื่อนบ้าน ที่เค้ามี friction ในการซื้อ ได้มีโอกาสเข้ามาลงทุนในบ้านเรา และดึงเงินเข้าประเทศ อย่าทำครึ่งๆ กลางๆ อย่าทำ private chains อย่าไปคิดแต่ต้อง KYC อย่าไปกลัวว่าไม่รู้ว่าใครถือทองเราก็ไม่รู้ ใครถือพันธบัตรเราก็ไม่รู้ ใครถือหุ้นเราก็ไม่รู้ เค้าจะฟอกเงินไหม — ทุกวันนี้ผมถือ paxg, usdt, เล่นหุ้นที่เป็น tokens สหรัฐไม่เห็นสนใจเลย ว่าใครถือทอง พันธบัตร สำคัญคือ เงินเข้าประเทศ ประเทศพัฒนา ไม่งั้นเราจะแห้ง และค่อยๆ ตาย ช้าๆ อย่างทุกลักทุเล
ไทย
18
139
246
31.1K
mmxhoha.hl(❖,❖)
mmxhoha.hl(❖,❖)@surwayy_max·
อันนี้แอบงงพวกร้านชาบูหลายคนพูดถึง Momo , Katei แต่ทำไมน้อยคนพูดถึง AKIYOSHI นี่ชอบมากเลยยยนะ ให้เป็นอันดับหนึ่งเลยละกันในสามลิสนี่
ไทย
20
886
668
163.1K
omecat retweetledi
แลมบูײ
แลมบูײ@Boo199Xs·
กูให้เลยคอมเม้น MVP บอกเล่าทุกอย่างได้ครบ จบ ตบสติพวกดารา อินฟลูแบบเริ่ดๆ ใครที่มันด่าเกินเรื่องเกินเบอร์ก็ฟ้องก็ด่ามันกลับไม่มีใครว่า แต่สิ่งที่มันร้อนมาขึ้นเรื่อยๆเพราะพวกที่ “ชีวิตดีๆ” มันมองไม่เห็นเนี้ยแหละสิ่งที่หลายคนอยากให้ทุกคนตระหนักถึง #ทรายสก็อต
แลมบูײ tweet mediaแลมบูײ tweet media
mars.@yoxrgravity

สุดท้ายก็ต้อง

ไทย
44
25K
12.4K
1.4M
omecat retweetledi
JRT
JRT@JRTDesk·
ผมขอบอกจากมุมของคนที่อยู่อีกฝั่งครับ.. เคย layoff.. และ lay off (สองคำนี้ต่างกัน...) ทั้งของบริษัทตัวเอง.. ของบริษัทคนอื่น.. รวมไปถึงให้คำแนะนำคนอื่นในการ layoff.. lay off.. สิ่งที่อยากพูดคือ layoff มันไม่ได้แค่ cut by performance มัน cut by role.. ถ้า role ถูกยุบ คนที่เก่งที่สุดใน role นั้นก็โดนเต็มๆ ส่วนคนที่ mediocre หรือแม้แต่ incompetence แต่อยู่ใน role ที่ยังต้องการ.. ก็รอด.. การ layoff มันไม่ใช่คำตัดสินเกี่ยวกับตัวเราในฐานะ professional.. อย่างตอนผมประชุมกัน.. ก็ดูแค่ spreadsheet ดู column「impact vs cost」ก็ถกคุยกันว่าตำแหน่งไหนใครจะโดน.. เป็นการตัดสินใจใน spreadsheet ของคนที่อาจจะยังไม่เคยเห็นหน้าเราด้วยซ้ำครับ.. แต่สิ่งที่ต้องจำไว้.. (ผมพูดถึงจากประสบการณ์ผมนะครับ ซึ่งหลักๆ อยู่ที่อเมริกา.. มันอาจจะแตกต่างจากที่ไทยหรือประเทศอื่นๆ.. แต่เดาว่ามันน่าจะคล้ายๆ กันไม่มากก็น้อย..) ตัวเลขแรกที่ HR บอก.. ไม่ใช่ตัวเลขสุดท้าย.. ทุกบริษัทจะมี buffer ตั้งเอาไว้ก่อนเสมอ อย่าเพิ่งเซ็นทันที.. บอกว่าขอเวลาก่อนแล้วค่อยกลับมา counter ครับ.. . . และเราสามารถ counter มากกว่าแค่เรื่องเงิน สิ่งที่เราขอได้โดยที่บริษัทก็มักยอมกว่าการขึ้นเงินก้อน คือ.. health insurance ที่ extend ออกไปอีก 3~6 เดือน (บริบทนี้ที่ไทยไม่แน่ใจว่าสำคัญหรือเปล่า แต่ที่อเมริกาก็ถือว่าสำคัญเหมือนกัน..), outplacement support เช่นค่า resume coach หรือ career counselor.. และ positive reference letter เป็นลายลักษณ์อักษร สำหรับตอนเราหางานใหม่.. เรื่องพวกนี้ cost กับทางบริษัทน้อย แต่มี value กับเรา . . ก่อนเซ็น ก็อย่าลืมอ่าน NDA กับ non-compete ให้ดีๆ โดยเฉพาะ non-compete.. ถ้า scope มันกว้างเกินไป มันอาจ lock career path เราได้จริงๆ.. ตรงนี้ก็ negotiate ได้ครับ ให้ narrow scope หรือ shorten duration ลง.. . . และเรื่อง Stock และ Options (บริบทนี้คิดว่าในไทยคงไม่ค่อยมี??) ถ้าเรามี equity อย่าลืมเปิด offer letter กับ equity agreement ดูก่อนเลยว่า vesting schedule ยังไง? และวันที่โดน terminate กับ cliff date ถัดไปห่างกันแค่ไหน?? บางบริษัท terminate พอดีก่อน vest ไม่กี่อาทิตย์.. บางครั้งเป็นเรื่องบังเอิญ.. หลายครั้งก็ไม่ใช่.. ถ้าห่างกันแค่ไม่กี่สัปดาห์.. ตรงนี้คือ leverage อีกจุดนึงที่ใช้ในการต่อรองได้ . . และเรื่องประกันสังคมที่ไทย.. เหมือนผมเคยอ่านคนพูดถึงว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าต้องไปแจ้งสำนักงานประกันสังคมเองภายใน 30 วันหลังออก ถ้าไม่แจ้งก็ไม่ได้รับสิทธิ์ชดเชยการว่างงาน ซึ่งได้ถึง 60% ของเงินเดือน (แต่ฐานสูงสุดน่าจะแค่ 15,000 มั๊ง??) นานถึง 6 เดือน.. ก็ไม่เยอะมากอะไร แต่ก็เป็นสิ่งที่ถ้าใครจ่ายสมทบมาตลอด ก็ควรไปใช้สิทธิ์มัน.. . . เรื่อง Reference.. ควรโทรหา manager เก่าก่อนที่เค้าจะถูกโทรหาตอน reference check (ตอนเราหางาน..) โทรไปแค่บอกว่ากำลัง explore ตลาดงานอยู่.. และขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา.. ฟังดูเรียบง่าย แต่น้อยคนมากที่ทำ.. แต่ผมว่ามันเปลี่ยน tone ของ reference call ได้เยอะมาก.. ถ้ามีเพื่อนร่วมงานที่ทำงานด้วยกันแล้วประทับใจกัน ก็ขอ LinkedIn recommendation ด้วยเลย... ตอนที่ยังจำกันได้อยู่.. . . ตอนหางาน.. อย่า apply งานใหม่จนกว่าจะพร้อมจริงๆ บางคนใช้เวลา 2 วัน.. บางคนใช้เวลา 2 เดือน.. เพราะ.. คนสัมภาษณ์อ่านออกครับ คนที่ยัง emotionally raw มักจะ over-explain ว่าทำไมถึงออก.. พูดถึงบริษัทเก่าในแง่ลบโดยไม่รู้ตัว.. หรือ react defensive เวลาถูกกดดัน.. เรื่องพวกนี้ส่ง signal ที่ผิดทันที.. ไม่ใช่เรื่องของการโกหกหรือเสแสร้ง แต่เป็นเรื่องของการ control ตัวเองได้ในห้อง (ซึ่งบางทีเราไม่รู้ตัวหรอก..) และตอนที่กดดัน.. เรา negotiate ได้แย่ลง.. คนที่รู้สึก desperate มักจะรับ offer แรกที่ได้เพราะกลัวไม่มีอีก.. แทนที่จะ counter หรือรอ offer ที่ดีกว่า.. ผลคือได้งานที่ใช่ แต่เงินต่ำกว่าที่ควรได้ หรือได้งานที่ไม่ใช่เพราะแค่อยากออกจากสถานะว่างงาน.. test ง่ายๆ คือลองพูดคำตอบสำหรับคำถามนี้ออกเสียงดังๆ 「ทำไมถึงออกจากที่เก่า?」 ถ้าตอบแล้วยังติดขัด.. ยังรู้สึก defensive หรือพูดแล้วยังเจ็บอยู่ในคอ หรือในใจ... ก็ยังไม่พร้อม.. คำตอบที่ดีที่สุดควรจะสั้น.. ตรง.. ไม่มี emotion ผูกอยู่.. 「บริษัทปรับ structure team โดน cut ผมก็อยู่ในนั้น」จบ.. ไม่ได้บอกว่าห้ามเสแสร้ง.. แต่ถ้าจะเสแสร้ง ให้เสแสร้งกับบริษัทที่ไม่ได้อยากได้จริงๆ ก่อน.. ใช้เป็น practice run.. เพราะบริษัทส่วนใหญ่ถ้า reject แล้ว reapply ได้อีกทีก็ต้องรอ 6-12 เดือน.. อย่าเอาโอกาสของบริษัทที่อยากได้จริงๆ ไปทดสอบตอนที่ยังไม่มั่นใจ.. ถ้า practice แล้วผ่าน.. ค่อยยิง target จริง.. ระหว่างนั้น update LinkedIn profile แบบเงียบๆ ปิด notification ก่อนแก้ไข แล้ว set open to work แบบ visible to recruiters only.. ไม่ใช่ public เหตุผลคือพอประกาศตัวต่อ public ว่าว่างงาน.. negotiating power มันหายไปทันที recruiter ที่โทรมาหาเราก็รู้ว่าเราไม่มี competing offer รู้ว่าเรากดดัน.. แล้วก็ offer ต่ำกว่าที่ควรจะได้.. ส่วน recruiter จากบริษัทที่ดีๆ มักจะ approach คนที่ดู employed หรือ passively looking มากกว่าคนที่ดู desperate.. ไม่ได้บอกให้โกหก.. แต่ให้ควบคุมว่าใครรู้ก่อนและรู้หลัง.. . . และเรื่องจิตใจ.. ผมว่าสิ่งที่อันตรายที่สุดในช่วงแรกไม่ใช่เรื่องเงิน.. แต่เป็นเรื่องที่สมองจะเริ่มสร้างขึ้นมาเอง..สมองคนเราไม่ชอบความไม่แน่นอน.. พอเกิดเหตุการณ์ที่อธิบายไม่ได้ มันจะรีบสร้าง narrative ขึ้นมาเพื่อให้โลกมัน make sense อีกครั้ง.. และถ้าปล่อยให้คิดคนเดียว narrative ที่ได้ส่วนมากมักจะออกมาในแบบเดียวกันคือ..「เราไม่เก่งพอ」ซึ่งมันไม่จริง.. แต่ถ้าฟังซ้ำๆ มากพอ มันจะกลายเป็นความจริง.. เพราะงั้นอย่านั่งคนเดียวในช่วงนี้.. ไม่ใช่เพราะต้องการคนมาปลอบ.. แต่เพราะต้องการเสียงอื่นนอกจากเสียงในหัว นอกจากเสียงของตัวเอง.. ไปหาคนที่รู้จักเราก่อนงานนี้.. คนที่เห็นเราในแบบที่ไม่ได้ผูกกับ title หรือบริษัทที่เพิ่งให้เราออก..รู้สึกอะไรก็ได้.. โกรธ.. งง.. เจ็บ.. เสียใจ.. ทุกอย่าง valid หมด.. แต่อย่าปล่อยให้สมองนั่งสร้างเรื่องมโนขึ้นมาคนเดียวในหัว.. . . จากมุมคนที่นั่งอยู่อีกฝั่ง.. ผมมองว่าคนที่รับมือได้อย่าง professional จนวันสุดท้าย.. ผมจำได้ทุกคน.. ไม่ใช่เพราะมันเป็น case ที่ง่าย แต่เพราะมันหายาก.. ชื่อพวกนี้จะขึ้นมาในหัวเองทุกครั้งที่มี position เปิด.. ตลาด (ก็แล้วแต่ industry ด้วย..) มันเล็กกว่าที่คิด และความจำของ hiring manager มันนานกว่าที่คุณคิดครับ.. เราอาจจะแค่ตกอยู่ใน row ที่ถูกลบออกจาก spreadsheet ของคนบางคน.. spreadsheet ที่เราไม่ได้สร้าง ไม่ได้ควบคุม ไม่ได้เป็นคนตัดสินใจ.. สิ่งที่ layoff เอาไปได้คือ title กับ access card.. ส่วนพวก skills, ความรู้, track record, relationship ที่สะสมมาตลอด.. ทั้งหมดนั้นก็ออกไปพร้อมกับเราในวันเดียวกัน.. ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทถัดไปจะจ้างเรา.. เรายังมีคุณค่าครับ
เซเลบหม่อมสามหยอย®@toyubomm

คนที่เคยโดนเลิกจ้างหรือโดนเลย์ออฟ อยากจะบอกอะไรกับคนที่มีแนวโน้มจะโดนหรือยังไม่โดน?

ไทย
6
742
822
131.6K
omecat
omecat@omecat·
@pnsam5 @xStocksFi สูงสุด 400 % แค่วันแรกๆได้แต้มเยอะจัดหลังๆเอ๋อบ้าง ไม่ขึ้นให้หมุนบ้าง โหลดไม่ขึ้นบ้าง 🥹
ไทย
1
0
0
62
pnsam.base.eth
pnsam.base.eth@pnsam5·
ไอขี้โกง @xStocksFi ตั้งแต่หมุนมาเดือนกว่า ๆ ได้ไม่เกิน 200% บางวันก็ 0% บางวันก็ 100% ได้ไม่เกินนี้ มันใช้ระบบสุ่มมะเขืออะไร เอาโค้ดมาดูดิ๊ Scammer project @xStocksFi wtf are you doing? I have spin for a month but never get more than 200% What the hell of random are you joking me?
pnsam.base.eth tweet media
4
0
11
1.5K