omecat retweetledi
omecat
6.3K posts

omecat
@omecat
I don't give any *uck. bcoz crypto f*ck me everyday
Katılım Şubat 2022
2.2K Takip Edilen1.2K Takipçiler
omecat retweetledi

"Why didn't you buy Bitcoin in 2010?"
Me in 2010:

Coinbase 🛡️@coinbase
"Why didn't you buy Bitcoin in 2010?" Me in 2010:
English
omecat retweetledi

บทความนี้เขียนเพื่อให้เพื่อนๆ ที่กำลังมองหา「ทางลัดสู่ความมั่งคั่ง」จากการ trade FX/ทองคำ ได้เข้าใจกลไกที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังภาพลักษณ์「โค้ชกำไรวันละล้าน」อย่างแท้จริง ( จริงๆ คนที่กำไรวันละล้าน มันก็มีเยอะแยะครับ แต่นะ... ไม่ใช่แบบที่เห็นๆ กันอยู่ทุกวันนี้ครับ )
Model ธุรกิจที่แท้จริงของ「โค้ชสอนเทรด」(แบบของปลอม) ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการสอนให้ศิษย์กำไร.. แต่มาจาก Introducing Broker หรือที่เขียนๆ กันว่า IB.., Commission ซึ่งเป็นค่าคอมที่ broker จ่ายให้ผู้แนะนำ (โค้ช) ทุกครั้งที่...
- มีการฝากเงินใหม่ (deposit commission)
- มี volume การเทรด (lot commission) ยิ่งเทรดบ่อย ยิ่ง Lot ใหญ่ โค้ชยิ่งได้เงินมาก
ระบบมันเลยถูกออกแบบเป็น funnel ประมาณนี้...
Stage 1: video ตาม social ต่างๆ แสดง screenshot กำไรวันละหลายล้าน.. มักเป็น demo account.. cherry-pick.. หรือบัญชีที่ซ่อน drawdown.. + คำพูดสวยๆ เท่ๆ ถือเป็น Social Proof Engineering..
Stage 2: เข้ากลุ่ม Line ฟรี... แต่ถูกชักจูงให้สมัคร broker 「พิเศษ」ผ่าน URL เฉพาะของโค้ช... เข้ากลุ่ม VIP ที่ต้องจ่าย course หลักหมื่นหลักแสน... ภาษาอังกฤษเรียกแบบนี้ประมาณว่า Free-to-Paid Ladder
Stage 3: เงื่อนไข「ต้องเทรดอย่างน้อย X Lot ต่อเดือน」เพื่ออยู่ในกลุ่มต่อ.. บางกลุ่มบังคับ 5~10 Lot.. นี่คือจุดที่โค้ชได้ค่าคอมสูงสุด.. ไม่ว่าศิษย์จะกำไรหรือขาดทุน
Stage 4: สัญญาณสด「All-in」บอกให้กด Lot ใหญ่ๆ ถี่ๆ... บอกว่า「ทุนน้อยไม่ต้องกดเยอะ」แต่ในทางปฏิบัติ.. ศิษย์ยังถูกกดดันให้กดตามเพื่อ「เรียนรู้」
ถ้าใช้คณิตศาสตร์คำนวณก็เห็นง่ายๆ...portfolio เล็กๆ $1K~$5K + leverage สูงๆ + โดนบังคับ volume + ความผันผวนปกติของคู่เงิน FX, ทองคำ... แป๊บๆ portfolio ก็แตกแล้วครับ..
โค้ชไม่ได้เสียหาย เพราะได้ commission แล้ว... และมีนักเรียนชุดใหม่เข้ามาแทนตลอด churn rate สูง
ถ้าให้ผมพูดในแง่ Behavioral Finance..
ทฤษฎี Prospect Theory ของ Kahneman & Tversky มนุษย์เราๆ มักมี loss aversion.. เกลียดการขาดทุนมากกว่าชอบกำไร.. เลยยอมเสี่ยงมากขึ้นเมื่อขาดทุน.. martingale, revenge trading.. น่าจะเคยได้ยินคำพวกนี้กันมามั่งแล้ว.. ซึ่งโค้ชพวกนี้ก็รู้ดีและใช้สัญญาณ...「reversal」มากระตุ้น
และ Authorityุ Bias + Herding Behavior ทำให้เรายอมเชื่อโค้ชที่โชว์รถหรู + บัญชี 8, 9, 10 หลัก.. โดยไม่ตรวจสอบ audited statement...
Overconfidence Bias ซึ่งมักเกิดเกิดหลังกำไร 2~3 วันแรก.. เพิ่ม Lot จนลืม risk management 1% per trade..
Confirmation Bias ทำให้เราเห็นแต่ comments「กำไร」ในกลุ่ม ซึ่งส่วนใหญ่แม่งก็โค้ชหรือ bot... และมองข้าม comments「ขาดทุน」ที่ถูก block หรือลบทิ้ง..
น่าจะเรียกได้ว่าเป็น principal-agent problem ในรูปแบบใหม่.. โค้ช (agent) มี incentive ที่ขัดแย้งกับศิษย์ (principal).. โค้ชกำไรจาก volume ไม่ใช่จาก performance ของศิษย์
ซึ่งผลกระทบถ้ามองจริงๆ..
Micro level.. traders รายย่อยสูญเสียเงินออม + มีหนี้สิน
Macro level.. เงินไหลออกจากเศรษฐกิจจริงไป offshore broker + โค้ช ซึ่งหลายคนคงหาทางย้ายไปต่างประเทศ..
ซึ่งประเทศไทยแม่งมีปัญหาเรื่อง Regulatory Gap..ในไทย Forex ยังเป็นพื้นที่สีเทา.. กลต. ควบคุมได้จำกัด.. ทำให้ scam พวกนี้เติบโตแบบ exponential..
ซึ่งถ้าใครกำลังพิจารณาเข้ากลุ่มเรียนพวกนี้อยู่.. แนะนำว่าให้ตรวจสอบและป้องกันเบื้องต้นประมาณนี้ก่อนครับ...
- Red Flag หลักๆ ที่เลี่ยงเลย... มีเงื่อนไขบังคับ volume ต่อเดือน... ส่ง IB link มาให้.. แสดงแต่กำไรแต่ไม่มี audited statement หรือ verified MyFxBook ระยะยาว.. (แต่เหมือนมีคนเคยบอกว่า MyFxBook ก็ปลอมได้ 😅)
- ลองถามประมาณนี้ดู.. โค้ชได้ commission จาก brokers กี่ % ต่อ lot? มีสถิติของศิษย์ที่กำไรหลัง 6 เดือนมั๊ย?? แสดงข้อมูลจริงๆ ได้มั๊ย?? ถ้าเราจะ trade demo ไปอย่างเดียวได้มั๊ย?
- ซึ่งจริงๆ แนะนำว่า.. เริ่มจาก demo account ไปก่อนเถอะ สัก 6 เดือน... พร้อมๆ กับใช้ journal ไปด้วยตลอด.. เรียน free ก็มีเยอะแยะไป.. Babypips.. The Inner Circle Trader.. ใช้ broker ที่ regulated จริงๆ XM, IC Markets, Pepperstone แบบไม่ผ่าน link ของโค้ช.. กฎเหล็ก Risk ไม่เกิน 0.5%~1% ต่อ trade.. stop loss ตลอด..
การ trade จริงๆ มันคือวิชาชีพใช้เวลาหลายปีในการฝึกฝน.. + เงินทุนที่เพียงพอ.. และมีจิตวิทยาที่แข็ง.. ไม่ใช่ course เรียน 2 สัปดาห์แล้วกดตามสัญญาณ..
โค้ชพวกนี้ไม่ได้ขายความรู้ แต่ขายความฝัน.. และระบบของพวกนี้คือเค้ารวยจากความฝันของคนอื่น..
จำไว้... 「ความมั่งคั่งที่แท้จริงเกิดจากการเรียนรู้ ไม่ใช่จากการเชื่อผู้อื่น」
ไทย
omecat retweetledi
omecat retweetledi

[Review] 'ต้าเสี่ย' ท่านมาแล้ว! บุก Shu Daxia @MBK โรงเตี๋ยมมังกรพ่นไฟ จองล้ำผ่าน Google Maps แถมฟรีเนื้อ Brisket th.readme.me/p/76235 ผ่าน @ReadmeSocialTH
Thai Ban Mai, Thailand 🇹🇭 ไทย

ไม่ยอมโว้ยยยยยยยยยยย ผมไม่ใช่ NPCCCCCCC 55555
ไปลองกันได้: r3ach-id.com

R3ACH@R3ACHNTWRK
R3ACH ID. discover your digital archetype. a social experiment by R3ACH. generate yours: R3ACH-ID.com
ไทย
omecat retweetledi

🚨 เตือนภัย: Etherscan รายงานว่า Address Poisoning ตอนนี้มีคนโดนกันเยอะมากๆ
ถ้าช่วงนี้มีใครสังเกตเห็นยอดโอนเหรียญแปลกๆ เล็กๆ น้อยๆ โผล่มาในประวัติการทำธุรกรรมของกระเป๋าคริปโต อาจจะต้องระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปเลย
Address Poisoning คืออะไร?
แฮกเกอร์จะใช้บอทอัตโนมัติสร้าง Address ปลอมที่หน้าตา คล้ายคลึง กับ Address ที่เราโอนเงินไปหาบ่อยๆ (มักจะตั้งใจให้ตัวอักษรชุดแรกและชุดสุดท้ายเหมือนกันเป๊ะ) จากนั้นพวกนั้นก็จะโอนเศษเหรียญจำนวนน้อยมากๆ หรือทำธุรกรรมที่มูลค่าเป็นศูนย์เข้ามา เพื่อให้ Address ปลอมนั้นไปฝังตัวเนียนๆ อยู่ในประวัติการโอนของเรา
เป้าหมายคืออะไร? ก็เพื่อหลอกให้เราเผลอไปก๊อปปี้ Address ปลอมของพวกนั้นจากหน้าประวัติการทำธุรกรรม ในครั้งถัดไปที่เราต้องการจะโอนเงิน
📈 ทำไมช่วงนี้ถึงระบาดหนัก?
ตอนนี้มันกลายเป็นอุตสาหกรรมสแกมขนาดยักษ์ไปแล้ว ด้วยค่าธรรมเนียมบนเครือข่าย Ethereum ที่ถูกลง (หลังจากการอัปเกรด Fusaka ในช่วงปลายปี 2025) ทำให้ต้นทุนในการส่งสแปมพวกนี้ถูกลงตามไปด้วย
ข้อมูลระบุว่าการโอนเศษเหรียญสำหรับ Stablecoin อย่าง USDT และ USDC พุ่งสูงขึ้นกว่า 400%
ด้วยต้นทุนที่ต่ำมาก แฮกเกอร์แค่หวังผลสำเร็จเพียง 0.01% (หลอกสำเร็จแค่ 1 ใน 10,000 ครั้ง) ก็ทำกำไรมหาศาลแล้ว
ล่าสุดมีเหยื่อรายหนึ่งสูญเงินไปถึง 50 ล้านดอลลาร์เพราะทริกง่ายๆ แค่นี้เลย
🛡️ วิธีป้องกันตัวเอง (กฎเหล็กที่ต้องจำให้ขึ้นใจ)
👉 ตรวจสอบ Address ปลายทางก่อนกดโอนเสมอ
👉เลิกก๊อปปี้จากประวัติ
👉ใช้ Address Book
👉 ตั้งชื่อ Name Tags
ดูแลตัวเองและทรัพย์สินกันด้วยนะครับทุกคน
etherscan.eth@etherscan
ไทย
omecat retweetledi

@PlatooSpace นอกจากการ Support เรื่องเงิน และการแก้ปัญหา สำหรับผมแล้ว คู่ที่มี Emotional support ซึ่งกันและกัน จะเป็นกุญแจสู่ความยั่งยืนในความสัมพันธ์ด้วยครับจารทู ✌️
ไทย

คบได้เสมอครับ แต่ ผช. จะมีครส.น้อยใจก็ต่อเมื่อ ผญ. หาเงินได้มากกว่า ยิ่งเวลาผ่านนานเท่าไรถ้า ผช. ไม่สามารถพัฒนาตัวเองจนทัดเทียมในด้านการเงินกับ ผญ. ได้ เวลาเหล่านั้นก็จะยิ่งกัดกิน ผช. พวกนั้นไปเรื่อย ๆ ทั้ง ครส.ไม่คู่ควร ดูแลเขาไม่ได้ เขาดูแลตัวเองได้หาเงินให้ตัวเองได้มากกว่า
ส่วนตัวเลยคิดว่า สิ่งที่ผช.ส่วนใหญ่ต้องการคือ ซัพพอร์ตทั้งด้านเงิน และครส. อยากปกป้องคนที่ตัวเองรัก อยากดูแลคนที่ตัวเองรักให้สบายที่สุด และด้วย ครส.ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ ถ้าทำไม่ได้ ก็อาจจะเลิกกัน และผมก็ไม่รู้ว่า ผญ.เองคิดยังไง สำหรับ ผช.ที่ฐานะด้อยกว่าตนและเขาซัพพอร์ตคุณทุกเรื่องไม่ได้
เชิญเหล่าสาว ๆ ที่เคยผ่านเรื่องราวเหล่านี้ ช่วยคอมเม้นต์ให้อ่านทีครับ 🙏
M.🐍@yutachaich
แกว่า คนที่ฐานะต่างกันมากๆแบบ ม้ากกกก จะคบกันได้จริงอ่อวะ
ไทย
omecat retweetledi

กฎหมายไทยรู้สึกว่าการเสนอขาย token ต่อสาธารณะต้องขอ ICO portal และมี whitepaper.. แต่ถ้าเป็น private sale หรือ personal allocation ระหว่างบุคคล ยังไม่มีกฎควบคุมตรงๆ เลย..
คงมองว่ามันไม่ใช่ public offering แต่เป็นการชวนเพื่อน ซึ่งกฎหมายมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว
ซึ่งผมว่า ก.ล.ต. ควรกำหนดเพดานและเกณฑ์ชัดเจนว่า private token allocation ที่รับเงินเกิน X บาท หรือจาก Y คนขึ้นไป ถือเป็น 『การระดมทุน』ที่ต้องจดแจ้งหรือ verify ผ่านระบบ คล้ายกับ Reg D ของ SEC อเมริกา ที่ถึงแม้ว่าจะเป็น private แต่ก็ยังต้อง file กับหน่วยงาน..
ผู้เสียหายมีทั้งคนไทย, สิงคโปร์, เวียดนาม, อเมริกา แต่กลไก mutual legal assistance MLAT ระหว่างไทยกับประเทศอื่นๆ พวกนี้ช้ามากและซับซ้อน..
ในขณะที่เงินข้ามพรมแดนได้ภายในวินาที 😅 เพราะงั้นไทยควรเจรจา fast-track crypto asset recovery กับพวก MAS, FinCEN โดยเฉพาะ.. แยกออกมาจาก MLAT ทั่วไปที่ใช้เวลาร่วมปีกว่าจะได้ข้อมูล..
ดู Europol กับ INTERPOL ที่มี dedicated crypto unit เป็นตัวอย่างได้..
และองค์กรเอกชนควรมี legal liability บ้าง.. ถึงแม้ KXVC ไม่ได้ทำผิดโดยตรง แต่ถ้ามีคนแจ้งปัญหาก่อนเลิกจ้างแล้วองค์กรไม่ออกคำเตือนสาธารณะ.. ทำให้เหยื่อรายหลังๆ ยังหลงเชื่ออยู่ เอาจริงๆ มึงก็ผิดนะ
ควรมีกฎเกณฑ์จาก กลต. หรือ BOT ที่กำหนดให้องค์กรที่อยู่ในระบบ..มีหน้าที่ต้อง notify สาธารณะภายในกี่วันหากทราบว่าอดีตพนักงานกำลังแอบอ้างชื่อบริษัทในการระดมทุน.. ถ้าไม่แจ้งโดยมีเหตุอันควร.. ถือว่ามี civil liability บางส่วน
และในไทย.. กฎหมายหมิ่นประมาทแม่งเหี้ยมาก.. ไทยมีมาตรา 326-328 หมิ่นประมาท และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ที่ครอบคลุมการ post online ด้วย ผลที่เกิดขึ้นคือ...
เหยื่อรายแรกๆ ที่รู้ความจริงก่อนก็ไม่กล้า post เตือนคนอื่นเพราะกลัวถูกฟ้องกลับ (เอาจริงๆ ถ้าเป็นผม คือ i don't give a fuck กูจะพูดมึงจะทำไม เก่งจริงก็ฟ้องกูสิ มาดูกันใครสายป่านยาวกว่ากัน ใครเส้นใหญ่กว่ากัน)
คนในวงการที่รู้ข่าวลือก็ไม่กล้า name & shame เพราะยังไม่มีคำพิพากษา...
เหยื่อรายหลังๆ ก็ยังคงโอนเงินต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้อะไรเลย
อย่างอเมริกานี่.. ถ้าพูดโดยสุจริตและมีเหตุอันควรเชื่อ good faith + reasonable basis.. แม้ข้อมูลบางส่วนจะผิด แต่ก็ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย.. โดยเฉพาะในบริบทการเตือนภัยสาธารณะ
Singapore มี Protection from Online Falsehoods and Manipulation Act.. ที่แม้จะมีปัญหา แต่อย่างน้อยก็แยกแยะระหว่างความเห็น.. กับ ข้อเท็จจริงเท็จ.. ชัดเจนกว่าไทยมาก
ไทย? ความเห็นกับข้อเท็จจริงยังปนกันอยู่ในกฎหมาย และภาระการพิสูจน์ตกอยู่กับคนที่พูด..ไม่ใช่คนที่ถูกกล่าวหา
เพราะงั้น ไทยควรแก้การตีความ.. ศาลและ DSI ควรมีแนวปฏิบัติชัดเจนว่า การแจ้งเตือนภัยการลงทุนโดยสุจริตบนพื้นฐานประสบการณ์ตรงของตัวเอง.. ควรได้รับ privilege คุ้มครอง ไม่ต่างจาก whistleblower
และเพิ่มบทบัญญัติ public interest defense ในคดีหมิ่นประมาทที่เกี่ยวข้องกับการเตือนภัยทางการเงิน.. ถ้าพิสูจน์ได้ว่าพูดโดยสุจริต มีเหตุอันควรเชื่อ และเป็นประโยชน์สาธารณะ ก็ต้องได้รับการยกเว้นโทษ
และต้องแยก พรบ. computer มาตรา 14 ออกจากการใช้เป็นเครื่องมือปิดปากในคดีแพ่ง/การเงิน.. เพราะตอนนี้มันถูก abuse มากเกินไปในบริบทที่ไม่ใช่ cybercrime จริงๆ
คือ.. ต้นทุนของการพูดความจริง แม่งสูงเกินไป.. ในขณะที่ต้นทุนของการโกง ยังต่ำอยู่.. มัน make sense มะ? 😅
ไทย
omecat retweetledi

หากเราย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์พลังงานของสหรัฐ จะพบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจอย่างหนึ่งคือสหรัฐฯ ไม่ได้สร้างโรงกลั่นน้ำมันใหม่เลยมาเกือบ 50 ปี โรงกลั่นแห่งสุดท้ายเริ่มก่อสร้างในยุคของปธน. Richard Nixon ตอนนั้นน้ำมันราคาเพียง $3 ต่อบาร์เรล
แม้ว่าภายหลังสหรัฐ ฯ ค้นพบเทคโนโลยีผลิต shale oil ทำให้สหรัฐฯ กลับมาเป็นผู้ผลิตพลังงานรายใหญ่ของโลก แต่สหรัฐ ฯ เลือกใช้วิธีขยายโรงกลั่นเดิมมากกว่าการสร้างโรงกลั่นขึ้นมาใหม่
จนกระทั่งล่าสุด ปธน. ทรัมป์ประกาศสร้างโรงกลั่นน้ำมันแห่งใหม่ มูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ที่ Port of Brownsville ในรัฐ Texas
โครงการนี้มีสัญญาซื้อขายระยะยาวถึง 20 ปี ใช้ shale oil ของสหรัฐ ฯ เป็นวัตถุดิบ ปธน.ทรัมป์บอกว่าโรงกลั่นแห่งนี้จะเป็นโรงกลั่นที่สะอาดที่สุดในโลก
แต่เรื่องที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจกันคือผู้ลงทุนหลักไม่ใช่บริษัทอเมริกันแต่เป็นบริษัทจากอินเดีย!!!
นักลงทุนรายใหญ่คือบริษัท Reliance Industries บริษัทของมหาเศรษฐีอินเดีย Mukesh Ambani ซึ่งสร้างและบริหารโรงกลั่น Jamnagar Refinery Complex ในรัฐคุชราตที่ถือว่าเป็น โรงกลั่นน้ำมันแบบไซต์เดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ปธน. ทรัมป์ถึงกับออกมาขอบคุณ Reliance ผ่าน Truth Social
และเรียก Ambani ว่าเป็นพันธมิตรของเราในอินเดีย
แต่ถ้าเราดูพฤติกรรมของอินเดียที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ อินเดียกำลังทำสองอย่างพร้อมกันในสัปดาห์เดียวกัน รัฐบาลอินเดียของนายกโมดี อนุญาตให้บริษัทอินเดียลงทุนมหาศาลเพื่อช่วยสร้างโรงกลั่นในสหรัฐฯ แต่อีกด้านหนึ่งอินเดียกำลังนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียมากกว่า 40% ในราคาส่วนลดช่วงสงครามหลังจากที่สหรัฐ ฯ อนุญาตให้ประเทศต่างๆซื้อน้ำมันรัสเซียได้ัชั่วคราว
และในขณะเดียวกันอินเดียก็ยังคงซื้อน้ำมันอิหร่านผ่านระบบโลจิสติกส์ของ Chabahar Port
นักวิเคราะห์เรียกยุทธศาสตร์ของอินเดียว่า Modi Doctrine คือการที่อินเดียไม่เลือกข้าง… อินเดียเลือกผลประโยชน์ นโยบายของอินเดียในยุคปัจจุบันคือ Multi-alignment คือการที่ประเทศ
ไม่ผูกพันกับมหาอำนาจใดมหาอำนาจหนึ่งแต่เลือกสร้างความสัมพันธ์อันดีกับทุกฝ่าย อินเดียร่วมมือกับตะวันตกผ่าน QUAD
ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย รักษาช่องทางการค้าขายกับอิหร่าน และลงทุนในพลังงานของสหรัฐ ฯ ซื้อเทคโนโลยีทางทหารจากอิสราเอล และมีแรงงานกว่า 10 ล้านคนทำงานในประเทศอ่าวเปอร์เซีย
เหตุการณ์ความขัดแย้งล่าสุดในช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลกเกิดวิกฤติ สิ่งที่คนจำนวนมากเพิ่งตระหนักคือปัญหาไม่ได้อยู่ที่น้ำมันดิบแต่อยู่ที่การกลั่น
เพราะถึงสหรัฐ ฯจะผลิต shale oil ได้มหาศาล แต่กำลังการกลั่นจำนวนหนึ่งยังอยู่ในต่างประเทศ
เมื่อช่องแคบฮอร์มุซปิด ซัพพลายเชนของน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล เชื้อเพลิงเครื่องบิน ปิโตรเคมี สะดุดทันที ดังนั้นคำตอบเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐคือเพิ่มกำลังการกลั่นในประเทศ
สงครามสร้างวิกฤติ
วิกฤติสร้างโอกาส
และผู้ที่คว้าโอกาสนี้คืออินเดีย
ft.com/content/9ead63…
ไทย
omecat retweetledi

โรงงานปิโตรเคมีในเอเชียเริ่มประกาศ Force Majeure
ในช่วงเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานว่าโรงงานหลายแห่งในเอเชียเริ่มประกาศภาวะฉุกเฉินทางการผลิต
เริ่มจาก Chandra Asri ในอินโดนีเซีย
ตามมาด้วย Yeochun NCC ในเกาหลีใต้
จากนั้น Petrochemical Corporation of Singapore (PCS) บนเกาะ Jurong ก็ประกาศว่าไม่สามารถดำเนินการผลิตตามสัญญาได้ และโรงงาน Aster Chemicals ต้องลดกำลังการผลิตลงเหลือเพียงครึ่งเดียว
แม้แต่บริษัทญี่ปุ่นอย่าง Sumitomo Chemical ก็ได้รับผลกระทบจากห่วงโซ่อุปทานที่สะดุด
ดูเผิน ๆ มันเหมือนข่าวอุตสาหกรรมธรรมดาแต่ความจริงแล้ว ข่าวแบบนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยเพราะมันสะท้อนถึงปัญหาที่ลึกกว่านั้นมาก
โรงงานเหล่านี้ไม่ได้หยุดเพราะไฟดับหรือเครื่องจักรเสีย แต่หยุดเพราะสิ่งที่เรียกว่า แนฟทา ( Naphtha) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของโรงงานที่เรียกว่า Steam Cracker
หน้าที่ของโรงงานชนิดนี้คือการแตกโมเลกุลของแนฟทาให้กลายเป็นสารเคมีพื้นฐาน เช่น Ethylene, Propylene, Butadiene,
Benzene สารเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นในการผลิตของเกือบทุกอย่าง
ตั้งแต่พลาสติก, ยางรถยนต์, บรรจุภัณฑ์อาหาร, เสื้อผ้าใยสังเคราะห์, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หากไม่มี Steam Cracker การผลิตของโลกแทบจะหยุดลงเลยทีเดียว
แนฟทาที่ใช้ในโรงงานปิโตรเคมีของเอเชียจำนวนมากมาจาก ตะวันออกกลางและเส้นทางหลักของมันต้องผ่านจุดคอขวดที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกนั่นคือ.... ช่องแคบฮอร์มุซ
เมื่อเกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบนี้สะดุด ผลกระทบจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่กี่วันหลังจากนั้น โรงงานปิโตรเคมีหลายแห่งในเอเชียก็เริ่มขาดวัตถุดิบและต้องประกาศ Force Majeure
Force Majeure ไม่ใช่คำธรรมดา
ในโลกธุรกิจ คำว่า Force Majeure เป็นคำที่มีน้ำหนักมาก
มันหมายความว่าบริษัทไม่สามารถส่งมอบสินค้าตามสัญญาได้ เพราะเหตุสุดวิสัย
เมื่อบริษัทหนึ่งประกาศ อาจเป็นเรื่องเฉพาะตัว แต่เมื่อหลายบริษัทประกาศพร้อมกันมันคือสัญญาณว่าระบบกำลังมีปัญหา
ผลกระทบที่กำลังตามมาเมื่อโรงงาน Steam Cracker หยุดหรือทำการผลิตลดลง สิ่งแรกที่จะขาดแคลนคือ Ethylene และ Propylene
จากนั้นเราจึงได้เห็นราคาของ Polymer เริ่มขยับขึ้น และเมื่อ Polymer แพงขึ้น ต้นทุนของสินค้าแทบทุกอย่างก็จะเพิ่มตาม
สิ่งของในชีวิตประจำวันเกือบทุกอย่างจะมีต้นทุนสูงขึ้นทันที
หากโรงงานปิโตรเคมีเริ่มหยุดเป็นวงกว้างนั่นอาจหมายความว่า
โลกกำลังเผชิญกับ Supply Shock รอบใหม่
reuters.com/world/asia-pac…
ไทย
omecat retweetledi
omecat retweetledi

CK บอกว่าจะไม่มีวันลงทุนกับธุรกิจที่สร้างอาวุธหรือธุรกิจสนับสนุนสงคราม
ก็เป็นเหตุผลที่เข้าใจได้ แต่เท่าที่ฟัง CK พูดถึงเสรีภาพบ่อยๆ จริงๆแล้วเบื้องหลังของเสรีภาพมันเกิดจากการปกป้องโดยทหาร เทคโนโลยีและอุตสากรรมอาวุธนี่แหละ
โลกไม่ได้เป็นยูโทเปีย โลกมีรัสเซีย มีจีน มีอิหร่าน มีเกาหลีเหนือ มีความขัดแย้งมากมาย เราจะยอมให้ฝ่ายที่ไม่เชื่อในเสรีภาพมีอำนาจทางทหารมากกว่าที่เราเชื่อหรือเปล่า
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรลงทุนในสิ่งที่เราเข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจก็ไม่แปลกที่เราไม่ลงทุน ซึ่ง CK อาจจะยังไม่เข้าใจเบื้องหลังของเสรีภาพ เบื้องหลังของธุรกิจของบริษัทอาวุธจริงๆ ว่าทำไมมันถึงยืนระยะมาได้อย่างยาวนานแบบนี้
ไทย

ว่ากันตามรายงานนี้ก็เป็นคนละประเภทกันจริงๆ
สามรูปขวาเป็น Bolt หัวจะต่อกับท่อนเกลียว เป็นชิ้นเดียวกัน ขันยึดด้วยการขันลงไปีในรูที่ tap เกลียวไว้
ในขณะที่รูปซ้ายจะมี 2 ชิ้น คือ Bolt & Nut แยกชิ้นกัน
ถ้าทั้งสองฝ่ายพูดจริงทั้งคู่… มันจะมาจากกระบวนการไหนได้ 🤔
Coupé 🇰🇵@mungship
เดือด ๆ เลยในติ๊กต๊อก
ไทย







