𓈒 🍻 ୨ 𝒇 ah ୧ · 𓈒
24K posts

𓈒 🍻 ୨ 𝒇 ah ୧ · 𓈒
@fahxsh
♡︎ jaemin/jeno 's ✿𓂃 บ่อเงิน @wyfanzyst_ 🍭 ˚ ₊ ᱸ ⟢ #fahxtarot ⁺ 𓈒 ' #ROYALDEIRISH 𓂋 name 💗 ˎˊ˗ name ⠀ꊞ " ͓ ⸋ name ˣ ₊ ✦

สวัสดีค่ะ เรามีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งอยากนำมาแบ่งปันเป็นข้อคิดเล็กๆ สำหรับผู้ที่สร้างสรรค์ผลงานและมี IP เป็นของตัวเองค่ะ เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ส่วนบุคคล ซึ่งอาจมีรายละเอียดบางส่วนเป็นความเข้าใจในมุมของผู้เล่าเพียงฝ่ายเดียวค่ะ มีนักวาดคนหนึ่งได้พัฒนาการ์ตูนเรื่องหนึ่งขึ้นมา และผลงานดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ชมในวงกว้าง มีการพูดถึงและส่งต่อกันในสื่อออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ต่อมา มีผู้เขียนบทคนหนึ่งแสดงความสนใจในผลงานดังกล่าว จึงติดต่อให้นักวาดเข้าไปพบเพื่อเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ และได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการนำการ์ตูนไปพัฒนาเป็นสื่อในรูปแบบอื่นโดยขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้มีการคอลแลปใดๆ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ว่าภายหลังจากการเจรจารอบแรกสิ้นสุด ผู้ติดต่อได้นัดพบและขอยกเลิกการเจรจาโดยแจ้งว่าสาเหตุมาจากในแท็กเรื่องของนักวาดนั้น มีการชงชิปรวมถึงแฟนอาร์ตและแฟนฟิคที่ค่อนข้างจะล่อแหลมเกินไป จึงไม่ต้องการให้มีการกล่าวโยงมาถึงชื่อเรื่องหรือชื่อนักวาด จากนั้นจึงได้มีการเสนอทางเลือกให้พิจารณา 2 แนวทาง ได้แก่ 1.นักวาดเซ็นสัญญาด้วยข้อตกลงเดิมโดยได้รับค่าตอบแทนตามที่มีการเสนอให้ แต่จะไม่มีการกล่าวเชื่อมโยงใด ๆ ถึงชื่อเรื่องและชื่อนักวาด 2.ยุติการเจรจาทั้งหมด โดยทางนั้นได้เสริมว่า มีความประสงค์ที่จะทำเรื่องนี้แต่แรกอยู่แล้ว และจะทำต่อโดยจะไม่หยิบเอาเอเลเมนต์ที่นักวาดสร้างขึ้นมาในเรื่องไปใช้ ในกรณีนี้ นักวาดได้ตัดสินใจเลือกยุติการเจรจา และไม่ได้เข้าร่วมในกระบวนการใด ๆ ต่อจากนั้น ต่อมามีตัวแทนแจ้งว่าจะชดเชยค่าเดินทางให้กับนักวาดและส่งเอกสารสำหรับกรอกข้อมูลมาให้ ทว่าเมื่อมีการโอนและได้ตรวจสอบข้อมูลทางเอกสารในภายหลัง กลับพบว่ารายการดังกล่าวถูกระบุจากค่าเดินทางเป็นค่าที่ปรึกษา จึงทำให้ผู้เล่าเกิดความสับสนและเกิดข้อสงสัย เนื่องจากวัตถุประสงค์ของค่าเดินทางกับค่าที่ปรึกษานั้นแตกต่างกัน เรื่องราวที่ออกมาเล่านี้ส่วนหนึ่งเพราะต้องการปกป้องและเยียวยาความรู้สึกของแฟนคลับที่ได้รับผลกระทบจากความเข้าใจผิดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอยากให้เป็นกรณีศึกษาถึงความสำคัญในการตรวจสอบรายละเอียด เงื่อนไขและเอกสารเชิงพาณิชย์ต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน ทั้งนี้เรายังคงสนับสนุนและอยากให้ทุกคนเปิดใจให้กับผลงานที่ถูกสร้างขึ้นมาแล้วด้วยความทุ่มเทของทุก ๆ ฝ่ายที่ไม่ทราบเรื่องราวใด ๆ ก่อนหน้าเช่นเดิมค่ะ ขอบคุณค่ะ





อากาศยังแย่ ‼ ภาคเหนือ ฟาดทั้งตารางครองอันดับอากาศสุดแย่มามากกว่าสิบวัน หนักสุด "แม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่" ขณtที่ #เชียงใหม่ จุดความร้อนทยอยลดลง ผลจากฝนตกในพื้นที่ เช้านี้จุดความร้อน (Hotspot) จาก GISTDA พบจุดความร้อน จำนวน 61 จุด #เชียงใหม่นิวส์ #chiangmainews

เตนล์ไม่ต่อสัญญา คนละฟีลกับมาร์คเลยอะ555555656



“อากาศมันแย่มาก ๆ คือถ้าอากาศที่เทียบเท่ากับแม่ฮ่องสอนตอนนี้อยู่ที่กรุงเทพ เราคงจะได้ประกาศหยุดงานกันไปแล้ว พอมันเกิดที่แม่ฮ่องสอนหรือจังหวัดอื่นในภาคเหนือมันไม่ได้อิมแพ็คขนาดนั้น” “ไม่ต้องรอให้มันไหลมาถึงกรุงเทพถึงจะเป็นเรื่องใหญ่” รีรันได้ทุกปี 😭😭😭ต้องรอให้อากาศภาคเหนือมันแย่ขนาดไหนถึงจะได้รับการแก้ไขจากรัฐอ่ะ ฝุ่นแดงจนม่วงไม่รู้ไปกี่จังหวัดแล้ว


ฝากพี่ๆ ช่วยรีเรื่อง #ฝุ่นpmภาคเหนือ หน่อยค่า ตอนนี้สถานการณ์ PM2.5 ที่เชียงใหม่และภาคเหนือหนักมาก ค่าฝุ่นพุ่งสูงต่อเนื่อง ส่งผล กระทบโดยตรงต่อสุขภาพของทุกคน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคทางเดินหายใจ เสี่ยงทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ หัวใจ และอาจส่งผลระยะยาวได้ คำถามสำคัญคือ ตอนนี้ภาครัฐมีมาตรการอะไรบ้าง มีการจัดการต้นตอของฝุ่นอย่างจริงจังหรือยัง และประชาชนในพื้นที่ได้รับการช่วยเหลือเพียงพอไหม

ดูจากสภาวะโลกแล้ว ซักวันนึงการเข้าถึงอากาศที่เหมาะสำหรับการดำรงชีวิต + อุณหภูมิที่เหมาะสม เย็นสบาย ไม่ร้อนไป ไม่หนาวไป น่าจะกลายเป็น Privilege สำหรับคนมีเงินเท่านั้นละ

ศุภชัยห่วงเร่งรัดใช้ พ.ร.บ. อากาศสะอาด เสี่ยงสร้างปัญหาใหม่ เหตุกฎหมายซ้ำซ้อน ให้อำนาจ จนท. ล้นเกิน ศุภชัย ใจสมุทร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย แสดงความกังวลต่อการเร่งรัดบังคับใช้ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด ซึ่งปัจจุบันผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและเข้าสู่ชั้นวุฒิสภา โดยชี้ให้เห็นว่า ต้นตอของวิกฤตฝุ่นควันไม่ได้เกิดจากการไม่มีกฎหมาย แต่เกิดจากการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่อย่างไม่จริงจังเพียงพอ “ผมขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า อากาศสะอาดคือสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน แต่ขณะเดียวกัน กฎหมายที่ดีต้องไม่สร้างปัญหาใหม่ หรือเป็นภาระเกินความจำเป็นให้กับประเทศ” ศุภชัยกล่าว ศุภชัยกล่าวถึงประเด็นนี้ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 1 เมษายน ระหว่างการอภิปรายในญัตติด่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งก่อนหน้านี้มี สส. หลายคนเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดัน พ.ร.บ. อากาศสะอาด ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว 📌 ▪️หวั่นกฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐล้นเกิน ศุภชัยชี้ว่า ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวให้อำนาจเจ้าพนักงานที่กว้างขวางเกินสมควร ซึ่งอาจกระทบต่อหลักนิติรัฐและเปิดช่องให้เกิดการใช้อำนาจโดยมิชอบ เพราะอนุญาตให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจค้น ยึด อายัดทรัพย์ หรือสั่งหยุดกิจการได้โดยไม่ต้องมีหมายศาล และยังปิดช่องไม่ให้ประชาชนเรียกร้องค่าเสียหายได้ นอกจากนี้ ตัวกฎหมายยังขาดความชัดเจน โดยกำหนดเพียงกรอบกว้างๆ แล้วปล่อยให้หน่วยงานไปออกรายละเอียดภายหลัง ซึ่งศุภชัยมองว่าเป็นการจำกัดสิทธิประชาชนโดยปราศจากความชัดเจนในตัวบทกฎหมาย ผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นอีกหนึ่งมิติที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเตือน การกำหนดให้จัดเก็บค่าธรรมเนียมและระบบประกันความเสี่ยง จะกลายเป็นการเพิ่มต้นทุนมหาศาลให้กับภาคอุตสาหกรรม ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ซึ่งจะบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ขณะเดียวกัน การนำระบบการซื้อขายสิทธิปล่อยมลพิษในรูปแบบของยุโรปมาปรับใช้ อาจไม่เหมาะสมกับบริบทของไทยและไม่ช่วยให้คุณภาพอากาศดีขึ้นจริง หากระบบการกำกับดูแลภายในประเทศยังขาดความเข้มแข็ง 📌 ▪️ซ้ำซ้อนกับกฎหมาย-หน่วยงานที่มีอยู่เดิม ในเชิงโครงสร้างการบริหารราชการ ศุภชัยระบุว่าร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด มีความซ้ำซ้อนกับกฎหมายที่มีอยู่เดิม ทั้งกฎหมายสิ่งแวดล้อม ผังเมือง และจราจร โดยไม่มีการระบุชัดเจนว่าจะยกเลิกหรือใช้แทนกฎหมายฉบับใด ซึ่งจะทำให้เกิดความสับสนในขั้นตอนการปฏิบัติ ร่างกฎหมายยังกำหนดให้ตั้งคณะกรรมการหลายชุดเกินความจำเป็นทั้งในระดับนโยบาย วิชาการ และจังหวัด ซึ่งไม่สอดคล้องต่อหลักการบริหารราชการแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 รวมถึงการจัดตั้งหน่วยงานใหม่อย่าง ‘สำนักงานอากาศสะอาด’ ที่อาจมีบทบาทซ้ำซ้อนกับกรมควบคุมมลพิษและสร้างภาระงบประมาณโดยไม่จำเป็น ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีบทบัญญัติบางส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องอากาศสะอาดโดยตรง เช่น การจัดการที่ดินหรือระบบข้อมูลภาคการเกษตร ซึ่งทับซ้อนกับอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานอื่น “การทำให้กฎหมายที่มีอยู่ทำงานได้จริง พร้อมกับการออกแบบกฎหมายใหม่ ให้มีความชัดเจนสมดุล และเป็นธรรม เป็นเรื่องที่สำคัญ ผมไม่ได้คัดค้านเรื่องหลักการของอากาศสะอาด แต่ขอให้ร่วมกันทำกฎหมายฉบับที่กำลังจะหยิบยกขึ้นมานี้ว่าจะเป็นกฎหมายที่ปกป้องประชาชนได้จริง และไม่ทำลายศักยภาพทางเศรษฐกิจ เพราะท้ายที่สุดแล้วเราไม่ได้ต้องการกฎหมายอากาศสะอาด แต่เราต้องการอากาศที่สะอาดอย่างยั่งยืนสำหรับคนไทยทุกคน” ศุภชัยทิ้งท้าย แฟ้มภาพ: ฐานิส สุดโต #TheStandardNews

ข่าวน้ำมันหายที่สุราษฎร์ 57 ล้านลิตร เรื่องใหญ่นะครับ

















