Sabitlenmiş Tweet
🌸
29.3K posts

🌸
@ffaiitdl
💚💚💚 || Exploring, Learning, Culture, Diversity. || In the state of: EXPLORING MYSELF
Bangkok, Thailand Katılım Haziran 2011
593 Takip Edilen197 Takipçiler
🌸 retweetledi

นักวิทยาศาสตร์ยืนยันแล้ว แนวปะการังในอย่างน้อย 53 ประเทศเกิดปรากฏการณ์ ‘ฟอกขาวครั้งใหญ่’ เป็นครั้งที่ 4 ของโลก ขณะที่ Great Barrier Reef ฟอกขาวแล้วกว่า 80% ซึ่งผลจากความเครียดของอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น
องค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ สหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกับหน่วยงานอนุรักษ์แนวปะการังนานาชาติ และหน่วยงานวิทยาศาสตร์อื่น ๆ ทั่วโลกว่าในตอนนี้ แนวปะการังได้เกิดการฟอกขาวครั้งใหญ่ครั้งที่ 4 ของประวัติศาสตร์โลก และนับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 10 ปี
โดยมีสาเหตุมาจากภาวะโลกร้อนเป็นตัวการหลักทำให้น้ำในทะเลมีอุหภูมิสูงเตะระดับ 21.07°C นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าพื้นที่ฟอกขาวทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้นประมาณ 1% ต่อสัปดาห์ โดยปัจจุบันนี้อยู่ที่ 54% ของทั้งโลก และที่น่าตกใจคือ Great Barrier Reef มีการฟอกขาวแล้ว 80%
“มีแนวโน้มว่าเหตุการณ์นี้จะทะลุจุดสูงสุดก่อนหน้าที่ 56.1% ในเร็ว ๆ นี้” Derek Manzello ผู้ประสานงานโครงการ Coral Reef Watch ของ NOAA กล่าวกับ CNN “เปอร์เซ็นของพื้นที่แนวปะการังที่ประสบกับปัญหาความเครียดจากความร้อนจนเกิดการฟอกขาวเพิ่มขึ้นประมาณ 1% ต่อสัปดาห์”
ก่อนหน้านี้โลกเคยเผชิญกับการฟอกขาวครั้งใหญ่มาแล้วในปี 1998 โดย 20% ของปะการังในมหาสมุทรทั่วโลกเกิดการฟอกขาวซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการบันทึกไว้ ต่อมาในปี 2010 ก็เกิดอีกครั้งโดยปะการังฟอกขาวกว่า 35% และในครั้งที่ 3 เมื่อปี 2014-2017 นั้นตัวเลขพุ่งสูงขึ้นไปเป็น 56.1%
ในครั้งนี้จึงถือว่าเป็นครั้งใหญ่สุดอันดับ 2 และเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 10 ปี ซึ่งชี้ให้เห็นว่าโลกกำลังมีปะการังฟอกขาวบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ แม้ในปี 2023 ที่ผ่านมาจะมี เอลนีโญ เป็นตัวทำให้เกิดคลื่นร้อนในมหาสมุทรก็ตาม แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าก๊าซเรือนกระจกคือตัวการสำคัญ และแม้ตอนนี้เอลนีโญจะอ่อนตัวลงแล้ว ผลกระทบก็ยังคงแจ่มชัดอยู่
“ประเด็นสำคัญก็คือ เมื่อแนวปะการังเผชิญกับเหตุการณ์ฟอกขาวบ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้น เวลาที่มีให้พวกมันฟื้นตัวก็สั้นลงเรื่อย ๆ แบบจำลองสภาพภูมิอากาศในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่าแนวปะการังทุกแห่งบนโลกจะต้องเผชิญกับการฟอกขาวอย่างรุนแรงเป็นประจำทุกปีในช่วงระหว่างปี 2040 ถึง 2050” Manzello บอก
แม้อุณหภูมิที่ลดลงเพียงพอก็จะช่วยให้สิ่งมีชีวิตชนิดนี้พอฟิ้นตัวกลับมาได้บ้าง แต่การฟอกขาวที่รุนแรงและบ่อยครั้งเกินไปสามารถฆ่าปะการังได้ งานวิจัยพบว่าการฟอกขาวทำให้ปะการังสืบพันธุ์ยากขึ้น และเสี่ยงที่จะเป็นเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่ายขึ้น
ดังนั้นการฟอกขาวจึงเป็นสัญญาณอันตรายที่น่ากังวลอย่างยิ่งโดยเฉพาะกับแนวปะการัง Great Barrier Reef ที่ในตอนนี้เกิดการฟอกขาวครั้งที่ 5 ในรอบ 8 ปี ข้อมูลการเฝ้าระวังแนวปะการังในต้นปี 2024 แสดงให้เห็นว่า 80% มีการฟอกขาวแล้วซึ่งเป็นระดับวิกฤติเกินสถิติสูงสุดในปี 2017 ที่ 60%
“เรารู้ว่าอุณหภูมิของน้ำทะเลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ใช่ความเร็วขนาดนี้” ศาสตราจารย์ Ove Hoegh-Guldberg นักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศที่เชี่ยวชาญด้านแนวปะการัง จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ในออสเตรเลีย กล่าว “มันน่าตกใจมาก”
แนวปะการังเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิตบนโลก พวกมันอุดมไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลกว่า 25% ของทั้งโลก อีกทั้งสร้างรายได้ให้กับชุมชนทั้งด้านอาหารและการท่องเที่ยวที่มีผู้คนกว่า 1 พันล้านคนเกี่ยวข้อง
เราคงไม่ต้องบรรยายมากว่าหากปะการังหายไป อะไรจะหายตามไปบ้าง ทาง NOAA ระบุว่ารายงานนี้ควรเป็นสัญญาณเตือนไปยังทุกคนว่าโลกกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่หมิ่นเหม่แค่ไหน ซึ่งต้องการความช่วยเหลือจากทุกคนและทุกประเทศในการร่วมกันบรรเทาวิกฤติสิ่งแวดล้อมนี้
“เราล้มเหลวในการปกป้องแนวปะการังและชุมชนที่พึ่งพาแนวปะการังทั่วโลก นี่เป็นการละเลยในระดับโลก” ศาสตรจารย์ Tracy Ainsworth รองประธานสมาคมแนวปะการังนานาชาติ กล่าว
นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่า หากโลกยังร้อนขึ้นไปต่อเนื่องแบบนี้ที่ 2°C ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2050 ปะการัง 99% บนโลกจะตาย
“การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อแนวปะการังบนโลก และการยืนยันทั่วโลกนี้แสดงให้เห็นว่าผลกระทบดังกล่าวครอบคลุมกว้างขวางเพียงใดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา” Selina Stead ผู้บริหารจากสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลออสเตรเลีย กล่าว
“นั่นคือเหตุผลว่าทำไมโลกจึงต้องจัดการเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์”
ที่มา
-noaa.gov
-iflscience
-theguardian
-edition.cnn
Photo : XL Catlin Seaview Surve

ไทย
🌸 retweetledi

เพิ่มท่าโยคะตามนี้ไป พอช่วยลดแรงเกร็งบริเวณคอบ่าไหล่ด้วยนะ (ยกเว้น ท่าหมุนไหล่ท่าอรก ข้ามไปนะ เดี๋ยวทำผิดจะยิ่งยักไหล่ขึ้น ปวดบ่าเพิ่ม)
Ref: twitter.com/AtoZFitness/st…
กายภาพตัวอ้วน (chubbyphysio)@chubbyphysio
5 ท่าโยคะ ช่วยฮีลร่างกาย หลังจากเที่ยวหยุดยาวมา บางคนนั่งรถนาน บางคนเล่นน้ำ เต้นโยกกันไม่พัก เรามาทำท่าคลายความตึงเบาๆกันเถอะ 🙂↕️🙂↕️🙂↕️
ไทย
🌸 retweetledi

แคดเมียม ป้องกันได้อย่างไร
กลุ่มคนงานที่ต้องสัมผัสกับแคดเมียม สามารถป้องกันได้โดย
ใส่หน้ากาก เช่น หน้ากาก N95 ป้องกันไอระเหยจากสารเคมีโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันการหายใจเอาไอของแคดเมียมเข้าสู่ร่างกาย
ใส่ถุงมือตลอดเวลาในขณะปฎิบัติงาน
ล้างมือและทำความสะอาดร่างกายหลังการทำงานทุกครั้ง
ประชาชนทั่วไปให้เฝ้าระวังและสังเกตอาการหากเกิดพิษที่เป็นผลจากแคดเมียม
วิธีเก็บรักษาแคดเมียม: ควรเก็บแคดเมียมในรูปแบบของสถานะของแข็งและอยู่ในบรรจุภัณฑ์อย่างมิดชิด จะสามารถลดความเสี่ยงการรับสัมผัสสารดังกล่าวได้
shope.ee/40JiSBu3vt
ไทย
🌸 retweetledi

ผลกระทบต่อสุขภาพจากแคดเมียม
พิษเฉียบพลัน: พบในกรณีหายใจเอาไอระเหยของแคดเมียมเข้าไป ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น ปวดศีรษะ มีไข้ หายใจลำบาก หรือเจ็บหน้าอก
พิษเรื้อรัง: การได้รับสารแคดเมียมเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อความเป็นพิษของไต กระดูก และอาจเพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็งปอด หากสัมผัสสารนี้มาอย่างยาวนานต่อเนื่อง
สำหรับพิษต่ออวัยวะที่สำคัญ คือ พิษต่อไต โดยจะมีการอักเสบที่ไต ทำให้ไตสูญเสียการทำงาน และอาจทำให้เกิดไตวายเรื้อรังได้ในที่สุด ซึ่งการเกิดความผิดปกติของไตนี้จะเป็นแบบถาวร แม้ไม่ได้รับแคดเมียมเข้าสู่ร่างกายแล้วไตก็ไม่สามารถกลับคืนสภาพเดิมได้ ส่วนพิษต่อกระดูก คือ แคดเมียมจะเข้าไปสะสมอยู่ในกระดูก เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนและอาจมีอาการปวดกระดูกอย่างมากโดยเฉพาะที่กระดูกสะโพก ซึ่งเป็นอาการของโรคอิไต – อิไต โดยคนกลุ่มนี้จะมีอาการกระดูกเปราะ แตกหักง่าย
พิษของแคดเมียมยังเป็นสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ เช่น มะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมาก นอกจากนี้ แคดเมียมยังมีส่วนที่ทำให้อาการของโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ เพิ่มขึ้นอีกด้วย
ส่วนวิธีการรักษา ส่วนใหญ่จะรักษาตามอาการ และการให้คีเลชั่นบำบัด (Chelation Therapy) คือ การกำจัดสารโลหะหนักออกจากร่างกายเพื่อบำบัดภาวะผิดปกติทางสุขภาพที่สัมพันธ์กับการสะสมและตกค้างของสารโลหะหนักแบบเรื้อรัง

ไทย
🌸 retweetledi

Have just joined the course for further deepen my knowledge in sustainability. Let's jump right in! #ILLINOISsustain
English
🌸 retweetledi
🌸 retweetledi

ตอนนี้ยังมีรอบฉายนะ กดเช็ครอบตรงนี้เลย 💭 majorcineplex.com/movie/dream-sc…
ไทย
🌸 retweetledi

และเรื่องราวของชายปริศนาในความฝันก็ถูกนำไปสร้างเป็นหนังตลกร้าย #DreamScenario จากค่าย A24 เมื่อผู้ชายคนนึงมีคนแปลกหน้านับล้านบอกว่าฝันถึง ทุกคืนในฝันของคนอื่นจะมีตัวเขาไปปรากฏ จนเขากลายเป็นคนดังระดับโลก แต่การเป็นชายในฝันจะเป็นฝันดีหรือฝันร้ายกับเขากันแน่


ไทย
🌸 retweetledi

วิธีพับผ้าขนหนู ให้กลายเป็นน้องหมีนุ่มนิ่ม เหมาะสำหรับการมอบให้เป็นของขวัญ หรือไม่ก็ตั้งไว้ในห้องนอน / ห้องน้ำ •.
cr. trendingview.us
ไทย
🌸 retweetledi
🌸 retweetledi
🌸 retweetledi
🌸 retweetledi

แอคคุณหมอรบกวนด้วยนะคะ เพราะท่าทางจะพึ่งชาวเน็ตฝรั่งเศสไม่ได้ ขำจะบ้า มีคนถามว่ามีคำตอบมั้ยว่าทำไมผู้ชายถึงตัวอุ่นกว่าผู้หญิง (ซึ่งนี่ก็ไม่มั่นใจละว่าจริงเหรอ) ชาวเน็ตฝรั่งเศสมาตอบว่าที่พวกผู้ชายตัวอุ่นกว่าผู้หญิงเพราะพวกเขามาจากนรกน่ะ 5555555555555เตงตะไมใจรว้าย5555555555555555
La 237 🔱@iamvikym
L’unique et meilleur chauffage qui soit 🥰
ไทย







